/19

เดือนนี้ / เดือนก่อน

59/242

ปีนี้ / ปีก่อน

  • iaa
  • iaa
  • kaohoon

    “เอเซีย พลัส” ลุ้น กนง. คงดอกเบี้ย รับมือคลังหั่น GDP เหลือ 1.6% แนะเก็บ BEM-BBL-GULF 29/04/69

    บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินภาพรวมตลาดการลงทุนว่า ตลาดหุ้นโลกเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ โดยสหรัฐฯ อยู่ที่ -0.1% ถึง +0.2% และยุโรป -0.6% ถึง -0.2% ทิศทางดังกล่าวสวนทางกับราคาน้ำมันดิบ BRENT ที่พุ่งขึ้นเกือบ 3% หลังจากที่การเจรจาสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านล้มเหลว ส่งผลให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงหยุดชะงัก ภาพรวมนี้สะท้อนว่าตลาดหุ้นเริ่มมีภาวะ “ชินชา” กับข่าวสงครามแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เมื่อสำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าอิหร่านได้เสนอ “ข้อตกลงชั่วคราว” โดยจะยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการที่สหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมท่าเรือ สอดคล้องกับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่าน Social Truth ว่าอิหร่านต้องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เร็วที่สุด ซึ่งหากสัญญาณความตึงเครียดนี้ผ่อนคลายลง อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบย่อตัวลงได้ นอกจากนี้ ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2026 จะมี 2 เหตุการณ์สำคัญระดับโลก คือ 1) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 จะถอนตัวออกจาก OPEC ซึ่งในระยะยาว UAE มีแผนขยายกำลังการผลิตจาก 3.4 ล้านบาร์เรล/วัน เป็น 5 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มอุปทานน้ำมันเข้าสู่ตลาด และ 2) วันครบกำหนด 60 วัน ตามกฎหมายอำนาจการทำสงคราม (War Powers Resolution) ของสหรัฐฯ ซึ่งทรัมป์จะต้องได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสหากจะทำสงครามต่อ หรือต้องถอนกำลังทหารภายใน 30 วัน

  • kaohoon

    “เอเซีย พลัส” ลุ้นคนละครึ่ง พลัส ดันหุ้นค้าปลีก-อาหาร ชู BEM-BBL-DELTA เด่น 28/04/69

    โดยมีหุ้นเด่น (Prime Picks) แนะนำ ได้แก่ BBL, BEM, DELTA, CPAXT, BJC, CBG และ OSP อย่างไรก็ตาม ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม แนะนำจับตาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่รายงานงบแข็งแกร่ง นำโดยบริษัท ADVANTEST (6857 JP) ที่รายงานรายได้และกำไรไตรมาส 4 สูงสุดทุบสถิติใหม่ (EPS โตเพิ่มขึ้น 220% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ดีกว่าคาด 35%) หนุนจากยอดขายเครื่องทดสอบชิปที่เติบโตเด่น นอกจากนี้ แนะนำเก็งกำไรใน DR: WUXIAT80 อ้างอิงหุ้น WUXI APPTEC (2359 HK) หลังรายงานกำไรไตรมาส 1 แข็งแกร่งจากออเดอร์ผลิตยาลดน้ำหนักประเภท GLP-1 ที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทปรับเป้าหมายการเติบโตธุรกิจกลุ่มนี้ขึ้นสู่ระดับ 40% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน)

  • mitihoon

    ASPS ชี้ตลาดชินชาสงคราม จับตาแบงก์ชาติทั่วโลกคงดอกเบี้ย ลุ้นรัฐคลอด “คนละครึ่ง พลัส” แจก 4,000 บาท ดันหุ้นค้าปลีก-อาหารเด่น ชู BEM-BBL-DELTA นำทีม 28/04/69

    มิติหุ้น – บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินภาพรวมตลาดการลงทุนว่า ตลาดหุ้นโลกเริ่มมีอาการ “ชินชา” กับข่าวสงคราม โดยวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบแคบ (สหรัฐฯ -0.1% ถึง +0.2%, ยุโรป -0.6% ถึง -0.2%) สวนทางกับราคาน้ำมันดิบ BRENT ที่พุ่งขึ้นเกือบ 3% หลังจากที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านล้มเหลว ทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงหยุดชะงัก อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าอิหร่านได้เสนอ “ข้อตกลงชั่วคราว” โดยจะยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการที่สหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมท่าเรือ ซึ่งหากสัญญาณความตึงเครียดนี้ผ่อนคลายลง อาจเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาน้ำมันดิบย่อตัวลงได้ จับตาซูเปอร์วีคแบงก์ชาติทั่วโลก คาดกอดคอ “คงดอกเบี้ย” – เตือนหุ้นสหรัฐฯ เสี่ยงย่อตัว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในสัปดาห์นี้คือ การประชุมของธนาคารกลางหลักหลายแห่งทั่วโลก ซึ่งฝ่ายวิจัยประเมินว่าภาพรวมจะพิจารณา “คงอัตราดอกเบี้ย” เพื่อรอดูทิศทางเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ที่อาจเพิ่มขึ้นจากค่าแรงและภาคบริการ โดยในสัปดาห์นี้คาดว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะคงดอกเบี้ยที่ 0.75%, คณะกรรมการนโยบายการเงินของไทย (กนง.) คาดคงดอกเบี้ยที่ 1.00%, ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) คาดคงที่ 3.75%, ธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดคงที่ 2.00% และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) คาดคงที่ 3.75% ในส่วนของทิศทางตลาดหุ้น หลังจากที่ดัชนี S&P500 ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นมาแรงถึงประมาณ 10% ในเดือนเมษายน (สูงที่สุดในรอบ 6 ปี) ฝ่ายวิจัยประเมินว่าตลาดหุ้นโลกมีโอกาสที่จะค่อยๆ ลดระดับความร้อนแรงและย่อตัวลงในระยะถัดไป เพื่อรอดูผลกระทบของเงินเฟ้อต่อเศรษฐกิจและกำไรของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งโดยสถิติแล้วหลังผ่านพ้นวิกฤตน้ำมัน ตลาดหุ้นมักจะผันผวนออกข้าง รัฐจ่อคลอดแพ็กเกจ “ไทยช่วยไทย พลัส” อัดฉีด 4,000 บาท ดัน GDP สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศ การเติบโตในปีนี้อาจไม่โดดเด่นมากนัก รัฐบาลจึงเตรียมเข็นแพ็กเกจใหญ่กระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้ชื่อ “ไทยช่วยไทย พลัส” โดยใช้งบประมาณที่เหลือของปี 2569 มาอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเป็นเวลา 4 เดือน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 โครงการหลัก ได้แก่:

