บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
KBANK: กำไร Q1/26 แกร่งเกินคาด! โบรกฯ PI ชี้เป้า 212 บาท มองปันผลเด่น
P/E 9.18 YIELD 7.11 ราคา 197.00 (0.00%)
PI ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย KBANK เป็น 212 บาท หลังกำไร Q1/26 โตแรง แต่ยังคงความกังวลเศรษฐกิจกดดันคุณภาพสินเชื่อ
ไฮไลท์สำคัญ
- PI คงคำแนะนำ "ซื้อ" KBANK ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 212 บาท จากเดิม 210 บาท
- กำไรสุทธิ Q1/26 แข็งแกร่งที่ 14.7 พันล้านบาท (+6% YoY, +43% QoQ)
- ธนาคารยังคงมีความท้าทายด้านเศรษฐกิจ ที่เป็นแรงกดดันต่อคุณภาพสินเชื่อและภาระสำรองหนี้ฯ
- คาดการณ์กำไรปี 2569 ปรับลดลง 1% YoY ก่อนที่จะกลับมาขยายตัว 5% ในปี 2570
- คาดการณ์จ่ายเงินปันผล 12 บาท ในปี 2569-2570 คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 6.6%
ผลการดำเนินงาน Q1/26
กำไรสุทธิ Q1/26 ของ KBANK ออกมาแข็งแกร่งที่ 14.7 พันล้านบาท เติบโต 6% YoY และ 43% QoQ สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ 20% เนื่องจากมีรายการพิเศษจากค่าชดเชยมูลค่าเงินลงทุน 1.45 พันล้านบาท ปัจจัยหนุนหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง และสำรองหนี้ฯ ที่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม สินเชื่อรวมลดลง 1.1% QoQ จากการลดลงของสินเชื่อเพื่อการค้ำประกันระหว่างประเทศและสินเชื่อรายย่อย ในขณะที่คุณภาพสินเชื่อโดยรวมยังทรงตัว โดย NPL ratio อยู่ที่ 3.2% และ coverage ratio เพิ่มขึ้นเป็น 171.7%
NIM ลดลงมาอยู่ที่ 3% (-48 bps YoY, -12 bps QoQ) เนื่องจากการลดลงของอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ แม้ว่าต้นทุนทางการเงินจะปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง
ข้อสังเกตและประมาณการ
- ธนาคารปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทย เหลือ 1.2% (เดิม 1.5%) จากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
- ยังคงเป้าหมาย Credit cost ไม่เกิน 160 bps ในปี 2569 แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพสินเชื่อของลูกค้า SME และสินเชื่อบริษัทขนาดใหญ่บางกลุ่ม
- ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-70 เพิ่มขึ้น 2% จากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น แต่ปรับสมมติฐาน Credit cost เพิ่มขึ้น 10 bps เป็น 155-150 bps
สรุป
PI ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" KBANK โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 212 บาท อิงจากวิธี GGM (ROE 8.2%, TG 2%) และ PBV’26E ที่ 0.8 เท่า แม้ว่าผลการดำเนินงานใน Q1/26 จะออกมาแข็งแกร่ง แต่ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินเชื่อในอนาคต อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงมีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยลดความผันผวนของราคาหุ้นได้ในภาวะที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน