KKP
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 4 ปี 2568

สรุปสั้น

ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล


ผู้เขียน

สรุปด้วย AI(O) BOT

**สรุปผลประกอบการของ หุ้น KKP บริษัท ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ไตรมาส 4/2568**

**สรุปสั้น:**
ธนาคารเกียรตินาคินภัทรและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิรวม 1,772 ล้านบาทในไตรมาส 4/2568 เพิ่มขึ้น 22.1% จากไตรมาส 4/2567 กำไรที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากการลดลงของผลขาดทุนจากการขายรถยึดและผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงสถานการณ์คุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้น รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและธุรกิจ Dime! ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับลดลงเนื่องจากการชะลอตัวของสินเชื่อตามมาตรการบริหารคุณภาพสินเชื่อ อัตราส่วนสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 4.3% สำหรับปี 2568 และอัตราส่วนการตั้งสำรองต่อสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ที่ 137.2% (หน้า 5)

**เศรษฐกิจ:**
เศรษฐกิจไทยในปี 2568 ชะลอตัวลง โดยคาดว่าจะขยายตัวได้ 2.0% ปัจจัยกดดันหลักมาจากการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลง, ความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมที่ลดลง, และการหดตัวของสินเชื่อภาคธนาคาร กนง. ได้ทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาอยู่ที่ 1.25% ณ สิ้นปี 2568 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและลดแรงกดดันต่อธุรกิจขนาดเล็กและครัวเรือนรายได้น้อย ตลาดรถยนต์ขยายตัวเล็กน้อย แต่ตลาดรถยนต์ใช้แล้วยังคงเผชิญกับความท้าทาย ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET index) ปรับลดลง 10.0% ปิดที่ 1,259.67 จุด (หน้า 2-3)

**การเปลี่ยนแปลงของกำไร:**
กำไรสุทธิสำหรับปี 2568 ปรับเพิ่มขึ้น 17.5% เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยหลักมาจากการลดลงของผลขาดทุนจากการขายรถยึดและผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้น 18.2% จากการเติบโตของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและธุรกิจ Dime! รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับลดลง 13.1% เนื่องจากการชะลอตัวของสินเชื่อและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลง (หน้า 4)

**สินเชื่อและสัดส่วน:**
ปริมาณสินเชื่อโดยรวม ณ สิ้นปี 2568 ปรับตัวลดลง 6.7% จากปีก่อนหน้า อัตราส่วนสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 4.3% ธนาคารยังคงดำเนินการอย่างระมัดระวังในการพิจารณาตั้งสำรองในระดับที่เหมาะสม โดยมีการสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสำหรับปี 2568 เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 3,693 ล้านบาท (หน้า 4)

**ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสการลงทุน:**
ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ สินเชื่อภาคธนาคารเติบโตติดลบต่อเนื่อง, หนี้เสียในภาคธนาคารเร่งตัวขึ้น, ความเสี่ยงจากนโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์, ความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ, และการผลิตภาคอุตสาหกรรมติดลบ โอกาสในการลงทุน ได้แก่ การร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ Goldman Sachs Asset Management เพื่อยกระดับศักยภาพด้านธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (หน้า 3)

**สรุปสั้นท้ายสุด:**
ปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อรายได้และกำไรในช่วงรายงาน ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงของ NIM, สินเชื่อ (จำนวนและสัดส่วนสินเชื่อสูงสุด), NPL, และ Coverage Ratio การลดลงของผลขาดทุนจากการขายรถยึดและผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงเนื่องจากการชะลอตัวของสินเชื่อ ธนาคารมีการจัดการความเสี่ยงโดยการตั้งสำรองในระดับที่เหมาะสมและมุ่งเน้นการขยายสินเชื่อไปในประเภทที่มีคุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้น (หน้า 4-5)


0.00 %

รายได้รวม
6,602.28 ล้านบาท
127.02ล้านบาท
(1.89%)
ไตรมาสก่อนหน้า
210.27ล้านบาท
(3.09%)
ช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
กำไรขั้นต้น
20,898.83 ล้านบาท
220.62ล้านบาท
(1.04%)
ไตรมาสก่อนหน้า
1,389.16ล้านบาท
(6.23%)
ช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
316.54 ล้านบาท
2.70ล้านบาท
(0.86%)
ไตรมาสก่อนหน้า
10.62ล้านบาท
(3.25%)
ช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
ค่าใช้จ่ายรวม
5,623.52 ล้านบาท
172.94ล้านบาท
(2.98%)
ไตรมาสก่อนหน้า
401.35ล้านบาท
(6.66%)
ช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
85.18 %
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
กำไรสุทธิ
1,772.01 ล้านบาท
102.13ล้านบาท
(6.12%)
ไตรมาสก่อนหน้า
366.38ล้านบาท
(26.07%)
ช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
อัตรากำไรสุทธิ(%)
26.84 %
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
D/E
6.49 เท่า
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล