ช่าวหุ้น KBANK
เดือนนี้ / เดือนก่อน
ปีนี้ / ปีก่อน
-
kaohoon
KBANK ชี้กรอบ “เงินบาท” สัปดาห์หน้า 32.10-33.10 บ. จับตาเงินเฟ้อไทย-ถ้อยแถลงเฟด 04/04/69
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK มองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทสัปดาห์ระหว่างวันที่ 6-10 เม.ย. 2569 ที่ระดับ 32.10-33.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อเดือนมี.ค. ของไทย (อ.7 เม.ย.) สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติและถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM ภาคบริการเดือนมี.ค. (จ.)ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.พ. (อ.)บันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 17-18 มี.ค. (พ.) ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนก.พ.และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (พฤ.)ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมี.ค.ดัชนีความเชื่อมั่นและตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อในมุมมองผู้บริโภคเดือนเม.ย. (ศ.) นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคบริการเดือนมี.ค. ของยูโรโซนและอังกฤษ (อ.)และดัชนีราคาผู้บริโภคมี.ค. ของจีน (ศ.) ด้วยเช่นกัน ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทผันผวนแต่พลิกกลับมาแข็งค่าปลายสัปดาห์รับความหวังว่าวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซอาจทยอยคลี่คลายลง เงินบาทอ่อนค่าลงเข้าใกล้แนว 33.00 ในช่วงต้นสัปดาห์สวนทางเงินดอลลาร์ฯที่แข็งค่าตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับขึ้นท่ามกลางสัญญาณตึงเครียดมากขึ้นในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ เงินบาทยังมีปัจจัยลบจากสถานะขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เงินบาทแข็งค่ากลับมาช่วงกลางสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายหลัง ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุถึงความสำเร็จของภารกิจทำลายขีดความสามารถทางการทหารของอิหร่านและความเป็นไปได้ที่กองทัพสหรัฐฯจะถอนตัวออกมาซึ่งจุดชนวนความหวังว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจคลี่คลายลงการเคลื่อนไหวของเงินบาทในระหว่างสัปดาห์ยังคงผันผวน
-
thunhoon
บล.พาย คาดกลุ่มแบงก์กำไร Q1/69 ที่ 5.7 หมื่นลบ.-ชู KBANK-KTB เด่น 02/04/69
#ทันหุ้น-บล.พาย ออกบทวิเคราะห์กลุ่มธนาคารพาณิชย์ 9 แห่งที่อยู่ในการศึกษา โดยคาดการณ์ผลดำเนินงานไตรมาส 1/69 จะมีกำไรสุทธิรวม 5.7 หมื่นล้านบาท ลดลง 6.6% YoY แต่เพิ่มขึ้น 12.5% QoQ ขณะที่ NPL ratio ทรงตัวอยู่ที่ราว 3.7% พร้อมประเมินกำไรสุทธิทั้งปี 2569 จะลดลง 2% มีปัจจัยกดดันจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงจาก NIM ที่อ่อนแอต่อเนื่อง และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงจากฐานสูง โดยให้น้ำหนักเท่ากับตลาด เลือกหุ้น KBANK และ KTB เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม ฝ่ายวิจัยพาย คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 1/69 ของกลุ่มแบงก์ ที่ลดลง YoY เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง และกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน หรือ FVTPL ลดลง ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น QoQ มีปัจจัยหนุนจากค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินงานลดลง มองว่าผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยต่อผลดำเนินงาน แต่ธนาคารอาจกันสำรองหนี้พิเศษเพิ่มเติม โดยการประเมินของฝ่ายวิจัย มองว่า (1) KTB, TISCO กำไรเติบโตทั้ง YoY และ QoQ (2) CREDIT, KKP, TCAPกำไรสุทธิเติบโต YoY แต่ลดลง QoQ (3) BBL, KBANK, SCB กำไรปรับเพิ่มขึ้น QoQ แต่ลดลง YoY และ (4) TTB กำไรสุทธิปรับลดลง QoQ และทรงตัว YoY
-
hoonsmart
“KBank THE WISDOM” ผนึก “วีซ่า” ยกระดับมอบประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟให้ลูกค้า 01/04/69
HoonSmart.com>>เดอะวิสดอมกสิกรไทย (KBank THE WISDOM) เดินหน้าสู่ก้าวใหม่ของการยกระดับสิทธิพิเศษด้วยบัตรเครดิตเดอะวิสดอมกสิกรไทย ภายใต้แนวคิด “Your New WISDOM Journey” จับมือกับ วีซ่า (Visa) มอบประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟ ครอบคลุมทั้งการเดินทาง การพักผ่อน และการใช้ชีวิตระดับลักชูรี ผ่านแคมเปญ “UP SPENDING, MORE PRIVILEGES” ลูกค้าสามารถเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเดอะวิสดอมกสิกรไทยให้เป็นประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟ ครอบคลุมทั้งเลือกตั๋วเครื่องบิน หรือเลือกอัปเกรดสู่ชั้นธุรกิจ พร้อมบริการลิมูซีนรับ-ส่ง รวมถึงสิทธิพิเศษด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ อาทิ พักฟรีคืนที่ 4 ในโรงแรมระดับเวิลด์คลาสทั่วโลก และประสบการณ์มื้ออาหารเอ็กซ์คลูซีฟกับ K-Curated Dining Experience พร้อมสิทธิพิเศษมา 2 จ่าย 1 และแลก K Point รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 15% ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2569 – 31 ธันวาคม 2569 นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ความร่วมมือกับวีซ่า สอดคล้องกับอินไซต์ของลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเพื่อได้รับประสบการณ์ที่มีคุณค่า เดอะวิสดอมกสิกรไทย จึงคัดสรรความพิเศษที่ครอบคลุมไลฟ์ไสตล์ระดับพรีเมียม ด้วยแนวคิด Your New WISDOM Journey เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้จ่ายที่ครอบคลุมทั้งการเดินทางที่สะดวกสบาย ทริปพักผ่อนระดับพรีเมียม หรือมื้ออาหารที่สร้างความประทับใจร่วมกับครอบครัวและคนใกล้ชิด เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่มีคุณค่า บริการระดับเวิลด์คลาส และความคุ้มค่าในทุกการใช้จ่าย นายแอนโทนี วัตสัน ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการผสานความแข็งแกร่งของเครือข่ายการชำระเงินระดับโลกของวีซ่า เข้ากับความเข้าใจความต้องการของลูกค้าในเชิงลึกของเดอะวิสดอมกสิกรไทย โดยพัฒนาเอกสิทธิ์ที่ตอบโจทย์การเดินทางท่องเที่ยวและมอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย พร้อมอำนวยความสะดวกในทุกการใช้จ่ายผ่านเครือข่ายการชำระเงินของวีซ่าที่ครอบคลุมทั่วโลก ครบทั้งการเดินทาง ที่พัก และมื้ออาหาร
-
kaohoon
KBANK มองกรอบ “เงินบาท” สัปดาห์หน้า 32.10-33.10 บ. จับตาทิศทางเฟด-ราคาน้ำมันโลก 28/03/69
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 มี.ค. 69) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK คาดกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์หน้า (30 มี.ค.-3 เม.ย.) ที่ระดับ 32.10-33.10 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาดวันศุกร์ที่ 27 มี.ค. 69 ที่ 32.92 บาท/ดอลลาร์ เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่า ท่ามกลางความกังวลต่อความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงคราม เงินบาททำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบ 10 เดือนที่ 33.06 บาท/ดอลลาร์ ช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางสัญญาณตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาฟื้นตัวขึ้นช่วงสั้น ๆ ในช่วงต่อมาตามแรงซื้อคืนสกุลเงินและสินทรัพย์เสี่ยงในฝั่งเอเชียรับความหวังว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจคลี่คลายลงบางส่วน หลังมีรายงานข่าวระบุว่า สหรัฐฯ จะชะลอการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปก่อน ในช่วงที่เหลือของสัปดาห์เงินบาทกลับไปเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่าสอดคล้องกับทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังคงปรับตัวอยู่ในกรอบสูงรับสัญญาณที่สะท้อนว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจไม่สามารถยุติได้เร็ว เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายต่างเสนอเงื่อนไขหลายข้อที่จะต้องพิจารณาก่อนนำไปสู่การเริ่มเจรจา นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากความกังวลต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อที่จะส่งผลทำให้เฟดอาจไม่สามารถปรับลดดอกเบี้ยลงในปีนี้
-
thunhoon
KBANK กรุงศรีคาดกำไร Q1/69 ที่ 1.14 หมื่นลบ. ชูหุ้นเด่นของกลุ่ม 27/03/69
#KBANK #ทันหุ้น-บล.กรุงศรี แนะนำซื้อหุ้นธนาคาร กสิกรไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KBANK ให้ราคาเป้าหมายที่ 230 บาท โดยเลือกเป็นหุ้น Top Pick ของกลุ่มคู่กับหุ้นธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KTB โดยฝ่ายวิจัยคาดว่า KBANK จะมีกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 1.14 หมื่นล้านบาท ลดลง 17% YoY แต่เพิ่มขึ้น 11% QoQ ซึ่งกำไรที่ลดลง เพราะรายได้ดอกเบี้ยลดลงจาก NIM ลดลง ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น เพราะค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง จากปัจจัยฤดูกาล ค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) ลดลง ฝ่ายวิจัยกรุงศรี ที่แนะนำซื้อหุ้น KBANK เนื่องจากคาดธนาคารสามารถรักษาระดับเงินปันผลต่อปี dividend yield 7% โดยเงินปันผลครึ่งหลังปี 2568 รวมทั้งหมด 12 บาทต่อหุ้น (Yield 6%) ขึ้น XD วันที่ 21 เม.ย. 2569 และมีโอกาสเห็นการเพิ่ม dividend payout ได้ในอนาคตระยะยาว ขณะที่ total dividend payout ratio (รวม special dividend และ share buy back) ปี 2569 ฝ่ายวิจัยคาดที่ 85% สูงกว่าปี 2568 ที่73%
-
iaa
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
“กรุงศรี” คงมุมมอง Neutral กลุ่มแบงก์ ชู KBANK-KTB ท็อปพิก รับปันผลสูง-กำไรไตรมาส 1 ฟื้น 22/03/69
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยข้อมูลในบทวิเคราะห์ โดยยังคงมุมมองการลงทุนต่อกลุ่มธนาคารที่ระดับ Neutral โดยให้น้ำหนักการลงทุนในลักษณะ Value Play จากจุดเด่นด้านอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่คาดว่าจะอยู่ในระดับ 6-8% ต่อปี พร้อมคงบริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยประเมินว่ากำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารในไตรมาส 1/2569 มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากแรงกดดันด้านรายได้รวม โดยมีสาเหตุสำคัญจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ หรือ NII ตามการหดตัวของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ หรือ NIM การชะลอตัวของสินเชื่อรวม และการลดลงของรายได้จากเงินลงทุน อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำไรจะฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน หรือ OPEX ที่ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล โดยในมุมมองทั้งปี 2569 ฝ่ายวิจัยมองว่าปัจจัยสำคัญที่จะช่วยพยุงผลประกอบการของกลุ่มธนาคารจะอยู่ที่การบริหารต้นทุนทางการเงิน การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน การบริหารค่าใช้จ่ายสำรอง หรือ credit cost รวมถึงการดูแลคุณภาพสินทรัพย์ โดยประเมินว่าสถานการณ์ปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ธนาคารสามารถบริหารจัดการได้
-
kaohoon
KBANK มองกรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 32.30-33.20 บ. จับตาส่งออกไทย-ตะวันออกกลาง-ฟันด์โฟลว์ 21/03/69
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า( 23-27 มีนาคม 2569) ไว้ที่ระดับ 32.30-33.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ขณะเดียวกัน ตลาดยังรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีราคานำเข้าและส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและมุมมองต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อ ดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนมีนาคม รวมถึงตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูล PMI เบื้องต้นเดือนมีนาคมของญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ ตลอดจนอัตราเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์ของญี่ปุ่นและอังกฤษ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางค่าเงินและการคาดการณ์นโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักทั่วโลก
-
kaohoon
KBANK ชี้กรอบ “เงินบาท” สัปดาห์หน้า 32.10-33.10 บ. จับตาเงินเฟ้อไทย-ถ้อยแถลงเฟด 04/04/69
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK มองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทสัปดาห์ระหว่างวันที่ 6-10 เม.ย. 2569 ที่ระดับ 32.10-33.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อเดือนมี.ค. ของไทย (อ.7 เม.ย.) สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติและถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM ภาคบริการเดือนมี.ค. (จ.)ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.พ. (อ.)บันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 17-18 มี.ค. (พ.) ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนก.พ.และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (พฤ.)ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมี.ค.ดัชนีความเชื่อมั่นและตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อในมุมมองผู้บริโภคเดือนเม.ย. (ศ.) นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคบริการเดือนมี.ค. ของยูโรโซนและอังกฤษ (อ.)และดัชนีราคาผู้บริโภคมี.ค. ของจีน (ศ.) ด้วยเช่นกัน ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทผันผวนแต่พลิกกลับมาแข็งค่าปลายสัปดาห์รับความหวังว่าวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซอาจทยอยคลี่คลายลง เงินบาทอ่อนค่าลงเข้าใกล้แนว 33.00 ในช่วงต้นสัปดาห์สวนทางเงินดอลลาร์ฯที่แข็งค่าตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับขึ้นท่ามกลางสัญญาณตึงเครียดมากขึ้นในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ เงินบาทยังมีปัจจัยลบจากสถานะขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เงินบาทแข็งค่ากลับมาช่วงกลางสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายหลัง ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุถึงความสำเร็จของภารกิจทำลายขีดความสามารถทางการทหารของอิหร่านและความเป็นไปได้ที่กองทัพสหรัฐฯจะถอนตัวออกมาซึ่งจุดชนวนความหวังว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจคลี่คลายลงการเคลื่อนไหวของเงินบาทในระหว่างสัปดาห์ยังคงผันผวน
-
thunhoon
บล.พาย คาดกลุ่มแบงก์กำไร Q1/69 ที่ 5.7 หมื่นลบ.-ชู KBANK-KTB เด่น 02/04/69
#ทันหุ้น-บล.พาย ออกบทวิเคราะห์กลุ่มธนาคารพาณิชย์ 9 แห่งที่อยู่ในการศึกษา โดยคาดการณ์ผลดำเนินงานไตรมาส 1/69 จะมีกำไรสุทธิรวม 5.7 หมื่นล้านบาท ลดลง 6.6% YoY แต่เพิ่มขึ้น 12.5% QoQ ขณะที่ NPL ratio ทรงตัวอยู่ที่ราว 3.7% พร้อมประเมินกำไรสุทธิทั้งปี 2569 จะลดลง 2% มีปัจจัยกดดันจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงจาก NIM ที่อ่อนแอต่อเนื่อง และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงจากฐานสูง โดยให้น้ำหนักเท่ากับตลาด เลือกหุ้น KBANK และ KTB เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม ฝ่ายวิจัยพาย คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 1/69 ของกลุ่มแบงก์ ที่ลดลง YoY เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง และกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน หรือ FVTPL ลดลง ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น QoQ มีปัจจัยหนุนจากค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินงานลดลง มองว่าผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยต่อผลดำเนินงาน แต่ธนาคารอาจกันสำรองหนี้พิเศษเพิ่มเติม โดยการประเมินของฝ่ายวิจัย มองว่า (1) KTB, TISCO กำไรเติบโตทั้ง YoY และ QoQ (2) CREDIT, KKP, TCAPกำไรสุทธิเติบโต YoY แต่ลดลง QoQ (3) BBL, KBANK, SCB กำไรปรับเพิ่มขึ้น QoQ แต่ลดลง YoY และ (4) TTB กำไรสุทธิปรับลดลง QoQ และทรงตัว YoY
-
hoonsmart
“KBank THE WISDOM” ผนึก “วีซ่า” ยกระดับมอบประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟให้ลูกค้า 01/04/69
HoonSmart.com>>เดอะวิสดอมกสิกรไทย (KBank THE WISDOM) เดินหน้าสู่ก้าวใหม่ของการยกระดับสิทธิพิเศษด้วยบัตรเครดิตเดอะวิสดอมกสิกรไทย ภายใต้แนวคิด “Your New WISDOM Journey” จับมือกับ วีซ่า (Visa) มอบประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟ ครอบคลุมทั้งการเดินทาง การพักผ่อน และการใช้ชีวิตระดับลักชูรี ผ่านแคมเปญ “UP SPENDING, MORE PRIVILEGES” ลูกค้าสามารถเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเดอะวิสดอมกสิกรไทยให้เป็นประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟ ครอบคลุมทั้งเลือกตั๋วเครื่องบิน หรือเลือกอัปเกรดสู่ชั้นธุรกิจ พร้อมบริการลิมูซีนรับ-ส่ง รวมถึงสิทธิพิเศษด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ อาทิ พักฟรีคืนที่ 4 ในโรงแรมระดับเวิลด์คลาสทั่วโลก และประสบการณ์มื้ออาหารเอ็กซ์คลูซีฟกับ K-Curated Dining Experience พร้อมสิทธิพิเศษมา 2 จ่าย 1 และแลก K Point รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 15% ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2569 – 31 ธันวาคม 2569 นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ความร่วมมือกับวีซ่า สอดคล้องกับอินไซต์ของลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเพื่อได้รับประสบการณ์ที่มีคุณค่า เดอะวิสดอมกสิกรไทย จึงคัดสรรความพิเศษที่ครอบคลุมไลฟ์ไสตล์ระดับพรีเมียม ด้วยแนวคิด Your New WISDOM Journey เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้จ่ายที่ครอบคลุมทั้งการเดินทางที่สะดวกสบาย ทริปพักผ่อนระดับพรีเมียม หรือมื้ออาหารที่สร้างความประทับใจร่วมกับครอบครัวและคนใกล้ชิด เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่มีคุณค่า บริการระดับเวิลด์คลาส และความคุ้มค่าในทุกการใช้จ่าย นายแอนโทนี วัตสัน ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการผสานความแข็งแกร่งของเครือข่ายการชำระเงินระดับโลกของวีซ่า เข้ากับความเข้าใจความต้องการของลูกค้าในเชิงลึกของเดอะวิสดอมกสิกรไทย โดยพัฒนาเอกสิทธิ์ที่ตอบโจทย์การเดินทางท่องเที่ยวและมอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย พร้อมอำนวยความสะดวกในทุกการใช้จ่ายผ่านเครือข่ายการชำระเงินของวีซ่าที่ครอบคลุมทั่วโลก ครบทั้งการเดินทาง ที่พัก และมื้ออาหาร
-
kaohoon
KBANK มองกรอบ “เงินบาท” สัปดาห์หน้า 32.10-33.10 บ. จับตาทิศทางเฟด-ราคาน้ำมันโลก 28/03/69
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 มี.ค. 69) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK คาดกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์หน้า (30 มี.ค.-3 เม.ย.) ที่ระดับ 32.10-33.10 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาดวันศุกร์ที่ 27 มี.ค. 69 ที่ 32.92 บาท/ดอลลาร์ เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่า ท่ามกลางความกังวลต่อความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงคราม เงินบาททำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบ 10 เดือนที่ 33.06 บาท/ดอลลาร์ ช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางสัญญาณตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาฟื้นตัวขึ้นช่วงสั้น ๆ ในช่วงต่อมาตามแรงซื้อคืนสกุลเงินและสินทรัพย์เสี่ยงในฝั่งเอเชียรับความหวังว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจคลี่คลายลงบางส่วน หลังมีรายงานข่าวระบุว่า สหรัฐฯ จะชะลอการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปก่อน ในช่วงที่เหลือของสัปดาห์เงินบาทกลับไปเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่าสอดคล้องกับทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังคงปรับตัวอยู่ในกรอบสูงรับสัญญาณที่สะท้อนว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจไม่สามารถยุติได้เร็ว เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายต่างเสนอเงื่อนไขหลายข้อที่จะต้องพิจารณาก่อนนำไปสู่การเริ่มเจรจา นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากความกังวลต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อที่จะส่งผลทำให้เฟดอาจไม่สามารถปรับลดดอกเบี้ยลงในปีนี้
-
thunhoon
KBANK กรุงศรีคาดกำไร Q1/69 ที่ 1.14 หมื่นลบ. ชูหุ้นเด่นของกลุ่ม 27/03/69
#KBANK #ทันหุ้น-บล.กรุงศรี แนะนำซื้อหุ้นธนาคาร กสิกรไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KBANK ให้ราคาเป้าหมายที่ 230 บาท โดยเลือกเป็นหุ้น Top Pick ของกลุ่มคู่กับหุ้นธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KTB โดยฝ่ายวิจัยคาดว่า KBANK จะมีกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 1.14 หมื่นล้านบาท ลดลง 17% YoY แต่เพิ่มขึ้น 11% QoQ ซึ่งกำไรที่ลดลง เพราะรายได้ดอกเบี้ยลดลงจาก NIM ลดลง ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น เพราะค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง จากปัจจัยฤดูกาล ค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) ลดลง ฝ่ายวิจัยกรุงศรี ที่แนะนำซื้อหุ้น KBANK เนื่องจากคาดธนาคารสามารถรักษาระดับเงินปันผลต่อปี dividend yield 7% โดยเงินปันผลครึ่งหลังปี 2568 รวมทั้งหมด 12 บาทต่อหุ้น (Yield 6%) ขึ้น XD วันที่ 21 เม.ย. 2569 และมีโอกาสเห็นการเพิ่ม dividend payout ได้ในอนาคตระยะยาว ขณะที่ total dividend payout ratio (รวม special dividend และ share buy back) ปี 2569 ฝ่ายวิจัยคาดที่ 85% สูงกว่าปี 2568 ที่73%
-
iaa
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
“กรุงศรี” คงมุมมอง Neutral กลุ่มแบงก์ ชู KBANK-KTB ท็อปพิก รับปันผลสูง-กำไรไตรมาส 1 ฟื้น 22/03/69
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยข้อมูลในบทวิเคราะห์ โดยยังคงมุมมองการลงทุนต่อกลุ่มธนาคารที่ระดับ Neutral โดยให้น้ำหนักการลงทุนในลักษณะ Value Play จากจุดเด่นด้านอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่คาดว่าจะอยู่ในระดับ 6-8% ต่อปี พร้อมคงบริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยประเมินว่ากำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารในไตรมาส 1/2569 มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากแรงกดดันด้านรายได้รวม โดยมีสาเหตุสำคัญจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ หรือ NII ตามการหดตัวของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ หรือ NIM การชะลอตัวของสินเชื่อรวม และการลดลงของรายได้จากเงินลงทุน อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำไรจะฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน หรือ OPEX ที่ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล โดยในมุมมองทั้งปี 2569 ฝ่ายวิจัยมองว่าปัจจัยสำคัญที่จะช่วยพยุงผลประกอบการของกลุ่มธนาคารจะอยู่ที่การบริหารต้นทุนทางการเงิน การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน การบริหารค่าใช้จ่ายสำรอง หรือ credit cost รวมถึงการดูแลคุณภาพสินทรัพย์ โดยประเมินว่าสถานการณ์ปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ธนาคารสามารถบริหารจัดการได้
-
kaohoon
KBANK มองกรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 32.30-33.20 บ. จับตาส่งออกไทย-ตะวันออกกลาง-ฟันด์โฟลว์ 21/03/69
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า( 23-27 มีนาคม 2569) ไว้ที่ระดับ 32.30-33.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ขณะเดียวกัน ตลาดยังรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีราคานำเข้าและส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและมุมมองต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อ ดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนมีนาคม รวมถึงตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูล PMI เบื้องต้นเดือนมีนาคมของญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ ตลอดจนอัตราเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์ของญี่ปุ่นและอังกฤษ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางค่าเงินและการคาดการณ์นโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักทั่วโลก
-
set
-
mitihoon
ศูนย์วิจัยกสิกร ชี้ฮอร์มุซปิดยืดเยื้อ ฉุดจีดีพีไทยเสี่ยงหด 19/03/69
มิติหุ้น – ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเตือนความขัดแย้งตะวันออกกลางเสี่ยงยืดเยื้อ กระทบเศรษฐกิจโลก หาก ช่องแคบฮอร์มุซ ปิด ดันน้ำมันพุ่ง กดจีดีพีไทยเสี่ยงหด 0.2-0.7% บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด โดยนายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจไม่จบโดยเร็ว ปัจจัยสำคัญมาการปิดเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานโลก ส่งผลให้เกิดแรงกระแทกเป็นลูกโซ่ตั้งแต่ภาคปิโตรเคมีไปจนถึงราคาอาหารโลก รวมถึงกระทบภาคการบินและการขนส่งระหว่างประเทศ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นสวนทางกับค่าเงินในเอเชีย ส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาท ตลาดทุน และภาพรวมเศรษฐกิจโลก เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจชะงักงันพร้อมกับเงินเฟ้อ ด้านนางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยไว้ที่ร้อยละ 0.2-0.7 ภายใต้สมมติฐานว่าช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดเป็นเวลา 1-3 เดือน และราคาน้ำมันยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ฯ โดยคาดว่าราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปี 2569 จะอยู่ที่ 75-90 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีเลวร้ายที่ราคาน้ำมันพุ่งเกิน 130 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรลเป็นเวลานานกว่า 3 เดือน อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อทะลุกรอบเป้าหมายร้อยละ 3 และกดดันให้จีดีพีไทยปี 2569 ไม่เติบโต
-
thunhoon
เอเซีย พลัส แนะหุ้น KBANK พื้นฐานเด่น-ปันผลสูง 18/03/69
#KBANK #ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส แนะนำหุ้นธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK เป็นหุ้นเด่น ที่มีความแข็งแกร่งทางธุรกิจ และปันผลสุง ในช่วงที่ปัจจัยภายนอกยังคลุมเครือ ซึ่ง KBANK จ่ายเงินปันผลครึ่งหลังปี 2568 สูงถึง 12 บาทต่อหุ้น (ขึ้น XD 21 เม.ย. 69) คิดเป็น Yield 6.5% นอกจากนี้ยังมีโครงการซื้อหุ้นคืน 8.8 พันล้านบาท ซึ่งล่าสุดซื้อสุทธิไปเพียง 3.5 พันล้านบาท เหลือ Room ให้ซื้ออีกเยอะ ซึ่งจะช่วยพยุงราคาหุ้นในแข็งแกร่งกว่าตลาดฯ อีกทั้งความตั้งใจของรัฐบาลใหม่ ที่ต้องการอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ ทั้งนักลงทุนไทยและต่างประเทศ ให้เข้ามาลงทุนมากขึ้น จะช่วยเอื้อต่อการเกิด Capex cycle มองว่าดีต่อสินเชื่อของธนาคารใหญ่ อย่าง KBANK อีกด้วย ฝ่ายวิจัยเอเซีย พลัส มองว่า KBANK มีแนวโน้มเป็นขาขึ้น โดยรอบล่าสุดได้วิ่งในกรอบ Parallel Channel ขาขึ้น หากอิง Elliott Wave กำลังเข้าสู่ช่วงเริ่มต้นของคลื่น 5 ของ 3 มองเป้าบนแรกที่อย่างน้อย High เดิม ขณะที่ PBV อยู่ที่ 0.7 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 0.9 เท่า มี Upside เกือบ 20% และได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นตามทิศทางเงินเฟ้อที่มีโอกาสสูงขึ้น หลังราคาน้ำมันดิบโลก Brent ทะลุ 100 เหรียญต่อบาร์เรล
-
kaohoon
KBANK-KTB วิ่งคึก! โบรกชูท็อปพิก ปันผลสูงปีละ 6-8% 17/03/69
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 มี.ค.69) ณ เวลา 11:32 น. ราคาหุ้น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK อยู่ที่ระดับ 188.50 บาท บวก 3.50 บาท หรือ 1.89% สูงสุดที่ระดับ 189 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 186.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 971.91 ล้านบาท ด้านราคาหุ้น ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB อยู่ที่ระดับ 34.75 บาท บวก 0.75 บาท หรือ 2.21% สูงสุดที่ระดับ 34.75 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 34 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.13 พันล้านบาท ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ระบุว่า KSS ประเมินหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังเป็นธีมการลงทุนแบบ Value Play จากการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง โดยคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ราว 6-8% ต่อปี พร้อมคงคำแนะนำหุ้นเด่น (Top Pick) ได้แก่ KBANK และ KTB
-
thunhoon
หุ้นไทยวันนี้(16 มี.ค.) ร่วง 4.33 จุด ขาย KBANK-PTT-AOT 16/03/69
#ทันหุ้น-ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้(16 มี.ค.69) ปิดที่ 1,405.02 จุด ลบ 4.33 จุด หรือ 0.31% โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 52,542.60 ล้านบาท ภาวะการซื้อขายภาคบ่ายมีแรงขายทำกำไรออกมาทำให้ดัชนีอ่อนตัวลงในแดนลบอยู่ในกรอบแคบ เนื่องจากนักลงทุนยังรอติดตามการประชุมเฟดในสัปดาห์นี้ รวมถึงมีปัจจัยกดดันจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กดดันตลาดหุ้นทั่วโลก ซึ่งช่วงบ่ายมีแรงขายในหุ้น PTT, KBANK, AOT และ CPALL เป็นต้น อย่างไรก็ตามมีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มไอซีที ได้แก่หุ้น ADVANC และ TRUE เนื่องจากคาดผลดำเนินงานยังเติบโต เพราะการแข่งขันในธุรกิจไม่มาก รวมถึงได้รับผลกระทบที่จำกัด จากการที่ราคาพลังงานปรับขึ้น หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 10 อันดับแรก
-
kaohoon
KBANK มองกรอบบาทสัปดาห์หน้า 31.50-32.50 บ. จับตาประชุมเฟด-ศึกตะวันออกกลาง 14/03/69
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า (ระหว่างวันที่ 16-20 มี.ค.) ไว้ที่ระดับ 31.50-32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (13 มี.ค. 69) ค่าเงินบาทได้ปรับตัวอ่อนค่าลงไปแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 เดือนครึ่งที่ 32.39 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะฟื้นตัวกลับมาปิดตลาดในประเทศที่ระดับ 32.27 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทมีการปรับตัวแข็งค่าขึ้นในช่วงสั้นๆ ภายหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมากล่าวว่าสงครามกับอิหร่านใกล้จะสิ้นสุดลง อย่างไรก็ดี เงินบาทได้พลิกกลับมาอ่อนค่าลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ได้เป็นปัจจัยหนุนให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้ประกาศยืนยันที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าทะลุแนว 32.00 บาท ไปแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 เดือนครึ่ง (นับตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค. 68) ที่ 32.39 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงท้ายสัปดาห์ นอกจากนี้ ทิศทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาคเอเชีย ที่ส่วนใหญ่มีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก ประกอบกับกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (Fund Flow) ของนักลงทุนต่างชาติที่อยู่ในฝั่งขายสุทธิทั้งในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรไทย ล้วนเป็นปัจจัยลบที่เข้ามากดดันค่าเงินบาทด้วยเช่นกัน ในทางกลับกัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับปรับตัวแข็งค่าขึ้นในฐานะสกุลเงินปลอดภัย (Safe Haven) ประกอบกับได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความเสี่ยงด้านอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงได้ภายในปีนี้
-
kaohoon
KBANK รับรางวัลสุดยอดองค์กรด้าน HR ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการบริหารบุคลากร 13/03/69
นางสาวหทัยพร เจียมประเสริฐ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยว่า ธนาคารได้รับรางวัลสุดยอดองค์กรที่มีแนวปฏิบัติในการดูแลคนยอดเยี่ยม “People Outperform Index™ – 2025 Top HR Practice Excellence” จากงาน 100 Outperforming Enterprises โดยกสิกรไทยเป็นธนาคารเพียงแห่งเดียวในกลุ่มการเงินและบริการที่ได้รับคัดเลือกให้ติด 1 ใน 11 องค์กรชั้นนำของประเทศ รางวัลดังกล่าวสะท้อนความเป็นเลิศด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของธนาคาร ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจ ทั้งในด้านการพัฒนาผู้นำ การยกระดับทักษะบุคลากร และการใช้ข้อมูลเชิงลึกมาขับเคลื่อนการบริหารจัดการอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยดำเนินยุทธศาสตร์ด้านทรัพยากรบุคคล โดยมุ่งส่งเสริมให้บุคลากรสามารถพัฒนาศักยภาพได้สูงสุด พร้อมพัฒนาทักษะให้สอดรับกับทิศทางธุรกิจของธนาคาร และสนับสนุนให้พนักงานนำเทคโนโลยี AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม จนเกิด Use Case ที่หลากหลายภายในองค์กร
-
kaohoon
“สุเชษฐ์” มอง SET รีบาวด์ ลุ้นทดสอบ 1,420 จุด แนะเก็งกำไร KBANK-CK-ADVANC 10/03/69
นายสุเชษฐ์ สุขแท้ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายมีเดียมาร์เก็ตติ้ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด (ASL) เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” ประจำวันที่ 10 มีนาคม 2569 ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปรับตัวบวกถ้วนหน้า ทั้งเกาหลีใต้ (+5% หรือ 273 จุด), ญี่ปุ่น (+3% หรือ 1,670 จุด), ไต้หวัน (+3.4% หรือ 1,091 จุด), ฮ่องกง (+0.93% หรือ 239 จุด) รวมถึงฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม (+1%) ซึ่งเป็นการตอบรับเชิงบวกต่อข่าวที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสงครามจะยุติลงอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จะเกิดการรีบาวด์ไปทดสอบแนวต้านที่ระดับ 1,390 จุด ถึง 1,410 จุด (บวกประมาณ 30 จุด หรือ 2%) และมีโอกาสที่ตลาดยุโรปซึ่งอยู่ในช่วงฟื้นตัวจะช่วยผลักดันให้ดัชนีขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดที่ 1,420 จุด สำหรับกลยุทธ์การลงทุนรายตัว แนะนำ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ที่เริ่มฟื้นตัว โดยมีแนวรับ 180 บาท และแนวต้าน 190-200 บาท, บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK แม้ราคาจะอ่อนตัวลงมาที่ 25.30 บาท แต่มีพื้นฐานรองรับ โดยมีเป้าหมายระยะสั้น 16.00-16.50 บาท จนถึง 18.00 บาท (จากฐานระดับ 15.30 บาท), บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ที่ฟื้นตัวจากระดับ 350 บาท โดยมีเป้าหมายระยะสั้น 360 บาท และเป้าหมายระยะกลางที่ 380 บาท, บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MOSHI ราคาทำนิวโลว์ที่ 33.50 บาท แม้จะกังวลเรื่องยอดขายแต่มีแนวรับ 30 บาท แนวต้าน 35.50 บาท และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA มีแนวรับแข็งแกร่งที่ 3.90-3.98 บาท โดยมีแนวต้าน 4.20-4.50 บาท
-
thunhoon
‘แบงก์’ กระทบจำกัดลดดอกเบี้ย แนะ‘ KBANK-BBL’ ปันผลดุ 02/03/69
#หุ้นแบงก์ #ทันหุ้น – “แบงก์” แห่ลดดอกเบี้ยเงินกู้ หวังช่วยลูกค้าแบ่งเบาภาระหนี้ พร้อมหนุนเศรษฐกิจขับเคลื่อน ด้านนักวิเคราะห์มอง รอบนี้แบงก์ลดดอกเบี้ยน้อยมาก 0.1% เสี่ยงมีโอกาสลดดอกเบี้ยเงินฝาก มองเป็นโอกาสในการปรับพอร์ตการลงทุน แนะนำให้โยกเงินจากบัญชีเงินฝากมาลงทุนในหุ้นธนาคารที่กลายเป็น “สปอร์ตไลต์” ในการจ่ายเงินปันผลที่ดุเดือด ชู KBANK-BBL พร้อมเปิด 5 หุ้นรับอานิสงส์ “ไฟแนนซ์-หนี้สูงหรือลงทุนเยอะ-อสังหา-รีท-ส่งออก” ธนาคารพาณิชย์ (แบงก์)ทยอยประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อแบ่งเบาภาระหนี้ของลูกค้า พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจขับเคลื่อน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)ปรับลดดอกเบี้ยเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ลงอีก 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปีนำโดยธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกรุงไทย (KTB) ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ธนาคารกสิกรไทย @ช่วยลูกค้า
-
thunhoon
กรุงศรี ส่อง 2 หุ้นแบงก์ใหญ่ KBANK-BBL หลังประกาศจ่ายปันผล 01/03/69
#ทันหุ้น-บล.กรุงศรี ออกบทวิเคราะห์หุ้นธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL และธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK ที่ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในงวดครึ่งหลังปี 2568 โดย BBL ประกาศจ่ายปันผลครึ่งหลังปี 2568 ที่ 8 บาท คิดเป็น dividend yield ที่ 4.5% ขึ้น XD วันที่ 22 เม.ย. 2569 และกำหนดข่าย 8 พ.ค. 2569 ส่วน KBANK ประกาศปันผลครึ่งหลังปี 2568 ซึ่งปันผลปกติที่ 10 บาท และปันผลพิเศษที่ 2 บาท รวมทั้งหมด 12 บาท คิดเป็น dividend yield ที่ 6% ขึ้น XD วันที่ 21 เม.ย. 2569 จ่ายเงินวันที่ 8 พ.ค. 2569 โดยมีมุมมองเชิงบวกก เพราะปันผลออกมาดีกว่าคาด พร้อมทั้งได้ปรับเพิ่มคำแนะนำ รวมถึงปรับเพิ่มราคาเป้าหมายในหุ้นทั้ง 2 ขึ้น ฝ่ายวิจัยมองเชิงบวกต่อการจ่ายเงินปันผลของBBLซึ่งมากกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ที่ 6.5 บาท คิดเป็น dividend yield ที่ 4.5% การปรับเพิ่มเงินปันผลส่งผลให้ROE ปี 2569 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 7.06% เดิม 7.04% ส่งผลให้ราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้น อยู่ที่ 185 บาท เดิม 155 บาท พร้อมทั้งปรับคำแนะนำเป็นถือ จากเดิมแนะนำขาย เพราะคาดว่าปี 2569 ธนาคารสามารถรักษาระดับเงินปันผล DPS ที่ 10 บาท/หุ้นได้ ดีกว่าคาดการณ์เดิมของฝ่ายวิจัยที่ 8.5 บาท/หุ้น รวมถึงราคาหุ้นซื้อขายถูกที่สุดในกลุ่มธนาคารที่ Forward PBV 0.5-0.6 เท่า
-
thunhoon
KBANK สรุปคำแนะนำการลงทุนและประมาณการกำไร 28/02/69
KBANK สรุปคำแนะนำการลงทุนและประมาณการกำไร #ทันหุ้น #KBANK รวมข้อมูลบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ สรุปคำแนะนำการลงทุน ราคาเป้าหมาย และประมาณการผลการดำเนินงาน
-
kaohoon
ต่างชาติช้อนซื้อ KBANK ผ่าน NVDR มูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท 28/02/69
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 กุมภาพันธ์ 2569) ภาพรวมการซื้อขายในตลาดหุ้นไทย ทั้งในกระดานหลักของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 105,101.62 ล้านบาท ประเด็นที่น่าจับตาอยู่ที่ความเคลื่อนไหวของนักลงทุนต่างชาติผ่านบัญชีไทยเอ็นวีดีอาร์ (NVDR) ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 66,709.38 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราว 32% ของมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งตลาด สะท้อนบทบาทสำคัญของเม็ดเงินต่างชาติที่ยังคงไหลเวียน และช่วยสร้างสภาพคล่องให้กับหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณามูลค่าการซื้อขายตามกลุ่มนักลงทุนในตลาด SET พบว่า นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 968.18 ล้านบาท ขณะที่จากการตรวจสอบการจัดอันดับตามจำนวนหลักทรัพย์ที่มีการซื้อสุทธิ (Net Buy) รวม 275 รายการเป็นการกระจายไปทุกกลุ่ม พบว่าหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อสุทธิสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
-
kaohoon
KBANK ลดดอกเบี้ยเงินกู้ “MLR-MOR-MRR” มีผล 2 มี.ค.นี้ 27/02/69
นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยว่า จากผลการประชุม คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ และมีการฟื้นตัวที่ไม่ทั่วถึงในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะภาคการส่งออกและการผลิตที่ยังเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันในตลาดโลกที่รุนแรงขึ้น ควบคู่กับปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศที่กดดันกำลังซื้อนั้น ดังนั้น ธนาคารพร้อมตอบรับมติ กนง. ดังกล่าว เพื่อร่วมสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถดำเนินธุรกิจและบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างเหมาะสมในช่วงเวลาที่ท้าทาย เพื่อให้การส่งผ่านนโยบายการเงินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยบรรเทาภาระทางการเงินของลูกค้า ธนาคารจึงประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป รายละเอียดดังนี้
-
mitihoon
KBANK เดินหน้าดูแลลูกค้า ลดดอกเบี้ยเงินกู้ หนุนเศรษฐกิจฟื้นตัว มีผล 2 มี.ค. 2569 27/02/69
มิติหุ้น – นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากผลการประชุม คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ และมีการฟื้นตัวที่ไม่ทั่วถึงในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะภาคการส่งออกและการผลิตที่ยังเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันในตลาดโลกที่รุนแรงขึ้น ควบคู่กับปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศที่กดดันกำลังซื้อนั้น ธนาคารพร้อมตอบรับมติ กนง. ดังกล่าว เพื่อร่วมสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถดำเนินธุรกิจและบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างเหมาะสมในช่วงเวลาที่ท้าทาย เพื่อให้การส่งผ่านนโยบายการเงินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยบรรเทาภาระทางการเงินของลูกค้า ธนาคารจึงประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป รายละเอียดดังนี้ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของธนาคารในการเคียงข้างลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ผู้ประกอบการ SME และลูกค้ารายย่อย เพื่อช่วยลดต้นทุนทางการเงิน เสริมสภาพคล่อง และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการกระแสเงินสด โดยเฉพาะในช่วงที่รายได้ของบางภาคส่วนยังฟื้นตัวไม่เต็มที่และยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนรอบด้าน อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการช่วยสนับสนุนให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัวอย่างมีเสถียรภาพ เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและประชาชน และวางรากฐานสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะต่อไป
-
thunhoon
KBANK ดาโอชี้จ่ายปันผลครึ่งหลังปี 68 สูงกว่าคาด แนะนำซื้อ 27/02/69
#KBANK #ทันหุ้น-บล.ดาโอ(ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์หุ้นธนาคาร กสิกรไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KBANK ที่คณะกรรมการอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 2568 ที่ 10 บาท และมีจ่ายเงินปันผลพิเศษอีก 2 บาท ขณะที่งวดครึ่งแรกปี 2568 จ่ายปันผลไปแล้ว 2 บาท ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นบวกต่อการจ่ายเงินปันผลที่ระดับสูงมากกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ โดยการจ่ายงวดครึ่งหลังปี 2568 รวมทั้งปันผลปกติและปันผลพิเศษที่ 12 บาทต่อหุ้น คิดเป็น dividend yield ที่ระดับ 6% และคิดเป็น Dividend payout ที่สูงถึง 67% ทำให้ทั้งปี 2568 มีการจ่ายเงินปันผลทั้งหมดที่ 14 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็น Dividend yield ที่ราว 7% (ฝ่ายวิจัยคาด DPS ไว้ทั้งปี 2568 ที่ 12 บาทต่อหุ้น) อย่างไรก็ดีหากหักเงินปันผลพิเศษที่ 2 บาทต่อหุ้นออกจะทำให้ Dividend payout อยู่ที่ 57% ทำให้ฝ่ายวิจัยคาดว่าปี 2569 จะจ่ายได้ที่ 12.00 บาทต่อหุ้น (แบบไม่มีเงินปันผลพิเศษ)คิดเป็น Dividend yield ที่ราว 6% โดยฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” KBANK และเลือกเป็นหุ้น Top pick ให้ราคาเป้าหมายที่ 225.00 บาท
-
iaa
-
iaa
-
mitihoon
KBANK announces the 2026 AGM 26/02/69
Mitihoon – KASIKORNBANK (KBank) announced the 2026 Annual General Meeting on 10 April 2026 and proposed two Independent Directors – Ms. Choosri Kietkajornkul and Associate Professor Dr. Narongdech Srukhosit. The two candidates have been proposed by Gulf Development Public Company Limited, in accordance with KBank’s criteria that allow qualifying shareholders to put forward director candidates. The Board of Directors has considered the proposal from the Human Resources and Remuneration Committee and is of the opinion that both candidates possess the qualifications, knowledge, and experience that will be beneficial to the Bank’s operations. The Bank of Thailand has approved their appointment as Directors. These proposed appointments are subject to shareholder approval at the 2026 AGM. The proposed candidates will be considered following the departure of two existing directors: If the proposed candidates are elected, Independent Directors on KBank’s Board would represent approximately 67% of the Board, which exceeds Thailand’s regulatory requirement that at least one-third of directors be independent, in line with international good corporate governance standards. In addition, these changes do not affect KBank’s management structure, underscoring the Bank’s commitment to a clear separation between Board oversight and executive management.
-
mitihoon
KBANK ประกาศจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นปี 2569 26/02/69
มิติหุ้น – ธนาคารกสิกรไทยประกาศจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นปี 2569 ในวันที่ 10 เมษายน 2569 โดยมีการเสนอชื่อกรรมการอิสระจำนวน 2 ท่าน ได้แก่ นางสาวชูศรี เกียรติขจรกุล และรองศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์เดช สรุโฆษิต เสนอโดยบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ถือหุ้นของธนาคารซึ่งได้ใช้สิทธิตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด โดยคณะกรรมการธนาคารได้พิจารณาตามข้อเสนอของคณะกรรมการทรัพยากรบุคคลและกำหนดอัตราค่าตอบแทนแล้ว เห็นว่าผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 2 ท่านมีคุณสมบัติ ความรู้ และประสบการณ์ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของธนาคาร และได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้ดำรงตำแหน่งกรรมการของธนาคารแล้ว ทั้งนี้ การเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการธนาคารของบุคคลดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 โดยผู้ได้รับการเสนอชื่อดังกล่าวจะเข้าดำรงตำแหน่งที่ว่างลงจากการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการปัจจุบัน 2 ท่าน ได้แก่ หากผู้ได้รับการเสนอชื่อได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการอิสระของธนาคารจะทำให้สัดส่วนกรรมการอิสระของธนาคารอยู่ที่ร้อยละ 67 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด สูงกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำของทางการที่กำหนดให้มีจำนวนกรรมการอิสระไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามมาตรฐานสากล นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหารงานของธนาคาร สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการแยกบทบาทระหว่างการกำกับดูแลของคณะกรรมการ และการบริหารงานของฝ่ายจัดการอย่างชัดเจน
-
set
-
set
-
set
งบการเงิน ประจำปี 2568 (ตรวจสอบแล้ว) 26/02/69
-
set
-
mitihoon
KBANK เคาะปันผลปี 68 หุ้นละ 14 บาท จ่ายพิเศษ 2 บาท ครั้งเดียว 26/02/69
มิติหุ้น – KBANK หรือ ธนาคารกสิกรไทย บอร์ดเสนอผู้ถือหุ้นอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 รวม หุ้นละ 14.00 บาท แบ่งเป็นเงินปันผลปกติ หุ้นละ 12.00 บาท และเงินปันผลพิเศษ หุ้นละ 2.00 บาท โดยเป็นการจ่ายพิเศษแบบครั้งเดียว (One-time) ทั้งนี้ ธนาคารได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว หุ้นละ 2.00 บาท คงเหลือจ่ายงวดสุดท้าย หุ้นละ 12.00 บาท กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 21 เม.ย. 2569, Record Date วันที่ 22 เม.ย. 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 8 พ.ค. 2569 จากกำไรสะสม ซึ่งเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 20% ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดาสามารถขอเครดิตภาษีได้ในอัตรา 20/80 ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
-
mitihoon
KBANKปันผลเงินสด 10บ. และปันผลพิเศษ หุ้นละ 2บ. 26/02/69
# KBANK (มิติหุ้น) แจ้ง ตลท.บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผลเงินสด 10บ. และปันผลพิเศษ หุ้นละ 2บ. ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 21 เม.ย.69 กำหนดจ่าย 8 พ.ค. 69 โดยจากกำไรสะสม ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง Web : https://www.mitihoon.com/ Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770 Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon
-
kaohoon
KBANK เคาะปันผล 12 บาท ขึ้น XD 21 เม.ย. รับเงิน 8 พ.ค.นี้ 26/02/69
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีมติพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญของธนาคาร โดยเป็นการจ่ายปันผลจากกำไรสะสม ในอัตราหุ้นละ 10.00 บาท พร้อมทั้งอนุมัติการจ่ายเงินปันผลพิเศษเพิ่มเติมอีกในอัตราหุ้นละ 2.00 บาท รวมเป็นการจ่ายเงินปันผลในงวดนี้ทั้งสิ้น 12.00 บาทต่อหุ้น (จากมูลค่าที่ตราไว้ หรือ Par หุ้นละ 10.00 บาท) ทั้งนี้ ธนาคารได้กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (เครื่องหมาย XD) ในวันที่ 21 เมษายน 2569 และกำหนดวันรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 22 เมษายน 2569 โดยมีกำหนดการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569
-
thunhoon
KBANK จ่ายปันผลอีก 10 บาท/หุ้น +ปันผลพิเศษ 2 บาท/หุ้น XD 21 เม.ย. จ่าย 8 พ.ค. รวมทั้งปี 14 บาท 26/02/69
#ทันหุ้น #2026 #SET #KBANK จ่ายปันผลอีก 10 บาท/หุ้น +ปันผลพิเศษ 2 บาท/หุ้น XD 21 เม.ย. จ่าย 8 พ.ค. รวมทั้งปี 14 บาท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) คณะกรรมการเห็นควรเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติการจัดสรรกำไรจากผลการดำเนินงานปี 2568 และการจ่ายเงินปันผล โดยไม่จัดสรรเป็นทุนสำรองตามกฎหมาย เนื่องจากธนาคารมีทุนสำรองครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว พร้อมกันนี้เสนอจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 ให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญในอัตราหุ้นละ 12.00 บาท และมีมติเห็นชอบให้จ่ายเงินปันผลกรณีพิเศษในอัตราหุ้นละ 2.00 บาท เพื่อยกระดับผลตอบแทนรวมแก่ผู้ถือหุ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเงินกองทุนที่มีความแข็งแกร่ง โดยการจ่ายเงินปันผลกรณีพิเศษดังกล่าวเป็นการจ่ายครั้งเดียวเฉพาะคราว (One-time) และไม่มีข้อผูกพันว่าจะต้องจ่ายในปีถัดไป ส่งผลให้อัตราการจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีอยู่ที่หุ้นละ 14.00 บาท. เนื่องจากธนาคารได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 ในอัตราหุ้นละ 2.00 บาท จึงคงเหลือเงินปันผลงวดสุดท้ายอีกในอัตราหุ้นละ 12.00 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 22 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ทั้งนี้ เงินปันผลดังกล่าวจ่ายจากกำไรสะสมที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 20% ซึ่งผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดาสามารถขอเครดิตภาษีเงินปันผลคืนได้ในอัตรา 20/80 ของเงินปันผลที่ได้รับ.
