1/5

เดือนนี้ / เดือนก่อน

55/217

ปีนี้ / ปีก่อน

  • thunhoon

    BJC จับตากำไรพ้นจุดต่ำสุด ครึ่งหลังปี 69 ได้ MMVN หนุน 03/05/69

    #ทันหุ้น – บล.บัวหลวง ส่องหุ้น บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC กำไร Q1/69 อ่อนตัว โดยคาดกำไรหลักราว 999 ล้านบาท (-21% YoY, -22% QoQ)จาก Big C (สัดส่วน ~65% ของรายได้)ที่ยังถูกกดดันจากกำลังซื้ออ่อนและไม่มีมาตรการภาษีช่วยเหมือนปีก่อน ทำให้ยอดขายสาขาเดิม (SSS) ลดลง ~3% YoY ขณะที่ SG&A/ยอดขายเพิ่มขึ้น +110bps YoY จากการตั้งด้อยค่า ~150 ล้านบาท ปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GM) ยังดีขึ้นเล็กน้อยเป็น 18.3% (+20bps YoY) จาก product mix ธุรกิจอื่นช่วยพยุงบางส่วน โดย Packaging (PSC ~15% ของรายได้) โต +15% YoYจากการรวมธุรกิจ และยอดขายกระป๋องเพิ่ม ขณะที่ Consumer (CSC ~14%) ยอดขายลดลง แต่ margin ดีขึ้น +100bps YoY และ Healthcare (HSC ~6%) ยังเติบโต +5% YoY และ margin เพิ่ม +200bps YoY รวมแล้วคาดกำไรสุทธิ ~1.07 พันล้านบาท (-2% YoY, -17% QoQ)

  • thunhoon

    BJC บล.ดาโอ แนะนำ “ซื้อ” เป้า 17.00 บาท 29/04/69

    #ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #BJC บล.ดาโอ แนะนำ “ซื้อ” เป้า 17.00 บาท บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) เรามีมุมมองเชิงบวกต่อกำไรปกติไตรมาส 1/2569 ที่คาดอยู่ราว 1.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แม้รายได้รวมจะหดตัว 3.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากธุรกิจ MSC ที่ยังได้รับแรงกดดันจาก SSSG ที่ติดลบภายหลังไม่มีมาตรการ Easy E-Receipt และยอดขายบุหรี่ที่ลดลง อย่างไรก็ดี กำไรปกติยังเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนได้จากการขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในธุรกิจ HTSC เพิ่มขึ้น 150 bps และธุรกิจ CSC เพิ่มขึ้น 90 bps ซึ่งช่วยชดเชยแรงกดดันจาก margin ที่อ่อนตัวในธุรกิจ PSC และ MSC ได้ ขณะที่กำไรที่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนมีสาเหตุหลักจากปัจจัยฤดูกาลและ product mix ที่อ่อนตัวลง นอกจากนี้ SG&A ต่อรายได้คาดเพิ่มขึ้นเป็น 22.6% จากค่าใช้จ่ายพิเศษราว 600 ล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อธุรกิจแก้วในต่างประเทศและการปิดสาขา อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายการดังกล่าว SG&A จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจากการเปิดสาขาใหม่

  • iaa
  • iaa
  • set
  • set
  • thunhoon

    BJC ดาโอ มองเหตุต้นทุนวัตถุดิบเพิ่ม ผลกระทบจากสงคราม 20/03/69

    #BJC #ทันหุ้น-บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่าบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ส่งหนังสือแจ้งลูกค้าเกี่ยวกับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลให้ ต้นทุนวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น จากความผันผวนของราคาพลังงานและข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์รวมถึงความเสี่ยงต่อ ความต่อเนื่องของ supply chain ที่อาจทำให้เกิดภาวะสินค้าขาดในบางช่วง ฝ่ายวิจัยดาโอ มีมุมมองเป็นลบเล็กน้อย จากแรงกดดันด้านต้นทุนและความเสี่ยงด้าน supply ซึ่งอาจกระทบต่อ margin และความต่อเนื่องของการจำหน่ายสินค้าในบางช่วง อย่างไรก็ดี ในระยะสั้นอาจเห็นแรงหนุนด้าน demand จากการเร่งสต็อกสินค้า ของคู่ค้าและผู้ค้าปลีก เพื่อป้องกันความเสี่ยงสินค้าขาดซึ่งจะช่วยพยุงยอดขายในช่วงแรกได้บางส่วน โดยรวมมองว่าผลกระทบยังอยู่ในระดับจำกัดสำหรับไตรมาส 1/69 เนื่องจากบริษัทมีความสามารถในการ pass through ต้นทุนได้บางส่วน เเต่อาจเห็นผลกระทบมากขึ้นในไตรมาส 2/69 จาก lag time

  • iaa
  • oppday
  • thunhoon

    BJC ทริสฯ จัดอันดับเครดิต องค์กร-หุ้นกู้ ที่ A/Stable 12/03/69

    #ทันหุ้น –ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 1 พันล้านบาทและไถ่ถอนภายใน 5 ปีของ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “A” โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ดังกล่าวไปใช้ชำระหนี้เงินกู้เดิม รวมทั้งใช้เป็นเงินลงทุน และ/หรือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งยังคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ “A” พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” ด้วย อันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในธุรกิจหลักของบริษัท ตลอดจนความหลากหลายของแหล่งที่มาของรายได้และตลาดที่ครอบคลุมกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตก็มีปัจจัยลดทอนจากงบดุลของบริษัทที่มีหนี้สินทางการเงินอยู่ในระดับสูง ตลอดจนการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบางและการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ลดลง ผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2568 ต่ำกว่าที่ทริสเรทติ้งคาดการณ์ไว้เล็กน้อย โดยบริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวมจำนวน 1.66 แสนล้านบาท ลดลง 2.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลงและการแข่งขันในภาคค้าปลีกที่มีความรุนแรงมากขึ้น แม้ว่ากลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคจะมีการเติบโตอยู่บ้าง แต่ก็ถูกหักล้างด้วยผลการดำเนินงานที่อ่อนลงของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ธุรกิจสินค้าบรรจุภัณฑ์ รวมถึงธุรกิจสินค้าและบริการทางด้านเวชภัณฑ์และเทคนิค ในส่วนของ EBITDA ของบริษัทนั้นลดลง 6.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 2.12 หมื่นล้านบาท โดยมีแรงกดดันจากผลการดำเนินงานที่อ่อนแอลงของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่และค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 12.8% จาก 13.4% ในปี 2567