71/

เดือนนี้ / เดือนก่อน

71/1026

ปีนี้ / ปีก่อน

  • kaohoon

    SCB EIC เตือนเศรษฐกิจไทยปี 69 แผ่ว แรงกระตุ้นรัฐถดถอย-ส่งออกเสี่ยงหด 30/01/69

    ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) ประเมินว่า แรงส่งหลักของเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลงในปี 2569 แม้ภาคการท่องเที่ยวจะทยอยฟื้นตัวและช่วยพยุงเศรษฐกิจได้บางส่วน โดยในช่วงต้นปีเศรษฐกิจไทยยังได้รับแรงสนับสนุนจากเม็ดเงินภาครัฐ ตามมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายและงบผูกพันรอเบิกจ่ายที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ดี แรงส่งดังกล่าวอาจแผ่วลงจากการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล SCB EIC ระบุว่า ความเชื่อมั่นภาคเอกชนปรับดีขึ้นชั่วคราวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่ในระยะข้างหน้ายังเผชิญแรงกดดันจากรายได้แรงงานที่ฟื้นตัวช้า ระดับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และภาวะการเงินที่ตึงตัวจากสินเชื่อภาคเอกชนซึ่งยังคงหดตัวเป็นวงกว้าง ด้านภาคการส่งออก มีแนวโน้มหดตัวในปี 2569 หลังจากขยายตัวสูงในปี 2568 โดยได้รับผลกระทบจากความชัดเจนของมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ และการแข่งขันในตลาดโลกที่รุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังมีแรงพยุงจากการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพจากยุโรป อินเดีย และสหรัฐฯ ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวจากการเพิ่มเส้นทางบินใหม่

  • mitihoon

    SCB EIC ชี้ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์โลกและไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาลใหม่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2569 30/01/69

    มิติหุ้น – Key highlights · SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะโตต่ำเพียง 1.5% โดยเฉพาะช่วงครึ่งแรกของปีที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวในอัตราต่ำกว่า 1% และมีความเสี่ยงสำคัญจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์โลกและความไม่แน่นอนทางการเมือง o แรงส่งเศรษฐกิจหลักของไทยจะแผ่วลง จากเม็ดเงินสนับสนุนของรัฐที่ลดลงในช่วงรัฐบาลรักษาการ การส่งออกมีแนวโน้มหดตัวจากภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่จะส่งผลชัดเจนขึ้น และการแข่งขันโลกที่สูงขึ้นท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์โลกเร่งตัว

  • kaohoon

    SCB Financial Markets คาดกรอบเงินบาท 31.30-31.55 บ./ดอลลาร์ 30/01/69

    กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.30-31.55 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทอ่อนค่าตามราคาทองคำที่ผันผวนแรงช่วงข้ามคืน และดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นจากการอ่อนค่าของสกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น AUD และ NZD ไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องจับตาว่าแทรกแซงค่าเงิน ตามรายงานของกระทรวงคลังสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และวุฒิสมาชิกเดโมแครต บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อหลีกเลี่ยง Government shutdown โดยจะจัดสรรงบให้กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อเจรจาเรื่องการจำกัดการบุกจับผู้อพยพ

  • mitihoon

    กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ค่าเงินบาทประจำวันที่ 30 มกราคม 2569 30/01/69

    มิติหุ้น – Market update by SCBFM: 30 มกราคม 2569 ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง Web : https://www.mitihoon.com/ Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770 Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

  • mitihoon

    SCB ชี้โลกการเงินเปราะบาง ศก.กดดันสภาพคล่อง 29/01/69

    มิติหุ้น – SCB ชี้ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ เพิ่มความไม่แน่นอนระบบเศรษฐกิจโลก ทำตลาดการเงินเสี่ยง กดดันสภาพคล่องลดลง นายศรชัย สุเนต์ตา CFA รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Wealth & Investment Product ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า การแตกขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ กำลังเพิ่มความไม่แน่นอนให้แก่ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค และส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินทรัพย์ในตลาดการเงิน และกำลังกลายเป็นปัจจัยถาวร ซึ่งกำหนดบริบทของเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกมากกว่าที่จะส่งผลเฉพาะต่อความผันผวนระยะสั้น รวมทั้งปัจจัยดังกล่าวยังส่งผลต่อสภาพคล่องในตลาดจนหดตัวลดลง ทำให้ภาวะตลาดการเงินในปัจจุบันมีความเปราะบาง ทั้งด้านโครงสร้าง และกลไกของตลาด และมีความอ่อนไหวต่อข้อมูลเศรษฐกิจมากขึ้น