-
set
กรรมการของ บมจ. ธนาคารกสิกรไทย ลาออก 26/02/69
-
kaohoon
ต่างชาติเทขาย KBANK ผ่าน NVDR มูลค่ากว่า 1.18 พันล้านบาท 26/02/69
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 กุมภาพันธ์ 2569) ภาพรวมการซื้อขายในตลาดหุ้นไทย ทั้งในกระดานหลักของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 96,195.07 ล้านบาท ประเด็นที่น่าจับตาอยู่ที่ความเคลื่อนไหวของนักลงทุนต่างชาติผ่านบัญชีไทยเอ็นวีดีอาร์ (NVDR) ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 57,047.91 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราว 30% ของมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งตลาด สะท้อนบทบาทสำคัญของเม็ดเงินต่างชาติที่ยังคงไหลเวียน และช่วยสร้างสภาพคล่องให้กับหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณามูลค่าการซื้อขายตามกลุ่มนักลงทุนในตลาด SET พบว่า นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 2,324.09 ล้านบาท ขณะที่จากการตรวจสอบการจัดอันดับตามจำนวนหลักทรัพย์ที่มีการขายสุทธิ (Net Sell) รวมทั้งสิ้น 272 รายการ พบว่าแรงขายส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์เป็นหลักในรอบนี้
-
mitihoon
KBANK ทำใมลงแรง By : ไรเดอร์ DEKNAEW 25/02/69
-
set
-
kaohoon
ต่างชาติช้อน KBANK ผ่าน NVDR เม็ดเงินทะลุพันล้านบาท 19/02/69
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 ก.พ. 69) ภาพรวมการซื้อขายในตลาดหุ้นไทย ทั้งในกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 69 มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 68,361.63 ล้านบาท ประเด็นที่น่าจับตาอยู่ที่ความเคลื่อนไหวของนักลงทุนต่างชาติผ่านบัญชีไทยเอ็นวีดีอาร์ (NVDR) ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 33,885.57 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราว 25% ของมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งตลาด สะท้อนบทบาทสำคัญของเม็ดเงินต่างชาติที่ยังคงไหลเวียนและช่วยสร้างสภาพคล่องในหุ้นขนาดใหญ่ จากการตรวจสอบข้อมูลการซื้อสุทธิรายหลักทรัพย์ (Net Buy) รวมทั้งสิ้น 267 รายการ พบว่าหุ้นในกลุ่มแบงก์,สื่อสาร และพลังงานเป็นเป้าหมายหลักของการเข้าสะสม โดยสามารถแจกแจงรายหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อสุทธิสูงสุดใน 5 อันดับแรกได้ดังนี้
-
hoonsmart
K PLUS เปิดตัวฟีเจอร์ “Goal Advisor” ตัวช่วยแนะนำสัดส่วนการลงทุนเบื้องต้นเฉพาะบุคคล 18/02/69
HoonSmart.com>>”ธนาคารกสิกรไทย” (KBANK) ยกระดับการบริหารการลงทุนบน K PLUS เปิดตัว “Goal Advisor” ช่วยแนะนำสัดส่วนการลงทุนเบื้องต้น ตามเป้าหมายและระดับความเสี่ยงของลูกค้าแบบเฉพาะรายบุคคล วางโครงสร้างแผนลงทุนด้วยกลยุทธ์แบบ Core-Satellite-Cash Plus พิชิตเป้าหมายด้วยกลยุทธ์ระดับโลก ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ยกระดับการบริหารการลงทุนบน K PLUS เปิดตัว “Goal Advisor” ช่วยแนะนำสัดส่วนการลงทุนเบื้องต้น ตามเป้าหมายและระดับความเสี่ยงของลูกค้าแบบเฉพาะรายบุคคล พร้อมวางโครงสร้างแผนลงทุนด้วยกลยุทธ์แบบ Core-Satellite-Cash Plus และแนะนำกองทุนที่เหมาะสมโดยทีม K WEALTH CIO ที่เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์การลงทุน และวิเคราะห์อินไซต์การลงทุนทั่วโลกจาก J.P. Morgan Asset Management ช่วยให้นักลงทุนไทยเข้าถึงมาตรฐานการลงทุนระดับสากล สำหรับจุดแข็งของ “Goal Advisor” คือ ความสามารถในการนำเสนอกองทุนที่ออกแบบมาเพื่อเป้าหมายเฉพาะของลูกค้าแต่ละราย ตลอดจนการแนะนำให้ปรับสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนไป และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น (Resilience) เทคโนโลยีนี้จะเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงและเฟ้นหาโอกาสสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมอยู่เสมอ ทำให้แผนการลงทุนมีเสถียรภาพ และลงทุนได้เหมาะสมตามสัดส่วนเบื้องต้นที่พร้อมให้คุณรับมือในทุกสภาวะตลาด
-
thunhoon
หุ้นไทยวันนี้(18 ก.พ.) พุ่งแรง 21.59 จุด ซื้อแบงก์ KBANK-SCB-KTB 17/02/69
#ทันหุ้น-ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้(18 ก.พ. 69) ปิดที่ 1,459.68 จุด บวก 21.59 จุด หรือ 1.50% โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 65,248.95 ล้านบาท ภาวะการซื้อขายภาคบ่ายมีแรงซื้อเข้ามาต่อเนื่อง ผลักดันให้ดัชนีปรับตัวขึ้นต่อ โดยระหว่างวันดัชนีปรับขึ้นมาสูงสุดที่ 1,460.57 จุด โดยมีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มแบงก์นำตลาด นำโดยหุ้น KBANK, SCB, KTB และ BBL นอกจากนี้หุ้นบิ๊กแคปอย่าง GULF และ TRUE ที่ราคาปรับขึ้นเป็นอีกแรงหนุนตลาดโดยรวม หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 10 อันดับแรก
-
kaohoon
-
thunhoon
หุ้นไทยพักเที่ยงวันนี้(17 ก.พ.) บวก 6.73 จุด ซื้อ KBANK-KTB-TRUE 17/02/69
#ทันหุ้น-ดัชนีตลาดหุ้นไทยพักเที่ยงวันนี้(17 ก.พ.69) ปิดที่ 1,444.82 จุด บวก 6.73 จุด หรือ 0.47% โดยมีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 32,431.26 ล้านบาท ภาวะการซื้อขายภาคเช้าดัชนีแกว่งตัวออกด้านข้าง โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคหลายแห่งปิดทำการ เนื่องจากเทศกาลตรุษจีน ขณะที่ยังมีแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้นรายตัว เนื่องจากเป็นช่วงที่บริษัทจดทะเบียนทยอยประกาศผลดำเนินงาน รวมถึงคาดการณ์การจ่ายเงินปันผล โดยเช้านี้มีแรงซื้อในหุ้นแบงก์ ซึ่งคาดว่าจะมีการจ่ายเงินปันผลออกมาดี โดยหุ้นที่ราคาปรับขึ้นนำโดยหุ้น KBANK, KTB, SCB และ BBL นอกจากนี้ยังมีแรงซื้อในหุ้นบิ๊กแคปอย่าง GULF และ TRUE หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 10 อันดับแรก
-
thunhoon
KBANK +3.02% นำกลุ่มแบงก์ คาดปันผลสูงกว่าคาด 17/02/69
#ทันหุ้น #2026 #SET #KBANK +3.02% นำกลุ่มแบงก์ คาดปันผลสูงกว่าคาด บล.หยวนต้า : ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) คาดรายได้มีทิศทางชะลอลง แต่ได้รับแรงหนุนจากการตั้งสำรองที่ลดลง โดยในการให้ข้อมูลกับนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คุณขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยกลยุทธ์การดำเนินงานสำหรับปี 2569 ซึ่งสะท้อนแนวทางบริหารความเสี่ยงและมุ่งเน้นคุณภาพสินทรัพย์มากขึ้น ฝ่ายบริหารตั้งเป้าหมายส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ในปี 2569 อยู่ที่ 2.75-2.95% ลดลงจากระดับ 3.2% ในปี 2568 จากผลของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายตั้งแต่ปี 2568 ที่เริ่มส่งผ่านมายังอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ (Asset Yield) มากขึ้น ควบคู่กับการคัดกรองลูกหนี้ที่เข้มงวดขึ้น โดยเน้นการขยายสินเชื่อไปยังกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำเป็นหลัก ขณะที่สินเชื่อรวมคาดเติบโตเพียง 0-2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยสินเชื่อรายย่อยยังมีแนวโน้มขยายตัว 5-7% จากการมุ่งเน้นสินเชื่อที่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัยในกลุ่มลูกค้ารายได้สูง ส่วนสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และ SME คาดว่าจะอยู่ในช่วง -2% ถึง 0% และ -5% ถึง 0% ตามลำดับ
-
kaohoon
เปิด 5 อันดับหุ้นต่างชาติซื้อสุทธิผ่าน NVDR ชู KBANK สูงสุด 839 ล้านบาท 17/02/69
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 ก.พ. 69) ภาพรวมการซื้อขายในตลาดหุ้นไทย ทั้งในกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 51,039.47 ล้านบาท ประเด็นที่น่าจับตาอยู่ที่ความเคลื่อนไหวของนักลงทุนต่างชาติผ่านบัญชีไทยเอ็นวีดีอาร์ (NVDR) ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 26,388.03 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราว 26% ของมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งตลาด สะท้อนบทบาทสำคัญของเม็ดเงินต่างชาติที่ยังคงไหลเวียนและช่วยสร้างสภาพคล่องในหุ้นขนาดใหญ่ จากการตรวจสอบข้อมูลการซื้อสุทธิรายหลักทรัพย์ (Net Buy) รวมทั้งสิ้น 198 รายการ พบว่าหุ้นในกลุ่มแบงก์และสื่อสารเป็นเป้าหมายหลักของการเข้าสะสม โดยสามารถแจกแจงรายหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อสุทธิสูงสุดใน 5 อันดับแรกได้ดังนี้
-
thunhoon
ส่องอนาคตหุ้นKBANK คงเด่นปันผลสูงเกิน6% 17/02/69
#KBANK #ทันหุ้น – KBANK รับจิตวิทยาบวก หลัง GULF ซื้อหุ้นเพิ่ม ดันหุ้นพุ่งแรง เกินราคาเป้าหมายไปแล้ว นักวิเคราะห์ ส่องอนาคตยังคงจ่ายปันผลสูงเกิน 6% แม้ปีนี้กำไรส่อปรับตัวลง พร้อมแนะนำถือเพื่อรอปันผล หรือเก็งกำไรระยะสั้นเมื่อหุ้นย่อต่อ นายตฤณ สิทธิสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากประเด็นที่ GULF เข้าถือหุ้น KBANK เพิ่มขึ้น จนแท่นเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ซึ่งทาง บล.หยวนต้า มองว่าเป็นการกระจายความเสี่ยงและเป็นการบริหารเงินเพื่อหวังผลตอบแทนจากเงินปันผลเป็นหลัก เนื่องจาก KBANK เป็นหุ้นที่จ่ายปันผลในระดับสูง เมื่อเทียบกับอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ของ GULF ในช่วงปกติที่ไม่มีกำไรพิเศษจะอยู่ที่ประมาณ 6-7% ซึ่งต่ำกว่า ROE ของฝั่งธนาคาร สำหรับโอกาสที่ GULF จะถือหุ้นเพิ่มเกินกว่า 10% ทำได้ยาก เนื่องจากเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดให้ถือหุ้นธนาคารได้ไม่เกิน 10% หากจะถือมากกว่านั้นต้องผ่านการพิจารณาหรือปรึกษากับทาง ธปท. ก่อน ซึ่งจากกระแสข่าวดูเหมือนว่า ธปท. จะไม่สนับสนุนให้มีการถือครองเกินเกณฑ์ดังกล่าว
-
thunhoon
KBANK แจ้งการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนถือหุ้น GULF ถือเพิ่มเป็น 10.0298% 16/02/69
#KBANK #ทันหุ้น-ธนาคารกสิกรไทย จํากัด (มหาชน) หรือ KBANK แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ถึงการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นของธนาคาร ตามแบบรายงานการได้มาหรือจําหน่ายหลักทรัพย์ หรือ แบบ 246-2 โดยบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จํากัด (มหาชน) หรือ GULF ได้รายงานแบบ 246-2 ต่อสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นของธนาคาร โดย GULF ถือหุ้นเพิ่มเป็น 10.0298% จากเดิมถือหุ้น 5.0288% นอกจากนี้นางนลินี รัตนาวะดี ถือหุ้นเท่าเดิมที่ 0.0051% ทั้งนี้ ธนาคารขอเรียนให้ทราบว่า การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นดังกล่าว ไม่มีผลกระทบต่อนโยบายการดําเนินธุรกิจ โครงสร้างการบริหารงานและการจัดการของธนาคารแต่อย่างใด
-
set
-
set
-
iaa
-
iaa
-
thunhoon
หุ้นไทยพักเที่ยงวันนี้(13 ก.พ.) ลบ 4.03 จุด ขาย KBANK-DELTA ซื้อ BDMS 13/02/69
#ทันหุ้น-ดัชนีตลาดหุ้นไทยพักเที่ยงวันนี้(13 ก.พ.69) ปิดที่ 1,437.50 จุด ลบ 4.03 จุด หรือ 0.28% มีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 36,196.00 ล้านบาท ภาวะการซื้อขายภาคเช้าดัชนีอ่อนตัวลงอยู่ในกรอบแคบๆ เนื่องจากแรงขายทำกำไรหลังจากที่ดัชนีปรับตัวขึ้นมามากในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่หุ้นบิ๊กแคปส่วนใหญ่ราคาปรับขึ้นและลงไม่มากนักโดยหุ้นที่ถูกขายทำกำไรและราคาปรับตัวลง ได้แก่ หุ้น KBANK, PTT, DELTA และ ADVANC อย่างไรก็ตามมีแรงซื้อในหุ้น BDMS ทำให้ราคาปรับขึ้นสวนตลาดโดยรวม หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 10 อันดับแรก
-
thunhoon
KBANK สำรองเงินสด 23,600 ลบ. รับเทศกาลตรุษจีน 2569 10/02/69
#ทันหุ้น – ธนาคารกสิกรไทยเตรียมสำรองเงินสดสำหรับให้บริการในสาขาและเครื่องเอทีเอ็ม เพื่อรองรับการใช้จ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีน 14 – 17 กุมภาพันธ์ 2569 รวมทั้งสิ้น 23,600 ล้านบาท ในจำนวนนี้ แบ่งเป็นการสำรองเงินสดผ่านช่องทางสาขา จำนวน 7,700 ล้านบาท โดยเป็นเงินสำรองสำหรับสาขาในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 3,400 ล้านบาท และสาขาในเขตภูมิภาคจำนวน 4,300 ล้านบาท ทั้งนี้ปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยมี 740 สาขา ทั่วประเทศ สำหรับการสำรองเงินสดเพื่อเครื่องเอทีเอ็ม (K-ATM) ที่มีอยู่จำนวนกว่า 8,300 เครื่องทั่วประเทศ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 15,900 ล้านบาท แบ่งเป็นการสำรองเพื่อบรรจุเครื่องเอทีเอ็มในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 7,000 ล้านบาท และเอทีเอ็มในเขตภูมิภาคจำนวน 8,900 ล้านบาท
-
iaa
-
thunhoon
ลุ้น KBANK จัดปันผลสูง จับตา GULF ลุยต่อเนื่อง 10/02/69
#KBANK #ทันหุ้น –วงในลือ GULFเดินหน้าซื้อ KBANKหวังเงินปันผล จับตาช่วงปิดสมุดทะเบียนมีนาคมนี้ กูรูมองโอกาสปันผลครึ่งปีหลัง 10.30 บาทต่อหุ้น ได้ยิลด์ 5.4%มองปีนี้ยังคุมคุณภาพสินเชื่อตั้งเป้าขยายสินเชื่อเพียง 0–2% เคาะ “เก็งกำไร” เพื่อรับเงินปันผล ส่วนราคาหุ้นใกล้มูลค่าพื้นฐานปี 2569 ที่ 190 บาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในแวดวงตลาดทุนไทยกำลังกล่าวถึงบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULFว่ากำลังเดินหน้าเก็บหุ้นธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANKอย่างต่อเนื่อง จากที่ล่าสุดGULFได้แจ้งสัดส่วนการถือหุ้นKBANKเมื่อวันที่14 ตุลาคม 2568ที่มีหุ้นอยู่ราว5.034%ท่ามกลางจุดที่ต้องติดตามคือการปิดสมุดทะเบียนของKBANKในช่วงเดือนมีนาคมว่า จะมีรายชื่อGULFถือหุ้นKBANKอยู่เท่าไหร่ อย่างไรก็ดีวงการมองว่าการที่ GULF เก็บ KBANK อย่างต่อเนื่อง เพราะเห็นว่ามีโอกาสที่ KBANK จะประกาศปันผลสูง ซึ่งจะทำให้ GULF ได้รับประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนจากการถือหุ้นที่สูง แต่ในการเก็บหุ้น GULF ยังไม่ถึงขั้นที่จะเข้าไปบริหารได้ ส่วนหนึ่งติดเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย
-
thunhoon
เรื่องต้องรู้! KBANK หลังประชุมนักวิเคราะห์ 09/02/69
#ทันหุ้น – บล.ทิสโก้ มุมมองต่อ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK น่าจะยังเผชิญแรงกดดันด้านคุณภาพสินทรัพย์อย่างต่อเนื่องในปีนี้ ซึ่งสะท้อนผ่านกลยุทธ์ต่างๆ ของธนาคาร เช่น การเติบโตของสินเชื่ออย่างระมัดระวังโดยเน้นลูกค้าปัจจุบันหรือสินเชื่อที่อยู่อาศัย ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ลดลงบาง ส่วนจากกลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อและมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีปัญหา รวมถึง credit cost ที่กลับเข้าสู่ระดับปกติแต่มีแนวโน้มยังอยู่ในระดับสูง (เช่น ใกล้กรอบบนของช่วงเป้าหมาย) ประเด็นเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจสำหรับฝ่ายวิจัย อย่างไรก็ดี แนวโน้มโดยรวมดูเป็นลบมากกว่าที่คาดการณ์ไว้
-
thunhoon
KBANK กางเป้าปีม้าล็อกNIM2.75–2.95% 09/02/69
#KBANK #ทันหุ้น – KBANK เปิดแผนปีม้า ตั้งเป้า Loan Growth 2% รับเศรษฐกิจท้าทาย พร้อมคุมเกมปั๊ม NIM 2.75–2.95% ขอคุม NPL ต่ำกว่า 3.25% ด้านยุทธศาสตร์เดินหน้า “3+1 และ Productivity” เดินเกมโตอย่างสมดุลท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย หรือKBANKเปิดเผยว่า กลยุทธ์ของธนาคารกสิกรไทยยังคงมุ่งเน้นไปที่การเติบโตอย่างสมดุล เสริมความแข็งแกร่งท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยธนาคารได้กําหนดเป้าหมายทางการเงินประจำปี 2569 โดยการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ (Loan Growth) : เติบโตที่ 0-2% สอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจท่ามกลางความท้าทายต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารยังคงเน้นการเติบโตสินเชื่อที่มีคุณภาพ สินเชื่อที่มีหลักประกัน และกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพในการเติบโต พร้อมต่อยอดขีดความสามารถและความแข็งแกร่งด้านสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว เป้าNIM 2.95%
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
kaohoon
KBANK มองกรอบ “เงินบาท” สัปดาห์หน้า 31.30-32 บ. จับตาฟันด์โฟลว์-ราคาทองคำ 07/02/69
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK มองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 9-13 ก.พ. 69 ที่ระดับ 31.30-32.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การตอบรับของตลาดต่อผลการเลือกตั้งทั่วไปของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก และสัญญาณดอกเบี้ยสหรัฐฯจากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีก ดัชนีราคานำเข้าและส่งออกเดือนธ.ค. ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงาน ตัวเลขการคาดการเงินเฟ้อในมุมมองของผู้บริโภค ยอดขายบ้านมือสอง และดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนม.ค. รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนม.ค. ของจีน และจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 2 เดือน เงินบาททยอยอ่อนค่าลงโดยมีแรงกดดันจากแรงขายทำกำไรทองคำในตลาดโลก และการอ่อนค่าของสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย ขณะที่ Sentiment ของเงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องเนื่องจากตลาดคลายความกังวลเกี่ยวกับประเด็นความเป็นอิสระของเฟดลงบางส่วน หลังปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อนายเควิน วอร์ช เป็นประธานเฟดคนถัดไปต่อจากนายเจอโรม พาวเวลที่จะหมดวาระลงในเดือนพ.ค. นี้
-
mitihoon
KBANK แจ้งชำระบัญชี ยุติบทบาท “แคปเชอร์ วัน” 06/02/69
มิติหุ้น – ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า บริษัท แคปเชอร์ วัน จำกัด บริษัทย่อยที่ธนาคารถือหุ้นทางอ้อม 70% ผ่านบริษัท กสิกร อินเวสเจอร์ จำกัด ได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีเรียบร้อยแล้วกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากจดทะเบียนยกเลิกกิจการตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2567 ทั้งนี้ แคปเชอร์ วัน เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง KBANK และบริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด จัดตั้งเมื่อปี 2566 ด้วยทุนจดทะเบียน 35 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจด้านระบบ CRM, e-Marketplace และเทคโนโลยีสนับสนุนธุรกิจการเงินของกลุ่มธนาคาร ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
-
set
-
thunhoon
KBANK CGSI แนะนำ “ถือ” เป้า 190 บาท 06/02/69
#ทันหุ้น #2026 #SET #KBANK CGSI แนะนำ “ถือ” เป้า 190 บาท บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล(ประเทศไทย) : ประเมินว่าเป้าหมายทางการเงินปี 2569 ของธนาคารกสิกรไทยสอดคล้องกับประมาณการของฝ่ายวิจัย และสะท้อนท่าทีระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยธนาคารได้ประกาศเป้าหมายดังกล่าวในงาน CEO Roadshow 2569 เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อรวมอยู่ที่ 0-2% ใกล้เคียงกับประมาณการของฝ่ายวิจัยที่ 0.8% โดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่คาดอยู่ในช่วง -2% ถึง 0% สินเชื่อ SME อยู่ในช่วง -5% ถึง 0% ขณะที่สินเชื่อรายย่อยคาดเติบโต 5-7% ซึ่งจะมีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและบัตรเครดิตเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ธนาคารตั้งเป้าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ในปี 2569 อยู่ที่ 2.75-2.95% ต่ำกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยที่ 3.19% ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิคาดเติบโตระดับเลขหลักเดียวช่วงกลางถึงสูง สอดคล้องกับประมาณการที่ 5.6% ส่วนอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้คาดอยู่ที่ 43-46% ใกล้เคียงกับประมาณการที่ 43.8%
-
kaohoon
“เมย์แบงก์” แนะถือ KBANK ชูจุดเด่นปันผลสูง ชูเป้า 190 บาท 06/02/69
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST ที่ประเมินทิศทางธุรกิจ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK โดยระบุว่า ธนาคารกำลังก้าวเข้าสู่โหมด “ตั้งรับแบบมีวินัย” ในปี 2569 เพื่อสะท้อนมุมมองที่ระมัดระวังต่อเศรษฐกิจไทย โดยมุ่งเน้นการปรับลดความเสี่ยงของพอร์ตสินเชื่อ หันมาโฟกัสการเติบโตของสินเชื่อรายย่อยที่มีคุณภาพสูง โดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อที่อยู่อาศัยวงเงินมากกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเติบโตได้ 5-7% ในขณะที่สินเชื่อภาคธุรกิจขนาดใหญ่และ SME คาดว่าจะหดตัวลง 2% และ 5% ตามลำดับ ทั้งนี้ เพื่อลดแรงกดดันต่อรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง ธนาคารได้ตั้งเป้าเร่งการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิให้เติบโตที่ระดับ 5-8% ผ่านกลยุทธ์การขายผลิตภัณฑ์ข้ามไลน์ (Cross-selling) ในกลุ่มธุรกิจ Bancassurance และ Wealth Management ให้กับลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยระดับบน นอกจากนี้ ประเด็นสำคัญจากการประชุมคือความเชื่อมั่นในการบริหารเงินทุนเชิงรุก (Active Capital Management) ทั้งอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ระดับ 50-60% และโครงการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญช่วยพยุงราคาหุ้น แม้กำไรจะเผชิญแรงกดดันก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ MST ระบุเพิ่มเติมว่า ประเด็นกังวลหลักของตลาดอยู่ที่แนวโน้มส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) โดย KBANK ให้กรอบ NIM ปี 2569 ไว้ที่ 2.75-2.95% ซึ่งต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง SCB ที่ระดับ 3.0-3.2% อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นว่า KBANK อาจมีความอ่อนไหวต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25bps มากกว่า หรือเลือกใช้แนวทางที่อนุรักษ์นิยมมากขึ้นในการเติบโตของสินทรัพย์และการปรับราคา (Repricing) โดยการเปลี่ยนผ่านจากปี 2568 สู่ปี 2569 จะสะท้อนการหดตัวของอัตรากำไรอย่างชัดเจน เนื่องจากธนาคารรับผลกระทบจากการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายอย่างเต็มที่
-
kaohoon
KBANK ชูยุทธศาสตร์ “3+1” กางแผนปี 69 สินเชื่อโต 2% คุมหนี้เสียต่ำ 3.25% 06/02/69
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ว่า ธนาคารยังคงมุ่งเน้นการเติบโตอย่างสมดุลเพื่อเสริมความแข็งแกร่งท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวชะลอลงอยู่ที่ 1.6% จากปัจจัยกดดันรอบด้าน ทั้งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และการฟื้นตัวที่ยังไม่เต็มที่ของการบริโภคในประเทศ สำหรับเป้าหมายทางการเงินในปี 2569 ธนาคารตั้งเป้าการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ (Loan Growth) ไว้ที่ 0-2% โดยเน้นสินเชื่อที่มีคุณภาพและมีหลักประกัน สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) คาดว่าจะอยู่ที่ 2.75-2.95% ด้านรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ (Net Fee Income Growth) ตั้งเป้าเติบโตในระดับ Mid-to-high single-digit โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและบริการชำระเงิน ส่วนอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายด้าย (Cost to Income Ratio) จะควบคุมให้อยู่ระดับ Mid-40s ด้านคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารตั้งเป้าคุมสัดส่วนหนี้เสีย (NPL Ratio – Gross) ให้ต่ำกว่า 3.25% และกำหนด Credit Cost ไว้ที่ 140-160 bps ซึ่งเป็นระดับปกติที่สะท้อนการบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม นางสาวขัตติยา กล่าวต่อว่า ในปีนี้ธนาคารจะยกระดับยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” ไปอีกขั้น ด้วยการผนวกกลยุทธ์ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Strategy)” เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. กลุ่มลูกค้าบุคคล (Retail): เน้นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงและคนทำงานรุ่นใหม่ โดยนำเสนอโซลูชันการเงิน การลงทุน และประกันที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย 2. กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการ (SME): มุ่งเน้นอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตและคุณภาพความเสี่ยงดี (Growth industries with strong risk quality) พร้อมให้บริการที่ปรึกษาธุรกิจแบบครบวงจร และ 3. กลุ่มลูกค้าธุรกิจ (Corporate): โฟกัสอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพสูง เชื่อมโยงระบบนิเวศทางธุรกิจและการชำระเงินข้ามพรมแดน
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK ตั้งเป้าปี 69 สินเชื่อโต 0-2% คุม NPL ไม่เกิน 3.25% 06/02/69
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (6 ก.พ.69) ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์ห่งประเทศไทยว่า เป้าหมายทางการเงินปี 2569 โดยการเติบโตสินเชื่อรวมตั้งเป้าฟื้นมาเติบโต 0-2% จากปีก่อนที่หดตัว 0.28% พร้อมควบคุมสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่เกิน 3.25% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อยที่ 3.20% พร้อมกับควบคุม Credit Cost ในปี 69 ในช่วง 140-160 bps จากปีก่อนที่ 163 bps ด้านส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ในปี 2569 มีแนวโน้มลดลงมาที่ 2.75-2.95% จากปีก่อนที่ 3.23% พร้อมตั้งเป้า Cost to Income Ratio อยู่ในช่วง Mid-40% จากปีก่อนที่ 43.56% และรายได้ค่าธรรมเนียมคาดว่าจะเติบโตระดับ Mid-to-high single-digit จากปีก่อนที่ 5.85% รวมถึงผลตอบแทนของส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) และผลตอบแทนของสินทรัพย์ (ROA) ธนาคารยังไม่ได้มีการตั้งเป้าหมายในปีนี้ โดยปีก่อน ROE อยู่ที่ 8.62% และ ROA อยู่ที่ 1.11%
-
hoonsmart
KBANK ประกาศเป้าหมายปี 69 เติบโตย่างสมดุล เดินหน้ายกระดับยุทธศาสตร์ปั้นโซลูชันครองใจลูกค้า 06/02/69
HoonSmart.com>> “ธนาคารกสิกรไทย” (KBANK)ประกาศเป้าหมายทางการเงินปี 69 เติบโตอย่างสมดุล ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ พร้อมเดินหน้ายกระดับยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” ไปอีกขั้น ด้วยกลยุทธ์ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Strategy)” เสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าทุกกลุ่มให้แน่นแฟ้นและยั่งยืนยิ่งขึ้น ส่งมอบโซลูชันทางการเงินที่ตอบความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด ในเวลาที่ตรงใจ นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยว่า กลยุทธ์ของธนาคารกสิกรไทยยังคงมุ่งเน้นไปที่การเติบโตอย่างสมดุล เสริมความแข็งแกร่งท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยธนาคารได้กําหนดเป้าหมายทางการเงินประจำปี 2569 ดังนี้ · การเติบโตของเงินให้สินเชื่อ (Loan Growth): เติบโตที่ 0-2% สอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจท่ามกลางความท้าทายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารยังคงเน้นการเติบโตสินเชื่อที่มีคุณภาพ สินเชื่อที่มีหลักประกัน และกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพในการเติบโต พร้อมต่อยอดขีดความสามารถและความแข็งแกร่งด้านสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
-
mitihoon
Mitihoon – KASIKORNBANK (KBank) has announced its 2026 financial targets, aiming for balanced growth amid ongoing economic challenges. The Bank is moving forward to elevate the K-Strategy 3+1 and Productivity to the next level through a Customer Strategy, while fostering deeper and more sustainable relationships across all customer segments. The Bank is committed to delivering financial solutions that precisely meet the customers’ needs at the right moment, driving the Bank, customers and all stakeholders to grow together with balance and sustainability over the long term. Ms. Kattiya Indaravijaya, Chief Executive Officer, KASIKORNBANK, said that KBank’s strategy continues to focus on balanced and efficient growth amid challenging economic conditions. The Bank has set the following financial targets for 2026: In addition, the Bank’s strong and sufficient capital position continues to support sustainable business operations.
-
mitihoon
มิติหุ้น – ธนาคารกสิกรไทยประกาศเป้าหมายทางการเงินปี 2569 เติบโตอย่างสมดุล ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ พร้อมเดินหน้ายกระดับยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” ไปอีกขั้น ด้วยกลยุทธ์ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Strategy)” เสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าทุกกลุ่มให้แน่นแฟ้นและยั่งยืนยิ่งขึ้น ส่งมอบโซลูชันทางการเงินที่ตอบความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด ในเวลาที่ตรงใจ พร้อมขับเคลื่อนให้ธนาคาร ลูกค้า และทุกภาคส่วนเติบโตไปได้อีกอย่างมั่นคง สมดุลและยั่งยืน นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า กลยุทธ์ของธนาคารกสิกรไทยยังคงมุ่งเน้นไปที่การเติบโตอย่างสมดุล เสริมความแข็งแกร่งท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยธนาคารได้กําหนดเป้าหมายทางการเงินประจำปี 2569 ดังนี้ อีกทั้ง ธนาคารยังคงมีสถานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งเพียงพอรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
-
hoonsmart
KBANK ตั้งเป้าสินเชื่อปี 69 โต 0-2% NIM ลดเหลือ 2.75-2.95% 06/02/69
HoonSmart.com>> “ธนาคารกสิกรไทย” (KBANK) ประกาศเป้าหมายทางการเงินปี 69 วางเป้าสินเชื่อเติบโต 0-2% จากปีก่อนติดลบ 0.28% ส่วน NIM คาดลดลงอยู่ที่ 2.75-2.95% กด NPL ต่ำกว่า 3.25% ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการธนาคาร เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ค.2569 มีมติอนุมัติเป้าหมายทางการเงินของธนาคาร สําหรับปี 2569 โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ การเติบโตของสินเชื่อในปี้ตั้งเป้าไว้ที่ 0 – 2% ดีขึ้นจากปี 2568 ติดลบ 0.28% ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ในช่วง 2.75 – 2.95% ลดลงจากปีก่อนอยู่ที่ 3.23% และมีการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับกลางถึงสูงเป็นตัวเลขสองหลัก เทียบกับปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 5.85% อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ในช่วง Mid-40s จากปีก่อนอยู่ที่ 43.56%
-
thunhoon
KBANK ตั้งเป้าสินเชื่อปี 69 โต 0-2% , NIM ที่ 2.75-2.95% 06/02/69
#KBANK #ทันหุ้น-ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KBANK แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า คณะกรรมการธนาคารมีมติอนุมัติเป้าหมายทางการเงินของธนาคารสำหรับปี 2569โดยวางเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อที่ 0-2% จากปีก่อนที่ลดลง 0.28% ด้านส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ หรือ NIM อยู่ที่ 2.75-2.95% เทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 3.23% (ดูตาราง) เป้าหมายทางการเงินดังกล่าว เป็นการคาดการณ์ของธนาคารในเบื้องต้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้หากสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป
-
set
-
iaa
-
hoonsmart
กสิกรไทย-Orbix จับมือ Kbank-BPMG เกาหลีใต้ พัฒนาโซลูชั่นโอนเงินข้ามพรมแดนด้วยบล็อกเชน 03/02/69
ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ (ที่ 2 จากขวา) รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย นายพิสิทธิ์ กุลกาญจนาชีวิน (ที่ 1 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออร์บิกซ์ เทคโนโลยี แอนด์ อินโนเวชั่น จำกัด Mr. Woo Hyoung Choi (ที่ 2 จากซ้าย) CEO ธนาคาร Kbank สาธารณรัฐเกาหลี และ Mr. Chang Kyun Oh (ที่ 1 จากซ้าย) Deputy CEO บริษัท BPMG ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนชั้นนำของสาธารณรัฐเกาหลี ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อศึกษาแนวทางพัฒนาโซลูชันบริการทางการเงินข้ามพรมแดนด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งครอบคลุมถึงการศึกษาแนวทางการพัฒนาโซลูชันการโอนเงินด้วยนวัตกรรมบล็อกเชนสำหรับแรงงานไทยที่ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายในสาธารณรัฐเกาหลี โดยความร่วมมือนี้จะมีการหารือ และขออนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องก่อนให้บริการจริงในอนาคต นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับระบบการโอนเงินและการชำระเงินข้ามพรมแดนให้มีความรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของภูมิภาคสะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมขององค์กรจากทั้งสองประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) โดยพิธีร่วมลงนาม MOU ดังกล่าวจัดขึ้น ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทลแบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล เมื่อเร็ว ๆ นี้
-
thunhoon
KBANK แจ้งปิดระบบชั่วคราว 01.00–06.00 น. วันที่ 8 ก.พ.นี้ 02/02/69
#ทันหุ้น – ธนาคารกสิกรไทยแจ้งปิดให้บริการชั่วคราว เพื่อพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 01:00 น. – 06:00 น. โดยช่องทางและบริการที่ไม่สามารถใช้งานได้ ดังนี้ • รายการฝาก ถอน โอน เติมเงิน และชำระบิลที่เกี่ยวข้องกับบัญชีของธนาคารกสิกรไทยในทุกช่องทาง • การรับโอนเงินจากทุกธนาคารในทุกช่องทาง
-
kaohoon
“พงศ์ภัทร” มอง SET ไซด์เวย์ รอเลือกตั้ง แนะเก็บหุ้นบิ๊กแคป “KBANK-BBL-ADVANC” 02/02/69
นายพงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์ นักกลยุทธ์การลงทุนฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์เอกซ์ จำกัด ในเครือกลุ่ม SCBX เปิดเผยในรายการ ข่าวหุ้นเจาะตลาด เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มปรับตัวย่อลง และมีลักษณะการแกว่งตัวในกรอบ (Sideways) เพื่อรอความชัดเจนจากผลการเลือกตั้งในช่วงสุดสัปดาห์ โดยปัจจัยกดดันหลักมาจากภายนอกประเทศ ได้แก่ การไหลออกของกระแสเงินทุนต่างชาติในภูมิภาคเอเชีย และความกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงตัวประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่ที่มีแนวโน้มดำเนินนโยบายการเงินในเชิงเข้มงวดกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ สำหรับกลยุทธ์การลงทุนและหุ้นเป้าหมาย ในระยะสั้น แนะนำให้เน้นการลงทุนในกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลังการเลือกตั้ง โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) ที่เป็นเป้าหมายของนักลงทุนต่างชาติ นักลงทุนควรจับตาหุ้นเด่นรายกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนชัดเจนและมีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจในระยะถัดไป โดยกลุ่มธนาคารยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับความสนใจจากประเด็นเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูง จากฐานกำไรที่แข็งแกร่งและคุณภาพสินทรัพย์ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ภาวะเศรษฐกิจมีความผันผวน
-
kaohoon
KBANK แจ้งปิดปรับปรุงระบบ 8 ก.พ.นี้! เวลา 01:00-06:00 น. 02/02/69
ธนาคารกสิกรไทยแจ้งปิดให้บริการชั่วคราว เพื่อพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 01:00 น. – 06:00 น. โดยช่องทางและบริการที่ไม่สามารถใช้งานได้ ดังนี้ 1.) รายการฝาก ถอน โอน เติมเงิน และชำระบิลที่เกี่ยวข้องกับบัญชีของธนาคารกสิกรไทยในทุกช่องทาง 2.) การรับโอนเงินจากทุกธนาคารในทุกช่องทาง
-
kaohoon
KBANK คาดบาทสัปดาห์หน้าแกว่ง 31.00-31.80 บ. จับตาเงินเฟ้อ–การเมืองไทย 01/02/69
ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทสัปดาห์หน้า (2-6 ก.พ.69) ที่ระดับ 31.00-31.80 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาดวันศุกร์ที่ 30 ม.ค. ที่ 31.37 บาทดอลลาร์ ทั้งนี้ในช่วงต้น-กลางสัปดาห์เงินบาทแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลกที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-time high) ขณะที่เงินดอลลาร์ขาดแรงหนุนในช่วงก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แสดงท่าทีไม่กังวลต่อการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ ทั้งนี้ เงินบาทแข็งค่าหลุดแนว 31.00 ไปแตะระดับ 30.866 ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี 10 เดือนครั้งใหม่ (นับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2564) อย่างไรก็ดี เงินบาทเริ่มอ่อนค่าลงในช่วงกลางสัปดาห์ซึ่งตลาดประเมินว่า อาจเป็นการเข้าดูแลเพื่อลดความผันผวนของเงินบาทจากทางการ และถูกกดดันต่อเนื่องในช่วงปลายสัปดาห์ตามทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกที่ร่วงลงจากแรงขายทำกำไร
-
thunhoon
หุ้นไทยวันนี้(29 ม.ค.) ลบ 7.83 จุด ขายแบงก์ KBANK-BBL-KTB 29/01/69
#ทันหุ้น-ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้(29 ม.ค.69) ปิดที่ 1,331.07 จุด ลบ 7.83 จุด หรือ 0.58% มีมูลค่าการซื้อขาย 51,753.59 ล้านบาท ภาวะการซื้อขายภาคบ่ายดัชนียังแกว่งตัวออกด้านข้างในแดนลบ โดยมีแรงขายนำในหุ้นแบงก์ใหญ่ ได้แก่หุ้น KBANK, BBL และ KTB ที่ราคาปรับตัวลง อย่างไรก็ตามก็มีแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้นบางตัวเช่นหุ้น TRUE ที่ราคาปรับตัวขึ้นสวนตลาดโดยรวม เป็นแรงซื้อกลับหลังจากที่ก่อนหน้านี้ราคาปรับตัวลงไปมากโดยตลาดยังกังวลต่อสถานการณ์ตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่กดดันตลาด หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 10 อันดับแรก
-
iaa
-
kaohoon
KBANK จับมือ “คิงเพาเวอร์” นำร่อง Q Wallet เปิดช่อง นทท.ต่างชาติแสกนจ่าย 28/01/69
ดร. กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินว่า หลังจากธนาคารได้ทดสอบ Q-money หรือเงินอิเล็กทรอนิกส์บนบล็อกเชน (E-money on Blockchain) ในโครงการ Regulatory Sandbox เมื่อปีที่ผ่านมา โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี Quarix จากบริษัท ออร์บิกซ์ เทคโนโลยี แอนด์ อินโนเวชั่น จำกัด (Orbix Technology) ล่าสุด ธนาคารได้ต่อยอดพัฒนาสู่ “Q Wallet by KBank” โดยร่วมมือกับ คิง เพาเวอร์ มหานคร ในฐานะพันธมิตรรายแรกและผู้นำด้านไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว เปิดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถใช้ THBS (Programmable Payment) ซึ่งเป็นหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าเทียบเท่าเงินฝากสกุลบาท ใช้ชำระค่าสินค้าและบริการผ่านแอปพลิเคชัน Q Wallet ด้วยการสแกน Thai QR Payment ได้ทันทีโดยไม่ต้องพกเงินสด ไม่ต้องแลกเปลี่ยนเงินตรา และไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีธนาคารในประเทศไทย ความร่วมมือในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของธนาคารกสิกรไทยในการสร้างระบบนิเวศการเงินดิจิทัลที่ตอบโจทย์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ โดยมุ่งเน้นความสะดวกสบายและความปลอดภัยสูงสุด ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้การทดสอบใน Enhanced Regulatory Sandbox และ Digital Asset Regulatory Sandbox ของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์จริงภายใต้การจำกัดจำนวนผู้ใช้งานและปริมาณธุรกรรม ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 23 มีนาคม 2569 เพื่อเป็นการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ด้าน นางสาวอรุณรุ่ง ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการลงทุน กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กล่าวเสริมว่า คิง เพาเวอร์ มหานคร มุ่งมั่นที่จะยกระดับประสบการณ์การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับพฤติกรรมในยุคดิจิทัล ความร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยจึงเป็นหมุดหมายสำคัญในการผลักดันการท่องเที่ยวแบบไร้เงินสด (Cashless Tourism) โดยครอบคลุมพื้นที่ให้บริการทั้งภายในโรงแรม เดอะ สแตนดาร์ด กรุงเทพมหานคร ร้านอาหาร และมหานคร สกายวอล์ค ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญระดับโลก การเชื่อมโยงระบบชำระเงินดิจิทัลนี้จะช่วยให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวก รวดเร็ว และมั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัย เชื่อมต่อร้านค้าไทยกับนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้อย่างไร้รอยต่อ
-
thunhoon
เอเซีย พลัส เทียบฟอร์ม 2 ห้นแบงก์ใหญ่ KBANK-SCB แนะกลยุทธ์ลงทุน 26/01/69
ฝ่ายวิจัยเอเซีย พลัส ระบุว่า ในมุมของกำไรสุทธิงวดไตรมาส 4/68 พบว่า KBANK อยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท ลดลง 5% YoY เทียบกับ SCB ที่ 1 หมื่นล้านบาท เช่นกัน ลบ 13% YoY ด้านรายได้เชิง NII ทั้งคู่ชะลอตัวตามวงจรดอกเบี้ย แต่ KBANK ลด 9% YoY เทียบกับ SCB หดตัว 13% YoY มีส่วนจากสินเชื่อของ KBANK ทรงตัว (SCB ลบ 2% YoY) ในขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมฯ ของ KBANK เด่นกว่า เติบโต 11% YoY (VS SCB –2% YoY) เพราะการขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Wealth สำหรับการบริหาร OPEX แม้ SCB ควบคุมได้ดีกว่า แต่ในด้าน Credit cost มองว่าของ KBANK เริ่มนิ่งติดกัน 2 ไตรมาสที่ 1.7% (4Q67 ที่ 2.0%) เทียบกับ SCB เพิ่มติดกัน 2 ไตรมาสมาที่ 1.9% (4Q67 ที่ 1.6%)
-
hoonsmart
บล.กรุงศรีชูหุ้นเด่น KKP-KTB หั่นราคา-กำไร BBL,KBANK,SCB 25/01/69
“เราคงธีมการลงทุนกลุ่มธนาคารเป็น Value Play มองว่าธนาคารเน้นการบริหารเงินทุน โดยเฉพาะการจ่ายเงินปันผล คงอัตราผลตอบแทนระดับสูงคาดที่ 5-8% ต่อปี ควบคู่กับการบริหารค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ เราปรับ KKP ขึ้นเป็น Top Pick คู่ KTB คาดเงินปันผลครึ่งหลังปี 2568 มีโอกาสปรับเพิ่มจากครึ่งหลังปี 2567 และบริหารคุณสินทรัพย์ได้ดี “บล.กรุงศรีอยุธยาระบุ บล.กรุงศรี ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย KKP จาก 75 บาท เป็น 80 บาท หลังปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้นเป็น 6,174 ล้านบาท เติบโต 4% จากปีที่ผ่านมา ปีหน้าคาดกำไรสุทธิ 6,500 ล้านบาท เติบโต 5% จากค่าใช้จ่ายสำรองดีกว่าคาด แนะนำซื้อ KTB ราคาเป้าหมาย 30 บาท คาดปีนี้กำไรสุทธิ 46,290 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 4% ส่วนปีหน้าเติบโต 2% เป็น 47,346 ล้านบาท สำหรับธนาคารกรุงเทพ (BBL) ปรับลดน้ำหนักจากเดิมเชียร์ซื้อ และลดราคาเป้าหมายลงจาก 180 บาท เหลือ 155 บาท หลังปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ 41,297 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 10% ปีหน้าฟื้นตัว 2% เป็น 41,936 ล้านบาท สำหรับธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ถูกปรับลดน้ำหนักจากซื้อเป็นถือ และลดราคาเป้าหมายลงจาก 205 บาท เหลือ 195 บาท คาดปีนี้ทำกำไรได้เพียง 46,285 ล้านบาท ลดลง 7% ปีหน้าเพิ่ม 2% เป็น 47,019 ล้านบาท นอกจากนี้ยังปรับลดราคาเป้าหมาย SCB จาก 155 บาท เหลือ 145 บาท ปรับคำแนะนำเป็นถือ หลังปรับลดกำไรปี 2569-2570 ลงเหลือ 44,671 ล้านบาท หดตัว 6% ส่วนปีหน้าโต 3% เป็น 46,207 ล้านบาท จากรายได้ดอกเบี้ย (NII) ต่ำกว่าคาด แนะถือ TTB เป้า 1.90 บาท
-
thunhoon
KBANK สรุปคำแนะนำการลงทุนและประมาณการกำไร 25/01/69
KBANK สรุปคำแนะนำการลงทุนและประมาณการกำไร #ทันหุ้น #KBANK รวมข้อมูลบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ สรุปคำแนะนำการลงทุน ราคาเป้าหมาย และประมาณการผลการดำเนินงาน
-
kaohoon
KBANK ชี้กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 30.70–31.60 บ. จับตาประชุม FOMC–ฟันด์โฟลว์ 24/01/69
ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า (26-30 ม.ค.) ไว้ที่ระดับ 30.70-31.60 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุม FOMC (27-28 ม.ค.), รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือน ธ.ค.ของไทย, ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ, การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน พ.ย., ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ธ.ค., ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ม.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ รวมถึงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของยูโรโซน นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และหลายประเทศในยุโรปด้วยเช่นกัน สัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทผันผวนในกรอบแข็งค่า โดยทำสถิติแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี 10 เดือนที่ 30.88 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างสัปดาห์เงินบาทแข็งค่าขึ้นช่วงต้น-กลางสัปดาห์สอดคล้องกับหลายสกุลเงินในเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลกที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-time high) สวนทางแรงเทขายเงินดอลลาร์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และหลายประเทศในยุโรปในประเด็นเรื่องกรีนแลนด์ ทั้งนี้เงินบาทแข็งค่าทะลุแนว 31.00 บาท/ดอลลาร์ ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี 10 เดือน ที่ 30.88 บาท/ดอลลาร์ (แข็งค่าสุดนับตั้งแต่ 23 มี.ค.64) ในช่วงกลางสัปดาห์ ก่อนจะพลิกกลับมาเคลื่อนไหวในระดับที่อ่อนค่ากว่าแนว 31.00 บาท/ดอลลาร์อีกครั้ง ซึ่งตลาดประเมินว่าอาจเป็นการดูแลเพื่อลดความผันผวนจากทางการ ขณะที่เงินดอลลาร์เองก็ฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนตามสัญญาณที่เริ่มผ่อนคลายลงระหว่างสหรัฐฯ กับหลายประเทศในยุโรป และสหราชอาณาจักร
-
kaohoon
KBANK ทยอยซื้อหุ้นคืน ดันยอดสะสม 18.30 ล้านหุ้น วงเงิน 3.47 พันลบ. 23/01/69
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK แจ้งผ่าน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่าบริษัทรายงานการหุ้นซื้อคืนเพิ่มอีก เมื่อวันที่ 23 ม.ค.69 จำนวน 2,780,700 หุ้น มีราคาซื้อสูงสุด 190.50 บาท และราคาต่ำสุด 189 บาท มูลค่ารวม 528.24 ล้านบาท ทั้งนี้ ทำให้ KBANK หุ้นซื้อคืนจนถึงปัจจุบัน อยู่ที่ 18,301,100 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนของจำนวนซื้อหุ้นคืนต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว 0.77% ของมูลค่ารวมที่ซื้อคืนแล้วทั้งหมด 3,479.84 ล้านบาท สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ คณะกรรมการมีมติเมื่อวันที่ 30 ต.ค.68 ที่ผ่านมา อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืน จำนวน 47,386,552 หุ้น คิดเป็นจำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว 2% โดยมีกำหนดสิ้นสุดโครงการในวันที่ 13 พ.ค.69
-
set
รายงานผลการซื้อหุ้นคืนกรณีเพื่อการบริหารทางการเงิน 23/01/69
รายงานผลการซื้อหุ้นคืน เรื่อง : แบบรายงานผลการซื้อหุ้นคืนกรณีเพื่อการบริหารทางการเงิน วันที่รายงานผล : 23 ม.ค. 2569 วิธีการซื้อหุ้นคืน : ซื้อหุ้นคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์ วันที่ครบกำหนดโครงการ : 13 พ.ค. 2569 โครงการซื้อหุ้นคืน วันที่คณะกรรมการมีมติ : 30 ต.ค. 2568 จำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดตามโครงการ (หุ้น) : 47,386,552 %ของจำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 2.00 1. ผลการซื้อหุ้นคืน วันที่ซื้อหุ้นคืน : 23 ม.ค. 2569 จำนวนหุ้นซื้อคืน(หุ้น) : 2,780,700 ราคาที่ซื้อต่อหุ้นหรือราคาสูงสุด(บาท/หุ้น) : 190.50 ราคาต่ำสุด(บาท/หุ้น) : 189.00 มูลค่ารวม(บาท) : 528,240,150.00 2. จำนวนหุ้นซื้อคืนทั้งสิ้น จำนวนรวมของหุ้นซื้อคืนในโครงการจนถึงปัจจุบัน : 18,301,100 (รวมผลการซื้อคืน) (หุ้น) %ของจำนวนหุ้นซื้อคืนต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 0.77 มูลค่ารวมที่ซื้อคืน(บาท) : 3,479,842,650.00 ลงลายมือชื่อ _________________ ( นางสาวศันสนา สุขะนันท์ ) รองผู้จัดการใหญ่ กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัท ______________________________________________________________________ สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้ และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้ หากท่านต้องการดูรายละเอียดสารสนเทศฉบับนี้แบบเต็ม โปรดคลิก "รายละเอียดแบบเต็ม"
-
set
รายงานผลการซื้อหุ้นคืนกรณีเพื่อการบริหารทางการเงิน 22/01/69
รายงานผลการซื้อหุ้นคืน เรื่อง : แบบรายงานผลการซื้อหุ้นคืนกรณีเพื่อการบริหารทางการเงิน วันที่รายงานผล : 22 ม.ค. 2569 วิธีการซื้อหุ้นคืน : ซื้อหุ้นคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์ วันที่ครบกำหนดโครงการ : 13 พ.ค. 2569 โครงการซื้อหุ้นคืน วันที่คณะกรรมการมีมติ : 30 ต.ค. 2568 จำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดตามโครงการ (หุ้น) : 47,386,552 %ของจำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 2.00 1. ผลการซื้อหุ้นคืน วันที่ซื้อหุ้นคืน : 22 ม.ค. 2569 จำนวนหุ้นซื้อคืน(หุ้น) : 2,100,000 ราคาที่ซื้อต่อหุ้นหรือราคาสูงสุด(บาท/หุ้น) : 189.50 ราคาต่ำสุด(บาท/หุ้น) : 188.50 มูลค่ารวม(บาท) : 396,825,000.00 2. จำนวนหุ้นซื้อคืนทั้งสิ้น จำนวนรวมของหุ้นซื้อคืนในโครงการจนถึงปัจจุบัน : 15,520,400 (รวมผลการซื้อคืน) (หุ้น) %ของจำนวนหุ้นซื้อคืนต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 0.66 มูลค่ารวมที่ซื้อคืน(บาท) : 2,951,602,500.00 ลงลายมือชื่อ _________________ ( นางสาวศันสนา สุขะนันท์ ) รองผู้จัดการใหญ่ กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัท ______________________________________________________________________ สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้ และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้ หากท่านต้องการดูรายละเอียดสารสนเทศฉบับนี้แบบเต็ม โปรดคลิก "รายละเอียดแบบเต็ม"
-
thunhoon
KBANK-SCB มุมมองดาโอ ไปต่อ หรือพอก่อน? 22/01/69
#ทันหุ้น – บล.ดาโอ ส่อง KBANK-SCB หลังประกาศงบ Q4/68 พร้อมแนะกลยุทธ์ลงทุน ดังนี้ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ปรับลงเป็นถือ และปรับเป้าลงเป็น 191.00 บาทโดยกำไร Q4/68 ต่ำกว่าคาด; รอ 6 ก.พ. ประกาศเป้าปี 2569E ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นกลางจากการประชุมนักวิเคราะห์ เพราะรอเป้าหมายปี 2569E ที่จะประกาศในวันที่ 6 ก.พ.69 ขณะที่มองเป็นลบเล็กน้อยต่อกำไรสุทธิ Q4/68 ที่ต่ำกว่าที่ตลาดและฝ่ายวิจัยคาดเล็กน้อย โดย 1) กำไรสุทธิ Q4/68 อยู่ที่ 1.03 หมื่นล้านบาท (-5% YoY, -21% QoQ) ต่ำกว่าตลาดคาด -5% และฝ่ายวิจัยคาด -6% จาก NIM ที่ลดลงและมี OPEX มากกว่าคาด 2) NPL เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 3.20% จาก Q3/68 ที่ 3.19% ขณะที่มูลค่า NPL +3% QoQ โดยมี write-off 6.0 พันล้านบาท จาก Q3/68 ที่ 3.6 พันล้านบาท และขาย NPL 3.9 พันล้านบาท จาก Q3/68 ที่ 4.9 พันล้านบาท ส่วน Stage 2 ที่ +4% QoQ เกิดจาก SME และบ้านที่มีการจัดชั้นเชิงคุณภาพมากขึ้น
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
fin
-
kaohoon
KBANK โผล่บิ๊กล็อต 4.7 ล้านหุ้น มูลค่า 899 ลบ. สูงกว่ากระดาน 1% 21/01/69
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (21 ม.ค.69) มีรายการ สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่ (Big lot) ของหุ้น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK จำนวน 1 รายการ ปริมาณ 4.7 ล้านหุ้น มูลค่ารวม 899.80 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 191 บาทต่อหุ้น โดยมีราคาสูงกว่ากระดาน 1.05% ทั้งนี้ ราคาหุ้น KBANK ปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 189 บาท ลบ 3.00 บาท หรือ 1.56% สูงสุดที่ระดับ 192.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 189 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6,015.38 ล้านบาท สำหรับภาพรวมรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ 22 อันดับ (ณ วันที่ 11 ก.ย. 68) มีดังนี้
-
kaohoon
KBANK ปล่อยสินเชื่อลด กดกำไรปี 68 ทรงตัว 4.96 หมื่นล้านบาท 21/01/69
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีกำไรสุทธิ ดังนี้ บริษัทฯ รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ 49,564.77 ล้านบาท ลดลง 0.08% เมื่อเทียบกับปีก่อนซึ่งมีกำไรสุทธิ 49,603.54 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ดอกเบี้ยที่ปรับลดลงมาอยู่ที่ 137,152 ล้านบาท ลดลง 10,852 ล้านบาท หรือ 7.33% จากการลดลงของเงินให้สินเชื่อจำนวน 16,524 ล้านบาท หรือ 12.03% สอดคล้องกับภาวะอัตราดอกเบี้ยและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างปี เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องและลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงินให้แก่ลูกค้า รวมถึงการเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอตัว ขณะเดียวกัน รายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินลงทุนและธุรกรรมเพื่อค้าเพิ่มขึ้น 3,902 ล้านบาท หรือ13.27% จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณธุรกรรมเฉลี่ย
-
hoonsmart
KBANK รักษากำไร 49,565 ล้านบ. ตั้งสำรองหนี้ลดเหลือ 40,312 ล้านบ.ปี’ 68 21/01/69
HoonSmart.com>>”ธนาคารกสิกรไทย” (KBANK) ทำกำไรสุทธิ 49,564.77 ล้านบาท ปี 68 ใกล้เคียงกับปีก่อน ไตรมาส 4 กำไรสุทธิ 10,278 ล้านบาท ลดลง 4.56% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 20.98% จากไตรมาสก่อน รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย 57,648 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.75% ตั้งสำรองหนี้ 40,312 ล้านบาท ลดลง 6,939 ล้านบาท หรือ 14.69% ยังคงให้ความสำคัญบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) แจ้งผลประกอบการปี 2568 กำไรสุทธิ 49,564.77 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 20.63 บาท ใกล้เคียงกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 49,603.54 ล้านบาท หรือ 20.63 บาทต่อหุ้น เฉพาะไตรมาสที่ 4 ปีที่ผ่านมา มีกำไรสุทธิ 10,277.77 ล้านบาท ลดลง 490.77ล้านบาทหรือ-4.56% จากจำนวน 10,768.54 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลงจำนวน 2,729 ล้านบาท หรือ 20.98% จากไตรมาสก่อน นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในปี 2568 ธนาคารฯมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารจำนวน 49,565 ล้านบาท อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน โดยกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้มีจำนวน 109,951 ล้านบาท ลดลงจำนวน 4,043 ล้านบาท หรือ 3.55% จากปีก่อน ผลจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่มีจำนวน 137,152 ล้านบาท ลดลงจำนวน 10,852 ล้านบาท หรือ 7.33% ตามภาวะอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างปี เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงินให้ลูกค้า และการเติบโตของเงินให้สินเชื่อที่ชะลอตัว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin: NIM) ลดลงอยู่ที่ระดับ 3.23%
-
mitihoon
KBANK announced 2025 net profit of Baht 49,565 million 21/01/69
Mitihoon – Ms. Kattiya Indaravijaya, Chief Executive Officer of KASIKORNBANK, said Thailand’s economy in 2025 faced pressure from both structural challenges and negative factors throughout the year. Industrial production continued to contract, while the tourism sector recovered more slowly than expected. Additionally, domestic spending showed signs of weakening, as household consumption was constrained by elevated household debt and an uneven recovery in incomes, while uncertainty surrounding US import tariff measures and domestic political developments weighed on private-sector investment decisions. Although exports recorded strong growth owing to front-loaded shipments ahead of the implementation of US import tariffs, and domestic interest-rate reductions provided some relief to borrowers’ financial burdens, these supportive factors were insufficient to counterbalance the broader economic deceleration. In 2026, the Thai economy is expected to decelerate further as external headwinds intensify, including US import tariffs, trade disputes between the US and its trading partners, and a slowdown in the global economy, all of which are likely to exert downward pressure on Thailand’s export sector. Meanwhile, private spending, both consumption and investment, remains constrained by domestic economic and political uncertainty. While government spending will continue to play a role in supporting the economy, its ability to provide additional stimulus is likely to be limited. Amidst the rising challenges to business operation driven by both domestic and international economic factors, KASIKORNBANK and its subsidiaries have continued to operate prudently, through the execution of K-Strategy 3+1 and continuous focus on productivity improvement. These efforts aim to deliver sustainable value to all stakeholders including depositors, investors, individual and business customers and to deliver sustainable returns to shareholders, while fully supporting government initiatives to assist customers in a highly uncertain economic environment.