  • kaohoon

    “อาริศรา ธรมธัช” ลาออกบอร์ด BEM มีผลทันที 27/04/69

    บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้แจ้งข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า นางสาวอาริศรา ธรมธัช ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ การขอลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

  • set
  • kaohoon

    โบรกเชียร์ซื้อ BEM รับอานิสงส์ “ดับเบิลเด็ค” หนุนรายได้ ชูเป้า 10.50 บาท 27/04/69

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เร่งรัดให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เดินหน้าการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจ็กต์) เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาการจราจร โดยผลักดันให้โครงการทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) เป็นโครงการเร่งด่วน (Quick Win) ทั้งนี้ มองว่ามีความคุ้มค่าที่จะให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน แลกกับการขยายอายุสัมปทาน รวมถึงการลดจำนวนด่านเก็บค่าผ่านทางและอัตราค่าผ่านทาง ซึ่งประเด็นดังกล่าวส่งผลบวกโดยตรงต่อ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ด้านบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า หากโครงการทางด่วน Double Deck มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม จะเป็นปัจจัยบวกต่อ BEM เนื่องจากเป็นปัจจัยแห่งโอกาส (Upside Risk) หลักที่จะช่วยขยายความจุ (Capacity) ของทางด่วน และอาจเป็นแรงผลักดันให้จำนวนผู้ใช้ทางด่วนกลับเข้าสู่ระดับปกติเหมือนช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ในอนาคต ทำให้ประเมินว่าทราฟฟิกหรือปริมาณการจราจรบนทางด่วนของบริษัทมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นในระยะยาว สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 คาดว่ากำไรปกติจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจุบันยอดผู้ใช้บริการทางด่วนและรถไฟฟ้าเป็นรายเดือนเริ่มกลับมาเป็นบวกเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้ว ขณะที่แนวโน้มการเดินทางในไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะสามารถเติบโตได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจากฐานที่ต่ำ

  • thunhoon

    “พิพัฒน์” เร่งดับเบิลเด็ค BEM จ่อรับมูลค่าเพิ่ม 27/04/69

    #BEM #ทันหุ้น – “รมว.คมนาคม” เร่งเครื่อง กทพ. ลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาจราจร ดัน Double Deck เป็น Quick Win  ชี้คุ้มให้เอกชนลงทุนแลกขยายสัมปทาน ลดจำนวนด่านและค่าผ่านทาง โบรกมองหนุนรายได้ระยะยาว BEM คาดหนุนทราฟฟิกปรับเพิ่มในอนาคต แนะ “ซื้อ” เป้าสูงสุด 10.50 บาท นายพิพัฒน์  รัชกิจประการรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 จะไปมอบนโยบาย รับฟังแนวทางการดำเนินงานและการเร่งรัดโครงการเมกะโปรเจ็กต์อยู่ในความรับผิดชอบของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ.โดยเฉพาะโครงการที่อาจเห็นความชัดเจนภายในปีนี้ เนื่องจากรัฐบาลต้องการเร่งรัดการลงทุนโครงการขนาดใหญ่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาการจราจร  ซึ่งโครงการสำคัญในความรับผิดชอบของ กทพ.ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วประกอบด้วย1.โครงการทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 (Double Deck) (ช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9) วงเงิน34,800ล้านบาท2.โครงการทางพิเศษสายศรีนครินทร์-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วงเงิน20,811ล้านบาท3.โครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ วงเงิน46,751ล้านบาท ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างศึกษา อาทิ โครงการมอเตอร์เวย์สาย M8 นครปฐม-ปากท่อ วงเงิน54,562ล้านบาท, โครงการมอเตอร์เวย์ วงแหวนรอบที่ 3 ด้านตะวันออก ช่วง ทล.305-ทล.304,  โครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ ด้านตะวันออก (ทางแนวใหม่) ช่วงจุดตัด ทล.43-จุดตัด ทล.4 เป็นต้น

  • iaa