https://aio.panphol.com/assets/images/community/16904_E9BBD5.png

BJC ปี 2568: ยอดขายลด 2.4% แต่กำไรสุทธิพุ่ง 10% ด้วยกลยุทธ์ตัดต้นทุน-ขยายสาขาใหม่

P/E 14.09 YIELD 3.62 ราคา 14.10 (0.00%)

BJC ปี 2568: ยอดขายลด 2.4% แต่กำไรสุทธิพุ่ง 10% ด้วยกลยุทธ์ตัดต้นทุน-ขยายสาขาใหม่

บริษัท บีเจซี (BJC) ปิดงบการเงินปี 2568 ด้วยภาพลักษณ์ที่ขัดแย้งแต่ทรงพลัง: รายได้รวมลดลง 2.4% จาก 154,020 ล้านบาทในปีก่อนหน้า แต่กำไรสุทธิกลับพุ่งขึ้นอย่างน่าทึ่งถึง 10% จาก 4,011 ล้านบาท เป็น 4,470 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นจาก 15% เป็น 20.4% และในไตรมาสที่ 4 ปีนี้ สูงถึง 21.2% ซึ่งสะท้อนความแข็งแกร่งของกลยุทธ์การบริหารต้นทุนและการจัดการสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ

"แม้ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) หดตัว 2.4% ในปีงบประมาณ 2568 แต่กำไรกลับเติบโตได้ เพราะเราไม่ได้แข่งขันด้วยราคา แต่แข่งด้วยโครงสร้างต้นทุนที่เหนือกว่า"

เบื้องหลังความสำเร็จของ BJC คือการลงทุนในศูนย์กระจายสินค้าแบบใหม่ (Disruption Center) ที่บังเปิน ซึ่งช่วยลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงานได้ถึง 4 สัปดาห์ และลดต้นทุนการจัดเก็บและขนส่งอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าบรรจุภัณฑ์และอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นแกนหลักของธุรกิจที่มีสัดส่วนรายได้สูง และยังช่วยให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและโลจิสติกส์ได้อย่างแม่นยำ จนสามารถประหยัดต้นทุนรวมได้ถึง 1,170 ล้านบาทในปีเดียว

"การลดค่าเสื่อมราคาลง 180 ล้านบาท ไม่ใช่โชค แต่เป็นผลจากเครื่องจักรใหม่และอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น — เรากำลังลงทุนเพื่ออนาคต ไม่ใช่แค่ลดต้นทุนวันนี้"

ในแง่ของ KPI สำคัญ แม้ SSSG จะหดตัวถึง 2.4% ในปี 2568 (จาก 2.2% ในไตรมาส 4) แต่บริษัทกลับมีแผนการขยายสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจเวชภัณฑ์และเทคนิค รวมถึงแพลตฟอร์มการค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Retail Platform) ที่คาดว่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้ใหม่ในอนาคต พร้อมทั้งเพิ่มสัดส่วนช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อชดเชยผลกระทบจากเหตุการณ์ภายนอก เช่น น้ำท่วมภาคใต้ที่ส่งผลให้ยอดขายไตรมาส 4 ลดลง 2.2% และความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กระทบยอดขายสาขาเดิมอีก 3.3%

"เราไม่ได้หวังว่าจะเติบโตจากสาขาเดิมเท่านั้น แต่เราวางแผนขยายสาขาใหม่ 1,300 แห่งภายใน 5 ปี เพื่อสร้างฐานรายได้ใหม่ที่ยั่งยืน"

ในด้านเป้าหมายระยะยาว BJC ตั้งเป้าหมายสำคัญไว้ชัดเจน: ขยายส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มเวชภัณฑ์และซัพพลายเชนเทคนิคให้ได้ถึง 30% ภายใน 5 ปี และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ระดับ 20.4% ในปีงบประมาณ 2569 โดยมุ่งเน้นการปรับปรุง Product Mix ให้มีสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น เช่น สินค้าในกลุ่ม Healthcare และ Consumer พร้อมใช้ Digital & AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสต็อกและลดต้นทุนการดำเนินงาน

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • ทำไมกำไรขั้นต้นของ Big C ถึงลดลง? เหตุผลหลักคือ การเปลี่ยนแปลงของ Mix สินค้า โดยเฉพาะสินค้า Non-Food และ Dry Food ที่มีอัตรากำไรต่ำกว่า ร่วมกับความผันผวนของราคาพลังงาน ทำให้ Gross Profit Margin ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • การขยายสินค้ากลุ่มใหม่ช่วยเพิ่ม Margin ได้หรือไม่? แม้ยอดขายจะเพิ่มขึ้น แต่ Margin ยังไม่ปรับดีขึ้น เพราะ Mix สินค้ายังไม่สมดุล และต้นทุนวัตถุดิบยังอยู่ในระดับสูง
  • ทำไมค่าเสื่อมราคาลดลง 180 ล้านบาท? เกิดจากเครื่องจักรใหม่ในศูนย์กระจายสินค้า (DC) และการบริหารจัดการอุปกรณ์ที่มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น
  • เป้าหมาย Growth Margin ปี 2569 คืออะไร? เป้าหมายคือเพิ่ม Gross Profit Margin ระหว่าง 20-40 basis points โดยเน้น Product Mix ที่ดีขึ้นในกลุ่ม Consumer และ Healthcare ร่วมกับการปรับปรุง Operational Efficiency
  • ต้องจับตาอะไรในอนาคต? ติดตาม SSSG ที่ยังหดตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจกระทบ Cash Flow, ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน, และผลกระทบจากนโยบายรัฐหรือเศรษฐกิจโลก เช่น อัตราแลกเปลี่ยนและค่าใช้จ่ายโลจิสติกส์

BJC ไม่ได้เติบโตด้วยการเพิ่มยอดขายสาขาเดิม แต่เติบโตด้วยการสร้างโครงสร้างต้นทุนที่เหนือกว่า การลงทุนในเทคโนโลยี และการขยายตลาดอย่างมีกลยุทธ์ — ซึ่งอาจเป็นบทเรียนสำคัญให้กับผู้เล่นรายอื่นในอุตสาหกรรมค้าปลีกสมัยใหม่

โพสต์ล่าสุด
บทความ
เมื่อวาน 10:49 น.
PTTEP OPPDAY Summary 2568 Q4