-
mitihoon
KBANK แจ้งผลประกอบการปี 2568 กำไร 49,565 ล้านบาท 21/01/69
มิติหุ้น – นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2568 เผชิญแรงกดดันทั้งจากปัญหาเชิงโครงสร้างและปัจจัยลบที่ทยอยเข้ามากระทบตลอดทั้งปี โดยการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังหดตัวต่อเนื่อง ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่คาด นอกจากนี้ สัญญาณจากการใช้จ่ายภายในประเทศยังมีทิศทางอ่อนแรงลง โดยการบริโภคภาคครัวเรือนเผชิญข้อจำกัดจากภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและรายได้ที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ขณะที่ความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และปัจจัยการเมืองภายในประเทศมีผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชน แม้ว่าภาคการส่งออกจะขยายตัวสูงจากการเร่งส่งออกก่อนมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในประเทศจะช่วยผ่อนคลายภาระทางการเงินของลูกหนี้บางส่วน แต่แรงหนุนดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยแรงกดดันจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโดยรวม สำหรับปี 2569 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่อง เนื่องจากผลกระทบของปัจจัยภายนอกที่รุนแรงขึ้น ทั้งจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ สงครามการค้าของสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้า และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะกดดันให้ภาคการส่งออกของไทยหดตัวลง ขณะที่การใช้จ่ายภาคเอกชน ทั้งการบริโภคและการลงทุน ยังถูกจำกัดด้วยความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐแม้ยังมีบทบาทพยุงเศรษฐกิจ แต่ก็อาจเพิ่มแรงหนุนได้ไม่มาก ท่ามกลางความท้าทายต่อการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยทางเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ ธนาคารกสิกรไทยและบริษัทย่อยยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ ผ่านการเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ 3+1 และการจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Productivity) อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายซึ่งรวมถึง ผู้ฝากเงิน ผู้ลงทุน ลูกค้าบุคคล ลูกค้าธุรกิจ และส่งมอบผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น ตลอดจนสนับสนุนภาครัฐในโครงการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือลูกค้าอย่างเต็มที่ ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง
-
thunhoon
KBANK ปี 2568 กำไรสุทธิ 49,565 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.08% YoY 21/01/69
#ทันหุ้น #2026 #SET #KBANK ปี 2568 กำไรสุทธิ 49,565 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.08% YoY สรุปประเด็นหลัก (Key Takeaways) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
-
set
-
set
-
set
-
set
งบการเงิน ประจำปี 2568 (ก่อนตรวจสอบ) 21/01/69
-
set
-
iaa
-
thunhoon
KBANK ประกาศงบพรุ่งนี้ โบรกฯ คาดกำไร Q4/68 ที่ 1.1 หมื่นลบ. 20/01/69
#KBANK #ทันหุ้น-ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK เตรียมประกาศผลดำเนินงานงวดไตรมาส 4/68 ในวันพรุ่งนี้(21 ม.ค.69) ซึ่งโบรกเกอร์คาดว่าจะมีกำไร 1.1 หมื่นล้านบาท พร้อมทั้งคาดการณ์ว่าจะมีการจ่ายเงินปันผลในงวดครึ่งหลังปี 2568 ที่ 10 บาทต่อหุ้น dividend yield 5% ส่วนแนวโน้มกำไรในปี 2569 คาดว่าจะอ่อนตัวลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง บล.กรุงศรีคาดการณ์ว่า KBANK จะมีกำไรสุทธิในงวดไตรมาส 4/68 อยู่ที่ 1.10 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY เพราะรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น จาก Bancassurance และ Wealth management, ค่าใช้จ่ายสำรอง หรือ ECL ที่ลดลง ส่วนกำไรที่ลดลง 15% QoQ เพราะรายได้ดอกเบี้ยลดลง จาก NIM ลดลงเหลือ 3.12% จากไตรมาส 4/67 ที่ 3.48% และไตรมาส 3/68 ที่ 3.24% จากการลดลงของ yield on loan ตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลง และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น จากค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าใช้จ่ายทางการตลาด ส่วนแนวโน้มกำไรในปี 2569 คาดว่าจะลดลง 5% YoY เพราะการลดลงของ NIM จากดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลง
-
kaohoon
KBANK คาดกรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 31.00–31.70 บ. จับตาฟันด์โฟลว์-ข้อมูลเศรษฐกิจโลก 17/01/69
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์ถัดไป ระหว่างวันที่ 19–23 มกราคม 2569 อยู่ที่ระดับ 31.00–31.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ กระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินในเอเชีย และทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีนัยต่อทิศทางค่าเงิน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศไตรมาส 3 ปี 2568 ดัชนีราคาเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลและดัชนีราคาเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐานในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนธันวาคม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเบื้องต้นเดือนมกราคม รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดยังติดตามผลการประชุมของ ธนาคารกลางญี่ปุ่น ในวันที่ 22–23 มกราคม 2569 การกำหนดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงเงินกู้ลูกค้าชั้นดีของจีน อัตราเงินเฟ้อเดือนธันวาคมของยูโรโซนและสหราชอาณาจักร ตลอดจนข้อมูลเศรษฐกิจจีน อาทิ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศไตรมาส 4 ปี 2568 การผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเดือนธันวาคม
-
hoonsmart
“ดาโอ” คาด SET แกว่งตัวในกรอบ 1,234-1,253 จุด แนะ KBANK-CCET 15/01/69
HoonSmart.com>>บล.ดาโอ คาดแนวโน้มดัชนีวันนี้แกว่งตัวในกรอบ แนวรับ 1,234-1,238 จุด แนวต้าน 1,249-1,253 จุด แรงหนุนจกฟันด์โฟลว์ไหลเข้าซื้อหุ้นไทย ด้านค่าเงินบาทแข็ง หุ้นแนะนำ BDMS ,TTB, ADVANC หุ้นซื้อเก็งกำไรสัญญาณเทคนิคหนุน “KBANK, CCET” บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ คาดทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ (Sideways) โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากกระแสเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ไหลกลับเข้ามาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยวานนี้กว่า 2,376 ล้านบาท ประกอบกับค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นปิดที่ระดับ 31.42/43 บาท/ดอลลาร์ ด้านคดีมาตรการภาษีของสหรัฐฯ อาจทำให้ตลาดอึมครึม สำหรับมุมมองทางเทคนิคคาด SET แกว่งตัวผันผวนในกรอบ Rebound ลุ้นยืน 1,246 จุด เพื่อเปิดระยะฟื้นตัวต่อ แนวรับ 1,234-1,238 จุด แนวต้าน 1,249-1,253 จุด
-
mitihoon
มิติหุ้น – นายณัฐวุฒิ จันทนะจุลพงศ์ นักกลยุทธ์ลงทุนอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (KTX) ประเมินภาวะการตึงตัวในตลาดการเงินสหรัฐฯ จะเปิดโอกาสให้ตลาดหุ้นไทยสร้างกำไร 3 ต่อ ทั้งปันผลสูง กำไรจากส่วนต่างราคาหุ้น และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งจะผลักดันให้ดัชนีหุ้นไทยไปแตะระดับ 1,401 จุดในระยะ 12 เดือนข้างหน้า ขณะที่ตลาดพันธบัตรระยะยาวสหรัฐฯ กำลังเผชิญวิกฤตศรัทธา จากการที่ธนาคารกลางทั่วโลกลดการถือครองในฐานะทุนสำรอง บีบให้อัตราผลตอบแทนพุ่งสูง จนเป็นอุปสรรคต่อการระดมทุนของรัฐบาล และต้องหันมาระดมทุนผ่านแหล่งเงินทุนระยะสั้น อันเป็นแรงกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต้องกลับมาอัดฉีดสภาพคล่องชั่วคราวผ่านระบบ REPO ควบคู่กับการอัดฉีดสภาพคล่องถาวรผ่านการขยายงบดุล (QE) อีกครั้ง ปัจจัยนี้จะสนับสนุนให้ปริมาณเงินในความหมายกว้าง (M2) ของสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ซึ่งยังคงช่วยขับเคลื่อนสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกให้ทะยานขึ้น แม้อยู่ท่ามกลางความผันผวนทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เริ่มกระจายวงกว้าง KTX ประเมินว่า ปัจจัยดังกล่าวจะกดดันให้ดัชนีดอลลาร์เสื่อมค่าลงสู่ระดับ 97.7 จุดในปี 2026 และผลักดันให้ทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นสู่เป้าหมาย 4,697 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในไตรมาสแรกของปี 2026 และ 5,109 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในระยะยาว ซึ่งจะเป็นแรงส่งให้เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าต่อเนื่องมาที่ 30.3 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ปัจจัยดังกล่าวข้างต้น จะสนับสนุนให้เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าตลาดการเงินไทย โดยเริ่มเห็นเงินทุนไหลเข้าตลาดพันธบัตรไทยอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสที่ผ่านมา แต่ด้วยอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยเริ่มเข้าสู่จุดนิ่ง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรกลับเป็นขาขึ้น จึงมองว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้เม็ดเงินลงทุนย้ายเข้าสู่ “ตลาดหุ้นไทย” เพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่น่าจูงใจกว่า โดยมี “กลุ่มธนาคาร” เป็นเป้าหมายหลัก ด้วยมีความพร้อมที่จะสร้างโอกาสทำกำไร 3 ต่อให้กับนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากการมีสภาพคล่องล้น ขณะที่ฐานะเงินกองทุน (CE Tier 1) อยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ เอื้อต่อการบริหารจัดการทุนเชิงรุก ทั้งการเพิ่มอัตราปันผลจ่าย (รวมถึงการซื้อหุ้นคืน) ซึ่งจะช่วยหนุนอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อันจะนำไปสู่การปรับเพิ่มมูลค่าหุ้น (Re-rating Valuation) และท้ายที่สุดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ตามการแข็งค่าของเงินบาท ทั้งนี้ หุ้นเด่นน่าจับตาได้แก่ KBANK และ TTB นอกจากนี้ KTX ยังมองเห็นโอกาสการลงทุนในหุ้นที่ให้อัตราผลตอบแทนปันผลสูง อย่าง BA, SPRC และ THANI รวมไปถึงหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการปรับลดต้นทุนทางการเงิน ตามทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยช่วงก่อนหน้า ได้แก่ GULF, BCPG, EGCO และ LH
-
iaa
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK มองกรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 31.10-31.80 บ. จับตาฟันด์โฟลว์-ราคาทองคำ 10/01/69
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK มองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในช่วงวันที่ 12-16 ม.ค.69 ไว้ที่ระดับ 31.10-31.80 บาท/ดอลลาร์ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค ยอดขายบ้านมือสอง การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค. ยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ย.-ต.ค. ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคานำเข้า/ส่งออกและยอดค้าปลีกเดือนพ.ย. ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ตลอดจนรายงาน Beige Book ของเฟด และผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์กและฟิลาเดลเฟียเดือน ม.ค. นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามตัวเลขการส่งออกเดือน ธ.ค.ของจีนด้วยเช่นกัน โดยเงินบาทปิดสัปดาห์แรกของปี 2569 ที่ระดับแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 เงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ตามการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ซึ่งได้รับอานิสงส์จากประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลา อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงบวกและเริ่มทยอยอ่อนค่าลงในช่วงระหว่างสัปดาห์ สอดคล้องกับการย่อตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ทยอยฟื้นตัวกลับมา หลังดัชนี ISM ภาคบริการของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าที่คาด (ดัชนีISM ภาคบริการเพิ่มขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปีที่ 54.4 เดือน ธ.ค.68 สูงกว่าตลาดคาดที่ 52.2 และสูงกว่า 52.6 ในเดือน พ.ย.)
-
kaohoon
KBANK ชี้กรอบบาทสัปดาห์หน้า 30.90-31.20 บ. จับตาฟันด์โฟลว์–ทองคำโลก 27/12/68
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ระบุว่า เงินบาททำสถิติแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี 9 เดือน แต่ยังไม่ผ่านแนว 31.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ทั้งนี้เงินบาทแข็งค่าเข้าใกล้แนว 31.00 โดยแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี 9 เดือนนับตั้งแต่มี.ค. 2564 ที่ 31.02 บาทต่อดอลลาร์ฯ สอดคล้องกับราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์หลายครั้ง นอกจากนี้ สกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่ต่างก็เคลื่อนไหวในกรอบแข็งค่า สอดคล้องกับเงินเยนที่ทยอยแข็งค่ากลับมา หลังจากที่ทางการญี่ปุ่นเตือนถึงการเข้าดูแลเพื่อสกัดการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของเงินเยน ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ยังคงถูกกดดันจากการคาดการณ์เกี่ยวกับโอกาสการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดในปี 2569 ซึ่งอาจจะมากกว่า 1 ครั้งที่สะท้อนผ่าน Dot Plot ทั้งนี้เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2568 ธปท. ออกหนังสือเวียน เรื่อง การซักซ้อมวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศกับลูกค้า โดยขอความร่วมมือธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 5 แห่ง ในการตรวจสอบเอกสารหลักฐานการรับซื้อหรือรับฝากเงินตราต่างประเทศที่มาจากต่างประเทศของลูกค้าที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ โดยเฉพาะ 1) กรณีเงินตราต่างประเทศที่ไม่เกี่ยวกับค่าทองคำและธนบัตรเงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนตั้งแต่
-
hoonsmart
“ดาโอ” คาด SET แกว่งตัวในกรอบแคบ แนะเก็งกำไร KBANK-STECON 26/12/68
HoonSmart.com>>บล.ดาโอ คาดแนวโน้มดัชนีวันนี้ แกว่งตัวในกรอบแคบ แนวรับ 1,255-1,260 จุด แนวต้าน 1,267-1,272 จุด ด้านมูลค่าการซื้อขายเบาบาง ตลาดหุ้นต่างประเทศหลักหลายแห่งปิดทำการเนื่องในวันหยุด Boxing Day กลยุทธ์ยังเน้นเก็งกำไรช่วงสั้น และเน้นสะสมหุ้นพื้นฐานดีที่ราคาปรับตัวลงมาลึก ซื้อเก็งกำไรเล่นตามสัญญาณเทคนิค KBANK, STECON บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ คาดทิศทางตลาดหุ้นวันนี้มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบ และมูลค่าการซื้อขายเบาบาง เนื่องจากตลาดหุ้นต่างประเทศหลักหลายแห่งปิดทำการเนื่องในวันหยุด Boxing Day ปัจจัยชี้นำหลักยังคงมาจากภายในประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดแนวชายแดนและการเมืองที่เข้าสู่โหมดเลือกตั้ง ซึ่งนักลงทุนยังคงจับตาความชัดเจนของขั้วอำนาจทางการเมืองใหม่ สำหรับุมมองทางเทคนิค คาด SET แกว่งตัวผันผวนในกรอบแคบ แนวรับ 1,255-1,260 จุด แนวต้าน 1,267-1,272 จุด
-
thunhoon
ทรีนีตี้ชี้ KBANK อัพไซต์น้อย แต่คาดผลปันผลน่าสนปีละ 6% 24/12/68
#ทันหุ้น – บล.ทรีนี้ตี้ ส่องหุ้น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK คาดกำไรสุทธิสำหรับ Q4/68 ที่ 11,224 ล้านบาท อ่อนตัว 14%QoQ แต่ยังเติบโต 4%YoY โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิค่อนข้างทรงตัว QoQ แม้ว่าคาดสินเชื่อในช่วงปลายปีจะเติบโตได้บ้างราว 0.5%QoQ แต่ผลกระทบจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอาจกดดัน NIM ให้อ่อนตัวลงราว 5 bps ด้านรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอาจอ่อนตัวลงราว 6%QoQ เนื่องจากในไตรมาสก่อนมีกำไรจากเงินลงทุนค่อนข้างสูง ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิอาจเติบโตได้บ้างราว 2%QoQ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันและกองทุนรวม ด้านค่าใช้จ่ายสำรองหนี้คาดทรงตัว QoQ ตามแนวโน้มคุณภาพหนี้ที่คาดว่าจะทรงตัวเช่นกัน ปัจจัยกดดันหลักในไตรมาสนี้จึงมาจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลราว 7%QoQ โดยมาจากทั้งค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าใช้จ่ายทางการตลาด รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในช่วงปลายปี
-
kaohoon
เปิดตัวเลขสินเชื่อ 7 แบงก์ พ.ย. ขยายตัว 0.7% “ดาโอ–กรุงศรี” แนะเก็บ KBANK-KTB-SCB 23/12/68
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพรวมสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์เดือนพฤศจิกายน 2568 กลับมาขยายตัวร้อยละ 0.7 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังหดตัวติดต่อกัน 5 เดือน โดยมีแรงหนุนหลักจากสินเชื่อภาครัฐและสินเชื่อภาคธุรกิจ ขณะที่สถาบันการเงินยังคงดำเนินนโยบายปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและประเด็นคุณภาพสินทรัพย์ ฝ่ายนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า สินเชื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ของธนาคาร 7 แห่งที่อยู่ภายใต้การติดตามมีมูลค่ารวม 10.44 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 จากสินเชื่อภาครัฐและสินเชื่อรายใหญ่ โดย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.4 จากสินเชื่อภาครัฐเป็นหลัก รองลงมา ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9 จากสินเชื่อรายใหญ่ ขณะที่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ลดลงร้อยละ 0.4 จากสินเชื่อรายใหญ่ และ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ลดลงร้อยละ 0.1 จากสินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อ ทั้งนี้ เงินฝากรวมอยู่ที่ 12.66 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 โดย KBANK เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 จากเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวัน ขณะที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ลดลงร้อยละ 0.9 จากเงินฝากประจำเป็นหลักในเชิงกลยุทธ์ บล.ดาโอให้น้ำหนักกลุ่มธนาคารที่ระดับ “มากกว่าตลาด” จากระดับมูลค่าที่อยู่ในเกณฑ์ต่ำ และยังคงเลือก KTB และ SCB เป็นหุ้นเด่น
-
iaa
-
kaohoon
KBANK ชี้กรอบบาทสัปดาห์หน้า 31.30-31.80 บ. จับตาตัวเลขส่งออกไทย-ราคาทอง-ข้อมูลศก.สหรัฐ 21/12/68
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK มองกรอบการเคลื่อนไหวค่าเงินบาทสัปดาห์หน้า (22-26 ธ.ค.) ที่ระดับ 31.30-31.80 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาดวันศุกร์ที่ 19 ธ.ค. ที่ 31.46 บาท/ดอลลาร์ โดยในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่าผ่านแนว 31.50 บาท/ดอลลาร์ สอดคล้องกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาคและการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่ดอลลาร์ยังคงถูกกดดันจากการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในปีหน้า อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงบวกและอ่อนค่ากลับมาบางส่วนในช่วงกลางสัปดาห์ หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยลงมาที่ระดับ 1.25% เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ พร้อมกับมีการระบุถึงการยกระดับการติดตามการเคลื่อนไหวของเงินบาท ซึ่งแข็งค่าขึ้นตามการคาดการณ์ดอกเบี้ยเฟดและปัจจัยเฉพาะของไทย นอกจากนี้ ในระหว่างสัปดาห์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังส่งสัญญาณติดตามธุรกรรมที่อาจส่งผลทางตรงและทางอ้อมต่อค่าเงินบาททั้งในส่วนของธุรกรรมทองคำในรูปแบบ Paper Trade สินทรัพย์ดิจิทัล และช่องทางอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน
-
set
-
mitihoon
KBANK ขานรับมติกนง. ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% มีผล 22 ธ.ค. 2568 18/12/68
มิติหุ้น – ธนาคารกสิกรไทยเข้าใจและตระหนักถึงภาระทางการเงินของลูกค้าภาคธุรกิจและลูกค้าบุคคลที่ต้องเผชิญท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังเติบโตช้า จึงพร้อมขานรับมติของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดยทันที ด้วยการส่งต่อความช่วยเหลือไปถึงลูกค้าอย่างเป็นรูปธรรม ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงิน และเป็นแรงหนุนสำคัญให้ลูกค้าสามารถก้าวต่อไปได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งการผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่องจะมีส่วนช่วยบรรเทาภาระหนี้แก่ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจเพื่อให้ลูกค้าสามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มกำลัง นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้ามีแนวโน้มขยายตัวได้ในกรอบจำกัด จากแรงกดดันด้านการบริโภคและการส่งออกที่ชะลอตัว ภาคเอกชนที่ชะลอการใช้จ่ายและการลงทุนจากภาวะที่มีความไม่แน่นอนสูง ธนาคารเชื่อมั่นว่า การดำเนินมาตรการเชิงรุกด้วยการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยทันที ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินและสนับสนุนประสิทธิผลของนโยบายการเงินในภาพรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเร่งช่วยเหลือและดูแลลูกค้าของธนาคาร เพื่อให้ประเทศสามารถฟื้นตัวและเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อดูแลลูกค้าแต่ละกลุ่ม มีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ดังนี้
-
kaohoon
KBANK นำร่องลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% พ่วงเงินฝาก มีผล 22 ธ.ค.นี้ 18/12/68
ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK ขานรับมติของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดยทันที ด้วยการประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงิน และเป็นแรงหนุนสำคัญให้ลูกค้าสามารถก้าวต่อไปได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งการผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่องจะมีส่วนช่วยบรรเทาภาระหนี้แก่ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจเพื่อให้ลูกค้าสามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มกำลัง นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ KBANK เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้ามีแนวโน้มขยายตัวได้ในกรอบจำกัด จากแรงกดดันด้านการบริโภคและการส่งออกที่ชะลอตัว ภาคเอกชนที่ชะลอการใช้จ่ายและการลงทุนจากภาวะที่มีความไม่แน่นอนสูง ธนาคารเชื่อมั่นว่า การดำเนินมาตรการเชิงรุกด้วยการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยทันที ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินและสนับสนุนประสิทธิผลของนโยบายการเงินในภาพรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเร่งช่วยเหลือและดูแลลูกค้าของธนาคาร เพื่อให้ประเทศสามารถฟื้นตัวและเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจในระยะยาว ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อดูแลลูกค้าแต่ละกลุ่ม มีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ดังนี้
-
thunhoon
KBANK ขานรับมติกนง. ลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% มีผล 22 ธ.ค.นี้ 18/12/68
#ทันหุ้น – ธนาคารกสิกรไทย เข้าใจและตระหนักถึงภาระทางการเงินของลูกค้าภาคธุรกิจ ลูกค้าบุคคลที่ต้องเผชิญท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังเติบโตช้า จึงพร้อมขานรับมติของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดยทันที ด้วยการส่งต่อความช่วยเหลือไปถึงลูกค้าอย่างเป็นรูปธรรม ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงิน และเป็นแรงหนุนสำคัญให้ลูกค้าสามารถก้าวต่อไปได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งการผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่องจะมีส่วนช่วยบรรเทาภาระหนี้แก่ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจเพื่อให้ลูกค้าสามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มกำลัง นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทยหรือ KBANKเปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้ามีแนวโน้มขยายตัวได้ในกรอบจำกัด จากแรงกดดันด้านการบริโภคและการส่งออกที่ชะลอตัว ภาคเอกชนที่ชะลอการใช้จ่ายและการลงทุนจากภาวะที่มีความไม่แน่นอนสูง ธนาคารเชื่อมั่นว่า การดำเนินมาตรการเชิงรุกด้วยการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยทันที ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินและสนับสนุนประสิทธิผลของนโยบายการเงินในภาพรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเร่งช่วยเหลือและดูแลลูกค้าของธนาคาร เพื่อให้ประเทศสามารถฟื้นตัวและเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อดูแลลูกค้าแต่ละกลุ่ม มีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ดังนี้
-
mitihoon
SCB- KBANK- PTT ติดชาร์ตหุ้นฐานแกร่ง 18/12/68
ผู้สื่อข่าว มิติหุ้น รายงานว่า นักวิเคราะห์ได้คัดสรรหุ้นที่น่าลงทุนส่งท้ายปี โดยมองว่า SCB- KBANK- PTT ยังเป็นหุ้นที่น่าลงทุน ธุรกิจอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโต แถมยังมีผลิตภัณฑ์และการบริการที่ดีกว่าคู่แข่ง และมีการจัดการต้นทุนที่ดี ขณะที่มูลค่าที่แท้จริงยังคงต่ำกว่าพื้นฐาน ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนยังคงแนะนำ “ซื้อ” ลงทุนระยะยาว ประเมินราคาเหมาะสมของ SCB ไว้ที่ 158 บาท , KBANK ราคาเหมาะสม 205 บาท และ PTT ราคาเป้าหมาย 37 บาท ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
-
set
รายงานผลการซื้อหุ้นคืนกรณีเพื่อการบริหารทางการเงิน 17/12/68
รายงานผลการซื้อหุ้นคืน เรื่อง : แบบรายงานผลการซื้อหุ้นคืนกรณีเพื่อการบริหารทางการเงิน วันที่รายงานผล : 17 ธ.ค. 2568 วิธีการซื้อหุ้นคืน : ซื้อหุ้นคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์ วันที่ครบกำหนดโครงการ : 13 พ.ค. 2569 โครงการซื้อหุ้นคืน วันที่คณะกรรมการมีมติ : 30 ต.ค. 2568 จำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดตามโครงการ (หุ้น) : 47,386,552 %ของจำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 2.00 1. ผลการซื้อหุ้นคืน วันที่ซื้อหุ้นคืน : 17 ธ.ค. 2568 จำนวนหุ้นซื้อคืน(หุ้น) : 420,000 ราคาที่ซื้อต่อหุ้นหรือราคาสูงสุด(บาท/หุ้น) : 190.50 ราคาต่ำสุด(บาท/หุ้น) : 190.50 มูลค่ารวม(บาท) : 80,010,000.00 2. จำนวนหุ้นซื้อคืนทั้งสิ้น จำนวนรวมของหุ้นซื้อคืนในโครงการจนถึงปัจจุบัน : 13,420,400 (รวมผลการซื้อคืน) (หุ้น) %ของจำนวนหุ้นซื้อคืนต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 0.57 มูลค่ารวมที่ซื้อคืน(บาท) : 2,554,777,500.00 ลงลายมือชื่อ _________________ ( นางสาวศันสนา สุขะนันท์ ) รองผู้จัดการใหญ่ กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัท ______________________________________________________________________ สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้ และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้ หากท่านต้องการดูรายละเอียดสารสนเทศฉบับนี้แบบเต็ม โปรดคลิก "รายละเอียดแบบเต็ม"
-
set
รายงานผลการซื้อหุ้นคืนกรณีเพื่อการบริหารทางการเงิน 16/12/68
รายงานผลการซื้อหุ้นคืน เรื่อง : แบบรายงานผลการซื้อหุ้นคืนกรณีเพื่อการบริหารทางการเงิน วันที่รายงานผล : 16 ธ.ค. 2568 วิธีการซื้อหุ้นคืน : ซื้อหุ้นคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์ วันที่ครบกำหนดโครงการ : 13 พ.ค. 2569 โครงการซื้อหุ้นคืน วันที่คณะกรรมการมีมติ : 30 ต.ค. 2568 จำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดตามโครงการ (หุ้น) : 47,386,552 %ของจำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 2.00 1. ผลการซื้อหุ้นคืน วันที่ซื้อหุ้นคืน : 16 ธ.ค. 2568 จำนวนหุ้นซื้อคืน(หุ้น) : 908,000 ราคาที่ซื้อต่อหุ้นหรือราคาสูงสุด(บาท/หุ้น) : 191.00 ราคาต่ำสุด(บาท/หุ้น) : 190.50 มูลค่ารวม(บาท) : 173,184,000.00 2. จำนวนหุ้นซื้อคืนทั้งสิ้น จำนวนรวมของหุ้นซื้อคืนในโครงการจนถึงปัจจุบัน : 13,000,400 (รวมผลการซื้อคืน) (หุ้น) %ของจำนวนหุ้นซื้อคืนต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 0.55 มูลค่ารวมที่ซื้อคืน(บาท) : 2,474,767,500.00 ลงลายมือชื่อ _________________ ( นางสาวศันสนา สุขะนันท์ ) รองผู้จัดการใหญ่ กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัท ______________________________________________________________________ สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้ และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้ หากท่านต้องการดูรายละเอียดสารสนเทศฉบับนี้แบบเต็ม โปรดคลิก "รายละเอียดแบบเต็ม"
-
set
-
set
รายงานผลการซื้อหุ้นคืนกรณีเพื่อการบริหารทางการเงิน 15/12/68
รายงานผลการซื้อหุ้นคืน เรื่อง : แบบรายงานผลการซื้อหุ้นคืนกรณีเพื่อการบริหารทางการเงิน วันที่รายงานผล : 15 ธ.ค. 2568 วิธีการซื้อหุ้นคืน : ซื้อหุ้นคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์ วันที่ครบกำหนดโครงการ : 13 พ.ค. 2569 โครงการซื้อหุ้นคืน วันที่คณะกรรมการมีมติ : 30 ต.ค. 2568 จำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดตามโครงการ (หุ้น) : 47,386,552 %ของจำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 2.00 1. ผลการซื้อหุ้นคืน วันที่ซื้อหุ้นคืน : 15 ธ.ค. 2568 จำนวนหุ้นซื้อคืน(หุ้น) : 2,000,000 ราคาที่ซื้อต่อหุ้นหรือราคาสูงสุด(บาท/หุ้น) : 191.50 ราคาต่ำสุด(บาท/หุ้น) : 191.00 มูลค่ารวม(บาท) : 382,175,000.00 2. จำนวนหุ้นซื้อคืนทั้งสิ้น จำนวนรวมของหุ้นซื้อคืนในโครงการจนถึงปัจจุบัน : 12,092,400 (รวมผลการซื้อคืน) (หุ้น) %ของจำนวนหุ้นซื้อคืนต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 0.51 มูลค่ารวมที่ซื้อคืน(บาท) : 2,301,583,500.00 ลงลายมือชื่อ _________________ ( นางสาวศันสนา สุขะนันท์ ) รองผู้จัดการใหญ่ กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัท ______________________________________________________________________ สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้ และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้ หากท่านต้องการดูรายละเอียดสารสนเทศฉบับนี้แบบเต็ม โปรดคลิก "รายละเอียดแบบเต็ม"
-
set
รายงานผลการซื้อหุ้นคืนกรณีเพื่อการบริหารทางการเงิน 12/12/68
รายงานผลการซื้อหุ้นคืน เรื่อง : แบบรายงานผลการซื้อหุ้นคืนกรณีเพื่อการบริหารทางการเงิน วันที่รายงานผล : 12 ธ.ค. 2568 วิธีการซื้อหุ้นคืน : ซื้อหุ้นคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์ วันที่ครบกำหนดโครงการ : 13 พ.ค. 2569 โครงการซื้อหุ้นคืน วันที่คณะกรรมการมีมติ : 30 ต.ค. 2568 จำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดตามโครงการ (หุ้น) : 47,386,552 %ของจำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 2.00 1. ผลการซื้อหุ้นคืน วันที่ซื้อหุ้นคืน : 12 ธ.ค. 2568 จำนวนหุ้นซื้อคืน(หุ้น) : 830,000 ราคาที่ซื้อต่อหุ้นหรือราคาสูงสุด(บาท/หุ้น) : 191.50 ราคาต่ำสุด(บาท/หุ้น) : 190.50 มูลค่ารวม(บาท) : 158,695,000.00 2. จำนวนหุ้นซื้อคืนทั้งสิ้น จำนวนรวมของหุ้นซื้อคืนในโครงการจนถึงปัจจุบัน : 10,092,400 (รวมผลการซื้อคืน) (หุ้น) %ของจำนวนหุ้นซื้อคืนต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 0.43 มูลค่ารวมที่ซื้อคืน(บาท) : 1,919,408,500.00 ลงลายมือชื่อ _________________ ( นางสาวศันสนา สุขะนันท์ ) รองผู้จัดการใหญ่ กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัท ______________________________________________________________________ สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้ และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้ หากท่านต้องการดูรายละเอียดสารสนเทศฉบับนี้แบบเต็ม โปรดคลิก "รายละเอียดแบบเต็ม"
-
set
รายงานผลการซื้อหุ้นคืนกรณีเพื่อการบริหารทางการเงิน 11/12/68
รายงานผลการซื้อหุ้นคืน เรื่อง : แบบรายงานผลการซื้อหุ้นคืนกรณีเพื่อการบริหารทางการเงิน วันที่รายงานผล : 11 ธ.ค. 2568 วิธีการซื้อหุ้นคืน : ซื้อหุ้นคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์ วันที่ครบกำหนดโครงการ : 13 พ.ค. 2569 โครงการซื้อหุ้นคืน วันที่คณะกรรมการมีมติ : 30 ต.ค. 2568 จำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดตามโครงการ (หุ้น) : 47,386,552 %ของจำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 2.00 1. ผลการซื้อหุ้นคืน วันที่ซื้อหุ้นคืน : 11 ธ.ค. 2568 จำนวนหุ้นซื้อคืน(หุ้น) : 1,939,000 ราคาที่ซื้อต่อหุ้นหรือราคาสูงสุด(บาท/หุ้น) : 191.50 ราคาต่ำสุด(บาท/หุ้น) : 191.50 มูลค่ารวม(บาท) : 371,318,500.00 2. จำนวนหุ้นซื้อคืนทั้งสิ้น จำนวนรวมของหุ้นซื้อคืนในโครงการจนถึงปัจจุบัน : 9,262,400 (รวมผลการซื้อคืน) (หุ้น) %ของจำนวนหุ้นซื้อคืนต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 0.39 มูลค่ารวมที่ซื้อคืน(บาท) : 1,760,713,500.00 ลงลายมือชื่อ _________________ ( นางสาวศันสนา สุขะนันท์ ) รองผู้จัดการใหญ่ กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัท ______________________________________________________________________ สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้ และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้ หากท่านต้องการดูรายละเอียดสารสนเทศฉบับนี้แบบเต็ม โปรดคลิก "รายละเอียดแบบเต็ม"
-
set
รายงานผลการซื้อหุ้นคืนกรณีเพื่อการบริหารทางการเงิน 09/12/68
รายงานผลการซื้อหุ้นคืน เรื่อง : แบบรายงานผลการซื้อหุ้นคืนกรณีเพื่อการบริหารทางการเงิน วันที่รายงานผล : 09 ธ.ค. 2568 วิธีการซื้อหุ้นคืน : ซื้อหุ้นคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์ วันที่ครบกำหนดโครงการ : 13 พ.ค. 2569 โครงการซื้อหุ้นคืน วันที่คณะกรรมการมีมติ : 30 ต.ค. 2568 จำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดตามโครงการ (หุ้น) : 47,386,552 %ของจำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 2.00 1. ผลการซื้อหุ้นคืน วันที่ซื้อหุ้นคืน : 09 ธ.ค. 2568 จำนวนหุ้นซื้อคืน(หุ้น) : 3,000,000 ราคาที่ซื้อต่อหุ้นหรือราคาสูงสุด(บาท/หุ้น) : 191.50 ราคาต่ำสุด(บาท/หุ้น) : 190.50 มูลค่ารวม(บาท) : 573,062,000.00 2. จำนวนหุ้นซื้อคืนทั้งสิ้น จำนวนรวมของหุ้นซื้อคืนในโครงการจนถึงปัจจุบัน : 7,323,400 (รวมผลการซื้อคืน) (หุ้น) %ของจำนวนหุ้นซื้อคืนต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 0.31 มูลค่ารวมที่ซื้อคืน(บาท) : 1,389,395,000.00 ลงลายมือชื่อ _________________ ( นางมาริสา วัตถพาณิชย์ ) รองผู้จัดการใหญ่ กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัท ______________________________________________________________________ สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้ และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้ หากท่านต้องการดูรายละเอียดสารสนเทศฉบับนี้แบบเต็ม โปรดคลิก "รายละเอียดแบบเต็ม"
-
kaohoon
CGSI คาด SET แกว่ง 1,250–1,280 จุด จับตา TISA ชง ครม. วันนี้ ชู KBANK–WHA เด่น 09/12/68
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (9 ธ.ค.68) าดการณ์กรอบ SET Index 1,250-1,280 จุด โดย ภาพในประเทศจับตา โครงการ Thailand Investment Saving Account (TISA) เข้าครม. วันนี้ โดยสามารถลงทุนได้ทั้งหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หุ้นกู้ และหน่วยลงทุนของกองทุนรวม โดยจะมีการกำหนดสัดส่วนที่อนุญาตให้ลงทุนในกองทุนสินทรัพย์ต่างประเทศในภายหลัง กำหนดสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 800,000 บาทต่อปี ในเบื้องต้นคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค.69 เป็นต้นไป และ ลดหย่อนได้ 1.3 เท่า (รายได้น้อยกว่า 1.5 ล้านบาทต่อปี), ลดหย่อนได้ 0.7 เท่า (รายได้สูงกว่า 1.5 ล้านบาทต่อปี), และลดหย่อนได้ 1.2 เท่า (สำหรับสินทรัพย์อิง ESG) หุ้นแนะนำ KBANK: เก็งกำไรประเด็นการเข้าครม. วันนี้ของ Thailand Investment Saving Account (TISA) ซึ่งเราเชื่อว่าหุ้นธนาคารพาณิชย์จะได้ประโยชน์ และ เมื่อวานกลุ่มธนาคารเผชิญแรงขายแรงจากความกังวล FOMC กลางสัปดาห์ แต่ราคาหุ้น KBANK แข็งกว่าตลาด (Take profit : 193.00 / Stop loss : 190.00)
-
set
รายงานผลการซื้อหุ้นคืนกรณีเพื่อการบริหารทางการเงิน 08/12/68
รายงานผลการซื้อหุ้นคืน เรื่อง : แบบรายงานผลการซื้อหุ้นคืนกรณีเพื่อการบริหารทางการเงิน วันที่รายงานผล : 08 ธ.ค. 2568 วิธีการซื้อหุ้นคืน : ซื้อหุ้นคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์ วันที่ครบกำหนดโครงการ : 13 พ.ค. 2569 โครงการซื้อหุ้นคืน วันที่คณะกรรมการมีมติ : 30 ต.ค. 2568 จำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดตามโครงการ (หุ้น) : 47,386,552 %ของจำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 2.00 1. ผลการซื้อหุ้นคืน วันที่ซื้อหุ้นคืน : 08 ธ.ค. 2568 จำนวนหุ้นซื้อคืน(หุ้น) : 972,000 ราคาที่ซื้อต่อหุ้นหรือราคาสูงสุด(บาท/หุ้น) : 191.00 ราคาต่ำสุด(บาท/หุ้น) : 189.50 มูลค่ารวม(บาท) : 185,412,000.00 2. จำนวนหุ้นซื้อคืนทั้งสิ้น จำนวนรวมของหุ้นซื้อคืนในโครงการจนถึงปัจจุบัน : 4,323,400 (รวมผลการซื้อคืน) (หุ้น) %ของจำนวนหุ้นซื้อคืนต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 0.18 มูลค่ารวมที่ซื้อคืน(บาท) : 816,333,000.00 ลงลายมือชื่อ _________________ ( นางมาริสา วัตถพาณิชย์ ) รองผู้จัดการใหญ่ กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัท ______________________________________________________________________ สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้ และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้ หากท่านต้องการดูรายละเอียดสารสนเทศฉบับนี้แบบเต็ม โปรดคลิก "รายละเอียดแบบเต็ม"
-
kaohoon
KBANK มองกรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 31.80-32.40 บ. จับตาประชุมเฟด–ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ 05/12/68
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ประเมินทิศทางค่าเงินบาทในช่วงระหว่างวันที่ 8-12 ธันวาคม 2568 อยู่ในกรอบ 31.80-32.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ และประมาณการอัตราดอกเบี้ย (Dot Plot) ทิศทางกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติ ภาวะค่าเงินในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก ด้านข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาที่ตลาดให้ความสนใจ ประกอบด้วย ตัวเลขเงินเฟ้อคาดการณ์ในมุมมองผู้บริโภคเดือนพฤศจิกายน รายงานการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงานเดือนกันยายน ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ตลาดยังรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจเดือนพฤศจิกายนของประเทศจีน ได้แก่ ตัวเลขการส่งออก ดัชนีราคาผู้บริโภค และดัชนีราคาผู้ผลิต เพื่อประเมินแรงส่งต่อเศรษฐกิจเอเชียโดยรวม สำหรับสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าทะลุแนวสำคัญ 32.20 และ 32.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และแข็งค่าสุดระหว่างสัปดาห์ที่ระดับ 31.855 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 2 เดือนนับตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน สอดคล้องกับการแข็งค่าของสกุลเงินเอเชียหลายสกุล โดยเฉพาะเงินเยนที่ได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น ขณะที่แนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ กดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเพิ่มเติม
-
kaohoon
-
kaohoon
UOB-KBANK ปล่อยสินเชื่อสีเขียว Levanta Renewables หนุนซื้อโซลาร์ฟาร์ม 34 โครงการ 230 MW 04/12/68
ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ UOB และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ร่วมสนับสนุนสินเชื่อสีเขียวเพื่อการเข้าซื้อกิจการและการจัดโครงสร้างทางการเงินสำหรับ Levanta Renewables เพื่อใช้ในการเข้าซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 34 โครงการทั่วประเทศ ซึ่งดำเนินการภายใต้ 2 ข้อตกลงทางการเงิน สำหรับธุรกรรมดังกล่าวนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Actis ผู้ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย และเสริมสร้างการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 34 โครงการ มีกำลังการผลิตรวม 230 เมกะวัตต์ ซึ่งจะผลิตไฟฟ้าสะอาดภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (Power Purchase Agreements: PPAs) กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ของประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในระบบพลังงาน เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK ทยอยซื้อหุ้นคืน ดันยอดสะสม 3.35 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.14% 03/12/68
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK แจ้งผ่าน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่าบริษัทรายงานการหุ้นซื้อคืนเพิ่มอีก เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.68 จำนวน 305,200 หุ้น มีราคาซื้อสูงสุด 189.50 บาท และราคาต่ำสุด 189 บาท มูลค่ารวม 57.79 ล้านบาท ทั้งนี้ ทำให้ KBANK หุ้นซื้อคืนจนถึงปัจจุบัน อยู่ที่ 3,351,400 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนของจำนวนซื้อหุ้นคืนต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว 0.14% ของมูลค่ารวมที่ซื้อคืนแล้วทั้งหมด 630.62 ล้านบาท สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ คณะกรรมการมีมติเมื่อวันที่ 30 ต.ค.68 ที่ผ่านมา อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืน จำนวน 47,386,552 หุ้น คิดเป็นจำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว 2% โดยมีกำหนดสิ้นสุดโครงการในวันที่ 13 พ.ค.69
-
set
รายงานผลการซื้อหุ้นคืนกรณีเพื่อการบริหารทางการเงิน 03/12/68
รายงานผลการซื้อหุ้นคืน เรื่อง : แบบรายงานผลการซื้อหุ้นคืนกรณีเพื่อการบริหารทางการเงิน วันที่รายงานผล : 03 ธ.ค. 2568 วิธีการซื้อหุ้นคืน : ซื้อหุ้นคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์ วันที่ครบกำหนดโครงการ : 13 พ.ค. 2569 โครงการซื้อหุ้นคืน วันที่คณะกรรมการมีมติ : 30 ต.ค. 2568 จำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดตามโครงการ (หุ้น) : 47,386,552 %ของจำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 2.00 1. ผลการซื้อหุ้นคืน วันที่ซื้อหุ้นคืน : 03 ธ.ค. 2568 จำนวนหุ้นซื้อคืน(หุ้น) : 305,200 ราคาที่ซื้อต่อหุ้นหรือราคาสูงสุด(บาท/หุ้น) : 189.50 ราคาต่ำสุด(บาท/หุ้น) : 189.00 มูลค่ารวม(บาท) : 57,785,400.00 2. จำนวนหุ้นซื้อคืนทั้งสิ้น จำนวนรวมของหุ้นซื้อคืนในโครงการจนถึงปัจจุบัน : 3,351,400 (รวมผลการซื้อคืน) (หุ้น) %ของจำนวนหุ้นซื้อคืนต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 0.14 มูลค่ารวมที่ซื้อคืน(บาท) : 630,921,000.00 ลงลายมือชื่อ _________________ ( นางสาวศันสนา สุขะนันท์ ) รองผู้จัดการใหญ่ กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัท ______________________________________________________________________ สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้ และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้ หากท่านต้องการดูรายละเอียดสารสนเทศฉบับนี้แบบเต็ม โปรดคลิก "รายละเอียดแบบเต็ม"
-
kaohoon
KBANK ทยอยซื้อหุ้นคืนสะสม 3 ล้านหุ้น มูลค่า 573 ลบ. 03/12/68
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK แจ้งผ่าน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่าบริษัทรายงานการหุ้นซื้อคืนจำนวน 3,046,200 หุ้น มีราคาซื้อสูงสุด 189 บาท และราคาต่ำสุด 188 บาท มูลค่ารวม 573.13 ล้านบาท ทั้งนี้ ทำให้ KBANK หุ้นซื้อคืนจนถึงปัจจุบัน อยู่ที่ 3,046,200 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนของจำนวนซื้อหุ้นคืนต่อจำหน่วนหุ้นที่ชำระแล้ว 0.13% ของมูลค่ารวมที่ซื้อคืนแล้วทั้งหมด 573.13 ล้านบาท สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ คณะกรรมการมีมติเมื่อวันที่ 30 ต.ค.68 ที่ผ่านมา อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืน จำนวน 47,386,552หุ้น คิดเป็นจำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว 2% โดยมีกำหนดสิ้นสุดโครงการในวันที่ 13 พ.ค.69
-
set
รายงานผลการซื้อหุ้นคืนกรณีเพื่อการบริหารทางการเงิน 01/12/68
รายงานผลการซื้อหุ้นคืน เรื่อง : แบบรายงานผลการซื้อหุ้นคืนกรณีเพื่อการบริหารทางการเงิน วันที่รายงานผล : 01 ธ.ค. 2568 วิธีการซื้อหุ้นคืน : ซื้อหุ้นคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์ วันที่ครบกำหนดโครงการ : 13 พ.ค. 2569 โครงการซื้อหุ้นคืน วันที่คณะกรรมการมีมติ : 30 ต.ค. 2568 จำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดตามโครงการ (หุ้น) : 47,386,552 %ของจำนวนหุ้นซื้อคืนสูงสุดต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 2.00 1. ผลการซื้อหุ้นคืน วันที่ซื้อหุ้นคืน : 01 ธ.ค. 2568 จำนวนหุ้นซื้อคืน(หุ้น) : 3,046,200 ราคาที่ซื้อต่อหุ้นหรือราคาสูงสุด(บาท/หุ้น) : 189.00 ราคาต่ำสุด(บาท/หุ้น) : 188.00 มูลค่ารวม(บาท) : 573,135,600.00 2. จำนวนหุ้นซื้อคืนทั้งสิ้น จำนวนรวมของหุ้นซื้อคืนในโครงการจนถึงปัจจุบัน : 3,046,200 (รวมผลการซื้อคืน) (หุ้น) %ของจำนวนหุ้นซื้อคืนต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 0.13 มูลค่ารวมที่ซื้อคืน(บาท) : 573,135,600.00 ลงลายมือชื่อ _________________ ( นายจงรัก รัตนเพียร ) ผู้จัดการใหญ่ กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัท ______________________________________________________________________ สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้ และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้ หากท่านต้องการดูรายละเอียดสารสนเทศฉบับนี้แบบเต็ม โปรดคลิก "รายละเอียดแบบเต็ม"
-
kaohoon
“พงศ์ภัทร” มอง “เฟด-กนง.” จ่อลดดอกเบี้ย แนะนำลงทุนหุ้นปันผล KBANK-BAM-TLI-THANI 01/12/68
นายพงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์ นักกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์เอกซ์ จำกัด ในเครือกลุ่มเอสซีบีเอ็กซ์ (SCBX) เปิดเผยในรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ยังอยู่ในภาวะเปราะบาง แม้สถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคใต้เริ่มคลี่คลายแล้ว สะท้อนว่านักลงทุนยังขาดความเชื่อมั่นและรอความชัดเจนจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ โดยดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) พยายามทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,265 จุดติดต่อกันในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาแต่ไม่ผ่าน ทำให้ภาพระยะสั้นยังมีลักษณะของการแกว่งตัวด้านข้างหรือพักฐาน โดยมีระดับ 1,265 จุดเป็นแนวต้านสำคัญ หากไม่สามารถยืนเหนือได้ มีโอกาสกลับมาอ่อนตัวและต้องจับตาแนวรับเดิมบริเวณ 1,248 จุด เนื่องจากหากหลุดลงไปจะกลายเป็นสัญญาณยืนยันการปรับฐานรอบใหม่ และอาจเห็นดัชนีอ่อนตัวลงอีกระลอก สำหรับปัจจัยต่างประเทศ ตลาดประเมินโอกาสสูงราว 80% ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 10 ธันวาคม หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงที่ผ่านมาออกมาต่ำกว่าคาดหลายรายการ ทั้งนี้ ก่อนการประชุมเฟดจะมีตัวเลขดัชนีราคา PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญประกาศออกมาอีกครั้ง หากไม่ผิดคาดมากนักยังสนับสนุนภาพรวมแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง
-
hoonsmart
‘กสิกรไทย’เพิ่มถือหุ้นแบงก์แมสเปี้ยน 89.48% ปักหมุดอินโดฯ ผงาดระดับภูมิภาค 01/12/68
HoonSmart.com>>ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์สู่การเป็นธนาคารระดับภูมิภาค (The Regional Bank) ปักหมุดอินโดนีเซียเป็นฐานยุทธศาสตร์สำคัญ เพิ่มการถือหุ้นในธนาคารแมสเปี้ยน อินโดนีเซียเป็น 89.48% ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน และสร้างเครือข่ายทางการเงินข้ามพรมแดนที่มีประสิทธิภาพ นายชัช เหลืองอาภา รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยว่า อินโดนีเซียถือเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญด้วยขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในอาเซียน มูลค่า GDP กว่า 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งยังเป็นประเทศที่ได้รับเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) สูงที่สุดในภูมิภาค รวมกว่า 202.2 ล้านล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 12.13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากแรงหนุนของการบริโภคภายในประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่าเรือ สนามบิน และระบบดิจิทัล รวมถึงนโยบายภาครัฐที่เอื้อต่อการลงทุนระยะยาว ซึ่งช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์อย่างมีนัยสำคัญ อินโดนีเซียยังเป็นเป้าหมายหลักของกลยุทธ์ “China+1” ที่บริษัทต่างชาติใช้ในการกระจายฐานการผลิตในภูมิภาคอาเซียน สะท้อนถึงศักยภาพด้านกำลังซื้อและโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว สำหรับการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารแมสเปี้ยน อินโดนีเซีย (PT Bank Maspion Indonesia: Bank Maspion) เป็น 89.48% ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจต่างประเทศ แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญในการสร้างเครือข่ายทางการเงินระดับภูมิภาคที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ โดยพัฒนาโซลูชันทางการเงินแบบครบวงจรสำหรับธุรกิจข้ามพรมแดน ควบคู่ไปกับการเดินหน้ากลยุทธ์พันธมิตรเพื่อรองรับการเติบโตของลูกค้าธุรกิจในกลุ่ม AEC+3 ตลอดจนการสร้างโอกาสใหม่ในการขยายตลาดและเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคอย่างมั่นคง
-
kaohoon
KBANK ชี้กรอบบาทสัปดาห์หน้าแกว่ง 32.00–32.50 บ. จับตาเงินเฟ้อไทย–ฟันด์โฟลว์ 30/11/68
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาทในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน 2568 เคลื่อนไหวผันผวนก่อนกลับมาแข็งค่าอย่างชัดเจน โดยเงินบาทแตะระดับ 32.16 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2568 สอดคล้องกับทิศทางการแข็งค่าของสกุลเงินเอเชีย ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงตามการปรับตัวลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เนื่องจากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณให้ตลาดกลับมามองความเป็นไปได้ว่าเฟดอาจพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ ทั้งนี้ ช่วงต้นสัปดาห์เงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อย โดยยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาหนุนทิศทาง ขณะที่ตลาดให้ความสนใจต่อสัญญาณของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งระบุว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยยังมีโอกาสปรับลดในระยะถัดไป ส่งผลให้เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่า ก่อนที่ปัจจัยภายนอกจะเข้ามาหนุนให้เงินบาทฟื้นตัวในช่วงต่อมา อย่างไรก็ดี เงินบาทเริ่มแข็งค่าต่อเนื่องตามแรงหนุนจากหลายปัจจัย ได้แก่ การปรับขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก และแรงซื้อสุทธิพันธบัตรไทยจากนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์สกุลเงินบาท ขณะเดียวกัน การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐยังช่วยเสริมแรงให้เงินบาทกลับมาแข็งค่าได้อย่างต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของสัปดาห์
-
hoonsmart
KBANK ร่วม Orbix Technology- StraitsX เปิดตัว Seamless Travel Payments on Chain 26/11/68
HoonSmart.com>> “ธนาคารกสิกรไทย” (KBANK) ร่วมกับ Orbix Technology และ StraitsX เปิดตัว Seamless Travel Payments on Chain ภายใต้โครงการ BLOOM ของธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ที่งาน Singapore FinTech Festival 2025 ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ร่วมกับ บริษัท ออร์บิกซ์ เทคโนโลยี แอนด์ อินโนเวชัน จำกัด (Orbix Technology) และ บริษัท StraitsX ประกาศเปิดตัว Seamless Travel Payments on Chain ภายใต้โครงการ BLOOM (Borderless, Liquid, Open, Online, Multi-currency) ซึ่งเป็นความร่วมมือระดับนานาชาติที่นำโดยธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) เพื่อเชื่อมโยงระบบการชำระเงินดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของแต่ละประเทศให้ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน รองรับการชำระเงินด้วย QR Code ระหว่างไทย–สิงคโปร์แบบเรียลไทม์ ภายในปี พ.ศ. 2569 โครงการนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Singapore FinTech Festival 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 โดยมีธนาคารระดับโลกและภูมิภาค บริษัทผู้ให้บริการด้านการชำระเงินชั้นนำ ผู้นำด้านเทคโนโลยี นักลงทุน และหน่วยงานกำกับดูแลเข้าร่วมงาน พร้อมทั้งผู้บริหารธนาคารกสิกรไทยได้ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการเงินในยุคดิจิทัล ความร่วมมือนี้นับเป็นการนำเสนอกรณีการใช้งานจริง (Use Case) สำหรับการชำระเงินระหว่างนักท่องเที่ยวไทยและสิงคโปร์ ที่สามารถชำระเงินแบบเรียลไทม์ผ่าน QR Code กับร้านค้าท้องถิ่นโดยตรง ด้วยเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-money) ภายใต้การกำกับดูแล และเทคโนโลยีบล็อกเชนแบบเชื่อมโยง (Interoperable Blockchain Technology) ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับประสบการณ์การชำระเงินข้ามพรมแดนให้สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานการกำกับดูแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
-
hoonsmart
KBANK ชูภาพอนาคต Digital Money บนเวทีนานาชาติ 24/11/68
HoonSmart.com>>”ธนาคารกสิกรไทย” (KBANK) ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านนวัตกรรมการเงินระดับภูมิภาค ในงานเสวนาระดับนานาชาติ Insight Forum 2025 Digital Money Adoption and Regulation: Strategies for commercial banks and Fintech ณ ประเทศสิงคโปร์ ร่วมกับผู้นำจากสถาบันการเงินและผู้บริหารจากฟินเทคชั้นนำทั่วโลก มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาสินทรัพย์เพื่อการชำระเงินและการเงินดิจิทัลยุคใหม่ โดยสะท้อนภาพรวมทิศทาง และแนวทางการพัฒนาสินทรัพย์เพื่อการชำระเงิน (Settlement Assets) ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่เหมาะสม ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของ Digital Money ไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยี แต่เริ่มจาก “ความเชื่อมั่น” และ “การกำกับดูแลที่เหมาะสม” โดยเฉพาะในกลุ่มสินทรัพย์เพื่อการชำระเงิน (Settlement Assets) ทั้งในส่วนของ Tokenized Deposit และ e-money หรือ Stablecoin ที่ถูกกำกับดูแลโดยธนาคารกลาง (Regulated Stablecoin) ล้วนต้องมีนโยบายและเกณฑ์การกำกับที่ชัดเจน (Prudential Measures) เพื่อบรรเทาความเสี่ยงเชิงระบบทั้งนี้การมี Settlement Asset บนบล็อกเชนจะช่วยให้เกิดนวัตกรรมในการชำระเงินข้ามพรมแดนที่ต้องการความเร็วสูงได้ด้วยต้นทุนต่ำ อีกทั้งยังสามารถมีการกำหนดเงื่อนไขอัตโนมัติผ่าน Smart Contract เพื่อต่อยอด Usecase ที่เป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจได้อีกด้วย ดร.กรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า Orbix Technology ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้กลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย ได้พัฒนาบล็อกเชน Quarix ซึ่งรองรับทั้งธุรกรรมการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ และการแลกเปลี่ยน Q-money ซึ่งเป็น Settlement Assets ในลักษณะของ e-money on blockchain ที่ให้บริการโดยธนาคาร พร้อมรองรับการทำ Atomic Settlement แบบเรียลไทม์อีกด้วย โดยที่ผ่านมา ธนาคารได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดังกล่าว ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างสำคัญ คือ การร่วมมือกับบริษัท StraitsX ภายใต้โครงการ BLOOM ของธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore) เพื่อช่วยให้การชำระเงินด้วย QR Payment ของนักท่องเที่ยวเมื่อเดินทางท่องเที่ยวในไทยและสิงคโปร์เป็นไปอย่างสะดวกปลอดภัย และรวดเร็วยิ่งขึ้น
-
kaohoon
KBANK โชว์วิสัยทัศน์ Digital Money บนเวทีโลก ดึงอนาคตการเงินโปร่งใส 21/11/68
ธนาคารกสิกรไทย ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านนวัตกรรมการเงินระดับภูมิภาค ในงานเสวนาระดับนานาชาติ Insight Forum 2025 Digital Money Adoption and Regulation: Strategies for commercial banks and Fintech ณ ประเทศสิงคโปร์ ร่วมกับผู้นำจากสถาบันการเงินและผู้บริหารจากฟินเทคชั้นนำทั่วโลก มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาสินทรัพย์เพื่อการชำระเงินและการเงินดิจิทัลยุคใหม่ โดยสะท้อนภาพรวมทิศทาง และแนวทางการพัฒนาสินทรัพย์เพื่อการชำระเงิน (Settlement Assets) ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่เหมาะสม ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของ Digital Money ไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยี แต่เริ่มจาก “ความเชื่อมั่น” และ “การกำกับดูแลที่เหมาะสม” โดยเฉพาะในกลุ่มสินทรัพย์เพื่อการชำระเงิน (Settlement Assets) ทั้งในส่วนของ Tokenized Deposit และ e-money หรือ Stablecoin ที่ถูกกำกับดูแลโดยธนาคารกลาง (Regulated Stablecoin) ล้วนต้องมีนโยบายและเกณฑ์การกำกับที่ชัดเจน (Prudential Measures) เพื่อบรรเทาความเสี่ยงเชิงระบบทั้งนี้การมี Settlement Asset บนบล็อกเชนจะช่วยให้เกิดนวัตกรรมในการชำระเงินข้ามพรมแดนที่ต้องการความเร็วสูงได้ด้วยต้นทุนต่ำ อีกทั้งยังสามารถมีการกำหนดเงื่อนไขอัตโนมัติผ่าน Smart Contract เพื่อต่อยอด Usecase ที่เป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจได้อีกด้วย ดร.กรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า Orbix Technology ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้กลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย ได้พัฒนาบล็อกเชน Quarix ซึ่งรองรับทั้งธุรกรรมการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ และการแลกเปลี่ยน Q-money ซึ่งเป็น Settlement Assets ในลักษณะของ e-money on blockchain ที่ให้บริการโดยธนาคาร พร้อมรองรับการทำ Atomic Settlement แบบเรียลไทม์อีกด้วย โดยที่ผ่านมา ธนาคารได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดังกล่าว ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างสำคัญ คือ การร่วมมือกับบริษัท StraitsX ภายใต้โครงการ BLOOM ของธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore) เพื่อช่วยให้การชำระเงินด้วย QR Payment ของนักท่องเที่ยวเมื่อเดินทางท่องเที่ยวในไทยและสิงคโปร์เป็นไปอย่างสะดวกปลอดภัย และรวดเร็วยิ่งขึ้น
-
set
-
kaohoon
KBANK ทรานส์ฟอร์ม K WEALTH สู่ “Your Future-Ready Wealth” เสริมแกร่งพอร์ตนักลงทุนไทย 18/11/68
ดร.พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า สภาวะตลาดการลงทุนในปัจจุบันถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัย VUCA ที่รุนแรงขึ้น ได้แก่ V: Volatility – ความผันผวนของราคาตลาด U: Uncertainty – ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ C: Complexity ความซับซ้อนของสินทรัพย์เชื่อมโยง และ A: Ambiguity ความคลุมเครือของกฎเกณฑ์ใหม่ ๆ การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วทั้งด้านเศรษฐกิจ ตลาดทุน และภูมิรัฐศาสตร์นี้เอง ทั้งนี้ส่งผลต่อเสถียรภาพพอร์ตของนักลงทุนไทย โดยเฉพาะเรื่องความผันผวนที่นำไปสู่การตัดสินใจระยะสั้น อีกทั้งยังมีเทรนด์ลงทุนใหม่ ๆ ที่เข้าถึงได้ยาก เช่น Private Market Investment หรือ Sustainable Investing ที่กำลังเป็นกระแสหลัก และเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนกำลังให้ความสนใจ ดร.พิพัฒน์พงศ์ กล่าวต่อว่า เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างผลประโยชน์สูงสุดตามเป้าหมายชีวิตและการเงินได้อย่างยั่งยืน ธนาคารจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ยกระดับศักยภาพและบทบาทของ K WEALTH สู่การเป็น “Lifelong Trusted Advisor” ด้วยคอนเซปต์ “Your Future-Ready Wealth พันธมิตรการลงทุน พร้อมเคียงข้างคุณ สู่อนาคตความมั่งคั่ง” โดยได้ทรานส์ฟอร์มจากการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ (Product-Centric) สู่การเป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุนและวางแผนการเงิน (Advisory-First) ที่มุ่งสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้กับนักลงทุนไทยในทุกช่วงชีวิต
-
thunhoon
หุ้นไทยวันนี้(17 พ.ย.) ปิดบวก 10.81 จุด ซื้อ KBANK-SCB-BBL หนุนตลาด 17/11/68
#ทันหุ้น-ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้(17 พ.ย.2568) ปิดที่ 1,280.07 จุด บวก 10.81 จุด หรือ 0.85% มีมูลค่าการซื้อขาย 33,899.70 ล้านบาท ภาวะการซื้อขายภาคบ่ายดัชนีปรับตัวขึ้น ระหว่างวันดัชนีขึ้นมาสูงสุดที่ 1,282.03 จุด โดยมีแรงซื้อในหุ้นแบงก์ นำโดยหุ้น KBANK, SCB และ BBL นอกจากนี้หุ้นโรงไฟฟ้า GULF ที่ราคาปรับขึ้น จึงเป็นปัจจัยหนุนตลาดโดยรวม อย่างไรก็ตามมีแรงขายในหุ้น TRUE ที่วันนี้ขึ้นเครื่องหมาย XD จึงทำให้ราคาหุ้นอ่อนตัวลง หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 10 อันดับแรก
-
kaohoon
KBANK คาดกรอบบาทสัปดาห์หน้า 32.10-32.60 บ. จับตา GDP ไทย-ดอกเบี้ยสหรัฐ 15/11/68
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในช่วงวันที่ 17-21 พฤศจิกายน 2568 อยู่ที่ระดับ 32.10-32.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากระดับปิดตลาดปลายสัปดาห์เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ 32.41 บาทต่อดอลลาร์ โดยในช่วงต้นถึงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าตามทิศทางเงินเยนที่ปรับอ่อน หลังตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจยังไม่เร่งเข้มงวดนโยบายการเงินในระยะสั้น ขณะที่เงินดอลลาร์ได้รับแรงสนับสนุนจากการยุติภาวะชัตดาวน์ของหน่วยงานราชการสหรัฐฯ หลังสภาคองเกรสเห็นชอบร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว อย่างไรก็ดี ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทกลับพลิกแข็งค่าขึ้นในระยะสั้น เนื่องจากตลาดประเมินว่า ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่กลับมาประกาศหลังชัตดาวน์อาจออกมาในทิศทางอ่อนแอ แต่การแข็งค่าดังกล่าวยังอยู่ในกรอบจำกัด ก่อนที่เงินบาทจะอ่อนค่าลงอีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์ตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ หลังเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐหลายรายส่งสัญญาณกังวลต่อเงินเฟ้อ ซึ่งสะท้อนความไม่แน่นอนต่อจังหวะการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม สำหรับปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์หน้า ได้แก่ ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศไตรมาส 3 ปี 2568 การส่งออกเดือนตุลาคม ของไทย กระแสเงินทุนต่างชาติ ทิศทางค่าเงินเอเชีย และราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ ได้แก่ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ ดัชนีการผลิตเฟดสาขานิวยอร์กและฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือนพฤศจิกายน การขายบ้านมือสองเดือนตุลาคม รวมถึงบันทึกการประชุมเฟดวันที่ 28-29 ตุลาคม ซึ่งอาจมีผลต่อมุมมองนโยบายการเงินของตลาด
-
set
-
set
-
set
-
set
-
thunhoon
ธปท.ลุยโครงการปิดหนี้ไว KBANK–KTB โอกาสลด NPL 12/11/68
#ธปท. #ทันหุ้น –ธปท.เดินหน้าโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ช่วยลูกหนี้รายย่อยNPLกว่า 1.9 ล้านบัญชี มูลหนี้รวมกว่า 4.3 หมื่นล้านบาท ส่งต่อSAMและARI AMCรับบทบริหารโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรน เริ่มดำเนินการมกราคม 2569 ด้านนักวิเคราะห์มองหนุนลดNPLในระบบ เพิ่มCoverage Ratioธนาคารใหญ่SCB–KBANK–KTBได้ประโยชน์ แนะ “ซื้อ”KBANKเป้า 190 บาท, KTBเป้า 32 บาท ด้านBAM–JMTรับแรงหนุนธุรกิจบริหารหนี้คึกคัก นายวิทัย รัตนากรผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปทเปิดเผยว่า โครงการ“ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”เป็นมาตรการเฉพาะกิจที่จะดำเนินการเพียงครั้งเดียว โดยเน้นหนี้เสียที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งกลุ่มเป้าหมายคือลูกหนี้รายย่อยที่มีภาระหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ทุกประเภทสินเชื้อจากธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งรวมกันไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 ซึ่งมีจำนวนประมาณ 1.6 ล้านบัญบัญชี หรือ 1.2 ล้านราย ภาระหนี้ประมาณ 43,600 ล้านบาท โดยบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM)จะรับซื้อหนี้ของลูกหนี้กลุ่มเป้าหมายข้างต้นมาปรับโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรนเพื่อให้ลูกหนี้กลับมาจ่ายชำระหนี้ได้ ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการปรับโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรนมากกว่าปกติเพื่อลดภาระหนี้ อาทิเช่น ยกเว้นดอกเบี้ยคงค้างทั้งหมดและค่าธรรมเนียม ลดยอดเงินต้นบางส่วน เป็นต้น ทำให้ลูกหนี้สามารถกลับมาจ่ายชำระได้และปิดจบหนี้ได้เร็วขึ้น รวมทั้งกลับมามีประวัติการชำระหนี้ในเครดิตบูโรที่ดีขึ้นและมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้อีกครั้ง
-
thunhoon
หุ้นไทยวันนี้(10 พ.ย.) บวก 3.35 จุด ซื้อ KBANK-AOT หุ้นใหม่ SMO หลุดจอง 10/11/68
#ทันหุ้น-ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้(10 พ.ย. 2568) ปิดที่ 1,306.26 จุด บวก 3.35 จุด หรือ 0.26% มีมูลค่าการซื้อขาย 29,428.77 ล้านบาท ภาวะการซื้อขายภาคบ่ายดัชนีแกว่งตัวในแดนบวกอยู่ในกรอบแคบๆ ระหว่างวันดัชนีไต่ระดับสูงสุดที่ 1,310.71 จุดก่อนที่จะถูกแรงขายทำกำไรทำให้ดัชนีอ่อนตัวลงเล็กน้อย โดยวันนี้มีแรงซื้อในหุ้น KBANK และ AOT ขณะที่หุ้นน้องใหม่ SMO ที่เข้าซื้อขายวันนี้เป็นวันแรก ราคาปิดที่ 4.10 บาท ลดลง 1.30 บาท หรือ 24.07% จากราคา IPO ที่หุ้นละ 5.40 บาท หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 10 อันดับแรก
-
kaohoon
KBANK ผนึก SIRI เปิด “สินเชื่อบ้านรักษ์โลก” ดอกเบี้ยต่ำปีแรก 1.75% 10/11/68
นายอภิรัตน์ สังขรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์และการตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อบุคคลแบบมีหลักประกัน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ภาวะโลกร้อนและมลพิษทางอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้แนวโน้มผู้บริโภคหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สะท้อนจากตลาดสินค้ารักษ์โลกจากหลากหลายอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบที่อยู่อาศัยให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยประหยัดพลังงาน ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของธนาคารกสิกรไทย และแสนสิริ ผู้นำอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ ในการขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) มอบดีลสุดพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ซื้อบ้านในโครงการสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กับ ‘สินเชื่อบ้านรักษ์โลก’ (Green Loan) สินเชื่อที่ดีต่อใจ และดีต่อโลก รับดอกเบี้ยต่ำสุดปีแรกเพียง 1.75%* ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีเพียง 2.75% และโปรโมชันฟรีค่าจดจำนองมูลค่าสูงสุด 200,000 บาท นายองอาจ สุวรรณกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะผู้นำอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทยที่ประกาศเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 แสนสิริได้ลงมือทำจริงด้วยการพัฒนาโครงการสีเขียวแล้วกว่า 117 แห่งทั่วประเทศ ทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียมที่เน้นการออกแบบอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน และนับเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญในการผนึกกำลังกับธนาคารกสิกรไทยในการออกแคมเปญ “สินเชื่อบ้านรักษ์โลก“ พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคเลือกซื้อที่อยู่อาศัย ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สอดรับกับเป้าหมายการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม
-
mitihoon
KBANK คว้ารางวัลเวทีอาเซียน การันตียั่งยืนด้านดิจิทัล 09/11/68
ธนาคารกสิกรไทยมุ่งมั่นขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องภายใต้ยุทธศาสตร์ ‘3+1 และ Productivity’ ซึ่งมุ่งเน้นการเติบโตอย่างสมดุล มีประสิทธิภาพ นำเทคโนโลยีขั้นสูงและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยกระดับประสบการณ์บริการที่ไร้รอยต่อและปลอดภัย พร้อมผสานความยั่งยืนในทุกมิติการทำงาน เพื่อส่งมอบบริการและโซลูชันที่ช่วยปลดปล่อยศักยภาพของลูกค้าและธุรกิจ ส่งผลให้ล่าสุด ธนาคารกสิกรไทยสามารถคว้ารางวัลระดับภูมิภาค 2 รายการ ได้แก่ รางวัลเกียรติยศสูงสุดด้านการขับเคลื่อนดิจิทัล (ABA 2025 Grand Winner –Digital Advancement) และรางวัลเกียรติยศสูงสุดด้านความอย่างยั่งยืน (ABA 2025 Grand Winner – Sustainability) จากการประกวด ASEAN Business Awards 2025 จัดขึ้น ณ Malaysia International Trade and Exhibition Centre (MITEC) กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN-BAC) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อยกย่ององค์กรและบุคคลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีบทบาทโดดเด่นในการขับเคลื่อนนวัตกรรม เสริมสร้างการบูรณาการทางเศรษฐกิจและความมั่งคั่งร่วมกันของภูมิภาค รางวัลดังกล่าวจึงเป็นเครื่องสะท้อนความสำเร็จของธนาคารที่เป็นที่ยอมรับในเวทีระดับภูมิภาค ทั้งการขับเคลื่อนความยั่งยืนและความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม ดังนี้ รางวัลเกียรติยศสูงสุดด้านการขับเคลื่อนดิจิทัล (ABA 2025 Grand Winner –Digital Advancement) จากการเป็นผู้นำด้านดิจิทัลแบงก์กิ้งผ่านแพลตฟอร์มที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค เช่น K PLUS ซึ่งมีผู้ใช้งานในประเทศไทยกว่า 23.4 ล้านราย บริการสินเชื่อเพื่อรายย่อยผ่าน LINE BK นวัตกรรมการเงินแห่งอนาคต ผ่าน Orbix Holding Group ที่ให้บริการทางการเงินสำหรับธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น Kubix, Orbix, Orbix Invest, Orbix Custodian, Orbix Technology ที่ให้บริการ Quarix Blockchain Infrastructure และ Q-money (e-money on Blockchain) และกลุ่มบริษัทลูกด้านเทคโนโลยีอย่าง KBTG ซึ่งเป็นกลไกหลักในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม AI, Data Analytics และ Blockchain สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน เสริมสร้างการเข้าถึงทางการเงิน และวางรากฐานสู่อนาคตของการเงินในไทยและภูมิภาคอาเซียน ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจอาเซียนผ่านธุรกรรมข้ามพรมแดน ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยธนาคารกสิกรไทยได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและผู้ให้บริการโมบายแบงกิ้ง อันดับ 1 ของประเทศไทย ตอกย้ำจุดยืนในฐานะสถาบันการเงินที่พร้อมขับเคลื่อนอาเซียนสู่ยุคการเติบโตใหม่อย่างมั่นคงและยั่งยืน
-
kaohoon
KBANK มองกรอบ “เงินบาท” สัปดาห์หน้า 32.10-32.80 บ. จับตาทิศทางฟันด์โฟลว์-ราคาทอง 08/11/68
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK มองกรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า (10-14 พ.ย.68) ที่ 32.10-32.80 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาดในวันศุกร์ที่ 7 พ.ย.ที่ 32.32 บาท/ดอลลาร์ โดยในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทอ่อนค่าลงตามทิศทางของสกุลเงินในภูมิภาค ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ เนื่องจากตลาดทยอยปรับลดโอกาสความเป็นไปได้ (Probability) ของการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเดือนธ.ค. ลง ประกอบกับมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากตัวเลข PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯ เดือนต.ค. ที่ออกมาดีกว่าที่คาด อย่างไรก็ดี แรงหนุนเงินดอลลาร์ชะลอลงในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ตามการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจ เนื่องจากภาวะชัตดาวน์ที่ยาวนานของสหรัฐฯ ประกอบกับมีความไม่แน่นอนในประเด็นความชอบด้วยกฎหมายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก (ศาลฎีกาสหรัฐฯ ยังไม่ประกาศคำตัดสินและกระบวนการพิจารณาอาจต้องดำเนินต่อไปในช่วงหลายเดือนข้างหน้า) ขณะที่ เงินบาทพลิกแข็งค่ากลับมาตามแรงซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของต่างชาติ และการปรับตัวกลับมายืนเหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ของราคาทองคำในตลาดโลก
-
thunhoon
หุ้นไทยวันนี้(7 พ.ย.) ร่วง 10.40 จุด ขาย KBANK-SCB-DELTA 07/11/68
#ทันหุ้น-ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้(7 พ.ย.2568) ปิดที่ 1,302.91 จุด ลบ 10.40 จุด หรือ 0.79% มีมูลค่าการซื้อขาย 29,054.05 ล้านบาท ภาวะการซื้อขายภาคบ่ายดัชนีอ่อนตัวลง โดยดัชนีใกล้จะหลุด 1,300 จุดแล้ว ซึ่งตลาดยังติดตามการประกาศงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนในงวดไตรมาส 3/68 ที่ทยอยประกาศอยู่ในขณะนี้ โดยวันนี้มีแรงขายในหุ้นแบงก์ ได้แก่หุ้น KBANK, SCB, BBL และ KTB นอกจากนี้หุ้นบิ๊กแคปอย่าง DELTA ก็ถูกขายทำกำไรออกมา จึงส่งผลต่อตลาดหุ้นโดยรวม หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 10 อันดับแรก
-
set
-
kaohoon
KBANK โผล่บิ๊กล็อต 138 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 186.24 บ. สูงกว่ากระดาน 1% 04/11/68
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (4 พ.ย.68) มีรายการ สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่ (Big lot) ของหุ้น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK จำนวน 3 รายการ ปริมาณ 7.42 แสนหุ้น มูลค่ารวม 138.28 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 186.24 บาทต่อหุ้น โดยมีราคาเท่าสูงกว่ากระดาน 0.67% ทั้งนี้ ราคาหุ้น KBANK ปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 185.00 บาท ลบ 2.50 บาท หรือ 1.33% สูงสุดที่ระดับ 188.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 184.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.73 พันล้านบาท
-
thunhoon
KBANK เผยข้อมูลเพิ่มเติมโครงการซื้อหุ้นคืน ตาม พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน ระบุ ห้ามซื้อจากผถห.รายใหญ่เกินกว่า ธปท.กำหนด #ทันหุ้น #KBANK #GULF ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน ตามที่ธนาคารได้แจ้งมติคณะกรรมการธนาคาร เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568 อนุมัติการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“ตลท.”) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเงินกองทุน และสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่ผู้ถือหุ้นนั้น ธนาคารขอเรียนเพิ่มเติมว่า การดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งนี้ ธนาคารได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยอ้างอิง พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 48(4) ซึ่งกำหนดห้ามมิให้สถาบันการเงินขาย ให้ หรือให้เช่าทรัพย์สินใดๆ แก่กรรมการ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ หรือผู้มีตำแหน่งเทียบเท่า ผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว หรือรับซื้อหรือเช่าทรัพย์สินจากบุคคลเหล่านั้น หากมีมูลค่ารวมกันเกินกว่าที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (“ธปท.”) กำหนด เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจาก ธปท.
-
mitihoon
KBANK แจงยิบช่วงซื้อหุ้นคืน ผถห.ซื้อขายหุ้นได้ 04/11/68
มิติหุ้น -ธนาคารกสิกรไทย แจ้งตลท. ว่า ตามที่บอร์ดธนาคารอนุมัติการโครงการซื้อหุ้นคืนต่อโดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเงินกองทุน และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น และธนาคารได้ดำเนินการตามหลักเกณฑและ ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 48(4) ได้บัญญัติห้ามมิให้สถาบันการเงิน ขาย ให้ หรือให้เช่าทรัพย์สินใดๆ แก่กรรมการ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ ผู้ซึ่งมี ตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น ผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว หรือรับซื้ อ หรือเช่าทรัพย์สินใดๆ จากบุคคลดังกล่าว มีมูลค่ารวมกันสูงกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (“ธปท.”) กำหนด เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจาก ธปท. และธนาคารได้กำหนดกระบวนการ กลไกในการป้องกันและติดตามเพื่อให้มีการปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎหมายดังกล่าวข้างต้น โดยไม่เอื้อประโยชน์ต่อบุคคลดังกล่าว ทั้งนี้ ธนาคารได้กำหนดวิธีการซื้อหุ้นคืนด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของ ตลท.(Automatic Order Matching: AOM) ซึ่งเป็นกระบวนการที่โปร่งใสและไม่เอื้อประโยชน์ต่อบุคคลใด และได้รายงานให้ ธปท. รับทราบแล้ว
-
kaohoon
กัลฟ์ฯ กับ KBANK 04/11/68
หลังมีข่าวเรื่อง ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK ส่งหนังสือไปยังกัลฟ์ฯ (GULF) เพื่อขอความร่วมมือไม่ให้ขายหุ้นในช่วงที่กสิกรไทยขอซื้อหุ้นคืน ล่าสุดวานนี้ ได้สัมภาษณ์ “จงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ของ KBANK สิ่งที่เขาอธิบายไว้ คือ “หนังสือ” ที่ว่านั้น ได้ส่งไปยังผู้ถือหุ้นใหญ่ทุกรายของธนาคารฯ
-
kaohoon
KBANK ยืนยันซื้อหุ้นคืนโปร่งใส ยึดหลักธรรมาภิบาล 03/11/68
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK แจ้งมติคณะกรรมการธนาคารอนุมัติการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเงินกองทุน และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น KBANK ขอเรียนว่า ในการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้ ธนาคารได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 48(4) ได้บัญญัติห้ามมิให้สถาบันการเงิน ขายให้ หรือให้เช่าทรัพย์สินใดๆ แก่กรรมการ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ ผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น ผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว หรือรับซื้อ หรือเช่าทรัพย์สินใดๆ จากบุคคลดังกล่าว มีมูลค่ารวมกันสูงกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจาก ธปท. และธนาคารได้กำหนดกระบวนการ กลไกในการป้องกัน และติดตามเพื่อให้มีการปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎหมายดังกล่าวข้างต้น โดยไม่เอื้อประโยชน์ต่อบุคคลดังกล่าว ทั้งนี้ ธนาคารได้กำหนดวิธีการซื้อหุ้นคืนด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของ ตลท. (Automatic Order Matching: AOM) ซึ่งเป็นกระบวนการที่โปร่งใสและไม่เอื้อประโยชน์ต่อบุคคลใด และได้รายงานให้ ธปท. รับทราบแล้ว
-
set
ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน 03/11/68
ข้อสงวนสิทธิ์ สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำและเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้
-
kaohoon
KBANK มองกรอบ “เงินบาท” สัปดาห์หน้า 32.00-32.50 บ. จับตาเงินเฟ้อไทยเดือน ต.ค. 01/11/68
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (01 พ.ย. 68) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK มองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทสัปดาห์หน้า (วันที่ 3-7 พ.ย.) ที่ระดับ 32.00-32.50 บาท/ดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ต.ค. ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ทิศทางค่าเงินเอเชีย และราคาทองคำในตลาดโลก ส่วนปัจจัยต่างประเทศอื่น ๆ ที่ต้องติดตาม ประกอบด้วย คำตัดสินของศาลสหรัฐฯ ในประเด็นภาษีสินค้านำเข้าของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สถานการณ์การชัตดาวน์ของสหรัฐฯ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและบริการ และตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของ ADP เดือน ต.ค. นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามข้อมูลการส่งออกเดือน ต.ค. ของจีน และดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการเดือน ต.ค. ของจีน ญี่ปุ่น อังกฤษ และยูโรโซนด้วยเช่นกัน
-
kaohoon
KBANK บวกต่อ 1% รับข่าวซื้อหุ้นคืน 47.39 ล้านหุ้น วงเงิน 8.8 พันลบ. 31/10/68
ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (31 ต.ค.68) ราคาหุ้น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ณ เวลา 10:07 น. อยู่ที่ระดับ 187.50 บาท บวก 2.00 บาท หรือ 1.08% สูงสุดที่ระดับ 188.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 184.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 471.88 ล้านบาท สำหรับราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมา ตอบรับ นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารได้มีมติอนุมัติให้ธนาคารดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินของธนาคาร ภายใต้วงเงินรวมไม่เกิน 8,800 ล้านบาท และจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 47,386,552 หุ้น หรือไม่เกิน 2% ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดของธนาคาร โดยวิธีการซื้อด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงระหว่างวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 และราคาเสนอซื้อจะไม่เกินราคาปิดของหุ้นเฉลี่ย 5 วันทำการซื้อขายก่อนวันซื้อหุ้นคืน บวกด้วยจำนวน 15% ของราคาปิดเฉลี่ย โดยเงินที่ใช้ซื้อหุ้นคืนจะเป็นเงินสดจากสภาพคล่องภายในของธนาคาร
-
iaa
-
mitihoon
KBANK ทุ่ม 8.8 พันล้าน ซื้อหุ้นคืนล็อตใหญ่ 30/10/68
มิติหุ้น – KBANK เผย บอร์ดอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืน ในวงเงินไม่เกิน 8,800 ล้าน หรือไม่เกิน 47 ล้านหุ้น เริ่ม 14 พ.ย. 68 ถึง 13 พ.ค. 69 KBANK หรือ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย โดยนายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2568 มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินของธนาคาร ในวงเงินไม่เกิน 8,800 ล้านบาท และจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 47,386,552 หุ้น หรือ คิดเป็นจำนวนไม่เกินร้อยละ 2 ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดของธนาคาร ทั้งจะซื้อด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงระหว่างวันที่ 14 พ.ย. 68 ถึงวันที่ 13 พ.ค. 69 และราคาเสนอซื้อจะไม่เกินราคาปิดของหุ้นเฉลี่ย 5 วันทำการซื้อขายก่อนวันซื้อหุ้นคืน บวกด้วยจำนวน 15% ของราคาปิดเฉลี่ย โดยเงินที่ใช้ซื้อหุ้นคืนจะเป็นเงินสดจากสภาพคล่องภายในของธนาคาร
-
thunhoon
หุ้นไทยวันนี้(30 ต.ค.) ลบ 0.99 จุด ซื้อ KBANK-BANPU ขาย DELTA 30/10/68
#ทันหุ้น-ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้(30 ต.ค.2568) ปิดที่ 1,314.65 จุด ลบ 0.99 จุด หรือ 0.08% โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 45,473.27 ล้านบาท ภาวะการซื้อขายภาคบ่ายดัชนีแกว่งตัวออกข้าง โดยตลาดหุ้นรอปัจจัยใหม่ๆ เข้ามา ประกอบกับติดตามการรายงานผลประกอบการงวดไตรมาส 3/68 ของบริษัทจดทะเบียน จึงทำให้มีแรงซื้อขายเก็งกำไรในหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยบวกสนับสนุน โดยช่วงบ่ายมีแรงซื้อในหุ้น KBANK หลังจากที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯช่วงบ่ายว่าคณะกรรมการธนาคารมีมติซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน ในวงเงิน 8,800 ล้านบาท ในช่วงวันที่ 14 พ.ย.2568 ถึงวันที่ 13 พ.ค. 2569 ขณะเดียวกันก็ยังมีแรงซื้อในหุ้น BANPU จากการที่จะมีการปรับโครงสร้างในกลุ่มโดยจะควบรวมกับ BPP และจัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้น ซึ่งโบรกเกอร์มีมุมมองเชิงบวก โดยบริษัทใหม่จะมีมาร์เก็ตแคปใหญ่ขึ้นและมีฟรีโฟลทเพิ่ม ซึ่งจะเป็นเป้าหมายการลงทุนของกองทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างไรก็ตามมีแรงขายทำกำไรในหุ้นบิ๊กแคปอย่าง DELTA หลังจากที่ก่อนหน้านี้ราคาปรับขึ้นมาต่อเนื่อง หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 10 อันดับแรก
-
kaohoon
KBANK ดีด 3% รับข่าวซื้อหุ้นคืน 47.39 ล้านหุ้น วงเงิน 8.8 พันลบ.เพิ่มประสิทธิภาพบริหารทุน 30/10/68
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 ต.ค.68) ราคาหุ้น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ณ เวลา 14:31 น. อยู่ที่ระดับ 184.00 บาท บวก 5.00 บาท หรือ 2.79% สูงสุดที่ระดับ 184.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 178.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2,251.08 ล้านบาท นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารได้มีมติอนุมัติให้ธนาคารดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินของธนาคาร ภายใต้วงเงินรวมไม่เกิน 8,800 ล้านบาท และจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 47,386,552 หุ้น หรือไม่เกิน 2% ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดของธนาคาร โดยวิธีการซื้อด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงระหว่างวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 และราคาเสนอซื้อจะไม่เกินราคาปิดของหุ้นเฉลี่ย 5 วันทำการซื้อขายก่อนวันซื้อหุ้นคืน บวกด้วยจำนวน 15% ของราคาปิดเฉลี่ย โดยเงินที่ใช้ซื้อหุ้นคืนจะเป็นเงินสดจากสภาพคล่องภายในของธนาคาร สำหรับการซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเงินกองทุน โดยธนาคารได้คำนึงถึงความเพียงพอของเงินกองทุน สภาพคล่องส่วนเกินและผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้นของธนาคาร เนื่องจากในปัจจุบันธนาคารมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระดับที่แข็งแกร่ง เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคตทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤต โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2568 อยู่ที่ 21.60% ธนาคารได้พิจารณาทางเลือกในการบริหารจัดการเงินกองทุนโดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงภาวะตลาด ผลการดำเนินงาน และระดับเงินกองทุน ซึ่งธนาคารเห็นว่าการซื้อหุ้นคืนเป็นหนึ่งในทางเลือกที่เหมาะสมในสภาวะการณ์ปัจจุบัน ที่จะช่วยให้ธนาคารสามารถบริหารจัดการเงินกองทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น รวมทั้งจะทำให้ธนาคารมีมูลค่าทางบัญชีของส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงและมีจำนวนหุ้นของธนาคารลดลง ซึ่งจะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) สูงขึ้น อันจะทำให้ราคาหุ้นสะท้อนมูลค่าหุ้นที่แท้จริงได้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้ถือหุ้น
-
thunhoon
KBANK พุ่งแรง 3.07% แตะ 184.50 บาท รับข่าวบอร์ดเคาะซื้อหุ้นคืน 8,800 ล้านบาท 30/10/68
KBANK พุ่งแรง 3.07% แตะ 184.50 บาท รับข่าวบอร์ดเคาะซื้อหุ้นคืน 8,800 ล้านบาท #ทันหุ้น #SET #KBANK บล.ฟินันเซีย ไซรัส มอง (+) KBANK, ราคาเป้าหมาย 190 บาท : โครงการซื้อหุ้นคืนวงเงิน 8.8 พันล้านบาท ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อการบริหารทางการเงิน วงเงินสูงสุด 8.8 พันล้านบาท จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 47.4 ล้านหุ้น คิดเป็น 2% ของทุนชำระแล้ว
-
mitihoon
มิติหุ้น – กสิกรไทยประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินในวงเงินไม่เกิน 8,800 ล้านบาท และจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 47.39 ล้านหุ้น โดยจะซื้อหุ้นผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงระหว่างวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเงินกองทุน ชี้ธนาคารมีเงินกองทุนแข็งแกร่ง เพียงพอรองรับการดำเนินธุรกิจในอนาคต นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารได้มีมติอนุมัติให้ธนาคารดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินของธนาคาร ภายใต้วงเงินรวมไม่เกิน 8,800 ล้านบาท และจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 47,386,552 หุ้น หรือไม่เกิน 2% ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดของธนาคาร โดยวิธีการซื้อด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงระหว่างวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 และราคาเสนอซื้อจะไม่เกินราคาปิดของหุ้นเฉลี่ย 5 วันทำการซื้อขายก่อนวันซื้อหุ้นคืน บวกด้วยจำนวน 15% ของราคาปิดเฉลี่ย โดยเงินที่ใช้ซื้อหุ้นคืนจะเป็นเงินสดจากสภาพคล่องภายในของธนาคาร การซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเงินกองทุน โดยธนาคารได้คำนึงถึงความเพียงพอของเงินกองทุน สภาพคล่องส่วนเกินและผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้นของธนาคาร เนื่องจากในปัจจุบันธนาคารมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงในระดับที่แข็งแกร่ง เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคตทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤต โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2568 อยู่ที่ 21.60% ธนาคารได้พิจารณาทางเลือกในการบริหารจัดการเงินกองทุนโดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงภาวะตลาด ผลการดำเนินงาน และระดับเงินกองทุน ซึ่งธนาคารเห็นว่าการซื้อหุ้นคืนเป็นหนึ่งในทางเลือกที่เหมาะสมในสภาวะการณ์ปัจจุบัน ที่จะช่วยให้ธนาคารสามารถบริหารจัดการเงินกองทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น รวมทั้งจะทำให้ธนาคารมีมูลค่าทางบัญชีของส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงและมีจำนวนหุ้นของธนาคารลดลง ซึ่งจะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) สูงขึ้น อันจะทำให้ราคาหุ้นสะท้อนมูลค่าหุ้นที่แท้จริงได้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้ถือหุ้น
-
mitihoon
Mitihoon – KBank has announced a share repurchase project for financial management purposes, with a maximum amount not exceeding Baht 8,800 million and a maximum of 47.39 million shares to be repurchased. The shares will be repurchased through the automatic order matching system of the Stock Exchange of Thailand (the SET) during the period from 14 November 2025 to 13 May 2026 to enhance the efficiency of capital management, while maintaining a strong capital sufficient to support future business expansion. Mr. Chongrak Rattanapian, President of KASIKORNBANK (KBank), stated that the Bank’s Board of Directors has resolved to approve the share repurchase project for financial management purposes, with a total amount not exceeding Baht 8,800 million and a maximum of 47,386,552 shares, representing no more than 2% of the Bank’s total paid-up capital. The repurchases will be executed via the SET’s automatic order matching system during the period from 14 November 2025 to 13 May 2026. The repurchase price shall not exceed the average closing price in the period of 5 consecutive business days prior to each repurchase date plus 15% of such average closing price. The funds for this share repurchase project will be sourced entirely from the Bank’s liquidity. The objectives of the share repurchase is to optimize the Bank’s capital management by taking into account the adequacy of the capital, excess liquidity, and appropriate returns to the Bank’s shareholders. KBank currently maintains a strong capital adequacy ratio, sufficient to support future business operations under both normal and crisis conditions. As of the end of the third quarter of 2025, KASIKORNBANK FINANCIAL CONGLOMERATE’s capital adequacy ratio stood at 21.60%. The Bank has taken into account various factors for capital management approach, including market conditions, business performance, and capital level. The Bank believes that a share repurchase is one of the appropriate options under the current market conditions to further enhance capital management efficiency. The share repurchase will reduce the book value of shareholders’ equity and the number of the Bank’s outstanding shares. This will result in an increase in the return on equity (ROE) and earnings per share (EPS), thereby allowing the share price to better reflect its intrinsic value, which will directly benefit the Bank’s shareholders.
