7/33

เดือนนี้ / เดือนก่อน

100/229

ปีนี้ / ปีก่อน

  • set
  • kaohoon

    KKP แนะซื้อ SAWAD เป้า 30 บาท รับกำไรไตรมาส 1 โตแตะ 1.34 พันลบ. 18/05/69

    บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ของ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ออกมาตามที่ตลาดและนักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยสะท้อนภาพรวมธุรกิจที่กำลังกลับเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง (Recovery on track) ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น SAWAD โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 30.00 บาท จากราคาปัจจุบันที่ระดับ 22.30 บาท สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 1/2569 SAWAD รายงานกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.34 พันล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโตร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้ หากไม่รวมผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าสินทรัพย์ตามราคาตลาด (MTM) จากหุ้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI จำนวน 5 ล้านบาท SAWAD จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 1.35 พันล้านบาท โดยปัจจัยหนุนหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตมาจากการลดลงของผลขาดทุนจากการขายรถยึด, การตั้งสำรองที่ลดลง, ประสิทธิภาพการติดตามหนี้ที่ดีขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวลดลง ซึ่งกำไรสุทธิในไตรมาสดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 23 ของประมาณการกำไรทั้งปี ด้านยอดสินเชื่อรวมของกลุ่มบริษัทกลับมาขยายตัวได้ร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และร้อยละ 0.1 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นการกลับมาเติบโตเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส โดยพบว่าสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ของ บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) หรือ SCAP เริ่มทรงตัวได้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนสัญญาณการหดตัวของพอร์ตที่ใกล้จะสิ้นสุดลง ขณะที่สินเชื่อจำนำทะเบียนรถสามารถขยายตัวในอัตราที่เร่งขึ้น โดยเติบโตถึงร้อยละ 8.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (เทียบกับระดับร้อยละ 6.7 ในไตรมาส 4/2568) ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดว่าเมื่อแรงกดดันจาก SCAP หมดไป จะเห็นการเติบโตของสินเชื่อรวมทั้งกลุ่มที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อรวมในปี 2569 ไว้ที่ระดับร้อยละ 6

  • set
  • set
  • set
  • set
  • kaohoon

    “มอร์แกน สแตนลีย์- KKP” เชียร์ซื้อ TOP งบ Q1แกร่งเกินคาด เคาะเป้า 58 บาท 12/05/69

    บริษัทหลักทรัพย์ มอร์แกน สแตนลีย์ เปิดเผยบทวิเคราะห์เกี่ยวกับ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP คงคำแนะนำ “Overweight” พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 58 บาท หลังผลประกอบการไตรมาส 1/2569 แข็งแกร่งกว่าคาด และมีการปรับเปลี่ยนแนวทางจัดหาน้ำมันดิบเพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุน รายงานระบุว่า ในไตรมาส 1/2569 สัดส่วนการนำเข้าน้ำมันดิบของไทยออยล์ 91% มาจากตะวันออกกลาง แต่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในเดือนเมษายน-พฤษภาคม เหลือเพียง 34-35% ของปริมาณนำเข้าต่อเดือน ขณะที่การนำเข้าจากเอเชียตะวันตกเพิ่มขึ้นเป็น 26-52% จากเดิมเพียง 1% ในไตรมาสแรก นอกจากนี้ บริษัทเพิ่มการนำเข้าน้ำมันดิบจากอเมริกาใต้และอเมริกาเหนือในเดือนพฤษภาคม คิดเป็น 20% และ 15% ตามลำดับ สะท้อนการกระจายแหล่งจัดหาเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารต้นทุน

  • iaa
  • kaohoon
  • iaa