  • thunhoon

    SCB CIO ชี้ดอกเบี้ยบทบาทลด จับตานโยบายคลัง ชูธีม AI ยังเด่น 29/01/69

    #ทันหุ้น –SCB CIO มองนโยบายการเงินมีแนวโน้มส่งผลต่อการลงทุนลดลงในช่วง 1Q2569 หลังการดำเนินนโยบายเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ โดยคาดว่าธนาคารกลางหลักอย่าง Fed ECB และ BoJ จะยังไม่ปรับอัตราดอกเบี้ยในไตรมาสแรก ทำให้ภาพการลงทุนขึ้นอยู่กับนโยบายการคลังเป็นหลัก โดยคาดว่าตลาดจะมีความผันผวนมากขึ้น จากตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศรายวัน ส่วนการแตกขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ มีบทบาทในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกเพิ่มขึ้น แนะนำนักลงทุนวางแผนเพื่อรับมือสถานการณ์ SCB CIO มองว่าความขัดแย้งสหรัฐฯ-เวเนซุเอลาส่งผลกระทบจำกัดต่อเศรษฐกิจ เงินเฟ้อและราคาน้ำมันโลก  ในกรณีที่เหตุการณ์ไม่ลุกลาม โดยคงมุมมองบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง เน้นการลงทุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในธีม AI  และคัดเลือกลงทุนในตลาดเกิดใหม่ (EM) โดยเฉพาะตลาดที่ได้รับประโยชน์จากการเป็นห่วงโซ่อุปทาน AI  รวมถึงแนะนำลงทุนพันธบัตรรัฐบาลหุ้นกู้คุณภาพสูงระยะสั้นของสหรัฐฯ และREITs เพื่อสร้างกระแสเงินสด พร้อมลงทุนทองคำ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ส่วนกรณีรับความเสี่ยงได้ปานกลางถึงสูง แนะนำลงทุนพอร์ตเสริมด้วยกองทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐฯ และจีน กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ กลุ่มพลังงานยั่งยืน และกลุ่มเฮลท์แคร์ นายศรชัย สุเนต์ตา, CFA รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Wealth & Investment Product ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า SCB CIO ได้แลกเปลี่ยนมุมมองการลงทุนกับ BlackRock ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนระดับโลก โดยประเมินว่า ในปี 2569 อัตราดอกเบี้ยนโยบายของกลุ่มประเทศหลักเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น โดยทิศทางการลดดอกเบี้ยนโยบายได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในปี 2568 ทำให้นโยบายการเงินส่งผลต่อการลงทุนลดลงเมื่อเทียบกับปี 2568 ทั้งนี้ ตลาดคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยทั้งหมด 2 ครั้งในปี 2569  โดยคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 3.00-3.25% ส่วนธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 2% ขณะที่ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) มีโอกาสขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 0.75% ไปอยู่ที่ 1% ภายในปี 2569 โดยตลาดคาดว่า ทั้ง Fed, ECB และ BoJ จะยังไม่เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งคาดว่านักลงทุนจะให้น้ำหนักกับปัจจัยอื่นมากกว่า โดยเฉพาะนโยบายการคลังและข้อมูลเศรษฐกิจ

  • mitihoon

    SCB CIO มองดอกเบี้ยส่งผลต่อการลงทุนลดลงมุ่งจับตานโยบายคลัง-ตัวเลขเศรษฐกิจ ชูหุ้นธีมAIยังเด่นพร้อมเสริมด้วยเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีจีน พลังงานยั่งยืนและเฮลท์แคร์ 29/01/69

    มิติหุ้น – SCB CIO มองนโยบายการเงินมีแนวโน้มส่งผลต่อการลงทุนลดลงในช่วง 1Q2569 หลังการดำเนินนโยบายเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ โดยคาดว่าธนาคารกลางหลักอย่าง Fed ECB และ BoJ จะยังไม่ปรับอัตราดอกเบี้ยในไตรมาสแรก ทำให้ภาพการลงทุนขึ้นอยู่กับนโยบายการคลังเป็นหลัก โดยคาดว่าตลาดจะมีความผันผวนมากขึ้น จากตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศรายวัน ส่วนการแตกขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ มีบทบาทในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกเพิ่มขึ้น แนะนำนักลงทุนวางแผนเพื่อรับมือสถานการณ์ SCB CIO มองว่าความขัดแย้งสหรัฐฯ-เวเนซุเอลาส่งผลกระทบจำกัดต่อเศรษฐกิจ เงินเฟ้อและราคาน้ำมันโลก ในกรณีที่เหตุการณ์ไม่ลุกลาม โดยคงมุมมองบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง เน้นการลงทุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในธีม AI และคัดเลือกลงทุนในตลาดเกิดใหม่ (EM) โดยเฉพาะตลาดที่ได้รับประโยชน์จากการเป็นห่วงโซ่อุปทาน AI รวมถึงแนะนำลงทุนพันธบัตรรัฐบาลหุ้นกู้คุณภาพสูงระยะสั้นของสหรัฐฯ และREITs เพื่อสร้างกระแสเงินสด พร้อมลงทุนทองคำ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ส่วนกรณีรับความเสี่ยงได้ปานกลางถึงสูง แนะนำลงทุนพอร์ตเสริมด้วยกองทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐฯ และจีน กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ กลุ่มพลังงานยั่งยืน และกลุ่มเฮลท์แคร์ นายศรชัย สุเนต์ตา, CFA รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Wealth & Investment Product ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า SCB CIO ได้แลกเปลี่ยนมุมมองการลงทุนกับ BlackRock ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนระดับโลก โดยประเมินว่า ในปี 2569 อัตราดอกเบี้ยนโยบายของกลุ่มประเทศหลักเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น โดยทิศทางการลดดอกเบี้ยนโยบายได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในปี 2568 ทำให้นโยบายการเงินส่งผลต่อการลงทุนลดลงเมื่อเทียบกับปี 2568 ทั้งนี้ ตลาดคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยทั้งหมด 2 ครั้งในปี 2569 โดยคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 3.00-3.25% ส่วนธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 2% ขณะที่ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) มีโอกาสขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 0.75% ไปอยู่ที่ 1% ภายในปี 2569 โดยตลาดคาดว่า ทั้ง Fed, ECB และ BoJ จะยังไม่เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งคาดว่านักลงทุนจะให้น้ำหนักกับปัจจัยอื่นมากกว่า โดยเฉพาะนโยบายการคลังและข้อมูลเศรษฐกิจ นโยบายการคลังมีบทบาทต่อทิศทางตลาดมากขึ้น โดยระดับการขาดดุลงบประมาณการคลังต่อ GDP ของแต่ละประเทศ ในช่วงปี 2565-2568 สูงกว่าช่วงก่อน Covid และคาดว่าจะยังเพิ่มสูงขึ้นในช่วงปี 2569-2570 ขณะที่ รัฐบาลจะเผชิญข้อจำกัดด้านการคลังจากระดับหนี้ภาครัฐฯ ต่อ GDP ที่สูง โดยเฉพาะ ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ส่งผลให้ความเสี่ยงของประเทศในระยะยาวสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนต้องการส่วนชดเชยความเสี่ยงจากการถือตราสารหนี้ระยะยาว (Term premium) เพิ่มขึ้น และส่งผลให้ค่าเงินอ่อนค่าโดยเฉพาะสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ที่มีสัดส่วนหนี้ภาครัฐฯ อยู่ในระดับสูง ดังนั้น เรามองว่าพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว และ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และเงินเยน จะยังเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ กลุ่มประเทศเกิดใหม่ (EM) ที่มีข้อจำกัดด้านการก่อหนี้สาธารณะน้อยกว่า เช่น จีน และอินเดีย ยังได้แรงหนุนจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่า สำหรับนโยบายการคลังของรัฐบาลประเทศหลักส่วนใหญ่ เน้นการเติบโตด้านเศรษฐกิจ ควบคู่กับ การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะการพัฒนา AI และความมั่นคงของประเทศ ซึ่งจะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ส่วนการใช้จ่ายทางด้านทหารและกลาโหมทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น สะท้อนความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้น สนับสนุนการกระจายความเสี่ยงการลงทุนไปยังทองคำเพิ่มมากขึ้น

  • kaohoon

    SCB Financial Markets คาดกรอบเงินบาท 31.00-31.25 บ./ดอลลาร์ 29/01/69

    กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.00-31.25 บาท/ดอลลาร์ เงินบาทกลับมาอ่อนค่าแม้ราคาทองคำสูงขึ้นแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายวิทัย รัตนากร กล่าวในงานสัมมนาว่า จะกำหนดวงเงินซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อวัน คณะกรรมการ FOMC มีมติ 10 ต่อ 2 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.50-3.75% โดยตัดถ้อยคำที่สะท้อนความเสี่ยงด้านลบต่อการจ้างงานออก และระบุว่าแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดีขึ้นชัดเจน

  • mitihoon

    SCB ค่าเงินบาทประจำวันที่ 29 มกราคม 2569 29/01/69

    Market update by SCBFM: 29 มกราคม 2569 ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง Web : https://www.mitihoon.com/ Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770 Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

  • mitihoon

    SCB Julius Baer Unveils Global Economic Outlook for the First Half of 2026 Highlights 2026 as a Year of Reset and Rebalancing, Recommends Global Portfolio Diversification 28/01/69

    Mitihoon – SCB Julius Baer Securities Co., Ltd. hosted an exclusive seminar titled “Global Economic Outlook for the First Half of 2026” (Market Outlook H1/2026) under the theme “Crossroads of a Growth Renaissance”, tailored for Ultra High Net Worth Individuals (UHNWIs). The seminar highlighted key factors expected to influence investment decisions in the first half of 2026. Julius Baer views the global economic and investment landscape in 2026 as a year of “Resetting and Rebalancing” of the global financial system. One of the major turning points is the appointment of a new Chairman of the U.S. Federal Reserve, reflecting a transition in U.S. monetary policy leadership. At the same time, policy divergence among the United States, Europe, and China is becoming increasingly pronounced, prompting investors to reassess and allocate investments across regions more carefully than ever. The seminar was honored by the presence of Mr. Adrian Mazenauer, Chief Executive Officer and Mr. Kean Tan, Managing Director Senior Advisor Head of Investment Solutions, SCB-Julius Baer Securities Co., Ltd., together with Mr. Mark Matthews, Head Research Asia and Mr. Louis Chua, Analyst, Research Asia, Bank Julius Baer; and Mr.Ray Jia, Head of Research (Asia Pacific, ex-India) and Deputy Head of Trade Engagement (China), World Gold Council. The event was recently held at Dusit Thani Bangkok Hotel. Mr. Adrian Mazenauer, Chief Executive Officer of SCB-Julius Baer Securities Co., Ltd., stated, “Overall investment performance in the past year remained positive despite uncertainties arising during the year from U.S. trade tariff policies. Global interest rate cuts, along with continued expansion in AI-related investments, helped support economic growth and equity market gains. For 2026, we expect the global economy and major economies to continue expanding. Monetary policy remains a key factor to monitor, particularly the direction taken by the new Chairman of the U.S. Federal Reserve. Nevertheless, we anticipate further scope for interest rate cuts, which would support fixed income investments and contribute to a continued weakening of the U.S. dollar. We therefore recommend investment in Australian bonds, offering higher yields than US bonds and potential upside from the Australian dollar (AUD). Meanwhile, the Swiss franc (CHF) is expected to remain an effective safe-haven asset during periods of market volatility. We recommend investors diversify beyond the technology sector, which has led the market in recent years, by increasing exposure to defensive sectors such as healthcare, as well as European cyclical stocks, to enhance portfolio stability amid ongoing uncertainty. Emerging markets continue to benefit from the potential for Fed rate cuts, a weakening U.S. dollar, and a recovery in corporate earnings growth. SCB Julius Baer maintains a positive stance on Asian markets overall and views China as one of the strategically attractive markets in 2026.”