-
kaohoon
KBANK อนุมัติซื้อหุ้นคืน 8.8 พันลบ. ไม่เกิน 2% เริ่ม 14 พ.ย.นี้ 30/10/68
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 ต.ค.68) บริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร ครั้งที่ 13/2568 เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 มีมติอนุมัติ โครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน วงเงินไม่เกิน 8,800 ล้านบาท จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 47,386,552 หุ้น หรือไม่เกิน 2% ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด การซื้อหุ้นคืนจะดำเนินการผ่านระบบซื้อขายของ ตลท. แบบจับคู่อัตโนมัติ ระหว่างวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 – 13 พฤษภาคม 2569
-
thunhoon
KBANK ประกาศซื้อหุ้นคืนครั้งใหญ่ วงเงิน 8.8 พันล้านบาท จำนวน 47.3 ล้านหุ้น เริ่ม 14 พ.ย. 68 – 13 พ.ค. 69 #ทันหุ้น #SET #KBANK ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK) ประกาศแผนการครั้งสำคัญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเงินกองทุน โดยเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 คณะกรรมการธนาคารได้มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน ในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 8,800 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและสภาพคล่องส่วนเกินที่สูง การดำเนินการครั้งนี้จะมีผลทำให้จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 47,386,552 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน ร้อยละ 2 ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด โดยการซื้อจะใช้วิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ตั้งแต่ 14 พฤศจิกายน 2568 ถึง 13 พฤษภาคม 2569
-
hoonsmart
KBANK ทุ่มงบ 8,800 ลบ. ซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 2% เริ่ม 14 พ.ย.นี้ 30/10/68
HoonSmart.com>>บอร์ด “ธนาคารกสิกรไทย” (KBANK) ไฟเขียวโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน วงเงินไม่เกิน 8,800 ล้านบาท ซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 47.39 ล้านหุ้น หรือไม่เกิน 2% ดีเดย์ 14 พ.ย.68 -13 พ.ค.69 ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยมติที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร วันที่ 30 ต.ค.2568 มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินของธนาคารในวงเงินไม่เกิน 8,800 ล้านบาท และจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 47,386,552 หุ้น หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 2% ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดของธนาคาร โดยวิธีการซื้อด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงระหว่างวันที่ 14 พ.ย.2568 – 13 พ.ค.2569 ด้านราคาหุ้น KBANK ปิดตลาดภาคเช้าอยู่ที่ 180.50 บาท +1.50 บาท หรือ +0.84% มูลค่าการซื้อขาย 924.30 ล้านบาท
-
set
แจ้งมติคณะกรรมการธนาคารเรื่องโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน 30/10/68
โครงการซื้อหุ้นคืน เรื่อง : ซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน วันที่คณะกรรมการมีมติ : 30 ต.ค. 2568 วิธีการซื้อหุ้นคืน : ซื้อหุ้นคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์ จำนวนหุ้นซื้อคืน(หุ้น) : 47,386,552 %ของจำนวนหุ้นซื้อคืนต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว : 2.00 วงเงินซื้อหุ้นคืน(ล้านบาท) : 8,800.00 วันที่เริ่มต้น - วันที่สิ้นสุดการซื้อหุ้นคืน : วันที่ 14 พ.ย. 2568 ถึงวันที่ 13 พ.ค. 2569 ______________________________________________________________________ สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้ และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้ หากท่านต้องการดูรายละเอียดสารสนเทศฉบับนี้แบบเต็ม โปรดคลิก "รายละเอียดแบบเต็ม"
-
set
-
iaa
-
iaa
-
hoonsmart
ตลท.ร่วม KBANK หนุนผู้ประกอบการเพื่อสังคม (SE) ผ่าน”ช้อปสะดวก ช่วยสังคม” ปี 2 28/10/68
HoonSmart.com>> “ตลาดหลักทรัพย์ฯ -ธนาคารกสิกรไทย” (KBANK) เดินหน้าสานต่อความร่วมมือปีที่ 2 สนับสนุนช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าของผู้ประกอบการเพื่อสังคมหนุนผู้ประกอบการเพื่อสังคม (SE) ในเครือข่าย SET Social Impact ผ่าน K+ market บนแอปพลิเคชัน K PLUS ภายใต้แคมเปญ “ช้อปสะดวก ช่วยสังคม” ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เดินหน้าสานต่อความร่วมมือปีที่ 2 ในการสนับสนุนช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าของผู้ประกอบการเพื่อสังคม (Social Enterprise หรือ SE) ในเครือข่าย SET Social Impact ผ่าน K+ market บนแอปพลิเคชัน K PLUS ภายใต้แคมเปญ “ช้อปสะดวก ช่วยสังคม” โดยปีนี้ มีผู้ประกอบการเพื่อสังคมเข้าร่วมทั้งสิ้น 13 ราย ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่เข้าร่วมใหม่ 6 ราย ได้แก่ บริษัท กาแฟอาข่า อ่ามา จำกัด, บริษัท เด็กพิเศษ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (Avautis), บริษัท บ้านคนพิเศษ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด, บริษัท โฮมเน็ท จำกัด (Home Net), บริษัท เลิร์นดู วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (Learndo) และบริษัทเซฟ ไลฟ์ โปรดักส์ จำกัด (ไร่รื่นรมย์) สำหรับสินค้าที่เข้าร่วมแคมเปญปีนี้ มีหลากหลาย อาทิ กาแฟจากเกษตรกรกลุ่มชาติพันธุ์ งานคราฟต์และของแต่งบ้านรีไซเคิล ผลิตภัณฑ์สุขภาพ งานศิลป์จากกลุ่มออทิสติกไทย เป็นต้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า KBANK ในการมีส่วนช่วยเหลือสังคมผ่านการอุดหนุนสินค้าที่มุ่งสร้างผลลัพธ์เชิงบวกจากผู้ประกอบการเพื่อสังคม (SE) พร้อมทั้งสร้างโอกาสและรายได้ให้แก่กลุ่มผู้เปราะบาง ชุมชนท้องถิ่น อีกทั้งยังได้ร่วมกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย
-
mitihoon
SET จับมือ KBANK ดัน ‘ช้อปสะดวก ช่วยสังคม’ หนุนธุรกิจโตยั่งยืน 27/10/68
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จับมือ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) สานต่อความร่วมมือเป็นปีที่ 2 ในการผลักดันผู้ประกอบการเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE) ภายใต้เครือข่าย SET Social Impact ผ่านแคมเปญ “ช้อปสะดวก ช่วยสังคม” บนช่องทาง K+ Market ในแอปพลิเคชัน K PLUS ปีนี้มีผู้ประกอบการ SE เข้าร่วมทั้งหมด 13 ราย โดยเป็นผู้ร่วมโครงการรายใหม่ 6 ราย อาทิ กาแฟอาข่า อ่ามา, เด็กพิเศษ วิสาหกิจเพื่อสังคม (Avautis), บ้านคนพิเศษ วิสาหกิจเพื่อสังคม, โฮมเน็ท, เลิร์นดู และ เซฟ ไลฟ์ โปรดักส์ (ไร่รื่นรมย์) ซึ่งนำเสนอสินค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่กาแฟจากกลุ่มชาติพันธุ์ งานคราฟต์ ของตกแต่งบ้าน ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ไปจนถึงงานศิลปะจากกลุ่มออทิสติกไทย ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อขยายช่องทางตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ SE เพิ่มรายได้แก่กลุ่มผู้เปราะบางและชุมชนท้องถิ่น รวมถึงส่งเสริมการดูแลสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ลูกค้า KBANK และประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมสร้างสังคมที่ยั่งยืนได้ง่าย ๆ ผ่านการ แลกคะแนน K Point หรือชำระเงินโดยตรง ที่ K+ Market เพียงพิมพ์ค้นหา “SET Social Impact” เพื่อร่วมอุดหนุนสินค้าจากผู้ประกอบการที่สร้างคุณค่าควบคู่สังคม
-
kaohoon
KBANK โผล่บิ๊กล็อต 1.08 ล้านหุ้น มูลค่า 196 ลบ. สูงกว่ากระดาน 27/10/68
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (27 ต.ค.68) มีรายการ สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่ (Big lot) ของหุ้น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK จำนวน 2 รายการ ปริมาณ 1.08 ล้านหุ้น มูลค่ารวม 196 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 181 บาทต่อหุ้น โดยมีราคาเท่าสูงกว่ากระดาน 0.277% ทั้งนี้ ราคาหุ้น KBANK ปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 180.50 บาท ลบ 2.50 บาท หรือ 1.37% สูงสุดที่ระดับ 183.00บาท ต่ำสุดที่ระดับ 180.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3,704.49 ล้านบาท สำหรับภาพรวมรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ 22 อันดับ (ณ วันที่ 16 ก.ย. 68) มีดังนี้
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK มองกรอบ “เงินบาท” สัปดาห์หน้า 32.40-33 บ. จับตาส่งออกไทย-ทิศทางฟันด์โฟลว์ 25/10/68
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK มองสัปดาห์ระหว่างวันที่ 27-31 ต.ค. 2568 กรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.40-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกและเครื่องชี้เศรษฐกิจเดือนก.ย.ของไทย ผลการประชุมเฟด (28-29 ต.ค.) สถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลก และทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ส่วนปัจจัยต่างประเทศอื่น ๆ ที่ต้องติดตาม ประกอบด้วยสถานการณ์การชัตดาวน์ของสหรัฐฯ ประเด็นการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ผลการประชุม BOJ (29-30 ต.ค.) และการประชุม ECB (30 ต.ค.) รวมถึงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2568 ของยูโรโซน และข้อมูล PMI เดือนต.ค.รายงานโดยทางการจีน ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทขยับอ่อนค่าเล็กน้อย แตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 4 เดือนในระหว่างสัปดาห์ โดยเงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ตามตามทิศทางการอ่อนค่าของเงินเยน หลังตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)อาจยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมปลายเดือนต.ค. นี้ หากพรรค LDP สามารถบรรลุข้อตกลงกับพรรค Innovation Partyและเปิดทางให้นาง Sanae Takaichi ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
-
kaohoon
CGSI มองกรอบ SET วันนี้ 1,300–1,315 จุด ชู 2 หุ้นเด่น KBANK-CENTEL 24/10/68
สำหรับหุ้นเด่นแนะนำวันนี้ ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK โดยรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2568 อยู่ที่ 13,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 4.2% จากไตรมาสก่อน สูงกว่าประมาณการของ CGSI ถึง 14.5% และมากกว่าที่ Bloomberg คาดการณ์ไว้ 16% บริษัทจึงปรับเพิ่มสมมติฐานส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin) จาก 3.21% เป็น 3.37% พร้อมปรับเพิ่มการคาดการณ์รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยในปี 2568 จาก 6.4% เป็น 18.1% จากกำไรในการลงทุนและตราสารทางการเงิน รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิที่แข็งแกร่งขึ้น โดยให้แนวทางทำกำไรที่ระดับ 183.00 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ 179.00 บาท อีกหนึ่งหุ้นแนะนำคือ บริษัท เซ็นทรัล พลาซา โฮเทล จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ซึ่งคาดว่ารายได้ปี 2569 จะเติบโต 19% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการขยายโรงแรมในมัลดีฟส์ และการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในประเทศไทย โดยคาดว่าธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารในประเทศจะได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในไตรมาส 4 ปี 2568 โดยให้แนวทางทำกำไรที่ระดับ 33.50 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ 31.50 บาท ทั้งนี้ CGSI ประเมินว่าปัจจัยต่างประเทศและข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ จะยังเป็นตัวกำหนดทิศทางการลงทุนในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้
-
kaohoon
KBANK บวกต่อ 2% หลังโบรกอัพคำแนะนำ “ซื้อ” เป้าใหม่ 205 บาท ผลงานแกร่ง-ปันผลสูง 24/10/68
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 ต.ค.68) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ณ เวลา 10:36 น. อยู่ที่ระดับ 184.50 บาท บวก 4.00 บาท หรือ 2.22% สูงสุดที่ระดับ 185.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 183.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 955.44 ล้านบาท บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ ว่ามีมุมมอง slightly positive ต่อการประชุมนักวิเคราะห์ เนื่องจาก KBANK ให้ความสำคัญกับการบริหารเงินทุน (Capital Management) ทำให้คาดว่ายังมีโอกาสเห็นการเพิ่มขึ้นของเงินปันผลในรูปแบบ additional special dividend หรือ share buyback ในอนาคต นอกจากนี้มีมุมมอง slightly positive ต่อการประชุมนักวิเคราะห์ เพราะ KBANK ให้ความสำคัญกับการบริหารเงินทุน (Capital Management) ทำให้เราคาดว่ายังมีโอกาสเห็นการเพิ่มขึ้นของเงินปันผลในรูปแบบ additional special dividend หรือ share buyback ในอนาคต
-
iaa
-
fin
-
kaohoon
CGSI อัพเป้า KBANK ใหม่ 196 บาท รับกำไรไตรมาส 3 โตเกินคาด-ปันผลเด่น 22/10/68
ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI เปิดเผยบทวิเคราะห์ระบุว่า ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2568 อยู่ที่ 13,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 4.2% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ 14.5% และสูงกว่า Bloomberg consensus ถึง 16% โดยกำไรสุทธิในช่วง 9 เดือนแรกของปีคิดเป็น 91.7% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2568 โดยรายได้ที่โดดเด่นเกินคาดในไตรมาสนี้ ได้แก่ รายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโต 10.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 13.5% จากไตรมาสก่อนหน้า รวมถึงกำไรจากเงินลงทุนและเครื่องมือทางการเงิน ขณะเดียวกัน KBANK ยังมีกำไรก่อนการตั้งสำรอง (PPOP) เติบโต 4.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 1.7% จากไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม สินเชื่อรวมยังหดตัว -0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ -0.8% จากไตรมาสก่อนหน้า หรือ -2.7% จากสิ้นปี 2567 ด้านผู้บริหาร KBANK เปิดเผยในการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ว่าการเติบโตของสินเชื่อทั้งปีอาจต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่ 0% โดยในไตรมาส 3 สินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ยังเติบโต ขณะที่สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และ SME หดตัวลง 3% และ 4% ตามลำดับ ทั้งนี้ ธนาคารยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพสินเชื่อมากกว่าการขยายพอร์ต โดยลูกหนี้ในโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” คิดเป็นราว 1% ของสินเชื่อรวมในไตรมาส 3 และครึ่งหนึ่งของสินเชื่อกลุ่มนี้เป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย ที่เหลือเป็นสินเชื่อ SME และสินเชื่อรถยนต์
-
thunhoon
KBANK ซีจีเอสไอ กำไร Q3/68 สูงกว่าคาด ปรับเพิ่มประมาณการปี 68-70 22/10/68
#KBANK #ทันหุ้น-ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ออกบทวิเคราะห์หุ้นธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK ที่รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/68 ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.7% yoy และ 4.2% qoq สูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ฯ 14.5% และสูงกว่า Bloomberg consensus 16% ขณะที่กำไรสุทธิช่วง 9 เดือนคิดเป็น 91.7% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 68 ก่อนหน้านี้ รายการที่ดีกว่าคาดในไตรมาส 3 นี้ ได้แก่รายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโต 10.6% yoy และ 13.5% qoq รวมทั้ง กำไรจากเงินลงทุนและเครื่องมือทางการเงิน นอกจากนี้ในไตรมาส 3/68 KBANK ยังมีกำไรก่อนตั้งสำรอง (PPOP) เติบโตดีที่ 4.1% yoy และ 1.7% qoq อย่างไรก็ตาม ธนาคารมีอัตราการเติบโตของสินเชื่อติดลบที่ -0.7% yoy และ -0.8% qoq และ -2.7% จากสิ้นปี 67 ทั้งนี้KBANK จัดประชุมนักวิเคราะห์ไตรมาส 3/68 เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 68 ผู้บริหารเผยว่าการเติบโตของสินเชื่อปี 68 น่าจะต่ำกว่าเป้าของธนาคารที่ 0% โดยไตรมาส 3/68 มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยกลุ่มเดียวที่ยังเติบโตเป็นบวก qoq ขณะที่สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ลดลง 3% qoq และสินเชื่อ SME ลดลง 4% qoq โดย KBANK กล่าวว่าในไตรมาส 3/68 ให้ความสำคัญกับคุณภาพสินเชื่อมากกว่าขยายพอร์ตสินเชื่อ ส่วนยอดสินเชื่อของลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” คิดเป็นประมาณ 1% ของสินเชื่อรวมในไตรมาส 3/68 และสินเชื่อเหล่านี้ราวครึ่งหนึ่งเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย ส่วนที่เหลือเป็นสินเชื่อ SME ขนาดเล็กและสินเชื่อรถ
-
mitihoon
มิติหุ้น – ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า ในไตรมาส 3/68 KBANK ทำกำไรสุทธิ 1.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.7% yoy และ 4.2% qoq สูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ฯ 14.5% และสูงกว่า Bloomberg consensus 16% ขณะที่กำไรสุทธิช่วง 9 เดือนคิดเป็น 91.7% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 68 ก่อนหน้านี้ รายการที่ดีกว่าคาดในไตรมาส 3 นี้ ได้แก่รายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโต 10.6% yoy และ 13.5% qoq รวมทั้ง กำไรจากเงินลงทุนและเครื่องมือทางการเงิน นอกจากนี้ในไตรมาส 3/68 KBANK ยังมีกำไรก่อนตั้งสำรอง (PPOP) เติบโตดีที่ 4.1% yoy และ 1.7% qoq อย่างไรก็ตาม ธนาคารมีอัตราการเติบโตของสินเชื่อติดลบที่ -0.7% yoy และ -0.8% qoq และ -2.7% จากสิ้นปี 67 KBANK จัดประชุมนักวิเคราะห์ไตรมาส 3/68 เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 68 ผู้บริหารเผยว่าการเติบโตของสินเชื่อปี 68 น่าจะต่ำกว่าเป้าของธนาคารที่ 0% โดยไตรมาส 3/68 มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยกลุ่มเดียวที่ยังเติบโตเป็นบวก qoq ขณะที่สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ลดลง 3% qoq และสินเชื่อ SME ลดลง 4% qoq โดย KBANK กล่าวว่าในไตรมาส 3/68 ให้ความสำคัญกับคุณภาพสินเชื่อมากกว่าขยายพอร์ตสินเชื่อ ส่วนยอดสินเชื่อของลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” คิดเป็นประมาณ 1% ของสินเชื่อรวมในไตรมาส 3/68 และสินเชื่อเหล่านี้ราวครึ่งหนึ่งเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย ส่วนที่เหลือเป็นสินเชื่อ SME ขนาดเล็กและสินเชื่อรถ
-
hoonsmart
CGSI เพิ่มเป้ากำไร KBANK ปี68-70 ปันผลน่าสนใจ เชียร์ซื้อ 22/10/68
HoonSmart.com>>ธนาคารกสิกรไทย (KBANK ) กำไรสุทธิไตรมาส 3/68 สูงกว่าคาด ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติต่อหุ้นปี 68-70 ผลตอบแทนจากเงินปันผลน่าสนใจ แนะนำ “ซื้อ” ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า ในไตรมาส 3/68 KBANK ทำกำไรสุทธิ 1.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.7% yoy และ 4.2% qoq สูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ฯ 14.5% และสูงกว่า Bloomberg consensus 16% ขณะที่กำไรสุทธิช่วง 9 เดือนคิดเป็น 91.7% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 68 ก่อนหน้านี้ รายการที่ดีกว่าคาดในไตรมาส 3 นี้ ได้แก่รายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโต 10.6% yoy และ 13.5% qoq รวมทั้ง กำไรจากเงินลงทุนและเครื่องมือทางการเงิน นอกจากนี้ในไตรมาส 3/68 KBANK ยังมีกำไรก่อนตั้งสำรอง (PPOP) เติบโตดีที่ 4.1% yoy และ 1.7% qoq อย่างไรก็ตาม ธนาคารมีอัตราการเติบโตของสินเชื่อติดลบที่ -0.7% yoy และ -0.8% qoq และ -2.7% จากสิ้นปี 67
-
thunhoon
หุ้นไทยพักเที่ยงวันนี้(22 ต.ค.) บวก 7.35 จุด ซื้อ KBANK-BBL-ATLAS 22/10/68
#ทันหุ้น-ดัชนีตลาดหุ้นไทยพักเที่ยงวันนี้(22 ต.ค.2568) ปิดที่ 1,298.07 จุด บวก 7.35 จุด หรือ 0.57% มีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 25,078.90 ล้านบาท ภาวะการซื้อขายภาคเช้าช่วงแรกแกว่งตัวในแดนลบ หลังจากนั้นมีแรงซื้อเข้ามาทำให้ดัชนีสามารถไต่ระดับขึ้นมาในแดนบวกได้ โดยแรงซื้อในหุ้นกลุ่มแบงก์นำตลาด หลังจากที่ประกาศงบไตรมาส 3/68 ออกมาดีกว่าที่โบรกเกอร์คาด โดยซื้อหุ้น KBANK BBL KTB เป็นต้น ขณะที่หุ้น ATLAS ปรับตัวขึ้นมาแรง บวก 14.66% หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 10 อันดับแรก
-
kaohoon
CGSI มองกรอบ SET วันนี้ 1,285-1,300 จุด ชูหุ้นเด่น KBANK-BCPG 22/10/68
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด (CGSI) ประเมินดัชนี SET Index วันนี้ (22 ต.ค.68) เคลื่อนไหวในกรอบ 1,285-1,300 จุด ตอบรับผลประกอบการณ์ไตรมาส 3/68 ของทั้งไทยและสหรัฐฯที่แข็งแกร่ง รวมถึงกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทย อาทิ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO, ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP และ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK นอกจากนี้แนะนำจับตารายงานผลประกอบการณ์ไตรมาส 3/68 ของบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ และการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ สำหรับหุ้นแนะนำ คือ KBANK รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/68 อยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นน 8.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 4.2% จากไตรมาสก่อนหน้า สูงกว่าประมาณการของฝ่ายนักวิเคราะห์ในไตรมาส 3/68 ถึง 14.5% และสูงกว่าที่ Bloomberg คาดการณ์ไว้ 16% ทั้งนี้ ฝ่ายนักวิเคราะห์ปรับเพิ่มส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NET Interest Margin) จาก 3.21% เป็น 3.37% เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิในช่วง 9 เดือนแรกของปี 68 ที่ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ และ เราปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสำหรับปี 2568 จาก 6.4% เป็น 18.1% เนื่องจากกำไรจากการลงทุนและตราสารทางการเงิน และการคาดการณ์การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิที่แข็งแกร่งขึ้น
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
thunhoon
หุ้นไทยวันนี้(21 ต.ค.) บวก 6.25 จุด ซื้อแบงก์ KBANK-SCB-BBL หนุนตลาด 21/10/68
#ทันหุ้น-ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้(21 ต.ค.2568) ปิดที่ 1,290.72 จุด บวก 6.25 จุด หรือ 0.49% มีมูลค่าการซื้อขาย 34,370.82 ล้านบาท ภาวะการซื้อขายภาคบ่ายดัชนียังเคลื่อนไหวต่อเนื่องจากภาคเช้า ซึ่งตลาดหุ้นมีการเก็งกำไรในเรื่องผลประกอบการไตรมาส 3/68 ที่กำลังทยอยประกาศออกมา ซึ่งสัปดาห์นี้กลุ่มแบงก์ทยอยประกาศงบ และมีหลายแบงก์ที่งบไตรมาส 3/68 ออกมาดีกว่าที่โบรกเกอร์คาด จึงทำให้มีแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้นแบงก์ นำโดยหุ้น KBANK, SCB, BBL และ TTB เป็นต้น หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 10 อันดับแรก
-
thunhoon
KBANK กำไร Q3/68 ดีกว่าคาด ทรีนีตี้ชี้น่าลงทุน รับปันผลปีละ 6% 21/10/68
#ทันหุ้น – บล.ทรีนีตี้ สแกนหุ้น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ประกาศกำไร Q3/68 ที่ 13,007 ล้านบาท ดีขึ้น 4%QoQ และ 9%YoY ดีกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้าราว 16% โดยหลักเป็นผลจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ปรับตัวดีขึ้น 8%QoQ และสูงกว่าเดิมที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ว่าจะอ่อนตัวลงเล็กน้อย โดยหลักมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิที่ปรับตัวดีขึ้นมากถึง 14%QoQ หลังสภาวะตลาดที่ดีขึ้นส่งผลให้ค่าธรรมเนียมธุรกิจกองทุนปรับตัวดีขึ้น ในขณะที่กำไรจากเงินลงทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ด้านรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอ่อนตัวลงเล็กน้อยราว 1%QoQ ตามแนวโน้ม NIM ที่ลดลงราว 9 bps จากการปรับลดดอกเบี้ย บวกกับสินเชื่อที่อ่อนตัวลงราว 1%QoQ เนื่องจากธนาคารยังระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ
-
thunhoon
หุ้นไทยพักเที่ยงวันนี้(21 ต.ค.) บวก 4.12 จุด ซื้อ KBANK-SCB-THAI 21/10/68
#ทันหุ้น-ดัชนีตลาดหุ้นไทยพักเที่ยงวันนี้(21 ต.ค.2568) ปิดที่ 1,288.59 จุด บวก 4.12 จุด หรือ 0.32% โดยมีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 18,241.38 ล้านบาท ภาวะตลาดหุ้นภาคเช้าดัชนีแกว่งตัวในแดนบวก ระหว่างวันดัชนีปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 1,295.11 จุด โดยมีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มแบงก์นำตลาด ทั้ง KBANK ที่ประกาศงบไตรมาส 3/68 เช้านี้ออกมาดีกว่าโบรกเกอร์คาด นอกจากนี้ก็มีแรงซื้อในหุ้น SCB, TTB และ BBL จึงเป็นปัจจัยหนุนตลาด ส่วนหุ้นกลุ่มอื่นก็มีแรงซื้อในหุ้นบิ๊กแคปอย่างหุ้น DELTA และ THAI จึงช่วยหนุนตลาดหุ้นโดยรวม หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 10 อันดับแรก
-
hoonsmart
KBANKเหนือคาด Q3/68 กำไร13,007 ลบ. สำรองหนี้เพิ่ม 21/10/68
HoonSmart.com>>ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/68 เติบโตเกินคาด กำไรสุทธิ 13,007.19 ล้านบาท รวม 9 เดือนปีนี้ กำไร 39,287 ล้านบาท ตั้งสำรองหนี้เพิ่มขึ้น รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 13.80% เป็น 42,709 ล้านบาท หนุนราคาหุ้นเช้านี้บวกแรง ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาสที่ 3/2568 มีกำไรสุทธิ 13,007.19 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 5.35 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 12,295.33 ล้านบาท หรือ 5.05 บาท รวม 9 เดือนปีนี้ มีกำไรทั้งสิ้น 39,286.83 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 16.29 บาท เทียบกับกำไรสุทธิ 38,835.37 ล้านบาท คิดเป็น 16.08 บาทต่อหุ้น นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/2568 มีทิศทางชะลอตัวเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี โดยได้รับแรงกดดันจากการส่งออกที่ลดลงซึ่งเป็นผลจากมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ และการอ่อนแรงของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยเผชิญกับความท้าทายมากขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนชะลอตัวต่อเนื่องจากภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลง
-
kaohoon
KBANK วิ่ง 2% หลังโชว์กำไร Q3 ดีกว่าคาด แตะ 1.3 หมื่นล้าน โบรกชูเป้า 190 บ. 21/10/68
ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (21 ต.ค.68) ราคาหุ้น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ณ เวลา 10:27 น. อยู่ที่ระดับ 176.50 บาท บวก 3.50 บาท หรือ 2.02% สูงสุดที่ระดับ 176.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 174.00 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,101.69 ล้านบาท บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS ระบุผ่านบทวิเคราะห์ถึง KBANK หลังรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/2568 ที่ 13.0 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 4% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าประมาณการของฝ่ายนักวิเคราะห์คาดการณ์ 18% และ Bloomberg Consensus คาดการณ์ 16% สำหรับปัจจัยที่เป็นจุดเด่น (surprises) คือ รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (non-NII) ที่สูงกว่าคาดการณ์ จากกำไรตามมูลค่าตลาด (mark-to-market gains) จำนวน 3.96 พันล้านบาท, กำไรจากการขายสินทรัพย์ (realized gain) 713 ล้านบาท และรายได้จากเงินปันผล 767 ล้านบาท ง
-
thunhoon
หุ้น KBANK ราคาดีดขึ้น โบรกฯ ชี้กำไร Q3/68 ดีกว่าคาด มีโอกาสอัพกำไรทั้งปีนี้เพิ่ม 21/10/68
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น KBANK อยู่ที่ 176 บาท บวก 3.00 บาท หรือ 1.73% ระหว่างวันราคาได้ปรับขึ้นมาสูงสุดที่ 176.50 บาท มีมูลค่าการซื้อขาย 1,103.90 ล้านบาท บล.เอเซีย พลัสระบุว่า KBANK ได้รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/68 ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% QoQ และเพิ่มขึ้น 6% YoY ซึ่งสูงกว่าฝ่ายวิจัยคาด 8% และมากกว่าตลาดคาด 16% จาก Trading income ด้านคุณภาพสินทรัพย์มองใกล้เคียงงวดก่อน แม้ระดับ NPL ปรับขึ้น แต่มาจากฐานสินเชื่อลด ในเชิงมูลหนี้ทรงตัว ในไตรมาส 3/68 Non – NII เท่ากับ 1.5 หมื่นล้านบาท (+8% QoQ, +23% YoY) มากกว่าคาดการณ์ 8% จาก Trading income อย่างFVTPL ที่ 4 พันล้านบาท (VS คาด 3.5 พันล้านบาท) เทียบกับ 3.6 พันล้านบาทงวดก่อน และ ไตรมาส 3/67 ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมฯ ราว 9.3 พันล้านบาท (+14% QoQ, +10% YoY) หนุนด้วย Capital market (บลจ.)
-
mitihoon
KBANK KASIKORNBANK announced the nine-month period of 2025 net profit of Baht 39,287 Million 21/10/68
Mitihoon – Ms. Kattiya Indaravijaya, Chief Executive Officer of KASIKORNBANK, said the third quarter of 2025, Thailand’s economy grew at a slower rate compared to the first half of the year, weighed down by a decline in exports resulting from US import tariff measures and weaker economic conditions among trading partners, posing greater challenges for Thai businesses. Meanwhile, the number of international tourist arrivals in Thailand remained below the level recorded during the same period of last year, while private consumption continued to slow down due to the persistently high household debt and weaker consumer confidence. For the rest of 2025, it is expected that the Thai economy will grow at a slower rate than in previous periods. Key contributing factors include the US tariff increases, which have significantly affected the export sector, along with the continued sluggishness in private investment sentiment, and ongoing challenges in the tourism sector arising from intense competition and lingering confidence concerns, which have hindered a full recovery of key tourist markets. Additionally, government stimulus spending is expected to be limited, with only partial effects likely to materialize within this year. As a result, both the domestic and global economic outlook may continue to face multiple uncertainties and challenges going into 2026. Amidst the challenges posed by both domestic and international economic factors, KASIKORNBANK and its subsidiaries have continued to operate prudently, through the execution of K-Strategy 3+1 and continuous focus on productivity improvement. These efforts aim to deliver sustainable value to all stakeholders including depositors, investors, individual and business customers and to deliver sustainable returns to shareholders, while fully supporting government initiatives to assist customers in a highly uncertain economic environment. Operating performance for the nine-month of 2025 compared with the restated performance for the nine-month of 2024, the Bank and its subsidiaries reported operating profit before expected credit loss and income tax expense of Baht 85,127 million, a decrease of Baht 2,456 million or 2.80%, due to a decline in net operating income. Net interest income of Baht 104,239 million, a decrease of Baht 7,768 million or 6.94%, in line with interest rate conditions, including loans interest rate reductions to enhance customers’ financial flexibility and a decline in loans volume. This resulted in a decrease in net interest margin (NIM) to 3.31%. However, non – interest income of Baht 42,709 million, an increase of Baht 5,178 million or 13.80%, mainly due to: 1) growth in net fees and service income reflecting ability to deliver services that effectively meet customer needs, along with improved market conditions; 2) gains on financial instrument measured at fair value through profit or loss; and 3) investment income supported by favorable market conditions. Other operating expenses of Baht 61,821 million, a decrease of Baht 134 million or 0.22%, reflecting continued productivity improvements in a highly uncertain economic conditions. Cost to income ratio stood at 42.07%. Additionally, the Bank and its subsidiaries set aside expected credit loss (ECL) of Baht 30,047 million, a decrease of Baht 4,962 million or 14.17%. Consistent with established practice, ECL is prudently set aside to maintain an appropriate level aligned with the volatile and challenging economic environment. As a result, net profit attributable to equity holders of the Bank for the nine-month of 2025 was Baht 39,287 million, a slight increase of Baht 452 million or 1.16% from the same period of 2024.
-
mitihoon
KBANK ธนาคารกสิกรไทย แจ้งผลประกอบการ 9 เดือน ปี 2568 กำไร 39,287 ล้านบาท 21/10/68
มิติหุ้น – นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ปี 2568 มีทิศทางชะลอตัวเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี โดยได้รับแรงกดดันจากการส่งออกที่ลดลงซึ่งเป็นผลจากมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ และการอ่อนแรงของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยเผชิญกับความท้าทายมากขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนชะลอตัวต่อเนื่องจากภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลง สำหรับช่วงเวลาที่เหลือของปี 2568 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราต่ำกว่าช่วงที่ผ่านมา โดยปัจจัยสำคัญยังคงมาจากการปรับขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกอย่างมีนัยสำคัญ บรรยากาศการลงทุนภาคเอกชนที่ยังซบเซา รวมถึงโจทย์ท้าทายของภาคการท่องเที่ยวจากภาวะการแข่งขันและประเด็นความเชื่อมั่น ซึ่งทำให้ตลาดนักท่องเที่ยวหลักยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ นอกจากนี้ คาดว่าเม็ดเงินของมาตรการกระตุ้นภาครัฐมีจำกัด และผลของมาตรการอาจเกิดขึ้นได้เพียงบางส่วนภายในปีนี้ ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศและเศรษฐกิจโลกอาจเผชิญกับความไม่แน่นอนและความท้าทายหลายด้านต่อเนื่องในปี 2569 ท่ามกลางความท้าทายของปัจจัยทางเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ ธนาคารกสิกรไทยและบริษัทย่อยยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ ผ่านการเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ 3+1 และการจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Productivity) อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายซึ่งรวมถึง ผู้ฝากเงิน ผู้ลงทุน ลูกค้าบุคคล ลูกค้าธุรกิจ และส่งมอบผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น ตลอดจนสนับสนุนภาครัฐอย่างเต็มที่ในการดูแลช่วยเหลือลูกค้า ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง ผลการดำเนินงานสำหรับงวด 9 เดือน ปี 2568 เปรียบเทียบกับงวด 9 เดือน ปี 2567 ที่ปรับปรุงใหม่ ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้มีจำนวน 85,127 ล้านบาท ลดลงจำนวน 2,456 ล้านบาท หรือ 2.80% เป็นผลจากการลดลงของรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจำนวน 104,239 ล้านบาท ลดลงจำนวน 7,768 ล้านบาท หรือ 6.94% ตามภาวะอัตราดอกเบี้ย ซึ่งรวมทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระให้ลูกค้ามีความยืดหยุ่นทางการเงินมากขึ้น และการลดลงของเงินให้สินเชื่อ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin : NIM) ลดลงอยู่ที่ระดับ 3.31% อย่างไรก็ตาม รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีจำนวน 42,709 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 5,178 ล้านบาท หรือ 13.80% หลัก ๆ จาก 1) รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่เติบโตจากการให้บริการที่สามารถตอบโจทย์ได้ตรงความต้องการของลูกค้า ประกอบกับภาวะตลาดที่ปรับตัวดีขึ้น 2) กำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน และ 3) รายได้จากการลงทุนในภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ มีจำนวน 61,821 ล้านบาท ลดลงจำนวน 134 ล้านบาท หรือ 0.22% จากการบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) อยู่ที่ระดับ 42.07% นอกจากนี้ ธนาคารและบริษัทย่อยพิจารณาตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected credit loss : ECL) จำนวน 30,047 ล้านบาท ลดลงจำนวน 4,962 ล้านบาท หรือ 14.17% โดยยังคงเป็นสำรองฯ ที่ตั้งตามหลักความระมัดระวังอย่างรอบคอบตามที่ได้ปฏิบัติมาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ระดับสำรองฯ มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์และภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและยังคงเผชิญกับความท้าทาย ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารสำหรับงวด 9 เดือน ปี 2568 มีจำนวน 39,287 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจำนวน 452 ล้านบาท หรือ 1.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
-
kaohoon
KBANK โชว์กำไร Q3 แตะ 1.3 หมื่นล้านบาท โต 6% รับรายได้ค่าฟีพุ่ง-ตั้งสำรองลด 21/10/68
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 มีกำไรสุทธิ ดังนี้ สำหรับ KBANK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/68 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 13,007.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.79% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 12,295.33 ล้านบาท เป็นผลมาจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย 15,088 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 12,318 ล้านบาท หรือ ขยายตัว 22% โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่เติบโต 13.5% นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครติดที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอยู่ที่ 10,179 ล้านบาท ลดลงจาก 11,652 ล้านบาท หรือ ลดลง 12.65% สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น
-
thunhoon
KBANK กำไร Q3/68 ที่ 13,007 ลบ. ตั้งสำรองเพิ่มรองรับศก.ชะลอตัว, NPL ที่ 3.19% 21/10/68
#KBANK #ทันหุ้น-KBANK เผยกำไรสุทธิไตรมาส 3/68 อยู่ที่ 13,007 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.16% จากไตรมาส 2/68 โดยธนาคารและบริษัทย่อยได้พิจารณาตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามหลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่องจำนวน 10,179 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 129 ล้านบาท หรือ 1.29% ขณะที่ในส่วนของอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (%NPL gross) อยู่ที่ระดับ 3.19% ซึ่งยังคงต้องดำเนินการติดตามคุณภาพสินทรัพย์อย่างระมัดระวังใกล้ชิดในภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทยเปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ปี 2568 มีทิศทางชะลอตัวเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี โดยได้รับแรงกดดันจากการส่งออกที่ลดลงซึ่งเป็นผลจากมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ และการอ่อนแรงของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยเผชิญกับความท้าทายมากขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนชะลอตัวต่อเนื่องจากภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลง สำหรับช่วงเวลาที่เหลือของปี 2568 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราต่ำกว่าช่วงที่ผ่านมา โดยปัจจัยสำคัญยังคงมาจากการปรับขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกอย่างมีนัยสำคัญ บรรยากาศการลงทุนภาคเอกชนที่ยังซบเซา รวมถึงโจทย์ท้าทายของภาคการท่องเที่ยวจากภาวะการแข่งขันและประเด็นความเชื่อมั่น ซึ่งทำให้ตลาดนักท่องเที่ยวหลักยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ นอกจากนี้ คาดว่าเม็ดเงินของมาตรการกระตุ้นภาครัฐมีจำกัด และผลของมาตรการอาจเกิดขึ้นได้เพียงบางส่วนภายในปีนี้ ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศและเศรษฐกิจโลกอาจเผชิญกับความไม่แน่นอนและความท้าทายหลายด้านต่อเนื่องในปี 2569 ท่ามกลางความท้าทายของปัจจัยทางเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ ธนาคารกสิกรไทยและบริษัทย่อยยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ ผ่านการเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ 3+1 และการจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Productivity) อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายซึ่งรวมถึง ผู้ฝากเงิน ผู้ลงทุน ลูกค้าบุคคล ลูกค้าธุรกิจ และส่งมอบผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น ตลอดจนสนับสนุนภาครัฐอย่างเต็มที่ในการดูแลช่วยเหลือลูกค้า ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง
-
thunhoon
KBANK กำไร Q3/68 ที่ 13,007.19 ลบ. โต 5.79% จากช่วงเดียวกันปีก่อน 21/10/68
#KBANK #ทันหุ้น-ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KBANK แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ไตรมาส 3/68 มีกำไร 13,007.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.79% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไร 12,295.33 ล้านบาท และหากเทียบกับไตรมาส 2/68 ซึ่งมีกำไร 12,488 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.16% ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/68 เปรียบเทียบกับไตรมาส 2/68 ธนาคารมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้จำนวน 28,280 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจำนวน 484 ล้านบาท หรือ 1.74% หลักๆ จากรายได้จากการดำเนินงานสุทธิที่มีจำนวน 49,246 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 647 ล้านบาท หรือ 1.33% ส่วนใหญ่เป็นผลจากการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจากการบริหารจัดการกองทุนที่สามารถตอบโจทย์ตามความต้องการของลูกค้า และรายได้จากการลงทุนต่างๆที่เพิ่มขึ้น แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจนวน 34,158 ล้านบาท ลดลง 497 ล้านบาท หรือ 1.43% จากไตรมาสก่อน สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่นๆ มีจำนวน 20,966 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจำนวน 163 ล้านบาท หรือ 0.78% และใกล้เคียงกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ามีค่าใช้จ่ายโครงการพิเศษในการดูแลพนักงานเพิ่มเติม โดยธนาคารและบริษัทย่อยมีมาตรการในการจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Productivity) อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่นๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) อยู่ที่ระดับ 42.57% ลดลงจากไตรมาสก่อนที่อยู่ในระดับ 42.81%
-
set
-
set
-
set
-
set
-
set
-
thunhoon
4 โบรกฯ คาด KBANK กำไร Q3/68 ที่ 1.09-1.21 หมื่นลบ. แนะกลยุทธ์ลงทุน 20/10/68
#ทันหุ้น-โบรกเกอร์ 4 รายประเมินแนวกำไรไตรมาส 3/68 ของธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK อยู่ที่ประมาณ 1.09-1.21 หมื่นล้านบาท ลดลง YoY และ QoQ เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง มาจาก NIM ที่อ่อนตัว พร้อมประเมินแนวโน้มไตรมาส 4/68 จะลดลงตามปัจจัยฤดูกาล ที่มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามมองว่า KBANK มีจุดเด่นด้านเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูง บล.หยวนต้า(ประเทศไทย)คาดว่า KBANK จะมีกำไรสุทธิไตรมาส 3/68 อยู่ที่ 12,100 ล้านบาท โต 1.1% YoY แต่ลดลง 3.1% QoQ หลังรายได้ดอกเลี้ยลดลง แต่คาดสำรองจะปรับลงเช่นเดียวกัน โดยประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2568 อยู่ที่ 49,292 ล้านบาท เติบโต 1.4% YoY แม้ผลดำเนินงาน KBANK จะไม่ได้เติบโตหวือหวา แต่มองว่า KBANK เป็นธนาคารใหญ่ที่มีความเสี่ยงไม่สูง มีกลไกในการบริหารหนี้เสียที่แข็งแรง และมีจุดเด่นด้านเงินปันผลคาดเงินปันผลจากกำไรสุทธิงวดครึ่งหลังปี 2568 อยู่ที่ 10.2 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Div Yield ที่ 6.1% และในปี 2569 คาดจะปันผลที่ 12.50 บาท คิดเป็น Div Yield ที่ 7.3% และมีโอกาสที่จะดำเนินนโยบายเพิ่มผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นเพิ่มเติม (ซื้อหุ้นคืนหรือปันผลพิเศษ)
-
thunhoon
‘แบงก์ไทย’แกร่งปันผลดี แนะซื้อKBANK-SCB-TTB 20/10/68
#แบงก์ #ทันหุ้น – “กูรู” วิเคราะห์ 2 แบงก์ภูมิภาคในสหรัฐง่อนแง่น ไม่ลามมายังแบงก์ไทย จากมีคุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่ง มองผลดำเนินงานปลายปีนี้ มีลุ้นฟื้นตัวตามจีดีพี แนะกลยุทธ์ซื้อถือรอปันผล “KBANK-SCB-TTB” ด้าน KTB กำไร Q3/2568 โตแรงสวนหุ้นในกลุ่ม เหตุถือหุ้น THAI นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากความเสี่ยงของธนาคารระดับภูมิภาคในสหรัฐ Zions Bancorporation และ Western Alliance มีปัญหาสินเชื่ออย่างรุนแรง และมีความกังวลถึงขั้นกลัวธนาคารจะถูกปิดในอนาคตนั้่น ถือเป็นประเด็นที่แม้มีความเป็นไปได้เชิงลบ ทั้งนี้หากผลเสียหายจำกัดวงเพียง 2 ธนาคารข้างต้น ความรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจจะอยู่ในระดับที่ไม่มีนัย และไม่มีโอกาสลุกลามมายังความมั่นคงของภาคธนาคารในประเทศไทย เนื่องจากทั้งขนาดธนาคารที่ไม่ได้ใหญ่มาก ระบบการเงินน่าจะมีแผนรองรับจำกัดวงความเสียหายเตรียมการไว้แล้ว และที่สำคัญยังไม่พบข้อมูลธนาคารในไทยเข้าไปมีธุรกรรมลงทุนเกี่ยวข้องกับธนาคารดังกล่าว
-
kaohoon
KBANK เกมรุก ‘จับก่อนจ่าย’ 20/10/68
ระหว่างที่ฮือฮากับการที่บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF หวนซื้อหุ้นแบงก์สีเขียว ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เพิ่มอีก 0.2278% จนดันสัดส่วนการถือแตะที่ 5.0288% จากเดิมถืออยู่ที่ 4.8009% …ส่วนจะถือเพื่อเก็งกำไร ถือยาวเพื่อการลงทุน หรือถือเพื่อบริหารพอร์ตการลงทุน…อันนี้ก็ไม่รู้สินะ แต่มีอีกเรื่องหนึ่งที่ถูกเคสของ GULF กลบรัศมีอยู่ คือ เรื่องที่ KBANK กำลังจะก้าวขาไปสู่บริการใหม่ที่เรียกว่า Buy Now Pay Later (BNPL) หรือ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง”…ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ที่มาแรงแซงทางโค้งในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เพราะเป็นบริการที่สมัครง่าย ได้วงเงินไว ซื้อสินค้าและบริการได้ทันที โดยค่อยผ่อนจ่ายภายหลัง ที่น่าสนใจ การเข้าสู่บริการ BNPL ของ KBANK ไม่ได้เริ่มจากศูนย์นะ เพราะจะเสียเวลาโดยใช่เหตุ เดี๋ยวจะไม่ทันกิน เลยใช้วิธีส่งบริษัทลูกที่ชื่อบริษัท กสิกร อินเวสเจอร์ จำกัด เข้าซื้อหุ้นบริษัท อาโตมี่ (ประเทศไทย) จำกัด (Atome) สัดส่วน 50% บวก 1 หุ้น ที่เปิดตัวบริการมากว่า 5 ปี แล้ว หรือตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2562
-
kaohoon
KBANK มองกรอบ “เงินบาท” สัปดาห์หน้า 32.40-33 บ. จับตาตัวเลขส่งออกไทย 18/10/68
ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (18 ต.ค. 68) ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK มองสัปดาห์หน้า (20-24 ต.ค.68)กรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ 32.40-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกเดือนก.ย. ของไทย สถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลก ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ รวมถึงสถานการณ์ชัตดาวน์ของสหรัฐฯ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่น่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากการชัตดาวน์ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสองเดือน ก.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นและตัวเลขการคาดการณ์เงินเฟ้อรายงานโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน และข้อมูล PMIเบื้องต้นสำหรับเดือนต.ค. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศอื่น ๆ ที่ต้องติดตาม ประกอบด้วยการประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR และข้อมูลเศรษฐกิจจีนได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2568 ข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีกเดือนก.ย. อัตราเงินเฟ้อเดือนก.ย. ของอังกฤษและญี่ปุ่น ตลอดจนข้อมูล PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนต.ค. ของญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ
-
mitihoon
KBANK ซุ่มแตกไลน์สินเชื่อ เนื้อหอมGULFเก็บหุ้น 16/10/68
มิติหุ้น – KBANK เนื้อหอมโบรกส่องลุ้น GULF จ้องเก็บหุ้นเพิ่ม แย้มเล็งแตกไลน์สินเชื่อแนวใหม่ ลุ้นกำไรทั้งปี 68 ทะลุ 5 หมื่นลบ. KBANK หรือ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย โดย บล. เอเซีย พลัส ระบุว่า GULF เข้าถือหุ้น KBANK เพิ่มเป็น 5.0288% (119.15 ล้านหุ้น) จากเดิมถืออยู่ 4.8009% (113.75 ล้านหุ้น) โดย ธุรกรรมนี้เกิดขึ้นเมื่อ 14 ต.ค. 68 นั้น หากอนาคต GULF มีการถือหุ้นต่อถึง 10% (เกิน 10% ต้องให้ ธปท. อนุมัติ และ เกิน 25% ต้องให้กระทรวงการคลังพิจารณา) น่าจะมีสิทธิเสนอชื่อคนเข้าไปนั่งใน บอร์ดได้ และอาจต่อเนื่องถึงการผลักดัน Dividend payout ratio (DPR) สูงขึ้น ขณะที่ ด้าน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 68 ที่ 51,166 ลบ. เติบโต 5.3% YoY เนื่องจากได้ปรับลดความคาดหวังลงมาแล้ว และระดับของ Credit Cost ภายใต้ สมมุติฐานของเรายังสูงกว่าเป้าของบริษัท แนะนำ “TRADING” เคาะเป้า 175 บ./หุ้น
-
kaohoon
“ฐกฤต” มอง SET ไปต่อ! แนะสอย “KBANK-MTC-TOP” รับปัจจัยบวกเฉพาะตัว 16/10/68
นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย และนักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันนี้ (16 ต.ค.68) แนวโน้มดัชนี SET Index มีทิศทางเชิงบวกโดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยภายนอก ซึ่งหากพิจารณาจากดัชนี FTSE Thailand ETF ซึ่งซื้อขายในตลาดสหรัฐฯ พบว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา 15 ตุลาคม 2568 เพิ่มขึ้นราว 1.5% สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย และคาดว่าจะช่วยนำทิศทางตลาดในประเทศวันนี้ให้เคลื่อนไหวในแดนบวก สอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับตัวขึ้น ขณะที่ กลุ่มหุ้นหลักที่คาดว่าจะเป็นแรงหนุนสำคัญของตลาดยังคงเป็นหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) โดยเฉพาะกลุ่มชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเมื่อวานนี้ บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA และ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยนักลงทุนยังจับตาผลประกาศงบไตรมาส 3 ปี 2568 ของ TSMC ในไต้หวัน ซึ่งอาจส่งสัญญาณเชิงบวกต่อทิศทางการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีโดยรวม อีกทั้งก่อนหน้านี้ ผลประกอบการของ ASML ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ เนเธอร์แลนด์ ประกาศงบไตรมาสล่าสุดออกมาดี ส่วนปัจจัยภายในประเทศที่เป็นแรงหนุน คือ สัญญาณเชิงบวกประเด็นความคืบหน้าในกระบวนการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามกรอบเวลาที่กำหนด ซึ่งทำให้ตลาดเกิดความคาดหวังว่า เสถียรภาพทางการเมืองในช่วง 8-12 เดือนข้างหน้า จะปรับตัวดีขึ้น และมีโอกาสนำไปสู่การ เลือกตั้งภายในราว 4 เดือนข้างหน้า
-
thunhoon
“เอเซียพลัส”ส่องหุ้น KBANK หลัง GULF เข้าถือหุ้นเกิน 5% อีกครั้ง 16/10/68
#KBANK #ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์หุ้นธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK หลังจากที่บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF แจ้งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. การเข้าถือหุ้น KBANK เพิ่มเป็น 5.0288% จากเดิมถือหุ้น 4.8009% โดยธุรกรรมนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2568 ที่ผ่านมานั้น ฝ่ายวิจัยมองว่า นับเป็นการเข้าถือหุ้นใน KBANK เกิน 5% อีกครั้ง (ครั้งก่อนเกิดขึ้นเมื่อกลาง พ.ค. 68 และปลายเดือนลดเหลือราว 4.6%) โดยหากอิงบทสัมภาษณ์ผู้บริหาร GULF ในอดีต การเข้าถือหุ้นใน KBANK เป็นการลงทุนเพื่อรับปันผล ทั้งนี้การเข้าถือหุ้นเกิน 5% เท่ากับ GULF มีสถานะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ KBANKตามนิยามผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Solo consolidation ส่วนด้านปัจจัยพื้นฐานของ KBANK จะมีผลในด้านสินเชื่อ ภายใต้หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน การปล่อยสินเชื่อให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือแก่กิจการที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง จะทำได้ไม่เกิน 5% ของเงินกองทุน หรือ 25% ของภาระหนี้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ฯ
-
set
-
iaa
-
thunhoon
หุ้นแบงก์ดีดเก็งงบQ3 KBANKนำทีมชูปันผลสูง 16/10/68
#KBANK #ทันหุ้น – จับตาแรงซื้อกลับเข้าหุ้นกลุ่มแบงก์หลังTISCO โชว์งบไตรมาส 3/2568 ดีกว่าคาด หนุนกระแสคาดการณ์กำไรพิเศษจากการลงทุนในกองทุนรวมและทองคำ โดยเฉพาะ KTB ที่มีเงินลงทุนใน THAI และ KKP ที่ได้อานิสงส์จากตลาดหุ้นฟื้นตัว นักวิเคราะห์เตือนระยะกลาง–ยาวยังถูกกดดันจากดอกเบี้ยขาลงและพอร์ตสินเชื่อหดตัว พร้อมชู KBANK เป็น Top Pick เป้าหมาย 190 บาท คาดปันผล 6–7.6% นายตฤณ สิทธิสวัสดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า คาดการณ์แรงซื้อที่กลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลัง TISCO ประกาศกำไรสุทธิงวดไตรมาส 3/2568 ออกมาดีกว่าคาด จากเงินลงทุน และกำไรพิเศษ “ธนาคารพาณิชย์มีเงินลงทุนในกองทุนรวมทั้งใน – ต่างประเทศ การถือลงทุนในทองคำ และการลงทุนโดยตรง ซึ่งเมื่อมีธนาคารที่แจ้งงบออกมาดี ก็มีความคาดหวังว่างบธนาคารอื่นจะดีเช่นกัน แม้จะเป็นกำไรจากเงินลงทุน หรือกำไรพิเศษก็ตาม”
-
mitihoon
KBANK ชู คอนโด SIRI ต้นแบบ ‘กรีนโปรเจกต์’ 15/10/68
มิติหุ้น – ธนาคารกสิกรไทย และแสนสิริ ในฐานะสถาบันการเงินชั้นนำ และผู้นำแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ ประกาศความร่วมมือขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero สนับสนุนสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือกรีนโลน ประเภท Pre-Finance มูลค่า 4,000 ล้านบาท สำหรับ 3 โครงการคอนโดมิเนียมของแสนสิริ ต้นแบบคอนโดมิเนียมมาตรฐานใหม่ นางสาวขัตติยา อินทรวิขัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า แสนสิริเป็นพันธมิตรทางธุรกิจของธนาคาร และเป็นผู้นำพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มุ่งเน้นสร้างที่อยู่อาศัยและสังคมแห่งความยั่งยืน สอดคล้องแนวคิดของธนาคารในการเป็น Bank of Sustainability มุ่งเน้นส่งเสริมโครงการเพื่อความยั่งยืน และเป็นกลไกที่ทรงพลังในการผลักดันให้ภาคอสังหาริมทรัพย์หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือครั้งนี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่ ใช้หลักเกณฑ์การประเมินที่เข้มข้นและสอดคล้องกับ Thailand Taxonomy โดยกำหนดให้ “ความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อพื้นที่อาคาร (Emission Intensity)” มีค่าสอดคล้องไปกับเส้นทางการลดคาร์บอนของประเทศไทยสำหรับภาคอาคาร โดยแสนสิริได้รับการรับรองค่า Emission Intensity จาก Bureau Veritas บริษัทผู้เชี่ยวชาญระดับสากลในการตรวจสอบและรับรองความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของทั้ง 3 โครงการของแสนสิริตามมาตรฐานสากล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นมาตรฐานที่สนับสนุนให้องค์กรมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งแสนสิริสามารถนำชุดมาตรฐานนี้ไปประยุกต์และปรับใช้เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายหลักในการเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
-
mitihoon
#KBANK ลงทุน 21 ล้าน ลุยธุรกิจสินเชื่อ อาโตมี่ 15/10/68
มิติหุ้น – KBANK แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เข้าลงทุนธุรกิจสินเชื่อ อาโตมี่ (ประเทศไทย) ผ่านถือหุ้น 50 % และ 1% ผ่าน กสิกร อินเวสเจอร์ ทุนจดทะเบียน 21 ล้านบาท ให้บริการสินเชื่อไม่มีหลักประกัน Buy Now, Pay Later (BNPL) ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง Web : https://www.mitihoon.com/ Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770 Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon
-
thunhoon
KBANK รุกธุรกิจ สินเชื่อ Buy Now, Pay Later 15/10/68
KBANK รุกธุรกิจ สินเชื่อ Buy Now, Pay Later ซื้อหุ้น บริษัท อาโตมี (ประเทศไทย) จำกัด 50% บวก 1 หุ้น #ทันหุ้น #KBANK นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK แจ้งการเข้าซื้อหุ้น ในบริษัท อาโตมี่ (ประเทศไทย) จำกัด ด้วยที่ประชุมคณะจัดการธนาคารกสิกรไทย ได้มีมติเห็นชอบการเข้าซื้อหุ้นใน บริษัท อาโตมี่ (ประเทศไทย) จำกัด (“บริษัท”) โดยธนาคารถือหุ้นทางอ้อมในสัดส่วนร้อยละ 50 บวก 1 หุ้น ของ จำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดผ่านบริษัท กสิกร อินเวสเจอร์ จำกัด ทั้งนี้ บริษัทได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้เป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคาร เมื่อ วันที่ 15 พฤษภาคม 2568 และได้เข้าทำสัญญาซื้อหุ้นบริษัทแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 โดยมีรายละเอียดดังนี้
-
set
-
hoonsmart
Forture จัดอันดับ ‘CEO กสิกรไทย’ ผู้นำหญิงทรงอิทธิพลเอเชีย-สูงสุดของไทย 14/10/68
HoonSmart.com>>”ขัตติยา อินทรวิชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย ได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Fortune ให้ติดอันดับ The Fortune Most Powerful Women Asia 2025 ผู้นำหญิงที่ทรงอิทธิพลสูงสุดอันดับ 1 ของประเทศไทย และเป็นอันดับที่ 33 จาก 100 ผู้นำหญิงทรงอิทธิพลของภูมิภาคเอเชีย นับเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน “ขัตติยา”ได้รับการจัดอันดับครั้งนี้สะท้อนถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนนวัตกรรม และการสร้างความเป็นเลิศทางธุรกิจให้แก่ธนาคารกสิกรไทย นำพาองค์กรสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ด้วยกลยุทธ์ที่สร้างสรรค์และภาวะผู้นำอันทรงพลัง พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้นำหญิงทั่วทั้งภูมิภาค “ธนาคารกสิกรไทยมุ่งมั่นขับเคลื่อนการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการเสริมสร้างและยกระดับศักยภาพสูงสุดของทุกชีวิตและทุกธุรกิจที่ธนาคารเกี่ยวข้อง ผ่านบริการทางการเงินที่น่าเชื่อถือและสร้างสรรค์ในสิ่งใหม่ ด้วยหัวใจแห่งการบริการ เพื่อส่งต่อพลังแห่งความสำเร็จที่พร้อมยกระดับชีวิตและประเทศของเรา ธนาคารไม่ได้เพียงให้บริการในประเทศไทย แต่ยังสร้างอนาคตของอาเซียน+3 ด้วยความเชื่อมั่นว่า พลังที่แท้จริง เริ่มต้นจาก ‘พวกเรา’ ”
-
hoonsmart
กสิกรไทยอัปเกรดบัตรเครดิตแพลทินัม เป็น KBank PLUSTINUM 07/10/68
HoonSmart.com>>ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) พลิกโฉม “บัตรเครดิตแพลทินัมกสิกรไทย” สู่ชื่อใหม่ “บัตรเครดิต KBank PLUSTINUM” พร้อมให้ลูกค้ารับความคุ้มค่าให้ “ชีวิต…พลัสได้ทุกวัน” ไม่ต้องรอดีลพิเศษ เป็นการรีแบรนด์ (Rebrand) ครั้งสำคัญ เปลี่ยนประสบการณ์การใช้จ่าย ยกระดับสิทธิพิเศษให้ลูกค้าได้ใช้ตรงกับไลฟ์สไตล์มากขึ้นกว่าเดิม เน้นความคุ้มค่าการใช้บ่อย เช่น ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า แฟชั่น และการเดินทางท่องเที่ยว นางสาวผกาฉัตร เตชาบูรพานนท์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยว่า บัตรเครดิต KBank PLUSTIUM เป็นกลุ่มบัตรที่มีศักยภาพการเติบโต ทั้งด้านการใช้จ่ายและจำนวนบัตร และด้วยไลฟ์สไตล์การจับจ่ายของลูกค้าที่เปลี่ยนไป จึงมีการรีแบรนด์ (Rebrand) ครั้งสำคัญ ตั้งแต่ชื่อบัตรที่ใช้คำว่า พลัส (PLUS) เพื่อสะท้อนถึงสิทธิพิเศษที่ลูกค้าจะได้รับมากขึ้น พร้อมดีไซน์ใหม่ทันสมัยและสิทธิประโยชน์ที่ทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การใช้จ่ายที่คุ้มค่าในหมวดที่ลูกค้าใช้บ่อย เช่น ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า แฟชั่น และการเดินทาง ซึ่งสามารถใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตใบนี้ได้ทุกวัน ไม่ต้องรอโปรโมชันพิเศษ ให้ชีวิต…พลัสได้ทุกวัน “ชีวิต…พลัสได้ทุกวัน” กับสิทธิพิเศษใหม่ของบัตรเครดิต KBank PLUSTINUM พลัสคะแนน K Point สูงสุด X3* รับคะแนน K Point รวมสูงสุด 3 เท่า เมื่อใช้จ่ายในหมวดร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าแฟชั่น ครบ 8,000 บาทขึ้นไป/เดือน
-
thunhoon
บล.ทรีนีตี้ แนะนำ “ซื้อ” KBANK ราคาเป้าหมาย 182.00 บาท 06/10/68
บล.ทรีนีตี้ แนะนำ “ซื้อ” KBANK ราคาเป้าหมาย 182.00 บาท #ทันหุ้น #SET #KBANK บล.ทรีนีตี้ แนะนำ “ซื้อ” ธนาคารกสิกรไทย. KBANK ราคาเป้าหมาย 182.00 บาท คาดกำไร 3Q68 อ่อนตัว หลัง NIM กดดัน คาดกำไร 3Q68 ที่ 11,208 ล้านบาท อ่อนตัว 10%QoQ และ 6%YoY
-
thunhoon
KBANK โบรกฯ มองเชิงบวก-คาดมีโอกาสจ่ายปันผลพิเศษ 05/10/68
#KBANK #ทันหุ้น-บล.ฟินันเซีย ไซรัส มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANKยังคงมุ่งมั่นจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิปี 2568 และมีเป้าหมายอยู่ที่ 50-60% ในระยะกลาง โดยคาดว่า ROE จะอยู่ที่ไม่เกิน 8% ภายในปี 2570 ภายใต้แรงกดดันจากทิศทาง NIM ที่ลดลง และการเติบโตของสินเชื่อที่จำกัดเพียง 2% ต่อปี ขณะเดียวกันคาดว่ามีโอกาสจ่ายเงินปันผลพิเศษ โดยเลือกเป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม แนะนำซื้อ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 190 บาท จากเดิมอยู่ที่ 186 บาท ฝ่ายวิจัยฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่าผู้บริหารของ KBANK กำลังพิจารณาทางเลือกในการกระจายเงินทุนเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงการจ่ายเงินปันผลพิเศษและโครงการซื้อหุ้นคืน ทั้งนี้ KBANK ยังคงยึดมั่นที่จะรักษาความแข็งแกร่งของงบดุล โดยมีเป้าหมาย CET1 ratio อย่างน้อย 15% บวกด้วย buffer อีก 1–2% เพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดจากการปฏิรูป Basel III โดยหากสมมติว่า CET1 อยู่ในระดับปลอดภัยที่ 18% ฝ่ายวิจัยประเมินว่า CET1 ส่วนเกินที่ 0.7% อาจถูกนำมาใช้เป็นทุนสูงสุดเพื่อจ่ายปันผลพิเศษให้แก่ผู้ถือหุ้น คิดเป็นได้สูงสุดราว 7.74 บาทต่อหุ้น อย่างไรก็ตาม การประกาศจ่ายปันผลพิเศษที่ 2.50 บาทในปี 2568 (ใกล้เคียงกับปี 2567) ก็น่าจะเป็นปัจจัยบวกเพียงพอในมุมมองของฝ่ายวิจัย ซึ่งจะเท่ากับผลตอบแทนเงินปันผลเพิ่มเติม 1.6% จากอัตราผลตอบแทนเงินปันผลพื้นฐานที่ 6%
-
kaohoon
KBANK ชี้กรอบ “เงินบาท” สัปดาห์หน้า 32.00-32.80 บ. จับตาประชุม กนง.-ราคาทองคำ 04/10/68
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (4 ต.ค. 68) ธนาคารกสิกรไทย [KBANK] มองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 6-10 ต.ค. 2568 ที่ระดับ 32.00-32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อเดือน ก.ย. ของไทย ผลการประชุม กนง. (8 ต.ค.68) สถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลกและฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ส่วนปัจจัยจากฝั่งสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ การหาข้อสรุปของสภาคองเกรสเรื่องงบประมาณเพื่อลดผลกระทบจาก Government Shutdown ของสหรัฐฯ บันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 16-17 ก.ย.รวมถึงถ้อยแถลงของประธานเฟดและเจ้าหน้าที่เฟด นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจอื่นของสหรัฐฯที่ไม่ถูกเลื่อนจากผลของ Government Shutdown ได้แก่ ตัวเลขการคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภครวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นและมุมมองต่อเงินเฟ้อของผู้บริโภค (เบื้องต้น) สำหรับเดือนก.ย. ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือนแม้สกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่แข็งค่าขึ้นหลังภาวะชัตดาวน์ของหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มขึ้น 1 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่าและแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือนที่ 32.53 บาทต่อดอลลาร์ฯ (นับตั้งแต่28 ส.ค.)
