บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
BEM เตรียมรับทรัพย์! หยวนต้าชี้รอปลดล็อก New S-Curve ทางด่วน Double Deck
P/E 20.72 YIELD 2.86 ราคา 5.25 (0.00%)
บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) เตรียมรับปัจจัยบวกจากการปลดล็อก New S-Curve จากโครงการทางด่วน Double Deck หยวนต้าคงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 10.00 บาท
ไฮไลท์สำคัญ:
- การเติบโต: คาดการณ์กำไรปกติ 4Q25 เติบโต YoY จากการบริหารค่าใช้จ่ายที่ดีและธุรกิจหลักที่ส่งสัญญาณการกลับมาเติบโต
- โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม: คาด COD ฝั่งตะวันออกภายใน ม.ค. 2028 และเต็มสายใน มิ.ย. 2030
- ผู้ใช้บริการ: ยอดผู้ใช้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเดือน ก.ย.-ต.ค. กลับมาเติบโต YoY หนุนจากการเปิดห้าง Dusit Central Park
- ทางด่วน Double Deck: หากรัฐบาลมีแผนมอบ “ทางด่วน 50 บาทตลอดสาย” มีโอกาสผลักดันโครงการทางด่วน Double Deck
รายละเอียดการวิเคราะห์:
บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น BEM โดยมีราคาเป้าหมายสิ้นปี 2026 ที่ 10.00 บาท อิงวิธี SOTP DCF (Sum-of-the-parts Discounted Cash Flow) โดยมี WACC (Weighted Average Cost of Capital) ที่ 5.2% (Ke 8.6%, Beta 0.9) และ Terminal Growth ที่ 0% รวมถึง Premium 4% จาก Yuanta ESG Rating ที่ AAA
หยวนต้าคาดการณ์กำไรปกติใน 4Q25 จะลดลง QoQ เนื่องจากไม่มีเงินปันผลรับจาก TTW แต่คาดว่าจะกลับมาเติบโต YoY จากการบริหารค่าใช้จ่ายที่ดีและธุรกิจหลักที่ส่งสัญญาณการกลับมาเติบโต โดยอิงจากยอดผู้ใช้ทางด่วนและรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเฉลี่ยเดือน ต.ค. 2025 ที่กลับมาเติบโต YoY เป็นครั้งแรกของปี
นอกจากนี้ ใน 4Q25 จะมีปัจจัยหนุนจาก i) การเปิด Dusit Central Park เต็มไตรมาส ii) การจัดงานที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และ iii) มาตรการ “คนละครึ่งพลัส” ที่สามารถใช้กับรถไฟฟ้า
ข้อสังเกต:
BEM รายงานความคืบหน้าของงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ณ สิ้น ต.ค. 2025 โดยแบ่งเป็น:
- ฝั่งตะวันออก: งานระบบรถไฟฟ้าคืบหน้า 25% ส่วนงานโยธาเสร็จแล้ว
- ฝั่งตะวันตก: งานโยธาและระบบรถไฟฟ้าคืบหน้า 19% และ 7% ตามลำดับ
ยอดผู้ใช้ทางด่วนเฉลี่ย 9M25 อยู่ที่ 1.10 ล้านเที่ยว/วัน (-1.4% YoY) ยังเผชิญผลกระทบจากงานก่อสร้างใกล้แนวทางด่วนและภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว บริษัทคาดยอดเฉลี่ยจะเห็นการฟื้นตัว YoY มากขึ้นในปี 2026 แต่ยังอยู่ในระดับ 1.10 ล้านเที่ยว/วัน
การเจรจาลดค่าทางด่วนขั้นที่ 1-2 ให้ไม่เกิน 50 บาทตลอดสายจะเป็นประโยชน์กับกลุ่มผู้ใช้ที่เดินทางระยะไกล แม้รายได้ของ BEM จะหายไปจากการปรับลดค่าผ่านทาง แต่จะถูกชดเชยด้วยสัดส่วนรายได้ที่มากขึ้นและจะประหยัดต้นทุนมากขึ้นจากการปิดด่านเก็บเงิน
สรุป:
หยวนต้าให้ความเห็นว่า BEM มีความน่าสนใจจาก:
- ธุรกิจหลักที่แข็งแกร่งและสร้างรายได้สม่ำเสมอ
- Catalyst สำคัญจากการเปิดโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่จะเพิ่มแหล่งรายได้และสร้าง Synergy ร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินตั้งแต่ปี 2028 เป็นต้นไป
- การปลดล็อก Upside Risks จากโครงการทางด่วน Double Deck และรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้
- Div. Yield ที่มี Upside หลังผ่านพ้นช่วงการลงทุน