-
set
-
thunhoon
KBANKมีแผนซื้อหุ้นคืน ปล่อยสินเชื่อยั่งยืนเพิ่มขึ้น 02/10/68
#KBANK #ทันหุ้น – KBANK มองว่าการปล่อยสินเชื่อในปี 2568 อาจหดตัวลงเล็กน้อย จากเป้าที่ทั้งไว้จะเติบโตแบบทรงตัว หรือ Flash จากการที่ลูกหนี้ทยอยชำระหนี้และชะลอการลงทุน รวมถึงยังเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งจะเน้นการเติบไปที่ค่าธรรมเนียม รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ลูกค้า Wealth ควบคุมค่าใช้จ่าย และธนาคารอาจพิจารณาซื้อหุ้นคืน เนื่องจากมีเงินกองทุนเยอะเกินไป พร้อมทั้งปรับเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนเพิ่มขึ้นเป็น 400,000 – 500,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK เปิดเผยว่า ภาพรวมการปล่อยสินเชื่อในปี 2568 คาดว่าอาจติดลบเล็กน้อย จากเดิมที่ตั้งเติบโตแบบ Flash หรือไม่เติบโต ซึ่งมี 2 ปัจจัยหลักที่กดดันสินเชื่อ คือ ลูกค้าทยอยชำระคืนหนี้ และชะลอการลงทุนลง ประกอบกับธนาคารยังมีความเข็มงวดในการปล่อยสินเชื่อ เพราะกลัวลูกค้าชำระหนี้คืนไม่ไหว โดยเฉพาะ SME บางกลุ่มธุรกิจ เนื่องจากจะทำให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในกรอบที่ตั้งเป้าหมายไว้ไม่เกินระดับ 3.25% ทั้งนี้ในภาวะที่สินเชื่อไม่โตแหล่งรายได้และกำไรที่ยังเติบโตคือ ค่าธรรมเนียม และ รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย เช่น กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน เน้นกลุ่มลูกค้ามั่งคั่ง (Wealth) และควบคุมค่าใช้จ่ายในช่วงที่ไม่มีการเติบโต
-
iaa
-
iaa
-
hoonsmart
KBANK ปรับเป้าสินเชื่อยั่งยืน 5 แสนลบ.ปี’73 มุ่งสู่ผู้ให้บริการโซลูชันภูมิอากาศครบวงจร 01/10/68
HoonSmart.com>>ธนาคารกสิกรไทย เดินหน้าลงทุนอนาคต ร่วมขับเคลื่อนไทยสู่เขตคาร์บอนต่ำ ขยับเป้าสินเชื่อและการลงทุนเพื่อความยั่งยืนใหม่ที่ 4-5 แสนล้านบาทภายในปี 2573 หลังทะลุ 1.73 แสนล้านบาทแล้ว ก้าวเป็นผู้สร้าง Carbon Ecosystem ที่ครบวงจร ตั้งแต่แพลตฟอร์ม Green Living ไปจนถึงศูนย์วิจัยโลกร้อน และการเป็นที่ปรึกษาด้าน Climate ให้ภาคธุรกิจ หวังขึ้นแท่นผู้ให้บริการโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศที่ครอบคลุมที่สุด นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการให้สินเชื่อและเงินลงทุนเพื่อความยั่งยืนกว่าสองเท่าเป็น 4-5 แสนล้านบาท ภายในปี 2573 และตั้งเป้าหมายที่จะเป็น “The Most Comprehensive Climate Solution Provider – ผู้ให้บริการโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศที่ครอบคลุมที่สุด” จากยอดสินเชื่อ ณ สิ้นส.ค.2568 มียอดสะสมของสินเชื่อดังกล่าวกว่า 1.73 แสนล้านบาท สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 2.74 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ประกอบด้วยสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 39,000 คัน สินเชื่อเพื่ออาคารสีเขียวมากกว่า 1 ล้านตารางเมตร สินเชื่อสำหรับโครงการทางธุรกิจเพื่อความยั่งยืนกว่า 500 โครงการ รวมถึงการดำเนินงานในมิติ Beyond Banking การปรับเพิ่มเป้าสินเชื่อยั่งยืนเป็น 4-5 แสนล้านบาท ภายในปี 2573 เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมุ่งมั่นพัฒนา Beyond Banking Solution เพื่อส่งมอบ Climate Solution ที่จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ลูกค้า และส่งเสริมการสร้าง Carbon Ecosystem ที่ครอบคลุมทุกมิติของการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศ ได้แก่ การเป็นที่ปรึกษาด้านความยั่งยืนและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับภาคธุรกิจที่ต้องการปรับตัว พัฒนาเครื่องมือ KClimate1.5 สำหรับการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก จัดตั้ง Creative Climate Research Center เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และความร่วมมือเพื่อรับมือกับปัญหาโลกร้อน ริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อสร้าง Carbon Ecosystem ในสังคม เช่น Watt’s Up แพลตฟอร์มสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า แพลตฟอร์ม Green Pass สำหรับการขอใบรับรอง RECs และแพลตฟอร์ม K-GreenSpace ที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงโซลูชัน Green Living ได้ง่ายขึ้น
-
mitihoon
KBANK ขยับเป้าปล่อยกู้เพื่อความยั่งยืน 4-5 แสนล้าน ภายปี 73 01/10/68
มิติหุ้น – นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ทางธนาคารได้ขยับเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อและเงินลงทุนเพื่อความยั่งยืนเป็น 4-5 แสนล้านบาท จากเป้าหมายเดิมที่อยู่ 1-2 แสนล้านบาท ภายในปี 2573 โดย ณ เดือนสิงหาคม 2568 ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนกว่า 1.73 แสนล้านบาท คาดว่าภายในสินปี 2568 น่าจะจบได้ที่ระดับ 2 แสนล้านบาท สำหรับเป้าหมายการลดปล่อยก๊าชเรือนกระจกภายในธนาคาร โดยในปี 2567 สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 17.02% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2563 จากการดำเนินโครงการต่าง ๆ เช่น การติดตั้งโซลาร์รูฟครบทุกอาคารหลัก และสาขาอีก 161 แห่ง พร้อมใช้รถยนต์ไฟฟ้าแล้วกว่า 354 คัน รวมทั้งได้รับการรับรองว่าเป็นองค์กรที่เป็น กลางทางคาร์บอนต่อเนื่องถึง 8 ปี ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
-
thunhoon
KBANK อัดฉีดเม็ดเงินความยั่งยืน 4-5 แสนล้านบาท ภายในปี 2573 01/10/68
#ทันหุ้น #SET #KBANK ธนาคารกสิกรไทยเดินหน้าความยั่งยืน บนแนวคิดยุทธศาสตร์ใหม่ เน้นการจัดการประเด็นสำคัญแบบองค์รวมผสานความยั่งยืนไปในทุกมิติการทำงาน ส่งมอบทั้งการเงินและองค์ความรู้ เพิ่มเป้าอัดฉีดเม็ดเงินความยั่งยืน เป็น 4-5 แสนล้านบาท ภายในปี 2573 (ค.ศ.2030) พร้อมตั้งเป้าหมายเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านสภาพภูมิอากาศที่ครอบคลุมที่สุด นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ความท้าทายที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ มีทั้งปัจจัยภายในประเทศที่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างซึ่งส่งผลต่อศักยภาพในการแข่งขัน อาทิ หนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า การเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งรวมถึงมาตรการทางการค้าจากประเทศคู่ค้าสำคัญ อาทิ EU CBAM ที่จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมคาร์บอนตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยเพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันครอบคลุมมูลค่าสินค้า 1.1 หมื่นล้านบาท เป็นราว 2.8 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2573 ดังนั้นธุรกิจที่ปรับตัวได้ก่อนจะสร้างความได้เปรียบ จากการประเมินปัจจัยรอบด้านที่เกิดขึ้น ธนาคารได้ทบทวนกลยุทธ์การทำงานด้านความยั่งยืน เพื่อช่วยให้ธนาคารสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและสังคมได้ชัดเจนขึ้น จึงเปลี่ยนจากการดำเนินงานความยั่งยืนด้วยแกนสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG-based Strategy) ไปสู่ยุทธศาสตร์ความยั่งยืนบนแนวทางใหม่ที่เน้นการจัดการประเด็นสำคัญแบบองค์รวม เชื่อมโยงมุมมองทุกด้านที่เกี่ยวข้อง กำหนดความมุ่งหมายชูเป็นแกนกลางของการทำงาน (Issue-based Strategy)
-
kaohoon
CGSI มองกรอบ SET วันนี้ 1,270-1,300 จุด แนะสอย 2 หุ้นเด่น ชู KBANK ปันผลสูง 01/10/68
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ สรุปภาพรวมตลาด ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (30 ก.ย.68) และปรับตัวขึ้นทั้งในรายเดือนและรายไตรมาส แม้ว่านักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่หน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ จะถูกปิดทำการ (ชัตดาวน์) ซึ่งอาจทำให้การรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญมีความล่าช้า และ ส่งผลให้แนวโน้มนโยบายอัตราดอกเบี้ยของ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เผชิญกับความไม่ชัดเจน โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,397.89 จุด เพิ่มขึ้น 81.82 จุด หรือ +0.18%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,688.46 จุด เพิ่มขึ้น 27.25 จุด หรือ +0.41% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,660.01 จุด เพิ่มขึ้น 68.86 จุด หรือ +0.30% สรุปภาพรวมสินทรัพย์อื่นๆ ภาพข้างต้นยังเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนี้ ข้อมูลแรงงานที่อ่อนแอยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 18 ดอลลาร์ หรือ 0.47% ปิดที่ 3,873.20 ดอลลาร์/ออนซ์
-
kaohoon
CGSI มองกรอบ SET วันนี้ 1,280-1,300 จุด ชูหุ้นเด่น KBANK-CPAXT 30/09/68
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ คาดกรอบ SET Index วันนี้ 30 ก.ย.68 ที่ระดับ 1,280-1,300 จุด ตอบรับประเด็นนโยบาย Quick-Big-Win เร่งแผนแจกเงิน 6.65 หมื่นล้านบาท ผ่านบัตรคนจน-คนละครึ่งพลัส หรือ คนละคนครึ่งเฟส 6 / วันนี้จับตารายงานตัวเลขเศรษฐกิจไทยจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำหรับต่างประเทศ สัปดาห์นี้ติดตาม 1.) ตัวเลขตลาดแรงงาน Nonfarm Payrolls ในวันศุกร์ 3 ต.ค. รวมถึงแนวโน้มที่สหรัฐฯ เสี่ยงเผชิญภาวะชัตดาวน์ในช่วงสิ้นเดือน และ 2.) China’s Golden Week เริ่ม 1 ต.ค. 68 ขณะที่หุ้นแนะนำลงทุน คือ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK แม้กำไรก่อนตั้งสำรองและกำไรสุทธิในไตรมาส 3/68 ของกลุ่มธนาคารน่าจะได้รับผลกระทบจากยอดสินเชื่อที่ลดลงและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่ เรายังชอบกลุ่มธนาคารเนื่องจากผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง และ ปัจจุบัน กลุ่มธนาคารซื้อขายอยู่ที่ P/BV 0.6 เท่า ในปี 69
-
kaohoon
KBANK ชี้กรอบ “เงินบาท” สัปดาห์หน้า 31.80-32.50 บ. จับตาราคาทองคำ-ฟันด์โฟลว์ 27/09/68
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์หน้า (29 ก.ย.-3 ต.ค.68) คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.80-32.50 บาท/ดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนส.ค. ของไทย ประเด็นเกี่ยวเนื่องจากการหารือระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และผู้ค้าทองคำ สถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลก และฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนส.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและภาคบริการ ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนก.ย. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดและดัชนี PMI เดือนก.ย. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษเช่นกัน โดยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (22-26 ก.ย.) เงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ สอดคล้องกับจังหวะการปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของราคาทองคำในตลาดโลก อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าผ่านแนว 32.00 บาท/ดอลลาร์ฯ ในช่วงกลางสัปดาห์ สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่แข็งค่าขึ้น หลังจากถ้อยแถลงของประธานเฟด สะท้อนท่าทีที่ระมัดระวังต่อการส่งสัญญาณเรื่องการลดดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า เพราะแรงกดดันเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง
-
mitihoon
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เตือนผู้ประกอบการไทยเตรียมรับมือ EU CBAM ต้นปีหน้า 26/09/68
มิติหุ้น – ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้สหภาพยุโรป (EU) จ่อเริ่มเก็บภาษีคาร์บอน (CBAM) ต้นปีหน้า คาดส่งผลกระทบต่อการ ส่งออกของไทยเพิ่มมากขึ้นเป็นราว 2.8 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2573 ขณะที่ประเทศไทยยังต้องรอการออกมาตรการภาค บังคับ แต่ความล่าช้าของกฎหมายอาจจะทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบ มองอุตสาหกรรมไทยส่วนใหญ่ยังคงปล่อยก๊าซ เรือนกระจกเกินกว่าค่ามาตรฐานของ EU CBAM เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น แนะช่วงปี 2568 – 2573 คือหัว เลี้ยวหัวต่อ ธุรกิจที่เริ่มปรับตัวลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ก่อนจะสร้างความได้เปรียบ ดร. กฤตย์ สีตะธนี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ถึงแม้สหรัฐฯ มีการ ชะลอการดำเนินการเรื่องความยั่งยืน แต่ประเทศคู่ค้าสำคัญโดยเฉพาะ EU จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมคาร์บอนจากมาตรการ EU CBAM ตั้งแต่ต้นปีหน้า ส่งผลให้สินค้านำเข้าจากไทยต้องรับภาระต้นทุนคาร์บอน และ EU จะทยอยเพิ่มความเข้มข้นจน เต็มรูปแบบหลังปี 2577 นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่จีน และญี่ปุ่น จะดำเนินมาตรการในทำนองเดียวกัน ทำให้ผู้ประกอบการ ไทยต้องเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเปิดเผยข้อมูลคาร์บอนเพื่อคงความสามารถในการแข่งขัน นายจักรี พิศาลพฤกษ์ เจ้าหน้าที่วิจัยอาวุโส บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า โครงสร้างตลาด คาร์บอนของประเทศไทยในลักษณะภาคสมัครใจยังเป็นข้อจำกัดต่อการสร้างแรงจูงใจ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการสนับสนุน เพิ่มเติม ได้แก่ การปลดล็อคข้อกำหนดการใช้โครงข่ายไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนการใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาด เช่น เช่น Direct Power Purchase Agreement รวมถึงกฎหมายภาคบังคับมาอุดช่องว่าง โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ ที่จะทำให้ประเทศไทยมี Carbon Tax และระบบ Emission Trading Scheme (ETS) อย่างไรก็ดี ความล่าช้าใน การบังคับใช้ ร่าง พ.ร.บ.ฯ หลัง EU CBAM ประมาณ 2 ปี อาจทำให้ไทยเสียโอกาสนำเงินค่าธรรมเนียมคาร์บอนมาเป็น กองทุนสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศแทนการจ่ายให้กับต่างประเทศ
-
thunhoon
“KBANK” ร่วมมือ “เอ็มทีเอส โกลด์” เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ออมทองด้วยสกุลเงินบาท 25/09/68
#ทันหุ้น – ธนาคารกสิกรไทยร่วมมือ กลุ่มบริษัทในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ออมทองคำออนไลน์ด้วยสกุลเงินบาทผ่านแอปพลิเคชันธนาคารได้เป็นที่แรก เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าเข้าถึงการออมทองคำเพื่อสะสมทรัพย์ได้ง่ายขึ้นผ่าน K PLUS พร้อมมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย โดยเริ่มต้นการออมขั้นต่ำเพียง 500 บาท และไม่มีค่าธรรมเนียม ดร.พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทยเปิดเผยว่า ความร่วมมือกับกลุ่มบริษัทในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) ในครั้งนี้ เป็นการพัฒนาบริการซื้อ-ขายทองคำออนไลน์ผ่าน K PLUS ที่เปิดบริการไปเมื่อปีที่แล้ว ให้สามารถออมทองคำออนไลน์เป็นสกุลเงินบาทได้ด้วย จากเดิมที่มีเพียงบริการซื้อ-ขายทองคำด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น โดย K PLUS เป็นแอปพลิเคชันธนาคารแรกที่มีบริการออมทองคำด้วยสกุลเงินบาท ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกและเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าที่มีความต้องการออมทองคำเพื่อสะสมทรัพย์ ซึ่งลูกค้าสามารถทยอยออมได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องแลกเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่ เริ่มต้นออมขั้นต่ำเพียง 500 บาท สูงสุด 30 ล้านบาท/วัน (รวมการลงทุนทองคำและกองทุนรวม) เลือกออมได้ทั้งทองคำประเภท 99.99% และ 96.5% มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยและที่สำคัญไม่มีค่าธรรมเนียม นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท กลุ่มบริษัทในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก)กล่าวเพิ่มเติมว่า MTS Gold มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมด้านการลงทุนทองคำมาอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยในครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยเปิดโอกาสให้คนไทยสามารถออมทองคำด้วยสกุลเงินบาทได้ทันทีผ่าน K PLUS โดยอ้างอิงราคาทองคำในตลาดโลกแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ในการออมทองคำมาตรฐานตามราคาทองไทย ที่สร้างความมั่นใจให้ผู้ลงทุนทุกระดับ ทั้งผู้ที่เน้นการออมทองคำเพื่อสะสมทรัพย์ นักลงทุนมือใหม่ จนถึงนักลงทุนรายใหญ่ที่ต้องการความมั่นใจและความคล่องตัว นอกจากนี้ยังมอบความสะดวกสูงสุดในการรับทองคำจริง โดยลูกค้าสามารถเลือกรับได้ที่ทุกสาขาของร้านทองแม่ทองสุกทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล หรือเลือกใช้บริการจัดส่งทางไปรษณีย์ที่ครอบคลุมทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย รวมทั้งมีประกันสูญหายเต็มจำนวน
-
thunhoon
KBANK โบรกฯมองใช้สิทธิไถ่ถอนตราสารหนี้ คาดปันผลปี 68-69 ที่ 10.5, 11.2 บาท 22/09/68
#KBANK #ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์หุ้นธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK ซึ่งมีการใช้สิทธิถอนตราสารหนี้ที่นับเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 1 (Add Tier-1 : Perp Bond) หลังจาก 5 ปี นับจากวันที่ออกตราสาร โดยจะดำเนินไถ่ถอนวันที่ 14 ต.ค. 68 มูลค่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 1.56 หมื่นล้านบาท) ทั้งนี้ ตราสารดังกล่าวมีอัตราดอกเบี้ย5.275% ต่อปี สำหรับการไถ่ถอนดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางปกติของ Perp Bond ที่ส่วนใหญ่จะใช้สิทธิเมื่อไถ่ถอนได้ ซึ่งอัตราส่วนเงินกองทุน (BIS Ratio) ณ สิ้นงวดไตรมาส 2/68 อยู่ที่ 20.7% (เกณฑ์ขั้นต่ำของ ธปท. ที่ 12%) และเป็น Tier-1 ที่ 18.7% (เกณฑ์ขั้นต่ำของ ธปท. ที่ 9.5%) โดยประเมินจากฐานเงินกองทุนไตรมาส 2/68 ภายหลังไถ่ถอน Perp Bond ระดับ Tier1 จะอยู่ที่ 18.1% สูงเกินเกณฑ์ขั้นต่ำพอควร จึงคงคาดเงินปันผลต่อหุ้นปี 2568–2569 ที่ 10.5 บาท และ 11.2 บาท ตามลำดับ (เทียบเท่า Dividend payout ratio เฉลี่ย 52%)
-
thunhoon
KBANK จับมือพันธมิตรปล่อยกู้ “อีซี่มันนี่” วงเงิน 3,000 ล้านบาท ขยายธุรกิจ 22/09/68
พร้อมเดินหน้าพัฒนามาตรฐานบริการในทุกมิติ ทั้งการประเมินราคาที่เป็นธรรม การเก็บรักษาทรัพย์สินที่ปลอดภัย และการบริการที่ให้เกียรติลูกค้า รวมถึงการเสริมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลผ่าน Easy Smart Application ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเช็กข้อมูลตั๋ว ส่งดอกเบี้ยออนไลน์ ประเมินราคาทรัพย์ และโอนเงินได้อย่างสะดวกและโปร่งใส” อีซี่มันนี่ปัจจุบันมี 98 สาขาทั่วประเทศ โดยบริษัทมีรายได้รวมในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 กว่า 9,054 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 842 ล้านบาท เติบโต 30% จากปีก่อนในช่วงเดียวกัน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อบริการของบริษัท และศักยภาพการเติบโตในฐานะ “โซลูชันทางการเงินที่ชาญฉลาดและเข้าถึงได้” นอกจากธุรกิจสินเชื่อทรัพย์ค้ำประกันแล้ว อีซี่มันนี่ ยังได้ขยาย Ecosystem ทางการเงินไปสู่ธุรกิจ “พรีเมี่ยมโกลด์เยาวราช” ห้างทองที่เน้นมาตรฐานและความโปร่งใส และ “Easy Money Shop” ร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมมือสองของแท้คุณภาพสูง เพื่อสร้างระบบนิเวศการให้บริการเงินด่วนที่ครบถ้วนที่ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกมิติด้วยการใช้ทรัพย์สินในการสร้างโอกาสและเสริมสภาพคล่อง
-
hoonsmart
“กสิกรไทย” ปลื้ม Euromoney ยกเป็นธนาคารที่ดีที่สุดของไทย 2 ปีติดต่อกัน 22/09/68
HoonSmart.com>> “ธนาคารกสิกรไทย” (KBANK) ได้รับเลือกให้รับรางวัลธนาคารที่ดีที่สุดของไทย (Thailand’s Best Bank) ประจำปี 2568 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน จากการประกวด Euromoney Awards for Excellence 2025 ซึ่งเป็นรางวัลในวงการการเงินที่ได้รับความเชื่อถือสูงสุดรางวัลหนึ่งของโลก ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืน ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ได้รับเลือกให้รับรางวัลธนาคารที่ดีที่สุดของไทย (Thailand’s Best Bank) ประจำปี 2568 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน จากการประกวด Euromoney Awards for Excellence 2025 ซึ่งเป็นรางวัลในวงการการเงินที่ได้รับความเชื่อถือสูงสุดรางวัลหนึ่งของโลก ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืน ด้วยการยกระดับและปลดล็อกศักยภาพของทุกชีวิตและธุรกิจ นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ พร้อมนวัตกรรมดิจิทัล ให้ลูกค้าได้ใช้บริการอย่างสะดวกและปลอดภัยในทุกที่ ทุกเวลา โดยใช้ยุทธศาสตร์ “3+1 and Productivity Strategy” พัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ลูกค้าไว้วางใจและมีนวัตกรรม ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาค ASEAN+3 ยูโรมันนี่ (Euromoney) นิตยสารด้านการเงินชั้นนำระดับโลกได้เปิดเผยผลการพิจารณารางวัลในโครงการ Euromoney Awards for Excellence 2025 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องกว่า 30 ปี เพื่อยกย่องธนาคารและบุคลากรในแวดวงการเงินที่มีความโดดเด่น โดยปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในรางวัลสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมการเงินระดับโลก ที่ได้รับความเชื่อถืออย่างสูง โดยในปี 2568 นี้ มีธนาคารกว่า 600 แห่ง จากราว 100 ประเทศทั่วโลก ส่งข้อมูลเข้าร่วมรับการพิจารณารางวัล สำหรับประเทศไทย ยูโรมันนี่ได้ประกาศให้ธนาคารกสิกรไทยได้รับรางวัลธนาคารที่ดีที่สุดของไทย (Thailand’s Best Bank) ประจำปี 2568 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน จากความสำเร็จในการดำเนินยุทธศาสตร์ ‘3+1 และ Productivity Strategy’ ที่ส่งผลให้ธนาคารมีผลการดำเนินงานทางการเงินที่แข็งแกร่ง และความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับลูกค้ารายย่อย สามารถขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมั่นคงท่ามกลางความไม่แน่นอนและความท้าทายทางเศรษฐกิจของไทย
-
iaa
-
iaa
-
kaohoon
KBANK ชี้กรอบ “เงินบาท” สัปดาห์หน้า 31.50-32.20 บ. จับตาทองคำ-ฟันด์โฟลว์-ตัวเลขส่งออก 20/09/68
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 ก.ย. 68) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มองกรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า (22-26 ก.ย.) ที่ระดับ 31.50-32.20 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาดวันศุกร์ที่ 19 ก.ย. ที่ 31.84 บาท/ดอลลาร์ ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผานมาเงินบาทอ่อนค่าลงตามแรงขายหลังมีรายงานข่าวระบุว่า ทางการอาจพิจารณามาตรการลดผลกระทบจากธุรกรรมทองคำที่มีต่อเงินบาท แต่กรอบการอ่อนค่าของเงินบาทยังคงเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากเงินดอลลาร์ฯ ยังคงขาดแรงหนุนที่ชัดเจนในช่วงก่อนการประชุมเฟดกลางสัปดาห์ อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาอ่อนค่าลงในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ตามการอ่อนค่าของสกุลเงินเอเชียและแรงขายทำกำไรทองคำในตลาดโลก ขณะที่ดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อคืนเงินดอลลาร์หลังการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งสะท้อนว่า เฟดยังระมัดระวังในการประเมินจังหวะการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้ออาจขยับสูงขึ้นในระยะข้างหน้า (dot plot สะท้อนโอกาสการลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งภายในปีนี้ และอีกเพียง 1 ครั้งปีหน้า)
-
thunhoon
KBANK ใช้สิทธิไถ่ถอนตราสารด้อยสิทธิมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 19/09/68
#KBANK #ทันหุ้น-ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KBANK แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ธนาคารได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธปท. ให้ดำเนินการไถ่ถอนตราสารเงินเงินกองทุนมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว ดังนั้นธนาคารจึงขอใช้สิทธิในการไถ่ถอนตราสารเงินกองทุนดังกล่าวในวันที่ 14 ต.ค. 2568 โดยจะชำระคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยจนถึง(แต่ไม่รวม) วันไถ่ถอน ทั้งนี้ภายหลังการไถ่ถอน ธนาคารจะดำเนินการนำตราสารดังกล่าวออกจากการจดทะเบียนใน Singapore Exchange Securities Trading Limited ต่อไป โดยก่อนหน้านี้ KBANK ได้ออกตราสารด้อยสิทธิเพื่อนับเป็นเงินกองทุนประเภทที่ 1 ชุด “U.S.$500,000,000 Additional Tier 1 Subordinated Notes มูลค่ารวม 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563 (“ตราสาร”) ซึ่งปัจจุบันตราสารได้ถูกจดทะเบียนไว้ใน Singapore Exchange Securities Trading Limited นั้น
-
set
-
set
-
hoonsmart
MAKE by KBank ชี้เทรนด์การเงินปี 68 คนไทยหัน “แบ่งเงินคุมค่าใช้จ่าย” มากขึ้น หนุน Cloud Pocket 18/09/68
HoonSmart.com>> KBTG ในฐานะผู้พัฒนาแอปพลิเคชันจัดการเงิน MAKE by KBank พบเทรนด์การเงินของคนไทยกำลังเปลี่ยนไปจากเดิมเน้นเพียงการออมเงิน พบผู้ใช้งานส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญ “แบ่งเงินเพื่อคุมรายจ่ายในชีวิตประจำวัน” มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนมีวินัยทางการเงินเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตอกย้ำการพัฒนา Cloud Pocket ให้มีประสิทธิภาพ หนุนความนิยมต่อเนื่อง ช่วยเก็บเงินได้ดีกว่าเดิม 40% นายเชษฐพันธุ์ ศิริดานุภัทร Managing Director กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) เปิดเผยว่า ข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานแอปพลิเคชัน MAKE by KBank ตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนกรกฎาคม 2568 พบว่า ผู้ใช้งานส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญกับวางแผนบริหารเงินอย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น โดยใช้วิธี “แบ่งเงินเพื่อคุมรายจ่ายในชีวิตประจำวัน” สะท้อนให้เห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจาก “การออมเงินอย่างเดียว” ไปสู่ “การวางแผนใช้จ่ายอย่างมีระบบ” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของวินัยทางการเงินที่ยั่งยืน จากข้อมูลการใช้งานแอปพลิเคชัน MAKE by KBank พบว่าประเภท Cloud Pocket หรือ “กระเป๋าย่อย” ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปีนี้ ได้แก่ “เงินใช้รายวัน/สัปดาห์/เดือน” “เงินค่าการเดินทาง” “เงินเพื่อจ่ายหนี้” และ “ค่าเบี้ยประกัน” แทนที่ประเภท “เงินเก็บ” ซึ่งเคยเป็น Cloud Pocket ประเภทยอดนิยมในปี 2567 โดย 6 ใน 10 ของ Cloud Pocket ที่ถูกสร้างขึ้นจะเกี่ยวกับ “รายจ่าย” เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำ และค่าไฟ ส่วน Cloud Pocket ที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ได้แก่ หมวดค่าที่อยู่อาศัย ที่มีการสร้างเพิ่มขึ้นถึง 9 เท่า และหมวดเกี่ยวกับกิจกรรมวิ่ง เช่น “รองเท้า” หรือ “มาราธอน” ที่โตขึ้นกว่า 3 เท่า ซึ่งการแบ่งเงินก่อนใช้ด้วย Cloud Pocket ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมรายจ่ายได้ดีขึ้น แต่ยังมีผลต่อการออมโดยตรง ผู้ใช้สามารถสร้างกระเป๋าเงินแยกได้ไม่จำกัดตามเป้าหมายได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะแบ่งเก็บออม หรือแบ่งใช้ตามค่าใช้จ่ายที่มี จากสถิติสะท้อนว่า ผู้ที่ใช้ Cloud Pocket สามารถเก็บเงินได้มากกว่าผู้ที่ไม่มี Cloud Pocket ถึง 40% โดยกลุ่ม Gen Z นิยมแบ่งเงินแบบรายสัปดาห์ ขณะที่ Gen Y เลือกจัดการแบบรายเดือน
-
hoonsmart
TUจับมือกสิกรฯสร้างนวัตกรรมการเงิน Blue Finance Linked FX Forward ครั้งแรกในไทย 15/09/68
HoonSmart.com>>”ไทยยูเนี่ยนฯ”(TU) ร่วมมือ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) สร้างนวัตกรรมทางการเงินในการทำสัญญาบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงแหล่งเงินทุนที่เชื่อมโยงกับการอนุรักษ์ท้องทะเล (การเงินสีน้ำเงิน) หรือ Blue Finance Linked FX Forward เป็นครั้งแรกในประเทศไทย สะท้อนบทบาทผู้นำด้านความยั่งยืนในตลาดทุนไทย ช่วยให้สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นายยงยุทธ เสฏฐวิวรรธน์ กรรมการผู้จัดการ ด้านการบริหารการเงินและศูนย์บริการร่วมทางการเงิน บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) เปิดเผยว่า ความยั่งยืนคือหัวใจในการดำเนินธุรกิจของไทยยูเนี่ยน เพราะเป็น License to operate เปรียบเสมือนใบอนุญาตที่จะทำให้ TU ดำเนินธุรกิจได้ในโลกปัจจุบัน ภายใต้กลยุทธ์ด้านความยั่งยืน SeaChange®2030 ไทยยูเนี่ยนมีเป้าหมายจัดหาเงินทุนที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้ได้ 75% ของการจัดหาเงินทุนระยะยาวภายในปี 2568 จึงเป็นที่มาของความร่วมมือในการเชื่อมโยงเป้าหมายการจัดหาแหล่งเงินทุนแบบ Blue Finance กับการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Blue Finance Linked FX Forward Contract) ทั้งนี้ช่วยให้ไทยยูเนี่ยนสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมกับการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายด้านสัดส่วนแหล่งเงินทุนแบบ Blue Finance ที่มีความชัดเจนและสามารถวัดผลได้ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมทางการเงินใหม่ในตลาดทุนไทย ซึ่งสามารถเป็นต้นแบบให้กับองค์กรอื่น ๆ ในการนำแนวคิดด้านความยั่งยืนมาประยุกต์ใช้ในเชิงธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
-
kaohoon
KBANK มองกรอบ “เงินบาท” สัปดาห์หน้า 31.20-32.00 บ. จับตาประชุมเฟด-ทิศทางทองคำ 13/09/68
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (13 ก.ย. 68) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK มองกรอบการเคลื่อนไหวเงินบาทสัปดาห์หน้า (15-19 ก.ย.) ที่ระดับ 31.20-32.00 บาท/ดอลลาร์ จากปิดตลาดวันศุกร์ที่ 12 ก.ย.ที่ 31.71 บาทดอลลาร์ ในช่วงต้นสัปดาห์ เงินบาทแข็งค่าผ่านแนว 32.00 บาท/ดอลลาร์ฯ ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 4 ปีที่ 31.58 บาท/ดอลลาร์ สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ทิศทางการแข็งค่าของเงินหยวนและสกุลเงินอื่น ๆ ในภูมิภาค ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ยังเผชิญแรงขายต่อเนื่อง หลังจากข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในเดือนส.ค. เพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่ตลาดคาด ขณะที่ เงินบาทอ่อนค่ากลับมาบางส่วนตามการย่อตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลก และแรงซื้อคืนเงินดอลลาร์ เพื่อปรับโพสิชั่นก่อนตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ประกอบกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งสัญญาณว่า ยังคงติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด
-
kaohoon
“อรรถพล” ลาออกกรรมการ KBANK เตรียมนั่ง รมว.พลังงาน 12/09/68
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (12 ก.ย.68) บริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ กรรมการอิสระ ได้มีหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการธนาคาร และทุกตำแหน่งในธนาคาร มีผลตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2568 เป็นต้นไป ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา นายอรรถพล อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ได้ปรากฏตัว ร่วมวง “จิบกาแฟ ชิมเค้กส้ม” ที่พรรคภูมิใจไทย ร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการเปิดตัวเข้าสู่เส้นทางการเมืองอย่างเป็นทางการ โดยถูกวางตัวให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในรัฐบาลชุดใหม่ ในโควตาคนนอก อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
-
hoonsmart
“ศุภจี-อรรถพล” ลาออกกรรมการ KBANK-SCGP ลุยการเมือง 12/09/68
HoonSmart.com>>”ธนาคารกสิกรไทย” (KBANK) เผย “ศุภจี สุธรรมพันธุ์-อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” ยื่นลาออก กรรมการและทุกตำแหน่ง ด้าน “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ยังแจ้งลาออกจากทุกตำแหน่งใน SCGP มีผล 12 ก.ย.68 นี้ หลังทั้ง 2 ราย มีชื่อนั่งเก้าอี้รมว.พาณิชย์-พลังงาน รัฐบาลอนุทิน ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) แจ้งว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร และ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ กรรมการอิสระ ได้มีหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการธนาคาร และ ทุกตำแหน่งในธนาคาร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย.2568 เป็นต้นไป นอกจากนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้ลาออกจากตำแหน่ง กรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบ ได้ลาออกจากการเป็นกรรมการ และกรรมการชุดย่อยของบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP) เนื่องจากมีภารกิจอื่น โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย.2568 เป็นต้นไป
-
thunhoon
KBANK เผย”ศุภจี สุธรรมพันธุ์”, “อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์”ลาออกจากบอร์ด มีผล 12 ก.ย. 12/09/68
#KBANK #ทันหุ้น-ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KBANK แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ กรรมการอิสระ ได้มีหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการธนาคาร และทุกตำแหน่งในธนาคาร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2568 เป็นต้นไป ด้านบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด(มหาชน) หรือ SCGP แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เช่นกันว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ กรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบ ได้ลาออกจากการเป็นกรรมการ และกรรมการชุดย่อยของ SCGP เนื่องจากมีภารกิจอื่น โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2568 เป็นต้นไป ก่อนหน้านี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่าคณะรัฐมนตรีที่จะจัดตั้ง จะมีการดึงคนนอกเข้าร่วม ซึ่งนางศุภจี จะเข้ามาร่วมในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขณะที่นายอรรถพล จะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
-
mitihoon
“ศุภจี -อรรถพล” ลาออกบอร์ดบจ. กรุยทางสู่การเมือง 12/09/68
มิติหุ้น- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันที่ 12 ก.ย. 68 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้แจ้งการลาออกจากการดำรงตำแหน่งกรรมการ และกรรมการชุดย่อยของ SCGP หรือ บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง เนื่องจากมีภารกิจอื่น โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย. 68 เป็นต้นไป พร้อมกันนี้ ได้มีหนังสือแจ้งลาออกจากตำแหน่งกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร ของธนาคารกสิกรไทย หรือKBANK ด้วย รวมถึงนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ได้ทำหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการอิสระ ของKBANK เช่นกัน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย. 68 เป็นต้นไป
-
set
กรรมการของ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย ลาออก 12/09/68
-
mitihoon
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง Web : https://www.mitihoon.com/ Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770 Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon
-
mitihoon
KBANK จับมือ Orbix Technology ปูทางสู่อนาคต Agentic Economy ด้วยโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน Quarix 10/09/68
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง Web : https://www.mitihoon.com/ Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770 Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon
-
mitihoon
KBank จับมือ Orbix Technology ปูทางสู่อนาคต Agentic Economy ด้วยโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน Quarix 10/09/68
มิติหุ้น – ธนาคารกสิกรไทย หนุน Orbix Technology สาธิตการผสานรวมเทคโนโลยีบล็อกเชน Quarix เข้ากับ Agentic AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการประมวลผล โปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้ และไม่สามารถแก้ไขย้อนหลัง ผ่านการผนึกกำลัง 3 เทคโนโลยีหลัก ทั้ง Quarix โครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนที่พัฒนาโดย Orbix Technology พร้อมด้วย Q Wallet กระเป๋าเงินดิจิทัล ซึ่งเก็บรักษา Q-money* (e-money on blockchain) ของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งเป็นเป็นสื่อกลางในการทำธุรกรรม และระบบ AI Identity Verification ที่พัฒนาโดย KSoft และ KBTG Labs มุ่งมั่นพัฒนาให้กระบวนการและผลลัพธ์จากการทํางานของ AI Agents สามารถพิสูจน์ ตรวจสอบ และเชื่อถือได้จริงก่อนเกิดธุรกรรม เตรียมความพร้อมสู่อนาคต Agentic Economy ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ทางธนาคารได้มีการนำเทคโนโลยีบล็อกเชน Quarix เข้ามาเป็นโครงสร้างพื้นฐานเพื่อนำร่อง Q Wallet ให้เป็นนวัตกรรมทางการเงิน ที่ไม่เพียงแสดงถึงศักยภาพของระบบการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัย โปร่งใส และได้มาตรฐานสถาบันการเงินระดับสากล แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลที่พร้อมรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจใหม่ ทั้งในมิติของการเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีเกิดใหม่ และการสนับสนุนระบบนิเวศที่เปิดกว้างและยั่งยืน ธนาคารกสิกรไทยมุ่งมั่นที่จะวางรากฐานนี้ให้แข็งแกร่ง เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในอนาคต นายญาณวิทย์ รักษ์ศรี กรรมการผู้จัดการ Orbix Technology กล่าวเสริมว่า Orbix Technology ในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน Quarix จึงมุ่งมั่นนำความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเข้ามายกระดับระบบบริการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเตรียมพร้อมรับมือกับระบบเศรษฐกิจในอนาคต ที่จะไม่ได้มีแค่มนุษย์เป็นผู้ขับเคลื่อน แต่จะมี Artificial Intelligence Agents (AI Agents) เข้ามาร่วมเป็นผู้เล่นที่สามารถสร้างมูลค่า ว่าจ้างงาน และขับเคลื่อนธุรกรรมได้จริง และ Quarix มุ่งมั่นที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจใหม่นี้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ในโลกที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI Agents หรือ Agentic Economy ซึ่งสามารถทำงาน เชื่อมโยงและประสานงานระหว่างกัน รวมทั้งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านการปฏิสัมพันธ์ทั้งในรูปแบบ AI ต่อ AI และ AI ต่อมนุษย์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับเศรษฐกิจรูปแบบใหม่นี้ จึงจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ น่าเชื่อถือ รวมถึงสามารถยืนยันความถูกต้องของผลลัพธ์ได้จริง และ Quarix กำลังสำรวจทิศทางที่จะต่อยอดสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่นี้
-
thunhoon
KBANK-SPALIผนึกกำลัง ลุยสินเชื่อบ้านออนไลน์ 09/09/68
#KBANK #ทันหุ้น KBANKผนึก SPALIเชื่อมต่อสินเชื่อบ้าน ผ่านแพลตฟอร์ม “D.E.A.L.”พร้อมจัดโปรพิเศษสำหรับลูกค้าดอกเบี้ยพิเศษปีแรก 1.80%หรือเลือกฟรีค่าธรรมเนียมการจดจำนอง พร้อมอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3ปีแรก เริ่มต้นเพียง 3.30%**เมื่อสมัครและยื่นขอสินเชื่อผ่านแพลตฟอร์ม D.E.A.Lภายในวันที่ 1ก.ย. 68 – 30ก.ย. 68และจดจำนองภายใน 31ต.ค. 68นี้ นายณัฐพล ลือพร้อมชัย รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย หรือ BANK เผยว่า ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) SPALI เปิดตัว D.E.A.L. (Digital Easy Application for Loan) แพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัลครบวงจรที่ศุภาลัยพัฒนาขึ้น เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมได้ง่าย รวดเร็ว ตั้งแต่การประเมินความพร้อม เปรียบเทียบข้อเสนอ และยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารได้ครบจบในที่เดียว *สินเชื่อบ้านหดตัว
-
mitihoon
มิติหุ้น – ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับเพิ่มประมาณการจีดีพีปี 2568 มาที่ 1.8% จากแรงหนุนการเร่งส่งออกไปยังสหรัฐฯ โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้งมีการชะลอตัวลงน้อยกว่าที่คาดในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 ส่งผลให้ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิคลดต่ำลง ขณะที่ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระยะที่เหลือของปี 2568 มองว่า กนง.มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 1 ครั้ง ซึ่งต้องมาควบคู่กับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะหน้าของรัฐบาลใหม่ นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง อีกทั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เข้ามาแทรกแซงความเป็นอิสระของเฟด จึงทำให้ตลาดการเงินคาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยอย่างเร็วและแรง โดยเริ่มในเดือนกันยายนนี้ นอกจากนี้ ความผันผวนและความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจของภาครัฐ เริ่มส่งผลให้การจ้างงานในสหรัฐฯ เริ่มชะลอลงและทำให้ความเชื่อมั่นต่อสกุลเงินดอลลาร์ฯ ถูกบั่นทอนลง ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนมาเกือบ 10% แล้วในปีนี้ นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ระบุว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 มาอยู่ที่ 1.8% จาก 1.5% จากแรงหนุนการเร่งส่งออกไปยังสหรัฐฯ ก่อนมาตรการภาษีฯ ตามมาตรา 232 และภาษีสินค้าอ้อมผ่านประเทศที่สาม (Transshipment) มีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ การส่งออกที่ชะลอตัวลงน้อยกว่าที่คาดในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 ส่งผลให้ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิคนั้น ลดต่ำลง อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า ยังมีความท้าทายจากผลกระทบทางตรงและทางอ้อมจากภาษีสหรัฐฯ การท่องเที่ยวที่ชะลอตัว และปัจจัยทางการเมือง ที่ยังต้องติดตาม ขณะที่ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระยะที่เหลือของปี 2568 นั้น มองว่า กนง.มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 1 ครั้งในปีนี้ ซึ่งมาควบคู่กับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะหน้าของรัฐบาลใหม่
-
mitihoon
Mitihoon – KResearch has raised its GDP growth forecast for the Thail economy in 2025 to 1.8 percent, supported by front-loading exports to the US, particularly electronics. Meanwhile, the smaller-than-anticipated slowdown in Thai shipments during the second half of 2025 has reduced the risk of Thailand slipping into a technical recession. Regarding the policy interest rate outlook for the remainder of 2025, it is expected that the Monetary Policy Committee (MPC) may cut the policy rate one more time this year amid short-term economic stimulus measures implemented by a new government. Mr. Burin Adulwattana, Managing Director and Chief Economist of KASIKORN RESEARCH CENTER Co., Ltd. (KResearch), said, “The high uncertainty surrounding the global economy and the US President’s recent interference with the Federal Reserve’s independence have fueled market expectations of faster and steeper interest rate cuts, starting this September. Additionally, the volatility and uncertainty seen in the US government’s economic policies have begun to dampen employment in the US and erode confidence towards the US dollar, leading to depreciation of nearly 10 percent so far this year.” Ms. Nattaporn Triratanasirikul, KResearch Deputy Managing Director, said, “KResearch has raised its 2025 economic growth forecast for Thailand to 1.8 percent, from the prior estimate of 1.5 percent, thanks to front-loading shipments to the US ahead of the implementation of tariff measures under Section 232 and transshipment tariffs. Meanwhile, the smaller-than-anticipated slowdown in Thai shipments during the second half of 2025 has reduced the risk of Thailand slipping into a technical recession. However, the Thai economy still faces risks from both direct and indirect effects of US tariffs, the slowdown in tourism, and domestic political factors that require close monitoring. Regarding the policy interest rate outlook for the remainder of 2025, it is expected that the Monetary Policy Committee (MPC) may cut the policy rate one more time this year amid short-term economic stimulus measures implemented by a new government.”
-
mitihoon
#KBANK บอร์ดมีมติอนุมัติจัดตั้ง บ.ย่อย 05/09/68
มิติหุ้น – KBANK บอร์ดมีมติอนุมัติจัดตั้ง บ.ย่อย “ใจ โบรกเกอร์” ด้วยทุนจดทะเบียน 3 ล้านบาท เพื่อประกอบธุรกิจนายหน้าขายประกันชีวิต และนายหน้าขายประกันวินาศภัย ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง Web : https://www.mitihoon.com/ Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770 Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon
-
thunhoon
KBANK ตั้งบ.ย่อย”ใจ โบรกเกอร์” ทำธุรกิจนายหน้าประกัน 05/09/68
#KBANK #ทันหุ้น-ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KBANK แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ตามที่คณะจัดการธนาคารได้มีมติเห็นชอบการจัดตั้งบริษัท ใจ โบรกเกอร์ จำกัด ซึ่งธนาคารถือหุ้นทางอ้อมในสัดส่วน 100% ผ่านบริษัท กสิกร อินเวสเจอร์ จำกัด และบริษัท เงินให้ใจ จำกัดนั้น ทั้งนี้บริษัท ใจ โบรกเกอร์ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธปท. ให้เป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคาร เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2568 และได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2568 โดยบริษัท ใจ โบรกเกอร์ มีทุนจดทะเบียน 3 ล้านบาท เพื่อประกอบธุรกิจนายหน้าประกันชีวิตและนายหน้าประกันวินาศภัย
-
set
-
mitihoon
SC ผนึก KBANK เปิดเกมอสังหาฯ รายแรก หนุนลูกบ้านใช้พลังงานสะอาด มุ่งสู่ Net Zero 03/09/68
มิติหุ้น – บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC Asset ผู้นำด้านความยั่งยืนในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ประกาศความร่วมมือกับ ธนาคารกสิกรไทย สนับสนุนให้ลูกบ้านที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสามารถขึ้นทะเบียนและขายใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: REC) ผ่านแพลตฟอร์ม GreenPass ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และไม่มีค่าใช้จ่าย เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ พร้อมร่วมกันสร้างสังคมพลังงานยั่งยืน มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ตามพันธกิจ SCero Mission SC Asset ถือเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกในประเทศไทยที่ชวนลูกบ้านขึ้นทะเบียนซื้อ–ขาย REC โดยเริ่มจากกลุ่มลูกบ้านที่ติดโซลาร์แล้วกว่า 600 ยูนิต ครอบคลุมทั้งบ้านและคลับเฮ้าส์ในโครงการเก่าและโครงการใหม่ และจะขยายเพิ่มต่อเนื่องในอนาคต ซึ่งสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 2 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และลดค่าไฟรวมเกือบ 14.5 ล้านบาทต่อปี นอกจากกลุ่มบ้านพักอาศัยแล้ว กลุ่มธุรกิจอาคารเพื่อเช่า ได้แก่ อาคาร SCT, อาคารชินวัตร 3 (สำนักงานใหญ่ของ SC Asset) และ The Junction ยังได้เข้าร่วมการขึ้นทะเบียนในครั้งนี้ด้วย ตอกย้ำการเดินหน้าสู่สังคมพลังงานยั่งยืนอย่างรอบด้าน ภายใต้พันธกิจ SCero Missionเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า SC Asset ยังช่วยดำเนินการขึ้นทะเบียน REC ผ่าน GreenPass Platform เพื่อลดความยุ่งยากที่ลูกค้าต้องดำเนินการเอง ทำให้การเข้าถึงพลังงานสะอาดและการสร้างรายได้จากพลังงานทดแทนเป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับทุกครัวเรือน
-
kaohoon
KBANK จับมือ SC ดันลูกบ้านขายใบ REC รายแรกผ่าน GreenPass หนุนพลังงานสะอาด 03/09/68
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ร่วมกับ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC ประกาศความร่วมมือสนับสนุนลูกบ้านที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปให้สามารถขึ้นทะเบียนและขายใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: REC) ผ่านแพลตฟอร์ม GreenPass ได้เป็นรายแรกของประเทศไทย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและดำเนินการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ช่วยให้การเข้าถึงพลังงานสะอาดและการสร้างรายได้จากพลังงานทดแทนเป็นเรื่องง่ายขึ้น พร้อมมุ่งสู่การสร้างสังคมพลังงานสะอาดและเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ตลาดโซลาร์รูฟท็อปในภาคครัวเรือนและธุรกิจ SME มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากต้นทุนติดตั้งที่ลดลงและนโยบายรัฐสนับสนุน โดยคาดว่าในช่วงปี 2568-2578 จะมีหลังคาเรือนติดตั้งโซลาร์มากกว่า 100,000 หลังคาเรือนทั่วประเทศ ซึ่งแพลตฟอร์ม GreenPass จะเข้ามาช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการสร้างรายได้เสริมจากใบ REC และคืนทุนเร็วขึ้น โดยความร่วมมือครั้งนี้ยังถือเป็นการยกระดับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายแรกในไทยที่สนับสนุนลูกบ้านเข้าสู่ตลาดพลังงานสะอาด โดย SC Asset ได้เริ่มต้นจากกลุ่มลูกบ้านกว่า 600 ยูนิตที่ติดโซลาร์แล้ว ทั้งบ้านและคลับเฮ้าส์ รวมถึงโครงการในอนาคต นอกจากนี้ อาคารเพื่อเช่าในเครือ เช่น SCT, อาคารชินวัตร 3 และ The Junction ยังเข้าร่วมโครงการขึ้นทะเบียน REC ด้วย คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 2 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และลดค่าไฟรวมเกือบ 14.5 ล้านบาทต่อปี
-
thunhoon
ภควัตจัดให้!! “KBANK” 5 เรื่องต้องรู้ 02/09/68
ทันหุ้น – ภควัต พิสุทธิพันธุ์” รองหัวหน้าฝ่ายสายงานธุรกิจลูกค้ารายย่อย บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) แนะนำหุ้น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK มองว่าเป็น 1 ในหุ้นปลอดภัยที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงประมาณ 7% ซึ่งเหมาะที่จะลงทุนในช่วงที่สภาวการณ์ลงทุนยังมีความไม่แน่นอนสูง ขณะเดียวกันทางธนาคารเน้นความสำคัญไปที่การเพิ่มผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น โดยตั้งเป้าปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลให้สูงกว่า 50% (vs เดิมที่ 25%) และตั้งเป้าอัตราการจ่ายเงินปันผลในระยะกลางไว้ที่ 50-60% พร้อมมี ROE double digits ในปีหน้ นอกจากนั้นยังได้รับผลกระทบจาก NIM ที่ลดลงตามทิศทางอัตราดอกเบี้ย และการที่ทางธนาคารเน้นการปล่อยสินเชื่อที่มีคุณภาพสูง ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมีแนวโน้มสูงขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล
-
kaohoon
-
set
-
set
-
set
-
set
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
set
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
set
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
set
-
kaohoon
-
iaa
-
iaa
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK มุ่งเพิ่ม ROE สองหลัก 17/08/68
การตั้งสำรองเพิ่มขึ้น 2.4% จากไตรมาส 1/2568 แต่คิดเป็น Credit Cost ที่ราว 1.6% ใกล้เคียงกับในไตรมาส 1/2568 หลัง KBANK เร่งตัดหนี้สูญ (Write Off) ลูกหนี้กลุ่มเสี่ยงสูงในพอร์ต ทำให้ระดับลูกหนี้ Stage 2 และ Stage 3 หรือ NPL ลดลง 0.5% และ 0.02% ตามลำดับ ส่วน Coverage Ratio เพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาที่ 154.4% จาก 150.5% ในไตรมาส 1/2568 ปัจจัยลบบางส่วนชดเชยด้วยรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาส 1/2568 แม้รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจธนาคารจะลดลง แต่รายได้สุทธิจากธุรกิจประกันชีวิตขยายตัวดี และมีกำ ไรเงินลงทุน และเงินปันผลเข้ามาช่วยเสริม
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
mitihoon
-
iaa
-
set
-
kaohoon
-
mitihoon
-
kaohoon
-
iaa
-
kaohoon
-
mitihoon
-
thunhoon
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
kaohoon
-
iaa
-
mitihoon
-
kaohoon
-
mitihoon
-
fin
-
hoonsmart
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
set
การมอบฉายา "ประธานกิจยั่งยืน" 22/07/68
-
set
-
thunhoon
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
thunhoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
thunhoon
-
set
-
set
-
set
-
set
-
set
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
thunhoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
iaa
-
kaohoon
-
set
-
thunhoon
-
thunhoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
mitihoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
set
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
thunhoon
-
mitihoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
set
-
set
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
set
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
set
-
set
-
set
-
set
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
kaohoon
-
set
-
kaohoon
-
set
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
set
-
iaa
-
thunhoon
-
kaohoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
KBANK กับงบไตรมาสแรก 23/04/68
ด้วยกำไรสุทธิจากดอกเบี้ยจำนวน 35,425 ล้านบาท ลดลง 7.23% เป็นผลมาจากแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ย และการจัดการอย่างระมัดระวังในการควบคุมการปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าทำให้อัตราเติบโตของค่าส่วนต่างของกำไรสุทธิดอกเบี้ย NET INTEREST MARGIN (NIM) เหลือแค่ 3.41% แต่มีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นจากธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์และรายได้จากค่าธรรมเนียมมากถึง 15.39%
-
iaa
-
iaa
-
thunhoon
-
fin
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
thunhoon
-
thunhoon
-
hoonsmart
KBANK กำไร Q1/68 แตะ 1.37 หมื่นล. สำรองเฉียดหมื่นล.รับมือศก.ผันผวนแรง 21/04/68
ทางด้านผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 1/2568 เปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ปรับปรุงใหม่ ธนาคารและบริษัทย่อยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงจำนวน 2,761 ล้านบาท หรือ 7.23% เป็นผลจากการเผชิญแรงกดดันของภาวะอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ให้มีประสิทธิผลสูงสุดอย่างระมัดระวัง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin : NIM) อยู่ที่ระดับ 3.41% แม้ว่ารายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโตขึ้นจำนวน 1,826 ล้านบาท หรือ 15.39% จากกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน รายได้จากการลงทุน และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ
-
kaohoon
-
thunhoon
-
mitihoon
-
mitihoon
ธนาคารกสิกรไทย แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568 กำไร 13,791 ล้านบาท 21/04/68
ผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 1 ปี 2568 เปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ปรับปรุงใหม่ ธนาคารและบริษัทย่อยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงจำนวน 2,761 ล้านบาท หรือ 7.23% เป็นผลจากการเผชิญแรงกดดันของภาวะอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ให้มีประสิทธิผลสูงสุดอย่างระมัดระวัง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin : NIM) อยู่ที่ระดับ 3.41% แม้ว่ารายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโตขึ้นจำนวน 1,826 ล้านบาท หรือ 15.39% จากกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน รายได้จากการลงทุน และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการดำเนินงานสุทธิ
-
set
-
set
-
set
-
set
-
set
-
iaa
-
iaa
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
set
-
hoonsmart
-
set
-
thunhoon
-
kaohoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
Technical Brief – บล.คิงส์ฟอร์ด 28/03/68
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
mitihoon
-
iaa
-
thunhoon
-
kaohoon
-
set
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
เลือกให้ถูกตัว 18/03/68
-
hoonsmart
KBANK แจงสาเหตุปันผลพิเศษ จ่อปรับเพิ่มอัตราเหมาะสม รอเกณฑ์ใหม่ซื้อหุ้นคืน 17/03/68
ทั้งนี้นักลงทุนให้ความสำคัญกับการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้นต่อไป โดยไม่ได้ติดใจเรื่องแผนการเติบโตของสินเชื่อหรือเป้าหมายอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น(ROE) โตสองหลัก ภายในปี 2569 แต่ยอมรับว่าการที่จะทำให้ได้ตามเป้าหมายนั้นค่อนข้างเหนื่อยและท้าทาย มีปัจจัยท้าทายมาจากเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเติบโตราว 2.4% ซึ่งสินเชื่อก็ยังโตได้จำกัด โดยธนาคารยังคงเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ 3+1 ไว้รองรับ ซึ่งธนาคารมีแผนในการปรับปรุงศักยภาพเครดิต พัฒนาเครดิตสกอร์ริ่ง (Credit Scoring) ใหม่ หากลูกค้าเริ่มมีอาการก็จะเข้าไปดูแลใกล้ชิด สิ่งที่จะสามารถประคองกำไรและเป้าหมายได้ คือ รายได้ค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะ FX Rate จากนักท่องเที่ยว
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
iaa
-
iaa
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
set
-
mitihoon
-
set
-
kaohoon
-
iaa
-
mitihoon
-
mitihoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
set
-
set
-
set
งบการเงิน ประจำปี 2567 (ตรวจสอบแล้ว) 27/02/68
-
set
-
kaohoon
-
thunhoon
-
set
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
kaohoon
-
set
-
thunhoon
-
kaohoon
-
mitihoon
-
thunhoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
kaohoon
-
iaa
-
thunhoon
-
iaa
-
thunhoon
-
iaa
-
kaohoon
-
thunhoon
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
iaa
-
thunhoon
-
iaa
-
fin
-
kaohoon
-
thunhoon
-
hoonsmart
-
set
-
iaa
-
kaohoon
-
set
-
thunhoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
kaohoon
-
set
-
iaa
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK สู่โลกใบใหม่.!? 28/01/68
-
kaohoon
-
kaohoon
-
mitihoon
-
set
-
mitihoon
เศรษฐกิจโลกสดใส แม้กังวลภาษีทรัมป์ 22/01/68
-
iaa
-
kaohoon
CGSI แนะซื้อ KBANK เป้า 188 บาท ชูปันผลปี 68-70 เด่น 4.7% 22/01/68
ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ยังคงแนะนำ “ซื้อ” หุ้น KBANK ที่ราคาเป้าหมาย 188 บาท ซึ่งเท่ากับ P/BV 0.74 เท่าในปี 68 โดยมองว่า KBANK น่าจะมี EPS เติบโตดีในอัตรา 2.0-5.2% ในปี 68-70, อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลน่าสนใจที่ 4.7% ต่อปีในปี 68-70 และสามารถบริหารจัดการ NPL ได้ดีขึ้น
-
thunhoon
KBANK ซีจีเอสไอ ชี้กำไร Q4/67 ดีกว่าคาด แนะนำซื้อ ให้เป้า 188 บาท 22/01/68
ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ยังคงแนะนำ “ซื้อ” หุ้น KBANK ที่ราคาเป้าหมาย 188 บาท ซึ่งเท่ากับ P/BV 0.74 เท่าในปี 68 โดยมองว่า KBANK น่าจะมี EPS เติบโตดีในอัตรา 2.0-5.2% ในปี 68-70, อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลน่าสนใจที่ 4.7% ต่อปีในปี 68-70 และสามารถบริหารจัดการ NPL ได้ดีขึ้น
-
mitihoon
KBANK กำไรไตรมาส 4/67 สูงกว่าคาด มองปี 68-70 EPS เติบโตดี ผลตอบแทนจากปันผลน่าสนใจ 22/01/68
ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ยังคงแนะนำ “ซื้อ” หุ้น KBANK ที่ราคาเป้าหมาย 188 บาท ซึ่งเท่ากับ P/BV 0.74 เท่าในปี 68 โดยมองว่า KBANK น่าจะมี EPS เติบโตดีในอัตรา 2.0-5.2% ในปี 68-70, อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลน่าสนใจที่ 4.7% ต่อปีในปี 68-70 และสามารถบริหารจัดการ NPL ได้ดีขึ้น
-
iaa
-
iaa
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
KBANK กำไรปี 67 ที่ 48,598.13 ลบ. โต 14.60% จากปีก่อน 21/01/68
สำหรับในปี 2567 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้จำนวน 110,673 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 2,988 ล้านบาท หรือ 2.77% จากปีก่อน โดยรายได้จากการดำเนินงานสุทธิมีจำนวน 197,946 ล้านบาท เติบโตจำนวน 5,293 ล้านบาท หรือ 2.75% เป็นผลจากการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของธนาคาร และการขยายตัวของปริมาณธุรกิจ
-
hoonsmart
KBANK กำไรปี 67 แตะ 4.86 หมื่นลบ. โต 14.60% รายได้เพิ่มขึ้น สำรองหนี้ลดลง 21/01/68
ในปี 2567 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้จำนวน 110,673 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 2,988 ล้านบาท หรือ 2.77% จากปีก่อน โดยรายได้จากการดำเนินงานสุทธิมีจำนวน 197,946 ล้านบาท เติบโตจำนวน 5,293 ล้านบาท หรือ 2.75% เป็นผลจากการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของธนาคาร และการขยายตัวของปริมาณธุรกิจ โดยในปี 2567 ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ มีจำนวน 87,273 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 2,305 ล้านบาท หรือ 2.71% จากปีก่อน
-
kaohoon
KBANK โชว์กำไรปี 67 พุ่ง 15% เฉียด 5 หมื่นล้าน รับรายได้ค่าฟีโตเด่น 21/01/68
ขณะที่ในปี 67 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้จำนวน 110,673 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 2,988 ล้านบาท หรือ 2.77% จากปีก่อน โดยรายได้จากการดำเนินงานสุทธิมีจำนวน 197,946 ล้ามบาท เติบโตจำนวน 5,293 ล้านบาท หรือ 2.75% เป็นผลจากการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของธนาคารและการขยายตัวของปริมาณธุรกิจ
-
mitihoon
-
set
-
set
-
set
-
set
งบการเงิน ประจำปี 2567 (ก่อนตรวจสอบ) 21/01/68
-
set
-
kaohoon
-
kaohoon
Technical Brief – บล.คิงส์ฟอร์ด 16/01/68
-
kaohoon
Technical Brief – บล.คิงส์ฟอร์ด 14/01/68
-
kaohoon
-
kaohoon
กระจก & เวลา 10/01/68
-
iaa
-
kaohoon
-
thunhoon
KBANK 'ทรีนีตี้' ชี้ Upside กลับมาน่าสน ปี 68 คาดสำรองหนี้ลดหนุนกำไร 08/01/68
โดยคาดรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับตัวดีขึ้น 1%QoQ ตามแนวโน้มสินเชื่อรวมที่คาดว่าจะเติบโตได้ราว 1.5%QoQ จากสินเชื่อธุรกิจ ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของ Bancassurance แต่คาดกำไรจากเงินลงทุนอ่อนตัวลงตามภาวะตลาด ส่งผลให้ภาพรวมรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอ่อนตัวลง 1%QoQ สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้น 10%QoQ ตามฤดูกาล เป็นปัจจัยหลักที่กดดันให้กำไรสุทธิอ่อนตัวลง QoQ ขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้คาดว่าทรงตัว QoQ ตามแนวโน้มคุณภาพหนี้ที่ทรงตัวเช่นเดียวกัน
-
kaohoon
KBANK กับ 2 โจทย์ใหญ่.! 08/01/68
ส่วนรายได้จากธุรกิจในต่างประเทศ จะเติบโตตามเป้าหมาย 5% ภายในปี 2569 จากครึ่งแรกปี 2567 อยู่ที่ระดับ 3.3%
-
hoonsmart
-
iaa
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
ปี 68 หุ้นแบงก์ยังเด่น 02/01/68
-
mitihoon
-
kaohoon
-
mitihoon
-
set
-
thunhoon
-
mitihoon
-
kaohoon
-
set
-
kaohoon
-
kaohoon
-
mitihoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
set
-
mitihoon
-
thunhoon
-
set
-
kaohoon
-
set
-
mitihoon
-
kaohoon
-
mitihoon
-
set
-
kaohoon
-
mitihoon
-
set
-
set
-
set
-
set
-
mitihoon
-
kaohoon
-
kaohoon
สุข 4 ประการ 05/11/67
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK โบรกอัพเป้า 165 บาท รับนโยบายเงินปันผลใหม่ 45% 22/10/67
โดยจากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ฝ่ายบริหารยังคงเป้าปี 67 ไว้โดยมองว่า 1) NIM จะยังทรงตัว 2) อัตราการเติบโตของรายได้จากค่าธรรมเนียมจะเติบโตขึ้นราว 5-9% 3) Cost to income ประมาณ 41-44% และ 4) 1.75-1.95% credit cost นอกจากนั้นแล้วฝ่ายวิเคราะห์ยังคงมีความกังวลต่ออัตราการเติบโตของสินเชื่อราว 3-5% ในช่วงเคลียร์งบดุล และระบุว่าจะมุ่งเน้นไปที่การปล่อยสินเชื่อชั้นดี
-
kaohoon
โบรกเชียร์ซื้อ KBANK เป้า 188 บาท ชี้บริหารจัดการ NPL ดี-ยีลด์สูง 5% 22/10/67
โดยในไตรมาส 3/67 ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ของ KBANK ลดลงมาที่ 3.68% จาก 3.73% ในไตรมาส 2/67 เนื่องจากผลตอบแทนจากสินทรัพย์ลดลง ทำให้รายได้ดอกเบี้ยลดลง 2.6% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และ 1.2% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยยังเติบโต 28% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 10.2% จากไตรมาสก่อนหน้า เพราะรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยลดลง
-
thunhoon
KBANK โบรกฯ มองแนวโน้มเชิงบวก หลังร่วมประชุมนักวิเคราะห์ 22/10/67
ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ระบุว่าประเด็นสำคัญจากการประชุมนักวิเคราะห์ KBANK ยังคงเป้าหมายทางการเงินในปี 2567 แต่มองว่าสินเชื่อน่าจะไม่สามารถเติบโตได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ 3- 5% ในปีนี้ เพราะยอดสินเชื่อ 9 เดือนขยายตัวต่ำกว่าคาด ขณะที่ยังตั้งเป้ารายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตระหว่าง 5-9% ในปีนี้ ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่จะมาจากค่าธรรมเนียมรับจากการจัดการกองทุน, การให้บริการสินเชื่อและธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ (Trade finance)
-
mitihoon
CGSI : KBANK คาด EPS ปี 67-69 เติบโตดี เงินปันผลน่าสนใจ บริหาร NPLได้ดีขึ้น ยังแนะนำ “ซื้อ” 22/10/67
ในไตรมาส 3/67 ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย(NIM) ของ KBANK ลดลงมาที่ 3.68% จาก 3.73% ในไตรมาส 2/67 เนื่องจากผลตอบแทนจากสินทรัพย์ลดลง ทำให้รายได้ดอกเบี้ยลดลง 2.6% yoy และ 1.2% qoq ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยยังเติบโต 28% yoy แต่ลดลง 10.2% qoq เพราะรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยลดลง อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเติบโตสูง 8.1% yoy และ 4.4% qoq จากการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมรับจากบริการการค้าระหว่างประเทศและค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ขณะที่มีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เพิ่มเป็น 44.2% จาก 43.4% ในไตรมาส 2/67 แต่ยอดค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานทรงตัว qoq
-
mitihoon
KBANK คาด EPS ปี 67-69 เติบโตดี เงินปันผลน่าสนใจ บริหาร NPLได้ดีขึ้น ยังแนะนำ “ซื้อ” 22/10/67
ในไตรมาส 3/67 ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย(NIM) ของ KBANK ลดลงมาที่ 3.68% จาก 3.73% ในไตรมาส 2/67 เนื่องจากผลตอบแทนจากสินทรัพย์ลดลง ทำให้รายได้ดอกเบี้ยลดลง 2.6% yoy และ 1.2% qoq ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยยังเติบโต 28% yoy แต่ลดลง 10.2% qoq เพราะรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยลดลง อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเติบโตสูง 8.1% yoy และ 4.4% qoq จากการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมรับจากบริการการค้าระหว่างประเทศและค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ขณะที่มีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เพิ่มเป็น 44.2% จาก 43.4% ในไตรมาส 2/67 แต่ยอดค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานทรงตัว qoq
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
hoonsmart
KBANK กำไร 11,965 ลบ. Q3 เพิ่มขึ้น 6% หนุน 9 เดือนโตแตะ 38,104 ลบ. 21/10/67
HoonSmart.com>> “ธนาคารกสิกรไทย” (KBANK) เปิดงบไตรมาส 3/67 กำไรสุทธิ 11,965 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากงวดปีก่อน รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น หนุน 9 เดือนกำไร 38,104 ล้านบาท เติบโต 15.41% ด้าน NPL เพิ่มขึ้นเล็กน้อยแตะ 3.20% จากสิ้นปี 66 อยู่ที่ 3.19%
-
thunhoon
KBANK กำไร Q3/67 ที่ 11,965.43 ลบ. โต 6.06% จากปีก่อน 21/10/67
สำหรับงวด 9 เดือน ปี 2567 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่า จะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้จำนวน 85,159 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 3,861 ล้านบาท หรือ 4.75% เป็นผลจากรายได้จากการดำเนินงานสุทธิเติบโตจำนวน 7,501 ล้านบาท หรือ 5.29% สูงกว่าค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ซึ่งเพิ่มขึ้นจำนวน 3,640 ล้านบาท หรือ 6.02% ตามการขยายตัวของปริมาณธุรกิจ แม้ว่าการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected credit loss: ECL) จะลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แต่ธนาคารและบริษัทย่อยยังคงตั้งสำรองฯ ตามหลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง รองรับความไม่แน่นอนของปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจ จึงได้ตั้งสำรองฯ สำหรับไตรมาส 3 ปี 2567 จำนวน 11,652 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิมีจำนวน 38,104 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 5,087 ล้านบาท หรือ 15.41% จากงวดเดียวกันของปีก่อน
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK คาดกำไรโต 12% 11/10/67
-
mitihoon
-
kaohoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
mitihoon
-
thunhoon
-
mitihoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
KBANK กำจัด (NPL) จุดอ่อน.! 10/09/67
-
thunhoon
KBANK กรุงศรีมองจับมือ BAM หนุนให้ credit cost กลับสู่ระดับปกติในปีหน้า 09/09/67
ฝ่ายวิจัยกรุงศรี แนะนำซื้อหุ้น KBANK ให้ราคาเป้าหมายที่ 155 บาท เพราะเห็นพัฒนาการการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ของ KBANK ในทางบวก และกำไรสุทธิปี 2567-2568 คาดเติบโตเด่น 17% และ 7% เป็นอันดับสองของกลุ่ม
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
5 แบงก์ตีปีก! รับลูก “ธปท.” ปรับเกณฑ์ “กู้ร่วม” สินเชื่อรถยนต์ 03/09/67
“หากเศรษฐกิจดีขึ้น คนไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง จะทำให้มีพอร์ตสินเชื่อเติบโตได้ดี อย่างไรก็ดีการให้มีการกู้ร่วมในกลุ่มเครือญาติครั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่าจะช่วยให้ยอดการอนุมัติของสถาบันการเงินหายไปประมาณ 3-5% ให้กลับคืนมาได้ จึงถือเป็นผลดีต่อตัวสถาบันการเงิน” นายศักดิ์ชัย กล่าว
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
mitihoon
-
kaohoon
-
mitihoon
-
kaohoon
-
thunhoon
KBANK แต่งตั้ง 3 รองผู้จัดการใหญ่ 14/08/67
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
KBANK โบรกฯ ชี้กำไร 1H67 ทำได้ดี แต่ 2H67 ยังมีความท้าทาย 24/07/67
คำแนะนำ แนะนำ “ซื้อ” กำไรเริ่มดีขึ้นชัดเจน การควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ทำได้ดี ทำให้เชื่อแรงกดดันด้าน credit cost น่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้วปีก่อน ปีนี้ยังเน้น clean up balance sheet เน้นคุณภาพสินทรัพย์ ด้วยการดำเนินตามยุทธศาสตร์ของธนาคารบนฐานลูกค้าเดิมที่มีคุณภาพ รวมถึงเพิ่มรายได้ผ่านฐานลูกค้าบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกว่า 22 ล้านราย น่าจะทำให้กำไรปีนี้เติบโตสูงเป็นลำดับต้นๆ ของกลุ่มได้ ทั้งนี้ ราคาหุ้นปัจจุบันยังเทรดกันที่ PBV เพียง 0.55 เท่า ยังมี upside จากราคาเป้าหมายที่ 150 บ. อยู่ 17% บวกกับปันผลในระดับจูงใจที่ 5.5% ต่อปี แนะซื้อลงทุน
-
mitihoon
-
thunhoon
KBANK โบรกฯ ชี้กำไร Q2/67 ดีกว่าคาด EPS จะเติบโตดีช่วง 3 ปีนี้ 23/07/67
ไตรมาส 2/67 KBANK มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโต 2.1% yoy แต่ลดลง 2.8% qoq ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ลดลงมาที่ 3.73% จาก 3.82% ในไตรมาส 1/67 เพราะอัตราผลตอบแทนจากสินเชื่อลดลง qoq แต่ต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโต 14% yoy และ 11.5% qoq เนื่องจากรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น qoq ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิโต 4.7% yoy แต่ลดลง 2.7% qoq
-
mitihoon
KBANK กำไรไตรมาส 2/67 ดีกว่าคาด, EPS จะเติบโตดีช่วง 3 ปีนี้ แนะนำ “ซื้อ” 23/07/67
ไตรมาส 2/67 KBANK มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโต 2.1% yoy แต่ลดลง 2.8% qoq ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ลดลงมาที่ 3.73% จาก 3.82% ในไตรมาส 1/67 เพราะอัตราผลตอบแทนจากสินเชื่อลดลง qoq แต่ต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโต 14% yoy และ 11.5% qoq เนื่องจากรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น qoq ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิโต 4.7% yoy แต่ลดลง 2.7% qoq
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
KBANK 'ทรีนี้ตี้' อัพกำไร-เป้าหมายใหม่ ชี้ Valuation เริ่มน่าสนใจ 19/07/67
กำไร Q2/67 ใกล้เคียงคาด จาก Non-NII ที่ดีขึ้น KBANK ประกาศกำไร Q2/67 ที่ 12,653 ล้านบาท อ่อนตัว 6%QoQ แต่เติบโต 15%YoY ดีกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้าเล็กน้อยราว 4% โดยปัจจัยหนุนหลักในไตรมาสนี้มาจากปันผลรับที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล และเบี้ยประกันภัยรับสุทธิที่ขาดทุนลดลง (เหลือขาดทุนราว 5 ร้อยล้านบาท จากขาดทุน 1.7 พันล้านบาทใน Q1/67 และขาดทุน 1.1 พันล้านบาท ใน Q2/66) ส่งผลให้รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโตถึง 12%QoQ
-
thunhoon
-
hoonsmart
KBANK โชว์กำไร Q2 ที่ 1.26 หมื่นลบ. ครึ่งปี 2.61 หมื่นลบ. ตั้งสำรองฯใกล้เคียงไตรมาสก่อน 19/07/67
สำหรับงวด 6 เดือน ปี 2567 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้มีจำนวน 57,981 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.36% จากรายได้จากการดำเนินงานสุทธิที่เติบโตสูงกว่าค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ เป็นผลจากการที่ธนาคารและบริษัทย่อยบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้เกิดความคุ้มค่า และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) อยู่ที่ระดับ 42.35% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected credit loss : ECL) ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งยังคงเป็นการตั้งสำรองฯ ตามหลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง รองรับความไม่แน่นอนของปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ ทำให้กำไรสุทธิจำนวน 26,139 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 20.26%
-
kaohoon
-
thunhoon
KBANK โชว์กำไร Q2/67 ที่ 12,652.92 ลบ. โต 15.09% จากงวดเดียวกันปีก่อน 19/07/67
สำหรับงวด 6 เดือน ปี 2567 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้มีจำนวน 57,981 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.36% จากรายได้จากการดำเนินงานสุทธิที่เติบโตสูงกว่าค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ เป็นผลจากการที่ธนาคารและบริษัทย่อยบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้เกิดความคุ้มค่า และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) อยู่ที่ระดับ 42.35% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected credit loss : ECL) ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งยังคงเป็นการตั้งสำรองฯ ตามหลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง รองรับความไม่แน่นอนของปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ ทำให้กำไรสุทธิจำนวน 26,139 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 20.26%
-
kaohoon
-
mitihoon
-
thunhoon
-
mitihoon
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK ‘ถูกปรับ’ น้อยไป.!? 01/07/67
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
mitihoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
สังคมข่าวหุ้น 05/06/67
-
kaohoon
-
mitihoon
-
thunhoon
-
mitihoon
-
thunhoon
-
hoonsmart
KBANK เด่น GULF หนุน นักวิเคราะห์แห่เพิ่มราคา-กำไร 23/04/67
บล.คิงส์ฟอร์ด ให้ราคาเป้าหมาย 154 บาท แนะนํา “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” คาดกำไรปีนี้ 4.5 หมื่นล้านบาท เติบโต 6.1% ได้แรงหนุนจาก NIM คาดทรงตัวที่ระดับ 3.7%
-
kaohoon
-
thunhoon
-
hoonsmart
KBANK โชว์กำไร 13,485 ลบ. โต 25.55% ตั้งสำรอง 11,684 ลบ. รับมือศก.ไม่แน่นอน 22/04/67
ด้านรายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจำนวน 38,528 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,653 ล้านบาท หรือ 10.47% ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ย โดยมีอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (NIM) อยู่ที่ระดับ 3.76% เป็นไปตามภาวะตลาด ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิมีจำนวน 8,299 ล้านบาท จากการเติบโตของค่าธรรมเนียมรับจากการจัดการกองทุน ค่าธรรมเนียมรับจากการรับรองตั๋ว อาวัล และค้ำประกัน และค่าธรรมเนียมรับจากธุรกิจบัตร รวมรายได้จากการดำเนินงานสุทธิมีจำนวน 50,152 ล้านบาท เติบโต 7.68%
-
mitihoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
อ่อนน้อมเพื่อรับฟัง 05/03/67
-
thunhoon
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
mitihoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
สังคมข่าวหุ้น 31/01/67
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
mitihoon
-
kaohoon
KBANK เคาะเป้าปี 67 สินเชื่อโต 3-5% คุม NLP ต่ำกว่า 3.25% 26/01/67
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยว่า ธนาคารฯ ได้ตั้งเป้าหมายทางการเงินของธนาคารสำหรับปี 67 โดยคาดสินเชื่อ (Loan Growth) จะเติบโต 3-5% จากปีก่อน -0.19%, ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ใกล้เคียงปีก่อนที่ 3.66%, รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ (Net Fee Income Growth) ตัวเลขหลักเดียวในระดับกลางถึงสูง (Mid to High-Single Digit)
-
hoonsmart
KBANK ตั้งเป้าปี 67 ดันสินเชื่อโต 3-5% รักษา NIM ระดับ 3.66% 26/01/67
HoonSmart.com>> “ธนาคารกสิกรไทย” ประกาศเป้าหมายทางการเงินปี 67 ขยายสินเชื่อเติบโต 3-5% จากปีก่อนติดลบ รักษาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ระดับ 3.66% คุม NPL ต่ำกว่า 3.25%
-
thunhoon
-
mitihoon
KBANK เปิดแผนปี 67 สินเชื่อกลับมาโต รักษาNIMที่ระดับ 3.66% 26/01/67
มิติหุ้น- นายกฤษณ์ จิตต์แจ้ง เลขานุการบริษัท ของKBANK เปิดเผยว่า บอร์ดธนาคารมีมติอนุมัติเป้าหมายทางการเงินในปี 67 ที่จะรักษาส่วนต่างดอกเบี้ยรับสุทธิ( NIM) ให้เท่ากับปี 66 ที่ระดับ 3.66% สินเชื่อคาดว่าจะเติบโต 3-5% จากปี 66 ติดลบ 0.19%
-
hoonsmart
-
kaohoon
KBANK กำไรเป็นที่หนึ่ง 25/01/67
ช่วยทำให้ KBANK ยังคงรักษาแแชมป์กำไรสุทธิได้อีกทั้งที่ผู้บริหารยังคงแสดงถึงการระวังต่ออนาคตของปีใหม่นี้ต่อไปแต่ทำให้ผู้ถือหุ้นมั่นใจมากขึ้นว่าราคาตามบุ๊กแวลูที่สูงถึง 230 บาท จะยังคงทำให้ราคาตลาดของธนาคารนี้ยังคงถูกเสมอเมื่อคิดจากพื้นฐานของผลประกอบการของธนาคารที่ยังคงรักษาอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิไว้ ตามสูตร x+5% ไว้ได้ (ค่า x คือค่าจีดีพีของประเทศ)
-
mitihoon
-
mitihoon
-
kaohoon
BBL ทำแบงก์วงแตก.!? 22/01/67
-
kaohoon
-
thunhoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
KBANK กำไรตามโบรกคาด 19/01/67
-
kaohoon
-
thunhoon
-
mitihoon
-
kaohoon
“สุเชษฐ์” แนะสะสม SCC พ่วง 4 หุ้นน่าเก็งกำไรทางเทคนิค 18/01/67
ส่วนหากมองตลาดต่างประเทศแล้วนั้น ยังคงมีการแกว่งตัวมาก โดยเฉพาะตลาดยุโรปเมื่อคืนนี้ ขณะที่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าจีนจะฟื้นตัว โดยเศรษฐกิจจีนบรรลุเป้าหมายการเติบโตที่ 5.2% ท่ามกลางการกดดันของภาคอสังหาริมทรัพย์
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
สังคมข่าวหุ้น 12/01/67
-
kaohoon
-
kaohoon
แบงก์ย่อ จังหวะซื้อ 09/01/67
-
thunhoon
AIRA แนะกลยุทธ์ 4 หุ้น 08/01/67
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
สังคมข่าวหุ้น 04/01/67
CHAYO ทะลุเป้า สุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ชโย กรุ๊ป (CHAYO) เผยบริษัทได้ซื้อมูลหนี้ด้อยมูลค่าเข้ามาเติมพอร์ตได้สูงเป็นสถิติใหม่กว่า 19,000 ล้านบาท ทะลุเป้าหมายที่ทั้งปีวางไว้ไม่ต่ำกว่า 10,000-15,000 ล้านบาท โดยใช้เงินลงทุนไปกว่า 1,500 ล้านบาท จากที่วางไว้ 2,000 ล้านบาท ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2566 Chayo และ Chayo JV บริษัทมีสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (หนี้เสีย) ทะลุ 100,000 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายในปี 2567 บริษัทฯ ได้ตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 25% จากปีก่อน โดยตั้งเป้าซื้อหนี้เสียเพิ่มอีกประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000-1,500 ล้านบาท โดยเชื่อว่าธนาคารพาณิชย์จะยังมีการนำหนี้เสียออกมาจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง
-
kaohoon
Technical Brief – บล.คิงส์ฟอร์ด 02/01/67
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
hoonsmart
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
thunhoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
mitihoon
-
kaohoon
-
mitihoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
นายกฯ ยังคาใจ ‘ชอร์ตเซลทมิฬ’ 01/12/66
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
mitihoon
-
thunhoon
-
mitihoon
-
kaohoon
-
mitihoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น 05/11/66
นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานยังต่ำกว่าที่คาดมาก ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อรายได้ ปรับตัวดีขึ้น โดยลดลงมาอยู่ที่ 42.1% จาก 43.4% ในไตรมาส 2/2566 จากปัจจัยบวกดังกล่าวช่วยหักล้างสินเชื่อที่เติบโตต่ำกว่าคาด โดยปรับตัวลดลง 0.5% จากไตรมาส 2/2566 และลดลง 1.1% จากไตรมาส 3/2565 โดยหลักจากการพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้นและการบริหารคุณภาพสินทรัพย์เชิงรุก โดยสินเชื่อยังคงหดตัว 2.3% นับจากต้นปีนี้
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK กลับมาจากพงหนาม 02/11/66
-
thunhoon
-
mitihoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
mitihoon
-
kaohoon
Technical Brief – บล.คิงส์ฟอร์ด 30/10/66
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
Technical Brief – บล.คิงส์ฟอร์ด 25/10/66
-
kaohoon
KBANK ยกการ์ดสูง.! 25/10/66
-
mitihoon
-
kaohoon
-
kaohoon
หาจังหวะซื้อหุ้นแบงก์ 24/10/66
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
mitihoon
-
kaohoon
-
mitihoon
ทั้งนี้ MAKE by KBank มุ่งมั่นที่จะช่วยให้คนไทยทุกคนเริ่มต้นเก็บเงินและมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น (Make money management easy for everyone) ช่วยให้ผู้ใช้งานจัดการเงินได้อย่างสนุกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งเงินตามเป้าหมาย การติดตามค่าใช้จ่าย และการวางแผนการเงินในอนาคต โดยจากสถิติการใช้งาน 78% ของผู้ใช้งานหลักของ MAKE by KBank คือกลุ่มผู้ใช้งานอายุต่ำกว่า 30 ปี ด้าน Cloud Pocket ที่มีการทำธุรกรรมโอนออกสูงที่สุด คือ เงินเก็บห้ามใช้ ค่าอาหาร เงินเก็บ และค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ Cloud Pocket ที่เติบโตอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับจำนวนที่ถูกสร้างในปี 2565 คือ ยอดเงินเกษียณที่โตขึ้นถึง 353% ตามมาด้วยค่าฟิตเนส ค่ายา อาหารเสริม ค่าน้ำมัน และยอดเงินบริจาค
-
kaohoon
-
mitihoon
-
thunhoon
-
mitihoon
KBANK แต่งตั้งกรรมการผู้จัดการคนใหม่ 09/10/66
-
kaohoon
-
mitihoon
· สหรัฐฯ เงินเฟ้อถือว่าปรับลงมามากแล้ว แต่ที่ผ่านมาเศรษฐกิจยังฟื้นตัวได้ดี ทำให้ธนาคารกลางใช้โอกาสนี้ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อให้มากที่สุด KBank Private Banking มองว่ามีโอกาส 70% ที่จะเห็น Soft Landing คือต้นทุนดอกเบี้ยสูงจะกดดันธุรกิจ การจ้างงานและการใช้จ่าย ทำให้เศรษฐกิจชะลอลงแต่ไม่ถึงกับตกต่ำรุนแรง เงินเฟ้อลดลงเข้าใกล้เป้าหมาย และธนาคารกลางหยุดขึ้นดอกเบี้ย แต่ก็มีความเป็นไปได้อีก 10% ที่เศรษฐกิจเติบโตมาก เช่น สูงกว่า 3% ตามมาด้วยการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ ทำให้ธนาคารสหรัฐฯ ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายต่อไปถึง 6.5-7%
-
hoonsmart
-
kaohoon
สังคมข่าวหุ้น 04/10/66
-
thunhoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
จับเทรนด์ลงทุน ADVANC-CPALL-KBANK 18/08/66
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK ตั้งสำรองเรื้อรัง.! 26/07/66
อีกหนึ่งไฮไลต์ นั่นคือเป้าหมายปี 2566 ที่ผู้บริหารยอมรับว่า “สินเชื่ออาจเติบโตไม่ถึงเป้า 5-7%” แต่ภาพรวมครึ่งหลังปี 2566 จะเติบโตมากกว่าครึ่งปีแรกที่ผ่านมา..
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
KBANK ลบ 3.37% ผู้บริหารลดเป้าสินเชื่อลงเหลือ 3% จากเดิม 5-6% 21/07/66
KBANK เปิดงบครึ่งปีแรก 66 กำไร 21,735 ล้านบาท ลดลง 1.22% ตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 32.77% รองรับสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและปัจจัยทางเศรษฐกิจ หลังตั้งสำรองครบถ้วนกรณีลูกหนี้ธุรกิจรายใหญ่เริ่มมีสัญญาณความเสื่อมถอยในไตรมาสแรก ด้านกำไรจากการดำเนินงานก่อนสำรองเติบโต 15.73% รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโตแข็งแกร่ง ส่วนงวดไตรมาส 2/66 กำไร 1.09 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.85%
-
thunhoon
-
thunhoon
-
hoonsmart
KBANK กำไรครึ่งปีแรก 2.17 หมื่นลบ. ลดลง 1.22% สำรองหนี้เพิ่มขึ้น 21/07/66
HoonSmart.com>> “ธนาคารกสิกรไทย” (KBANK) เปิดงบครึ่งปีแรก 66 กำไร 21,735 ล้านบาท ลดลง 1.22% ตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 32.77% รองรับสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและปัจจัยทางเศรษฐกิจ หลังตั้งสำรองครบถ้วนกรณีลูกหนี้ธุรกิจรายใหญ่เริ่มมีสัญญาณความเสื่อมถอยในไตรมาสแรก ด้านกำไรจากการดำเนินงานก่อนสำรองเติบโต 15.73% รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโตแข็งแกร่ง ส่วนงวดไตรมาส 2/66 กำไร 1.09 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.85%
-
kaohoon
-
kaohoon
แบงก์นำตลาด 19/07/66
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
kaohoon
สังคมข่าวหุ้น 07/07/66
-
thunhoon
จับตา KBANK-ERW 05/07/66
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
เคาะ KBANK 20/06/66
-
kaohoon
-
thunhoon
อัพเดทเทรนด์ลงทุน KBANK-SCGP-SPALI 15/06/66
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
เพียงเชยชม 06/06/66
-
kaohoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
สังคมข่าวหุ้น 19/05/66
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
KBANK 27/04/66
-
kaohoon
KBANK รุกไฮเพอร์เชส.!? 26/04/66
-
hoonsmart
-
kaohoon
KBANK ยันเป้า “สินเชื่อ” ปีนี้โต 7% จ่อขายหนี้ให้ JK AMC เพิ่ม 25/04/66
ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (ค่าฟี) ในระยะ 3 ปีนับจากนี้ จะกลับมาเติบโตอย่างมีนัยยสำคัญ หลังจากที่รายได้ค่าฟีลดลงในช่วงปี 2565 ถึง 6.9% และไตรมาส 1/2566 ลดลง 8.1% ส่วนทั้งปี คาดว่ารายได้ค่าฟีกลับมาเติบโตที่ทรงตัว โดยการกลับมาของรายได้ค่าฟีนั้น จะมาจากการเติบโตของการขายกองทุน ธุรกิจประกัน และ Wealth Management หรือการบริหารความมั่งคั่ง
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
สังคมข่าวหุ้น 29/03/66
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
1,600 เอาไม่อยู่? 07/03/66
-
thunhoon
-
kaohoon
มอง SET ย้อนกลับไปโฟกัสเศรษฐกิจมหภาค 27/02/66
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
ขายทิ้งก่อนไหม? 20/02/66
-
kaohoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
hoonsmart
-
hoonsmart
“กสิกรไทย” ชูยุทธศาสตร์สร้างการเติบโตยั่งยืน ตั้งเป้าสินเชื่อปี 66 โต 5-7% 27/01/66
· การเติบโตของเงินให้สินเชื่อ (Loan Growth) ที่ 5-7% จากการขยายตัวของสินเชื่อตามกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจในภูมิภาค AEC+3 โดยเฉพาะจีน เวียดนาม และอินโดนีเซีย อันเป็นการแสวงหาและกระจายแหล่งรายได้ใหม่ รวมถึงการเติบโตสินเชื่อธุรกิจบรรษัท อีกทั้ง ธนาคารยังคงนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์ในการปล่อยสินเชื่อ (Data Analytics) อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้บนความเสี่ยงที่คุ้มค่า วิเคราะห์เพื่อหาลูกค้าที่มีความสนใจและมีความสามารถในการจ่ายคืน คัดกรองและดูแลคุณภาพของสินเชื่ออย่างใกล้ชิด ตั้งเป้าสินเชื่อบรรษัทธุรกิจเติบโต 4-6% สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีเติบโต 1-2% และสินเชื่อลูกค้าบุคคลเติบโต 2-4%
-
kaohoon
KBANK กาง 3 ยุทธศาสตร์หนุนโตแกร่ง ปักเป้าสินเชื่อปี 66 โต 5-7% 27/01/66
1.การเติบโตของเงินให้สินเชื่อ (Loan Growth) ที่ 5-7% จากการขยายตัวของสินเชื่อตามกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจในภูมิภาค AEC+3 โดยเฉพาะจีน เวียดนาม และอินโดนีเซีย อันเป็นการแสวงหาและกระจายแหล่งรายได้ใหม่ รวมถึงการเติบโตสินเชื่อธุรกิจบรรษัท อีกทั้ง ธนาคารยังคงนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์ในการปล่อยสินเชื่อ (Data Analytics) อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้บนความเสี่ยงที่คุ้มค่า วิเคราะห์เพื่อหาลูกค้าที่มีความสนใจและมีความสามารถในการจ่ายคืน คัดกรองและดูแลคุณภาพของสินเชื่ออย่างใกล้ชิด ตั้งเป้าสินเชื่อบรรษัทธุรกิจเติบโต 4-6% สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีเติบโต 1-2% และสินเชื่อลูกค้าบุคคลเติบโต 2-4%
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
KBANK ตั้งเป้าปี 66 สินเชื่อโต 5-7% คุม NPL ที่ 3.25% 27/01/66
HoonSmart.com>> “ธนาคารกสิกรไทย” ตั้งเป้าหมายปี 66 ขยายสินเชื่อเติบโต 5-7% NIM อยู่ที่ 3.3-3.45% คุม NPL ไม่เกิน 3.25%
-
thunhoon
KBANK 26/01/66
-
kaohoon
-
kaohoon
การใช้ ‘เรือ’ 24/01/66
-
thunhoon
เคาะ KBANK 24/01/66
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
KBANK โชว์กำไร 35,770 ล้านบ. ปี’65 ร่วง 6% สำรองเพิ่ม 29% 19/01/66
สำหรับปี 2565 ธนาคารมีกำไรสุทธิจำนวน 35,770 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 6% โดยกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้มีจำนวน 98,504 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.72% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลจากการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของธนาคารและทิศทางอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และมีอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (NIM) ที่สูงขึ้นอยู่ในระดับ 3.33% ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) ดีขึ้นอยู่ที่ระดับ 43.15%
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK และหุ้นธนาคารที่ราคาถูกเกิน 10/01/66
เป็นที่ทราบกันดีว่าเวลาที่แบงก์พาณิชย์ของไทย กำหนดเป้าหมายการเติบโตของปีมักจะกำหนดง่าย ๆ จากอัตราการเติบโตของจีดีพีบวกเข้าไปอีก 5% แต่ล่าสุด 3 ไตรมาสที่ผ่านมา อัตราการเติบโตของสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ อย่าง KBANK ที่เป็นธนาคารที่โดดเด่นที่สุดในการทำกำไร ก็ปาเข้าไปถึง เกินเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้มากมาย แต่ราคาหุ้นยังต่ำกว่าบุ๊กแวลูถึงเกือบ 70 บาท หรือกว่า 30% ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ก็เป็นไปแล้ว
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK ธุรกิจแกร่ง ราคาหุ้นต่ำบุ๊ก! 27/11/65
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK ที่ราคา ‘เหยื่อของสถานการณ์’ 03/11/65
-
thunhoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
แรงขาย DELTA ฉุด SET ปิดเช้าลบ 1 จุด 26/10/65
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
โบรกฯส่อง KBANK หลังธนาคารคาดสินเชื่อปีนี้อาจต่ำกว่าเป้า 22/10/65
#ทันหุ้น-บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุในบทวิเคราะห์ว่า มีมุมมอง Slightly Negative ต่อการประชุมนักวิเคราะห์ ของธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK เพราะธนาคารมองว่าสินเชื่อรวมและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยในปีนี้ มีแนวโน้มต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ โดย KBANK ตั้งเป้าสินเชื่อรวมปีนี้เติบโต 6-8% นอกจากนั้นการขยายไปยังสินเชื่อที่มีความเสี่ยงสูง และยังมีความกังวลในเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทำให้ค่าใช้จ่ายสำรอง หรือ credit cost ยังคงระดับสูง
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
KBANK โชว์กำไร Q3/65 ที่ 10,573.99 ลบ. โต 22.5% จากปีก่อน 21/10/65
ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 32,579 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 4,428 ล้านบาท หรือ 15.73% หลัก ๆ เกิดจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 8,261 ล้านบาท หรือ 9.32% จากรายได้ดอกเบี้ย เงินให้สินเชื่อซึ่งยังคงเป็นไปตามการเติบโตของเงินให้สินเชื่อใหม่ในกลุ่มลูกค้าบุคคล และกลุ่มลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี โดยเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อผ่านช่องทางดิจิทัลเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์ในการปล่อยสินเชื่อซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ของธนาคาร โดยอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin : NIM) อยู่ที่ระดับ 3.26% ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงจำนวน 5,228 ล้านบาท หรือ 16.22% ส่วนใหญ่เกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรม (Mark to market) ตามภาวะตลาดของสินทรัพย์ทางการเงินซึ่งเป็นการลงทุนตามธุรกิจปกติของบริษัทย่อย และการลดลงของรายได้สุทธิจากการรับประกันภัย
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
สังคมข่าวหุ้น 07/10/65
-
thunhoon
KBANK 'ทรีนีตี้' ชี้ Upside น่าสน เคาะพื้นฐานปี 66 ที่ 177 บ. 05/10/65
#ทันหุ้น - บล.ทรีนีตี้ จำกัด ส่องหุ้น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK คาดกำไร Q3/65 ที่ 11.368 ล้านบาท ดีขึ้น 5%QoQ และ 32%YoY โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับตัวดีขึ้นราว 1%QoQ ตามแนวโน้มสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นราว 1%QoQ เช่นกัน ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโตดีราว 7%QoQ แม้ว่าอาจเห็นขาดทุนจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้นจาก Q2/65 ก็ตาม แต่ด้วยแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก อาจทำให้กำไรจากธุรกิจประกันปรับตัวเพิ่มขึ้น (จาก LAT Reserve ที่ลดลง) ขณะที่ค่าธรรมเนียมธุรกิจตลาดทุนอาจอ่อนตัวลงบ้าง แต่ค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคารจะฟื้นตัวตามการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายหลังการเปิดเมือง ด้านคุณภาพหนี้โดยรวมคาดทรงตัว แต่เนื่องจากใน Q2/65 ธนาคารได้มีการจัดชั้นเชิงคุณภาพและตั้งสำรองเชิงรุกไปแล้ว ทำให้คาดว่าค่าใช้จ่ายสำรองหนี้จะลดลงราว 3%QoQ
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
พอร์ตสินเชื่อก.ค.กลุ่มแบงก์ บอกอะไร? 31/08/65
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
JMT มั่นใจครึ่งหลังปี 65 สดใส รับไฮซีซั่น คาดเริ่มบุ๊กรายได้ “JK AMC” ก.ย.นี้ 23/08/65
นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT เปิดเผยข้อมูลภาพรวมธุรกิจของบริษัทผ่านงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันที่ 22 ส.ค. 65 ว่า ผลประกอบการงวดประจำไตรมาส 2/2565 เติบโตต่อเนื่อง กำไรสุทธิอยู่ที่ 433 ล้านบาท เติบโต 50% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,087 ล้านบาท เติบโต 33% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับ 65% และอัตรากำไรสุทธิ 37% เนื่องจากภาพรวมธุรกิจติดตามหนี้และธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ สามารถบริหารจัดการ และการจัดเก็บที่ดีต่อเนื่อง
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK–TLI ประคองดัชนี 16/08/65
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK รุก AEC+3 บุกตลาดเวียดนาม ตั้งเป้าปี 66 ปล่อยสินเชื่อ 2 หมื่นล้าน 05/08/65
โดยเวียดนามมีนโยบายของภาครัฐที่ส่งเสริมเป้าหมายในการเป็น “ศูนย์กลางด้านเทคโนโลยี” แห่งใหม่ของเอเชีย ในขณะที่มีประชากรกว่า 100 ล้านคน มีอายุเฉลี่ยค่อนข้างน้อย ส่วนมากอยู่ในวัยทำงาน มีการเติบโตของชนชั้นกลางอย่างมีนัยสำคัญ โดยเห็นได้จากอัตราการเติบโตของการอุปโภคบริโภคที่ 7% ใน 3 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ยังเปิดกว้างต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายทางดิจิทัล โดยพบว่าประชากรเวียดนามมากกว่า 50% ซื้อสินค้าออนไลน์
-
thunhoon
KBANK บุกตลาดเวียดนาม ตั้งเป้าปี 66 กวาดยอดสินเชื่อ 2 หมื่นลบ. 05/08/65
เวียดนามมีนโยบายของภาครัฐที่ส่งเสริมเป้าหมายในการเป็น “ศูนย์กลางด้านเทคโนโลยี” แห่งใหม่ของเอเชียในขณะที่มีประชากรกว่า 100 ล้านคน มีอายุเฉลี่ยค่อนข้างน้อย ส่วนมากอยู่ในวัยทำงาน มีการเติบโตของชนชั้นกลางอย่างมีนัยสำคัญ โดยเห็นได้จากอัตราการเติบโตของการอุปโภคบริโภคที่ 7% ใน 3ปีข้างหน้า นอกจากนี้ยังเปิดกว้างต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายทางดิจิทัล โดยพบว่าประชากรเวียดนามมากกว่า 50% ซื้อสินค้าออนไลน์
-
thunhoon
-
kaohoon
สังคมข่าวหุ้น 03/08/65
-
kaohoon
KBANK ที่ราคาต่ำเกินจริง 02/08/65
-
kaohoon
-
thunhoon
KBANKเต็งเข้าMSCI จ่อประกาศสิงหาคมนี้ 27/07/65
โดยครึ่งปีแรกรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 10.22% ตามการเติบโตของสินเชื่อใหม่ สอดคล้องกับการขยายทางเศรษฐกิจ จากการเปิดประเทศส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 20.28% ส่วนใหญ่เกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรม (Mark to Market) ตามภาวะตลาดของสินทรัพย์ทางการเงิน และรายได้รับประกันภัย และค่าธรรมเนียมรับจากการจัดการกองทุนลดลง ขณะที่ตั้งสำรองใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน
-
kaohoon
-
kaohoon
ได้เวลาซื้อหุ้นธนาคาร 26/07/65
-
hoonsmart
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
thunhoon
KBANK กำไร Q2/65 ที่ 10,794 ลบ. โต 21.36% จากช่วงเดียวกันปีก่อน 21/07/65
KBANK เผยว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/65 ลดลงจากไตรมาส 1/65 ที่ 417 ล้านบาท หรือ 3.72% โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 0.82% ส่วนใหญ่จากรายได้ดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ ซึ่งเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ ทำให้อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ หรือ NIM อยู่ที่ระดับ 3.21% นอกจากนี้รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 7.17% ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่การปรับมูลค่ายุติะรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน ค่าธรรมเนียมรับจากการจัดการกองทุน และค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ลดลง ตามภาวะตลาด
-
kaohoon
ลุ้น KBANK เปิดบวก! รับกำไร Q2 ทะลุหมื่นล้าน อานิสงส์ “สินเชื่อ” โต ดันรายได้ดอกเบี้ยพุ่ง 21/07/65
ทั้งนี้ ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2565 จำนวน 10,794 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน 417 ล้านบาท หรือ 3.72% โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 261 ล้านบาท หรือ 0.82% ส่วนใหญ่จากรายได้ดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อซึ่งเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ ทำให้อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin : NIM) อยู่ที่ระดับ 3.21%
-
hoonsmart
KBANK กำไร Q2/65 เพิ่มขึ้น 21% หนุนครึ่งปีโตแตะ 2.2 หมื่นลบ. 21/07/65
ผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 เปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2565 จำนวน 10,794 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน 417 ล้านบาท หรือ 3.72% โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 261 ล้านบาท หรือ 0.82% ส่วนใหญ่จากรายได้ดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อซึ่งเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ ทำให้อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin : NIM) อยู่ที่ระดับ 3.21%
-
kaohoon
KBANK ก้าวสู่ Challenger Bank 18/07/65
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
hoonsmart
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
สังคมข่าวหุ้น 07/07/65
-
thunhoon
"KBANK" โบรกฯ ประเมินกำไร Q2 ธุรกิจประกันหนุน แต่ Upside ไม่น่าจูงใจ 05/07/65
คาดกำไร Q2/65 ดีขึ้น รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยฟื้นตัวได้เล็กน้อยจากฐานต่ำ ฝ่ายวิจัยคาดกำไร Q2/65 ที่ 11,818 ล้านบาท ดีขึ้น 5%QoQ และ 33%YoY โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอาจปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยราว 1%QoQ ตามการเติบโตของสินเชื่อ ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยคาดดีขึ้นราว 5%QoQ เป็นปัจจัยหนุนหลัก เนื่องจากฐานในไตรมาสก่อนค่อนข้างต่ำ อีกทั้งแนวโน้มดอกเบี้ยในตลาดที่ปรับตัวขึ้นส่งผลบวกต่อกำไรจากธุรกิจประกัน ด้านกำไรจากเงินลงทุนอาจอ่อนตัวลงตามภาวะตลาดฯ แต่คาดผลบวกจากธุรกิจประกันยังมีน้ำหนักมากกว่า ด้านคุณภาพหนี้คาดว่าจะยังทรงตัว ทำให้คาดค่าใช้จ่ายสำรองหนี้จะค่อนข้างทรงตัวเช่นกัน
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
hoonsmart
ส่องกลุ่มแบงก์ H2/65 กำไรโต หนุนปันผลงาม เชียร์ BBL-KBANK 03/07/65
บล.ทิสโก้ ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2/65 รวมของธนาคารที่ 4.85 หมื่นล้านบาท ทรงตัว yoy และ -2.9% qoq จากรายได้ดอกเบี้ยที่ดีขึ้น และต้นทุนสินเชื่อที่ลดลง การเติบโตควรลดลง yoy เนื่องจากฐานที่สูงของ BAY ที่มีกำไรจากการ IPO ของ TIDLOR รายได้หลักคาดว่าจะเติบโต 20.3%yoy แม้จะมีอัพไซด์ NIM จำกัด โดยคาดว่ารายรับดอกเบี้ยสุทธิ (NII) จะหนุนรายได้ สนับสนุนจากการขยายสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง
-
thunhoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
Technical Brief – บล.คิงส์ฟอร์ด 16/06/65
-
thunhoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
KBANK กับหน้าผาเอ็นพีแอล 06/06/65
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
สังคมข่าวหุ้น 31/05/65
*เงินติดล้อโตแกร่ง ดีบีเอส วิคเคอร์สแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 55 บาทต่อหุ้น หลังไตรมาส 1/2565 ทำกำไรสุทธินิวไฮที่ 940 ล้านบาท จากพอร์ตสินเชื่อและเบี้ยประกันภัยเติบโตโดดเด่น จากการขยายสาขา ออกบัตรติดล้อ รักษาเอ็นพีแอลและต้นทุนทางการเงินอยู่ในระดับต่ำ ตั้งสำรองหนี้สูงกว่า 3 เท่าของเอ็นพีแอล ด้านปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ วางเป้าหมายปี 2565 ดันพอร์ตสินเชื่อเติบโต 20-25% และเบี้ยประกันภัยขยายตัว 30-35% เดินหน้าขยายการเติบโตผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างต่อเนื่องเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ คาดเปิดประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจและความต้องการสินเชื่อ
-
thunhoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK สู่นายหน้าประกัน.!? 06/05/65
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
KBANK-TTB มุมมอง 'บัวหลวง' หลังการประชุมนักวิเคราะห์ 22/04/65
ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ TTB ประเด็นหลัก คือ ธนาคารรายงาน debt in relief program ใน Q1/65 อยู่ที่ 7% ต่อสินเชื่อรวม โดยสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อธุรกิจปรับตัวดีขึ้น ผู้บริหารยังคงตั้งเป้าสินเชื่อปี 25645 เติบโตที่ 2% YoY แม้ว่า Q1/65 สินเชื่อหดตัว 0.4% ผู้บริหารยังคงให้กรอบ cost/income ratio ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 45-47% ซึ่งคาดจะเพิ่มจากการลงทุนด้าน digital ธนาคารยังคงให้เป้า credit cost ที่ 140-160 bps และคาด NPLs/loan ratio อยู่ที่ น้อยกว่าหรือเท่ากับ 3.2% บนพื้นฐานการจัดการอย่างระมัดระวัง
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
KBANK 'ทรีนีตี้' คาดกำไร Q1/65 ดีขึ้น แต่ Upside จำกัด แนะซื้อเมื่ออ่อนตัว 08/04/65
คาดกำไร Q1/65 ดีขึ้นทั้ง QoQ และ YoY ที่ 11,213 ล้านบาท ดีขึ้น 13%QoQ และ 6%YoY โดยปัจจัยหนุนมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่อาจดีขึ้นราว 2%QoQ ตามแนวโน้มสินเชื่อที่กลับมาเติบโตได้ในอัตราเดียวกัน ขณะที่คาดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 13%QoQ ซึ่งเป็นปัจจัยฤดูกาล ขณะที่ปัจจัยกดดัน คือ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ลดลงราว 5%QoQ โดยเฉพาะกำไรจากเงินลงทุนที่ลดลงจากฐานสูงในไตรมาสก่อน และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 5%QoQ จากการเพิ่มสำรองส่วนเกินเพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจปี 65 กำไรยังโตต่อ หลังรายได้ฟื้น และสำรองหนี้ลด
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK แบ่งรับแบ่งสู้.? 08/04/65
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
Technical Brief – บล.คิงส์ฟอร์ด 17/03/65
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
KBANK คลอดสินเชื่อรถ BEV รองรับดีมานด์เพิ่ม หลังมาตรการรัฐหนุน 23/02/65
รวมถึงมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และสามารถแบ่งเบาภาระเป็นจำนวนเกือบ 50,000 ราย ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของลีสซิ่งกสิกรไทยในปี 2564 อยู่ที่ 1.12% ลดลงจากปีก่อน อีกทั้งยังได้ทำการปรับปรุงกระบวนการทำงานและควบคุมค่าใช้จ่ายดีขึ้นส่งผลให้บริษัทมีกำไร 1,710 ล้านบาท เติบโต 52.86%
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
ต่างชาติยังไล่ซื้อ KBANK 15/02/65
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
KBANKเร่งสินเชื่อดอกสูง คัมแบ็กรุกเอสเอ็มอี-บุคคล 31/01/65
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยว่า ธนาคารได้ตั้งเป้าหมายทางการเงินของปี 2565 โดยการเติบโตของเงินให้สินเชื่อรวมที่ 6-8% จากการเติบโตสินเชื่อในกลุ่มลูกค้าบุคคลและกลุ่มลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอี เน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อผ่านช่องทางดิจิทัลเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์ในการปล่อยสินเชื่อ การร่วมมือกับพันธมิตรและเติบโตสินเชื่อในภูมิภาค AEC+3 ทั้งนี้คาดว่าสินเชื่อลูกค้าบุคคลในปี 2565 จะเติบโต 9-11% สินเชื่อเอสเอ็มอี คาดว่าจะเติบโต 4-6% และสินเชื่อบรรษัทธุรกิจคาดว่าจะเติบโต 1-3%
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
KBANK ตั้งเป้าปี 65 สินเชื่อโต 6-8% , NPL Ratio ที่ 3.7-4.0% 28/01/65
#KBANK #ทันหุ้น-ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติเป้าหมายทางการเงินสำหรับปี 2565 โดยวางเป้าการเติบโตของสินเชื่อเติบโตราว 6-8% ขณะที่ NPL Ratio อยู่ที่ราว 3.7-4.0% และ NIM ตั้งเป้าอยู่ที่ 3.15-3.30%
-
hoonsmart
KBANK ตั้งเป้าปี 65 สินเชื่อโต 6-8% คุม NPL ที่ 3.7-4.0% 28/01/65
HoonSmart.com>> “ธนาคารกสิกรไทย” เผยเป้าหมายทางการเงินปี 65 ตั้งเป้าขยายสินเชื่อเติบโต 6-8% NIM อยู่ที่ 3.15-3.30% คุม NPL ไม่เกิน 3.7-4.0%
-
thunhoon
-
kaohoon
KBANK บวก 2% แวลู่ทะลักกว่า 2 พันลบ.โบรกเชียร์ซื้ออัพกำไรปี 65 โตเด่น-พ่วงเป้าใหม่ 180 บ. 26/01/65
โดยล่าสุดปรับประมาณการกำไร KKP ในปี 2565-2566 ขึ้น 5-6% เพราะรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและค่าธรรมเนียมที่มีแนวโน้มเติบโตสูงและการตังสำรองลดลง คาดกำไรของ KKP ปี 2565 โต 12% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็น 7.1 พันลบ.เป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และคาดว่า KKP จะเข้าสู่ Growth stage ด้วยกำไรที่โต13% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า (2565-2567) ปรับราคาเป้าหมาย KKP ขึ้นเป็น 80 บาท(จาก 74 บาท)
-
thunhoon
KBANK 26/01/65
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
KBANK 'ทรีนี้ตี้' คาดกำไร Q4/64 อ่อนตัว ปี 65 ฟื้น Upside ยังน่าสน 06/01/65
สำหรับกำไร Q4/64 คาดอ่อนตัวจากค่าใช้จ่ายปลายปี ที่ 7,996 ล้านบาท อ่อนตัว 7%QoQ และ 40%YoY โดยมีประเด็นสำคัญ คือ 1. คาดรายได้ดอกเบี้ยสุทธิดีขึ้น เล็กน้อยราว 3%QoQ แม้ว่าสินเชื่ออาจทรงตัว QoQ แต่เงินลงทุนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นทำให้รายได้ดอกเบี้ยยังเติบโตอยู่ 2. คาดรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยดีขึ้นราว 16%QoQ โดยหลักเป็นการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม และกำไรจากเงินลงทุน 3. ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้อาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อยราว 2%QoQ โดยคาดว่าเป็นการเพิ่มขึ้นของสำรองส่วนเกิน ขณะที่คุณภาพหนี้ยังทรงตัว 4. แต่ปัจจัยกดดันหลักในไตรมาสนี้อาจมาจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่คาดเพิ่มขึ้นราว 18%QoQ ตามฤดูกาล
-
kaohoon
HENG พุ่ง 6% ปักธงพอร์ตสินเชื่อปี 65 แตะ 1.48 หมื่นลบ. โบรกฯชี้ดีมานด์สูง ชูเป้า 5.70 บ. 30/12/64
นางสุธารทิพย์ พิสิฐบัณฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร HENG เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อปี 2565 จะเพิ่มขึ้นเป็น 14,800 ล้านบาท จากสิ้นปีนี้คาดว่าจะเติบโต 28-30% มาที่ 11,500 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในระดับ 9,000 ล้านบาท หรือเติบโตราว 8-9% โดยการเติบโตส่วนใหญ่จะมาจากการแผนการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องราว 30-40 สาขา/ปี ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มีสาขา 451 สาขา โดยในอีก 2 ปีข้างหน้าจะมีสาขาประมาณ 830 สาขา รวมไปถึงบริษัทฯ จะเน้นการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีอย่างต่อเนื่องด้วย
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
“ทรีนีตี้” อัพเป้า JMT แตะ 77 บ. ชูหุ้นเติบโตสูง มองบวกแผนร่วมทุน KBANK 22/12/64
พร้อมกันนี้ ปรับราคาเป้าหมายเป็น 77 บาท อิงวิธี DCF (WACC 7.4%, G 5%) โดยเงินจากการเพิ่มทุนจะช่วยหนุนรายได้และกำไรในอนาคต คาดกำไรจะเติบโตขั้นต่ำ 30% ไปอย่างน้อย 6 ปีข้างหน้า มองเป็นหุ้นเติบโตสูง จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
จับตา KBANK-ORI 17/12/64
-
hoonsmart
-
hoonsmart
-
thunhoon
KBANK โบรกฯ ชี้ราคาหุ้นน่าสนใจ คาดกำไรปีหน้าฟื้นตามศก. 09/12/64
ทันหุ้น-บล.โนมูระ พัฒนสิน มองราคาหุ้นธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK ในปัจจุบันนี้อยู่ในจุดที่ Valuation น่าสนใจ และยังเป็นธนาคารใหญ่ที่มีการขยายสินเชื่อและรายได้อื่นได้ดี แม้แนวโน้มไตรมาส 4/64 คาดกำไรจะลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน จากสำรองเพิ่มขึ้น ทำให้คาดว่ากำไรทั้งปีนี้ อยู่ที่ 3.4 หมื่นล้านบาท เติบโต 15% จากปีก่อน ขณะที่ในปีหน้าคาดว่าจะมีกำไรที่ 3.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากสินเชื่อจะได้ประโยชน์โดยตรงตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
hoonsmart
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
hoonsmart
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
KBANK โชว์กำไร Q3/64 อยู่ที่ 8.63 พันลบ. , NPL อยู่ที่ 3.85% 21/10/64
ขณะที่ KBANK ได้ชี้แจงผลดำเนินงานไตรมาส 3/64 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/64 มีกำไรลดลง 263 ล้านบาท หรือ 2.96% โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 1,024 ล้านบาท หรือ 3.45% หลักๆ จากการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ โดยอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ หรือ NIM อยู่ที่ระดับ 3.23% ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง จำนวน 1,936 ล้านบาท หรือ 17.38% ส่วนใหญ่เกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน ซึ่งเป็นไปตามภาวะตลาด
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
ฝรั่งไล่เก็บ SET50 14/10/64
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
SETสัปดาห์หน้า ไปต่อ รึ พักก่อน? 23/09/64
-
thunhoon
'เคจีไอ' เปิด 4 เหตุผล อัพกำไร-เป้าใหม่ KBANK 18/09/64
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2565/66 ขึ้นอีก 6%/3 และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2565F เป็น 160 บาท ทั้งนี้ ปรับประมาณการกำไร โดยอิงจากสมมติฐานดังต่อไปนี้ i) ปรับ credit cost เป็น 170bps/160bps (จากเดิม 180bps/160bos) ii) ปรับอัตราการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมเป็น 8.5%/8.5% (จากเดิม 6%/6%) iii) ปรับลด NIM เป็น 3.04%/3.2% (จากเดิม 3.2%/3.2%) และ iv) คงสัดส่วนต้นทุน/รายได้เอาไว้เท่าเดิมที่ 44%/44% ในขณะเดียวกัน ยังคงสมมติฐานอัตราการเติบโตของสินเชื่อปี 2565/66 เอาไว้เท่าเดิมที่ 6%/8% ซึ่งเมื่อใช้ P/BV ที่ 0.8x ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 160 บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 150 บาท
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
KBANK โบรกฯ มองกลับสู่โหมดการเติบโต แนะนำซื้อ 26/07/64
ทันหุ้น-บล.ยูโอบี เคย์เฮียน(ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์หุ้นธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KBANK โดยแนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมายที่162 บาทต่อหุ้น มองว่าแม้ผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ยังคงอยู่ แต่ฝ่ายวิจัยยังคงคาดการณ์ว่ากำไรของ KBANK จะกลับมาเติบโตเป็นบวกในปี 2564 โดยคาดว่าจะมีกำไรอยู่ที่ 3.44 หมื่นล้านบาท เติบโต 17% จากปีก่อน เพราะได้แรงหนุนจากการตั้งสำรองที่ลดลง และรายได้ค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น
-
thunhoon
-
thunhoon
KBANK โชว์กำไร Q2/64 เติบโตอยู่ที่ 8.89 พันลบ., NPL ที่ 3.95% 21/07/64
โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 1,584 ล้านบาท หรือ 5.63% ส่วนใหญ่เกิดจากการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ หรือ NIM อยู่ที่ระดับ 3.22% ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงจำนวน 756 ล้านบาท หรือ 6.36% จากไตรมาส 1/64 เป็นผลจากการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ รวมทั้งการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน
-
thunhoon
จับตาแบงก์ใหญ่แจ้งวันนี้ KBANKกำไรเด้ง342% 21/07/64
ทันหุ้น –จับตาแบงก์ใหญ่ SCB-KTB-KBANK อวดงบไตรมาส 2/2564 โบรกคาด KBANK เติบโตโดดเด่นที่ 9,608 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 342% จากปีก่อนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นตามสินเชื่อที่เติบโตส่วน KTB คาดกำไรไตรมาส 2/2564 ที่ 4,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากปีก่อน ด้าน SCB คาดกำไรลดลงจากรายได้อ่อนตัวลงเล็กน้อยจากการอ่อนตัวของ NIM ขณะที่ BBL
-
thunhoon
KBANK 'ทรีนีตี้' ประเมินกำไร Q2/64 อ่อนตัว QoQ สินเชื่อโตดี แต่สำรองอาจเพิ่ม 07/07/64
โดยมีประเด็นสำคัญ คือ 1.คาดรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับตัวดีขึ้น 3%QoQ แม้ว่า NIM จะค่อนข้างทรงตัว แต่สินเชื่อมีแนวโน้มเติบโตได้ดีราว 2.5%QoQ 2.คาดรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอ่อนตัว 6%QoQ โดยค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคารอาจได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID ระลอกใหม่ ขณะที่ค่าธรรมเนียมธุรกิจตลาดทุนยังมีแนวโน้มดี แต่ไม่โดดเด่นเท่ากับไตรมาสก่อน 3.คาดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2%QoQ โดยมองว่าธนาคารยังเน้นการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายของทางธนาคารที่เข้มงวด ทำให้ Cost-to-income ratio ยังต่ำที่ราว 42% 4.คาดสัดส่วน NPL จะปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจากการระบาดของ COVID ระลอกใหม่ อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายสำรองหนี้อาจเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนเนื่องจากมีความกังวลต่อสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์กันไว้ก่อนหน้า
-
thunhoon
-
thunhoon
KBANK เซ็นสัญญาขายผลิตภัณฑ์ประกันMTL-Valuationน่าสน กำไรฟื้น 05/07/64
ยังคงเรทติ้ง OUTPERFORM สำหรับ KBANK และคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 171 บาท (0.8 เท่าของประมาณการ BVPS ปี 2565) เพราะคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวกลับมาเติบโต 29% ในปี 2564 และ 8% ในปี 2565 หลักๆ เกิดจากการตั้งสำรองลดลง และ valuation ถูกที่ PBV 0.6 เท่า
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
ส่อง KBANK โบรกชี้ราคาไม่แพง พื้นฐาน 182 บ. 21/06/64
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยได้จัดการประชุม on-line conference เกี่ยวกับ platform ดิจิทัลของ KBANK โดยสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้ 1.) ช่องทางชำระเงินระบบดิจิตอลยังคงเป็นช่องทางคู่ขนาดกับช่องทางเดิม (omni-channel) 2.) ตั้งเป้าจะเป็นผู้นำตลาดด้านการชำระเงินผ่านระบบดิจิทัล 3.) จะใช้ประโยชน์จาก big data/การวิเคราะห์ข้อมูลจากธุรกรรมดิจิตอลเพื่อเจาะตลาดสินเชื่อผู้บริโภค ปรับปรุงบริการ SME และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำรายได้ และเพื่อสร้างการเติบโตตามตลาดทุน และประกัน ทั้งนี้ปัจจุบันธนาคารได้ก้าวเป็นผู้นำการชำระเงินผ่านระบบดิจิทัลที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด (ธุรกรรมทางดิจิทัลคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% ของธุรกิจทั้งหมดในธนาคาร โดยมีส่วนแบ่งตลาด >40%)
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
KBANK ผลตอบแทนกับความเสี่ยง 08/06/64
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
Kaohoon’s Top News on May 18, 2021 18/05/64
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
เคาะ KBANK 14/05/64
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
KBANKโบรกชูQ1ดีกว่าคาด ปรับกำไรทั้งปีเพิ่ม-เป้า171บ. 21/04/64
ทันหุ้น - KBANK โบรกปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นจาก 145 บาท สู่ 171 บาท พร้อมปรับประมาณการกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 20% ในปี 2564 และ 13% ในปี 2565 โดยคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวกลับมาเติบโตได้ดีที่ 30% ในปี 2564 เนื่องจากจากการตั้งสำรองลดลงและ NII ที่เพิ่มขึ้น
-
thunhoon
ASPS เผย KBANK กำไร Q1/64 ดีกว่าคาด แนะนำซื้อ 20/04/64
ทันหุ้น-บล.เอเชีย พลัส หรือ ASPS ระบุว่า ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK ที่ประกาศกำไรสุทธิงวดไตรมาส 1/64 ที่ 1 หมื่นล้านบาท แม้ชะลอจากฐานสูงงวดก่อนราว 20% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/63 แต่มองว่าดีกว่าฝ่ายวิจัยและตลาดที่คาดไว้ว่าจะมีกำไรสุทธิราว 7-8 พันล้านบาท โดยรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิดีกว่าคาด 5% อยู่ที่ 2.88 หมื่นล้านบาท NIM ดีกว่าคาดราว 10 bps อยู่ที่ 3.17% สูงขึ้นจาก 3.08% ในงวดก่อน บนฐานสินเชื่อและเงินฝากทั้งคู่ขยายตัวเฉลี่ยประมาณ 2.5% ขณะที่เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน พบว่ากำไรเติบโต 44%
-
thunhoon
KBANK ไตรมาส Q1/64 กำไร 1.06 หมื่นล. โต 44.10% จากปีก่อน 20/04/64
ผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 1 ปี 2564 เปรียบเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2563 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 10,627 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน 2,631 ล้านบาท หรือ 19.85% โดยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้จำนวน 23,496 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4 ปี 2563 จำนวน 4,857 ล้านบาท หรือ 26.06% หลัก ๆ จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 1,530 ล้านบาท หรือ 5.75% ส่วนใหญ่จากรายได้ดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อซึ่งเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ ทำให้อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin: NIM) อยู่ที่ระดับ 3.16%
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
KBANK โบรกอัพประมาณการกำไรปี 64-65 โต 44%-50% แนะซื้อเป้า 195 บาท 02/02/64
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(2ก.พ.64) ว่า ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ปรับเพิ่มประมาณการให้สูง หลังธนาคารชี้แจงเป้าหมายปี 64 ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรปี 64/65 ขึ้นถึง 44%/50% โดยหลักเป็นการสะท้อนการตั้งสำรอง ECL ลดลงจากเดิม (จาก 2.25% เป็น 1.60% ของสินเชื่อรวม) ยังผลให้คาดกาณณ์กำไรสุทธิปี 64 จะเติบโต +13.7% ให้ราคาพื้นฐานเพิ่มเป็น 195 บาท เทียบเท่า P/BV ปี 64 ที่ 1.0 เท่า (-1.25SD ของค่าเฉลี่ยระยะยาว) ถือว่าเป็นธนาคารที่มีการเติบโตกำไรปีนี้โดดเด่นที่สุดเทียบกับในกลุ่มธนาคารไทย
-
thunhoon
-
thunhoon
โบรกส่อง KBANK กำไรปีนี้ฟื้นตัว-credit cost ทำจุดสูงสุดไปแล้ว –อัพเป้า 146บ. 01/02/64
5) รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเติบโตเป็นตัวเลขหลักเดียวระดับต่ำ เทียบกับ -10.2% ในปี 2563 โดยได้รับการสนับสนุนจากธุรกิจบัตรเครดิต ค่าธรรมเนียมรับจากการให้สินเชื่อ และธุรกิจจัดการกองทุน เป้าดังกล่าวสอดคล้องกับประมาณการของเราที่ +2%
-
thunhoon
เคาะ KBANK 01/02/64
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK บวก 4% ลุ้นกำไรปีนี้ฟื้นตัวเด่น รับยอดปล่อยสินเชื่อโต 29/01/64
ทั้งนี้ นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า เป้าหมายของ KBANK ที่ประกาศออกมาถือว่ามีความท้าทายและต้องติดตามการดำเนินงานของธนาคารต่อเนื่อง ซึ่งมีความน่าสนใจว่าธนาคารจะมีแนวทางในการดำเนินกลยุทธ์อย่างไร โดยเฉพาะการเติบโตของสินเชื่อที่ตั้งเป้าโต 4-6% ซึ่งสวนทางกับที่ประเมินไว้ว่าจะติดลบ 4.5% จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัว และได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้การดำเนินกลยุทธ์เพื่อทำให้สินเชื่อเติบโตขึ้นค่อนข้างมีความท้าทาย
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
KBANK ตั้งเป้าสินเชื่อปี 64 โต 4-6%, NPL ที่ 4.0-4.5% 29/01/64
ทันหุ้น-ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ คณะกรรมการได้มีมติอนุมัติเป้าหมายทางการเงินของธนาคาร สำหรับปี 2564 โดยคาดว่าการเติบโตของสินเชื่ออยู่ที่ราว 4-6% และมี NPL Ratio อยู่ที่ 4.0-4.5% ส่วน NIM อยู่ที่ 3.1-3.3%
-
thunhoon
KBANK 29/01/64
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
KBANK 30/10/63
KBANK ประกาศผลการดำเนินงานสำหรับงวด 9 เดือน ปี 2563 เมื่อเปรียบเทียบกับงวด 9 เดือน ปี 2562 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 16,229ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 13,695 ล้านบาท หรือ 45.77%ส่วนใหญ่เกิดจากการที่ธนาคารและบริษัทย่อยใช้หลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่องในการพิจารณาสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected credit loss) เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 17,692 ล้านบาท หรือ 70.24%โดยการคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ อย่างรอบคอบจากความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวลงจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19ประกอบกับมาตรการของทางการที่ให้สถาบันการเงินให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ ทำให้ยังคงต้องมีการติดตามดูแลคุณภาพหนี้อย่างใกล้ชิด แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 5,301 ล้านบาท หรือ 6.87% ส่วนใหญ่เกิดจากการเติบโตของสินเชื่อ รวมทั้งการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรับเกี่ยวกับการให้สินเชื่อด้วยวิธีดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) ซึ่งเป็นการปฏิบัติตาม TFRS 9ประกอบกับการปรับลดอัตราเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินลง และการลดลงของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจากเงินรับฝาก เป็นผลมาจากอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ลดลง ทำให้อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin: NIM) อยู่ที่ระดับ 3.34% นอกจากนี้ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงจำนวน 8,085 ล้านบาท หรือ 19.41%ส่วนใหญ่เกิดจากค่าธรรมเนียมรับเกี่ยวกับการให้สินเชื่อลดลงจากการเปลี่ยนไปแสดงเป็นรายได้ดอกเบี้ย และรายได้จากการจำหน่ายหลักทรัพย์ที่ลดลง สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ลดลงจำนวน 1,829 ล้านบาท หรือ 3.55%ส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคาร สถานที่และอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายกิจกรรมทางการตลาด ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการจัดการหนี้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) อยู่ที่ระดับ 42.87%
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
3 แบงก์ใหญ่ รุกธุรกรรมอากาศ 09/10/63
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
KBANK โบรกมองราคาหุ้นอ่อนตัวจนมี Upside แต่แนวโน้มกำไรยังเป็นขาลง 05/10/63
1. คาดรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอ่อนตัวลง 1%QoQ แม้ว่าสินเชื่อจะเติบโตได้ดีราว 2.5%QoQ โดยส่วนใหญ่เป็นการเติบโตจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ขณะที่NIM อ่อนตัวลง 14 bps ซึ่งเป็นผลจากการลดดอกเบี้ยนโยบายใน Q2/63 ที่ผ่านมา
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
เคาะ KBANK 25/09/63
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
KBANK 14/08/63
ธนาคารและบริษัทย่อยจึงใช้หลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่องในการพิจารณาสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected credit loss) เพิ่มจากงวดเดียวกันของปีก่อน จำนวน 16,937 ล้านบาท หรือ 111.97%ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดครึ่งปีแรกปี 2563 ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน จำนวน 10,423 ล้านบาท หรือ 52.18%แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 4,142 ล้านบาท หรือ 8.12% ส่วนใหญ่เกิดจากการเติบโตของสินเชื่อ รวมทั้งการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรับเกี่ยวกับการให้สินเชื่อด้วยวิธีดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) ซึ่งเป็นการปฏิบัติตาม TFRS 9ประกอบกับการปรับลดอัตราเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินลง ทำให้อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin: NIM) อยู่ที่ระดับ 3.34% นอกจากนี้ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงจำนวน 1,812 ล้านบาท หรือ 7.00%ส่วนใหญ่เกิดจากค่าธรรมเนียมรับเกี่ยวกับการให้สินเชื่อลดลงจากการเปลี่ยนไปแสดงเป็นรายได้ดอกเบี้ย และรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยลดลง สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ลดลงจำนวน 475 ล้านบาท หรือ 1.41%ส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน และค่าใช้จ่ายกิจกรรมทางการตลาด ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการจัดการหนี้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) อยู่ที่ระดับ 42.00%
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
KBANKโดนTHAIด้วย ยอมรับตั้งสำรองครบ 11/06/63
ขณะที่นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น KBANK ให้ราคาเป้าหมาย 132.00 บาท เนื่องจากล่าสุดทางฝ่ายวิเคราะห์ได้มีการปรับประมาณการกำไรปี 2563 ขึ้น 8% เป็น 2.73 หมื่นล้านบาท เพราะมองการเติบโตของสินเชื่อปีนี้จะเพิ่มขึ้นจาก 2% เป็น 5% (เพราะสินเชื่อ 4 เดือนแรกของปี โตไปแล้ว 1.1%) ซึ่งสมมุติฐานสินเชื่อของเราใกล้เคียงกับที่ผู้บริหาร guidance ที่ 4-6% โดยปัจจัยหนุนมาจากความต้องการ (อุปสงค์) สินเชื่อจากลูกค้าองค์กร และมีปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ(soft loan) จากธปท.เข้ามาช่วยอีก 8 หมื่น - 1 แสนล้านบาท สำหรับ SME ซึ่ง KBANK มีพอร์ตสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและเล็ก(SME)จำนวนมากถึง 34% ของสินเชื่อทั้งหมด
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
จับตา KBANK-TKN 27/05/63
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
เคาะ KBANK 07/05/63
KBANK รายงานกำไรสุทธิ 1Q63 ที่ 6.58 พันล้านบาท (-25.23%QoQ, -34.47%YoY) น้อยกว่าที่เราคาด 12.5% จากรายได้ Non-NII ที่น้อยกว่าคาดและการตั้ง ECL ที่มากกว่าคาด โดยรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของสินเชื่อและการรับรู้รายได้ด้วยวิธี EIR ตาม TFRS9และการลดการนำส่งเงินเข้า FIDF ทำให้ NIM พุ่งขึ้นจากสิ้นปี 62 ที่ระดับ 3.25% สู่ระดับ 3.49% ใน 1Q63 แม้จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้งตั้งแต่ต้นปี ขณะที่รายได้ Non-NII ลดลงในธุรกิจตลาดทุนและตาม TFRS9ของมูลค่าเงินลงทุน ขณะที่รายได้สุทธิจากธุรกิจประกันภัยเพิ่มขึ้น ด้าน C/I ratio เท่ากับ 49.31% ลดลงเล็กน้อย QoQ เนื่องจากเป็นช่วง peak ของปี แต่เพิ่มขึ้น YoY จากค่าใช้จ่ายในการจัดการหนี้ และ new investment สำหรับค่าใช้จ่าย ECL เพิ่มขึ้นโดยคิดเป็น Credit cost ที่ 235 bps มากกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 150 bps โดยรวมผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย สิ้นงวด1Q63 มี loan growth +2.05%YTD, +6.70%YoY มาจากสินเชื่อธุรกิจเป็นหลัก แต่คุณภาพสินทรัพย์แย่ลงจากการจัดชั้น
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
KBANK 05/05/63
นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/63 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 1/62 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 6,581 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจำนวน 3,463 ล้านบาท หรือ 34.47% โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 2,830 ล้านบาท หรือ 11.21% ส่วนใหญ่เกิดจากการเติบโตของสินเชื่อ รวมทั้งการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรับเกี่ยวกับการให้สินเชื่อด้วยวิธีดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) จากเดิมรับรู้ตามสัญญา ซึ่งเป็นการปฏิบัติตาม TFRS 9 ประกอบกับการปรับลดอัตราเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินลง ทำให้อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin: NIM) อยู่ที่ระดับ 3.49%
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
KBANK กำไรแย่กว่าคาด โบรกชี้ Q2/63 กำไรมีโอกาสปรับขึ้น 22/04/63
KBANK รายงานกำไรสุทธิช่วง 1Q63จำนวน 6,582 ลบ. หดตัว 34.5%YoY แย่กว่าที่เราและตลาดคาด แม้มีแรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยรับที่โต 11.2%YoY หลังพอร์ตสินเชื่อรวมขยายตัวได้ราว 6.7%YoY จากสินเชื่อในกลุ่ม Corporate และสินเชื่อบ้านที่เติบโตดี บวกกับ NIM ขยับขึ้นเป็น 3.52%จากเพียง 3.32% ในช่วง 1Q62หลังได้ปัจจัยบวกจากการปรับใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ และต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจากมาตรการลดเงินนำส่งกองทุน FIDF แต่ไม่พอที่จะชดเชยแรงกดดัน
-
thunhoon
KBANKอาการSMEหนัก วัดใจ1.2หมื่นล.เอาไม่อยู่ 22/04/63
นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 1/2563 มีกำไรสุทธิ 6,581.68 ล้านบาท ลดลง 34.47% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 10,044.42ล้านบาท โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 2,830ล้านบาท หรือ 11.21% ส่วนใหญ่เกิดจากการเติบโตของสินเชื่อ รวมทั้งการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรับเกี่ยวกับการให้สินเชื่อด้วยวิธีดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) จากเดิมรับรู้ตามสัญญา ซึ่งเป็นการปฏิบัติตาม TFRS 9ประกอบกับการปรับลดอัตราเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินลง ทำให้อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin: NIM) อยู่ที่ระดับ 3.49% เพิ่มจาก 3.32%
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
KBANK ข้าวผลัดรวง.!? 08/04/63
-
thunhoon
KBANKชูเจาะฐานอาเซียน จับตาเกมควบแบงก์ท้องถิ่น 08/04/63
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยว่า ธนาคารอยู่ระหว่างทบทวนแผนธุรกิจและเป้าหมายปี 2563ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ภาคธุรกิจ รวมถึงเศรษฐกิจทั่วโลกที่ต่างได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะการขยายตัวของสินเชื่อที่คาดว่าจะต้องปรับลดลงจากเดิมที่ตั้งเป้าเติบโต 4-6% ซึ่งจะปรับให้สอดคล้องกับการคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจไทย (GDP) ที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับ GDP ไทยลดลงมาเป็นติดลบ 5% ในปี 63 หากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 สิ้นสุดในเดือนมิ.ย.ที่จะถึงนี้ ซึ่งการปรับเป้าหมายใหม่ของธนาคารจะชัดเจนในช่วงไตรมาส 2/63
-
kaohoon
KBANK คาดโควิด-19ฉุดผลงานไตรมาส1/63ทรุด ย้ำ! เดินหน้าช่วยลูกค้า-พลิกฟื้นเศรษฐกิจเต็มกำลัง 07/04/63
ขณะเดียวกันธนาคารยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทิศทางของเศรษฐกิจ และมาตรการเยียวยาของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาประกอบเป็นปัจจัยพิจารณาปรับเป้าหมายการดำเนินงานของธนาคารในปี 63 อีกครั้ง โดยเฉพาะการขยายตัวของสินเชื่อที่คาดว่าจะต้องปรับลดลงจากเดิมที่ตั้งเป้าเติบโต 4-6% ซึ่งจะปรับให้สอดคล้องกับการคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจไทย (GDP) ที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับ GDP ไทยลดลงมาเป็นติดลบ 5% ในปี 63 หากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 สิ้นสุดในเดือนมิ.ย.ที่จะถึงนี้ ซึ่งการปรับเป้าหมายใหม่ของธนาคารจะชัดเจนในช่วงไตรมาส 2/63
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
KBANK ลูกค้า SME แห่ปรับโครงสร้างหนี้ 1 พันราย/สัปดาห์ เล็งหั่นเป้าสินเชื่ออีกครั้ง! 01/04/63
ปัจจุบันมีลูกค้าที่เข้ามาขอปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคารอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 1,000 ราย/สัปดาห์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าเอสเอ็มอีที่มีการลดกำลังการผลิตสินค้าลง และส่งผลมาถึงความต้องการสินเชื่อที่ลดลงตามไปด้วย โดยเป้าหมายสินเชื่อเอสเอ็มอีในปี 63 ที่ตั้งไว้เติบโต 1-3% อาจจะต้องมีการพิจารณาปรับเป้าหมายใหม่อีกครั้ง จากความต้องการสินเชื่อชะลอตัว
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
เคาะ KBANK 22/01/63
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK กำไรปี 62 ทรงตัว 3.87 หมื่นลบ. 21/01/63
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
เก็งงบKBANK-KTB ลุ้นกำไรQ4โตสนั่น รายได้ค่าฟี-ดบ.พุ่ง 20/01/63
บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระบุว่า คาดกำไรสุทธิ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK สำหรับไตรมาส 4/2562 ที่ 8,060 ล้านบาท อ่อนตัว 19% จากไตรมาสก่อน แต่ยังเติบโต 15% จากปีก่อน โดยมีประเด็นสำคัญคือ 1.คาดรายได้ดอกเบี้ยสุทธิค่อนข้างทรงตัว โดยสินเชื่ออาจเติบโตได้ไม่มาก 2.รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิอาจเติบโตได้ราว 3% จากไตรมาสก่อน จากการขายประกันและกองทุนรวมในช่วงปลายปี
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK เบื้องหลังปันผล SVI 16/12/62
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
KBANK 06/12/62
ธนาคารประกาศเป้าหมายทางการเงินปี 63 โดยตั้งเป้าการเติบโตเงินให้สินเชื่อรวมที่ 4-6% แบ่งเป็นสินเชื่อธุรกิจลูกค้าบรรษัทเติบโต 2-4% สินเชื่อธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการเติบโต 1-3% และสินเชื่อลูกค้าบุคคลเติบโต 9-11% อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net Interest Margin:NIM) อยู่ที่ 3.1-3.3% อัตราการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ -5 ถึง -17% ในส่วนของคุณภาพสินทรัพย์ คาดว่ามีสัดส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวม (NPL Ratio Gross) ที่ 3.6-4.0%
-
thunhoon
KBANK 06/12/62
ธนาคารประกาศเป้าหมายทางการเงินปี 63 โดยตั้งเป้าการเติบโตเงินให้สินเชื่อรวมที่ 4-6% แบ่งเป็นสินเชื่อธุรกิจลูกค้าบรรษัทเติบโต 2-4% สินเชื่อธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการเติบโต 1-3% และสินเชื่อลูกค้าบุคคลเติบโต 9-11% อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net Interest Margin:NIM) อยู่ที่ 3.1-3.3% อัตราการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ -5 ถึง -17% ในส่วนของคุณภาพสินทรัพย์ คาดว่ามีสัดส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวม (NPL Ratio Gross) ที่ 3.6-4.0%
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
“หุ้นแบงก์” โบรกชี้ IFRS9 ไม่กระทบ, แต่หั่นดอกเบี้ยนโยบายกดดัน ปรับลดประมาณการกำไรปี 63/64 ลง 8%/7% 03/12/62
ปรับลดประมาณการกำไรปี 2563/64 ลง 8%/7% ฝ่ายวิจัยปรับลดประมาณการกำไรลง ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากการปรับลดประมาณการรายได้ลงเนื่องจากมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่าเรื่องของการนำมาตรฐานบัญชีมาใช้ IFRS9 ซึ่งเมื่อพิจารณาทุกประเด็นแล้ว คาดว่ากำไรของกลุ่มธนาคารจะลดลงประมาณ -8% โดย Bangkok Bank (BBL.BK/BBL TB)* จะลดลง -12%, KBANK -11%, Krung Thai Bank (KTB.BK/KTB TB)* -5%, SCB +1.3% นอกจากนี้ เรายังปรับลดสมมติฐานอัตราการเติบโตของสินเชื่อของธนาคารใหญ่ลงจากเดิมที่ 8% เหลือ 4% และของธนาคารเล็กเหลือใกล้ 0 ในขณะที่ยังคงสมมติฐาน credit cost เอาไว้ใกล้เคียงของเดิม
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
หุ้นแบงก์บนทางที่ต้องเลือก ซื้อหรือขาย… 28/10/62
สถานการณ์ล่าสุด หลังผู้บริหารธนาคารกสิกรไทย ออกมาเปิดเผยว่า ธนาคารได้วางเป้าหมายทางการเงินปี 2563 ต่ำกว่าปี 2562 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย โดย KBANK ตั้งเป้าสินเชื่อปี 2563 เติบโตได้น้อยลงที่ 4-6% จากเป้าสินเชื่อปี 2562 ที่ 5-7% ขณะที่เป้าของ NIM 3.1 – 3.3% อ่อนตัวลงจากปี 62 ที่ 3.3 – 3.5% ตามดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในแนวโน้มขาลงโดยธนาคารคาดว่ากนง.จะปรับลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง 0.25% ในปีนี้และคาดมีการปรับลดดอกเบี้ยต่อในปีหน้า เป้ารายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยหดตัวมากขึ้นที่ -5% ถึง -17% เมื่อเทียบกับเป้าปี 2562 ที่ -5% ถึง -7% หลักๆมาจากผลของการบันทึกบัญชีตามเกณฑ์ TFRS9
-
thunhoon
-
thunhoon
โบรกฯ แห่ลดราคาเป้าหมายหุ้น KBANK ประเมินกำไรปี 63 มีแนวโน้มลดลง 25/10/62
ขณะที่เรามีมุมมองเป็นลบจากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ (24 ต.ค.) หลังจากที่ผู้บริหารประกาศปรับลดเป้าหมายการเติบโตในปี 2563 ซึ่งต่ำกว่าที่เรา และ consensus ประมาณการไว้เดิมมาก ทำให้เรามีการปรับประมาณการกำไรสุทธิ 2563 ลง -12% จากการปรับการเติบโตของสินเชื่อลดลงเหลือ 3% จากเดิมที่ 6% และปรับ NIM ลงเหลือ 3.17% เดิม 3.33% สะท้อนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลง
-
thunhoon
KBANKยอมรับถดถอย เล็งTCAP-KKPยังแกร่ง 25/10/62
ขณะที่เทียบกับเป้าหมายของปี 2562 ที่ KBANK กำหนดไว้ สินเชื่อรวมเติบโตที่ 5-7% NIM อยู่ที่ 3.3-3.5% และ NPL Ratio Gross อยู่ที่ 3.3-3.7% เติบโต 9-11% อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net Interest
-
thunhoon
KBANK ตั้งเป้าสินเชื่อรวมปี 63 โต 4-6%, NIM 3.1-3.3%,NPL 3.6-4.0% 24/10/62
สำนักข่าว “ทันหุ้น” รายงานว่า ธนาคารกสิกรไทย มองปี 2563 ปัจจัยท้าทายกดดันเศรษฐกิจไทยต่อเนื่อง เดินหน้าสร้างบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งชีวิตและธุรกิจ มุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุน และเพิ่มการปล่อยสินเชื่อรายย่อย ด้วยการใช้ศักยภาพด้านการวิเคราะห์ข้อมูลตั้งเป้าหมายสินเชื่อรวมเติบโต 4-6%
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK ประกาศกำไรไตรมาส 3 โต 2% เฉียดระดับหมื่นลบ.ตามคาด 21/10/62
โดยผลการดำเนินงานในไตรมาสดังกล่าวเพิ่มขึ้นเนื่องจากบริษัทมีรายได้ดอกเบี้ย และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/61 ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/62 เติบโตจากไตรมาส 2/62 เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 326 ล้านบาท และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจำนวน 2,139 ล้นบาท หรือ 15.68% ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้จากการจำหน่ายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น
-
kaohoon
KBANK เปิดตัวเครื่องแลกเงินอัตโนมัติ 21/10/62
-
thunhoon
เคาะไป คุยไป KBANK 16/10/62
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
KBANKวูบรอบ10ปี มูลค่าถูกรอฟื้นปีหน้า 07/10/62
ส่วนผลประกอบการไตรมาส 4/2562 มีมุมมองเชิงระมัดระวังต่อเศรษฐกิจไทย ที่ยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจน ทำให้คาดการปล่อยสินเชื่อของ KBANK จะไม่โดดเด่นนัก แม้จะเป็นช่วงไฮซีซั่น และมีความเสี่ยงที่ผู้บริหารจะปรับลดเป้าสินเชื่อลงจากเดิมที่ตั้งไว้ทั้งปีโต 5-7% ซึ่งฝ่ายวิจัยหยวนต้าคาดว่าจะโต 3.8% ดังนั้นจึงคาดว่ากำไรสุทธิทั้งปี 2562 อยู่ที่ 39,331 ล้านบาท เติบโต 2.3% จากปีก่อน
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
เคาะไป คุยไป – เคาะ KBANK 06/09/62
เราเริ่มมีมุมมองบวกต่อ KBANK มากขึ้นจากการฟื้นตัวของรายได้ที่จะฟื้นตัวกลับมาในกรอบของ KBANK ที่ตั้งไว้ โดยการเพิ่มรายได้ดอกเบี้ยจะเน้นการเพิ่มพอร์ทสินเชื่อ Personal loan ที่ไม่มีหลักประกันเนื่องจากมี Yield ที่สูงกว่า และจะใช้ช่องทางผ่าน K Plus และพันธมิตรเช่น GRAB,LINE และ PTT ในการหาลูกค้า โดยเราว่าจะสร้างการเติบโตของสินเชื่อปีนี้ได้ 4.5-5% รวมถึงการบริหารจัดการ NPL เอง (กรณีเห็นสัญญาณการกลับมาของหนี้เสีย หากไม่มีสัญญาณดังกล่าวจะทำการ Write-off แทน เพื่อสร้าง Balance sheet ที่สะอาดมากขึ้น) แทนการขายออกไป ที่จะส่งผลให้ NIM จะขยับขึ้น
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
thunhoon
เคาะ KBANK 05/08/62
เราเริ่มมีมุมมองบวกต่อ KBANK มากขึ้นจากการฟื้นตัวของรายได้ที่จะฟื้นตัวกลับมาในกรอบของ KBANK ที่ตั้งไว้ โดยการเพิ่มรายได้ดอกเบี้ยจะเน้นการเพิ่มพอร์ทสินเชื่อ Personal loan ที่ไม่มีหลักประกันเนื่องจากมี Yield ที่สูงกว่า และจะใช้ช่องทางผ่าน K Plus และพันธมิตรเช่น GRAB,LINE และ PTT ในการหาลูกค้า โดยเราว่าจะสร้างการเติบโตของสินเชื่อปีนี้ได้ 4.5-5% รวมถึงการบริหารจัดการ NPL เอง (กรณีเห็นสัญญาณการกลับมาของหนี้เสีย หากไม่มีสัญญาณดังกล่าวจะทำการ Write-off แทน เพื่อสร้าง Balance sheet ที่สะอาดมากขึ้น) แทนการขายออกไป ที่จะส่งผลให้ NIM จะขยับขึ้น
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
เคาะ KBANK 21/06/62
เราคาดการณ์ผลประกอบการ 2Q62 ทรงตัว QoQแต่ขยายตัว YoY จากมีฐานของรายได้ Non-NII ใกล้เคียงกัน และมีปัจจัยสนับสนุนอย่างรายได้ NII ที่ขยับตัวขึ้นจากสินเชื่อธุรกิจและรายย่อยที่เติบโต พร้อมกับการตั้ง provision ที่ลดลง สะท้อนผ่าน credit cost ที่มีแนวโน้มเป็นขาลง อย่างไรก็ตามเราอาจเห็นการตั้งสำรองตาม พรบ.คุ้มครองแรงงานใหม่ใน 2Q62 กดดันให้ผลประกอบการทรงตัว QoQส่วนประมาณการกำไรสุทธิปี 2562 ยังคงอยู่ที่ 3.85 หมื่นล้านบาท ทรงตัว 0.1%YoY จากความท้าทายหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มหดตัวแต่อยู่ในอัตราที่ต่ำกว่าปีก่อนเล็กน้อยที่หดตัวไปกว่า 9.2% (ปีนี้คาดหดตัว 7%) มาจาก 3 ปัจจัยหลักคือ 1. รายได้ค่าธรรมเนียมที่หดตัวลงจากการที่ลูกค้ามาใช้ช่องทางดิจิทัลมากขึ้น 2. รายได้ธุรกิจประกันภัยที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง และ 3.ฐานที่สูงของรายได้จากเงินลงทุนขณะที่การเติบโตของสินเชื่อปีนี้ตั้งเป้าขยายตัว 5.5%YTD โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อรายย่อยที่จะเป็นตัวช่วยการเติบโตของสินเชื่อแต่เรายังมองว่าสินเชื่อ SME ยังคงน่าเป็นห่วงเนื่องจากยังมีความเปราะบางในกลุ่ม real sector และประเด็นการจัดการบริหารหนี้เสียเองที่จะส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของ NPL ratio ในระยะสั้นแต่จะเพิ่ม Yield ได้ในระยะยาว
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
เคาะไป คุยไป KBANK 10/04/62
ยอดสินเชื่อสะสม 2M62 ที่ขยายตัว 0.3%YTD เรามองว่าเป็นผลของที่ไตรมาสนี้จะมีการเห็นตัวเลขของ NPLs ที่เพิ่มขึ้นจากการบริหารหนี้เสียเอง เราคาดการณ์ NPL ratio ปีนี้ที่ 3.6-3.7% โดยเรามองว่าจะเป็นการเพิ่ม loan yield มากขึ้น ส่วนหนึ่งเรามองว่าKBANK เองได้เริ่มมารุกสินเชื่อไม่มีหลักประกันเพราะมองว่าเป็นกลุ่มสินเชื่ออัตราลตอบแทนสูงชดเชยการสูญเสียรายได้ค่าธรรมเนียมหลังยกเว้นค่าธรรมเนียมธุรกรรมออนไลน์ อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยกดดันผลประกอบการไตรมาสนี้อย่างรายได้ค่าธรรมเนียมจากกการ migrate พฤติกรรมลูกค้ามาใช้ digital banking มากขึ้นและคาดว่าจะมีการตั้งสำรอง employee benefit ตาม พรบ. แรงงานใหม่กดดันในไตรมาสนี้ด้วยเช่นกันโดยด้านปัจจัยพื้นฐานเราเราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายใหม่ปี 2562 ที่ 220 บาท จากความกังวลรายได้ค่าธรรมเนียมที่หดตัวเกินคาด แต่ยังมีปัจจัยบวกด้านการเติบโตของสินเชื่อขนาดใหญ่ที่เกี่ยวกับ infrastructure ต่อเนื่อง ด้าน valuation ปัจจุบันราคามีความน่าสนใจโดยเราใช้ Justifies PBV ที่ 1.30 เท่า (LT-ROE 10.5%) อิงกับค่าเฉลี่ย PBV –1S.D.
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
KBANKแย้มผลงานQ1โต ไม่หวั่นคุมสินเชื่อรถยนต์ 02/04/62
นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK กล่าวว่า สินเชื่อของธนาคารในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ก็ยังเติบโตได้แต่อาจจะยังอยู่ในอัตราที่ไม่สูงนัก ซึ่งเป็นปกติของช่วงต้นปีที่จะชะลอหลังจากเร่งตัวในช่วงปลายปี แต่ก็จะค่อยๆเร่งในระยะต่อไป โดยธนาคารกสิกรไทยยังคงเป้าหมายสินเชื่อเติบโตที่ตั้งไว้ 5-7% ขณะที่หนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นยังไม่กระทบต่อการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร อัตราการปฏิเสธสินเชื่อของธนาคารยังอยู่ในระดับเดิม เนื่องจากธนาคารมีฐานข้อมูลที่ดี ส่งผลให้สามารถเข้าถึงลูกค้าถูกกลุ่ม
-
thunhoon
เคาะ KBANK 29/03/62
ราคาของ KBANK ปรับตัวลงต่ำสุดกว่า 2.6% สวนทางกับยอดสินเชื่อสะสม 2M62 ที่ขยายตัว 0.3%YTD เรามองว่าเป็นผลของที่ไตรมาสนี้จะมีการเห็นตัวเลขของ NPLs ที่เพิ่มขึ้นจากการบริหารหนี้เสียเอง เราคาดการณ์ NPL ratio ปีนี้ที่ 3.6-3.7% โดยเรามองว่าจะเป็นการเพิ่ม loan yield มากขึ้น อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยกดดันผลประกอบการไตรมาสนี้อย่างรายได้ค่าธรรมเนียมจากกการ migrate พฤติกรรมลูกค้ามาใช้ digital banking มากขึ้นและคาดว่าจะมีการตั้งสำรอง employee benefit ตาม พรบ. แรงงานใหม่กดดันในไตรมาสนี้ด้วยเช่นกันโดยด้านปัจจัยพื้นฐานเราเราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายใหม่ปี 2562 ที่ 220 บาท upside 20% จากความกังวลรายได้ค่าธรรมเนียมที่หดตัวเกินคาด แต่ยังมีปัจจัยบวกด้านการเติบโตของสินเชื่อขนาดใหญ่ที่เกี่ยวกับ infrastructure ต่อเนื่อง ด้าน valuation ปัจจุบันราคามีความน่าสนใจโดยเราใช้ Justifies PBV ที่ 1.30 เท่า (LT-ROE 10.5%) อิงกับค่าเฉลี่ย PBV –1S.D.
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
เคาะ KBANK 08/03/62
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายใหม่ปี 2562 ที่ 220 บาท upside 20% จากความกังวลรายได้ค่าธรรมเนียมที่หดตัวเกินคาด แต่ยังมีปัจจัยบวกด้านการเติบโตของสินเชื่อขนาดใหญ่ที่เกี่ยวกับ infrastructure ต่อเนื่อง ด้าน valuation ปัจจุบันราคามีความน่าสนใจโดยเราใช้ Justifies PBV ที่ 1.30 เท่า (LT-ROE 10.5%) อิงกับค่าเฉลี่ย PBV –1S.D. และยังคาดการณ์จ่ายเงินปันผลงวด 2H61 อีก 3.5 บาท/หุ้น รวมทั้งปี 4.00 บาท/หุ้น
-
kaohoon
-
thunhoon
-
thunhoon
-
thunhoon
เคาะ KBANK 26/02/62
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายใหม่ปี 2562 ที่ 220 บาท upside 20% จากความกังวลรายได้ค่าธรรมเนียมที่หดตัวเกินคาด แต่ยังมีปัจจัยบวกด้านการเติบโตของสินเชื่อขนาดใหญ่ที่เกี่ยวกับ infrastructure ต่อเนื่อง ด้าน valuation ปัจจุบันราคามีความน่าสนใจโดยเราใช้ Justifies PBV ที่ 1.30 เท่า (LT-ROE 10.5%) อิงกับค่าเฉลี่ย PBV –1S.D. และยังคาดการณ์จ่ายเงินปันผลงวด 2H61 อีก 3.5 บาท/หุ้น รวมทั้งปี 4.00 บาท/หุ้น
-
kaohoon
-
thunhoon
เคาะ KBANK 12/02/62
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายใหม่ปี 2562 ที่ 220 บาท upside 20% จากความกังวลรายได้ค่าธรรมเนียมที่หดตัวเกินคาด แต่ยังมีปัจจัยบวกด้านการเติบโตของสินเชื่อขนาดใหญ่ที่เกี่ยวกับ infrastructure ต่อเนื่อง ด้าน valuation ปัจจุบันราคามีความน่าสนใจโดยเราใช้ Justifies PBV ที่ 1.30 เท่า (LT-ROE 10.5%) อิงกับค่าเฉลี่ย PBV –1S.D. และยังคาดการณ์จ่ายเงินปันผลงวด 2H61 อีก 3.5 บาท/หุ้น รวมทั้งปี 4.00 บาท/หุ้น
-
kaohoon
-
kaohoon
KBANK ยุคใหม่ 29/01/62
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon
-
kaohoon