30/98

เดือนนี้ / เดือนก่อน

274/1026

ปีนี้ / ปีก่อน

  • kaohoon

    SCB WEALTH Credit Card by CardX จับมือสยามพารากอน ยกระดับประสบการณ์ช้อปแบรนด์ลักชัวรี่ 10/04/69

    นายปัญญา เวชบรรยงรัตน์ Chief Business and Channel Officer บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด (CardX) ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ เดินหน้าสานต่อกลยุทธ์การสร้างประสบการณ์ไลฟ์สไตล์เหนือระดับให้กับกลุ่มลูกค้าเวลธ์ที่ถือบัตร SCB WEALTH Credit Card by CardX ผ่านความร่วมมือกับ สยามพารากอน Global Luxury Destination มอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ผสานสิทธิประโยชน์ทางการเงินและไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ด้วยเอ็กซ์คลูซีฟอีเวนต์ ‘ช้อปแบรนด์ลักชัวรี่เหนือระดับ’ รับเครดิตเงินคืนและบัตรกำนัลรวมสูงสุด 30,000 บาท* พร้อมแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 22%* เมื่อใช้จ่ายในกลุ่มแบรนด์แฟชั่น และเครื่องประดับระดับโลก ณ ร้านค้าลักชัวรี่แบรนด์ที่ร่วมรายการตามเงื่อนไขที่กำหนด ที่จัดขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะลูกค้า SCB PRIVATE BANKING และ SCB FIRST “SCB WEALTH Credit Card by CardX ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์โลกการเงินเข้ากับไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม กิจกรรมเอ็กซ์คลูชีฟอีเวนต์ ‘ช้อปแบรนด์ลักชัวรี่เหนือระดับ’ ที่สยามพารากอน ในครั้งนี้ สะท้อนจุดแข็งของ CardX ในการออกแบบสิทธิประโยชน์ที่ตรงใจลูกค้าเวลธ์อย่างแท้จริง ผ่านบัตร Co-brand ‘SCB WEALTH Credit Card by CardX’ พร้อมตอกย้ำแนวคิด ‘Beyond Wealth, Beyond Possibilities’ ได้ชัดเจนและลงตัว” นายปัญญา กล่าวเพิ่มเติม นางสาวศลิษา หาญพานิช ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ High Net Worth and Affluent Segment และรักษาการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ Wealth and Insurance Capability Development ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ลูกค้า SCB WEALTH มองหามากกว่าสิทธิประโยชน์ทางการเงิน แต่คือประสบการณ์ที่สะท้อนรสนิยมและตัวตนของเขา ความร่วมมือกับสยามพารากอน คือการยกระดับการดูแลลูกค้าเวลธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้า SCB PRIVATE BANKING และ SCB FIRST ให้ครบทั้งมิติการเงินและไลฟ์สไตล์ พร้อมตอกย้ำแนวคิดการสร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับกลุ่มลูกค้าเวลธ์ของธนาคารอีกด้วย”

  • mitihoon

    SCB EIC ปิดช่องว่างนวัตกรรมไทย : “ระบบการเงินนวัตกรรม” คือ กุญแจยกระดับการเติบโตและความสามารถแข่งขันของประเทศ 10/04/69

    มิติหุ้น – หลังวิกฤต COVID-19 เศรษฐกิจไทยยังไม่สามารถกลับไปเติบโตได้เกิน 3% เช่นเดิม และจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่เติบโตต่ำสุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถานการณ์นี้สะท้อนว่า ปัญหาเศรษฐกิจไทยไม่ได้เป็นเพียงวัฏจักรระยะสั้น แต่แสดงให้เห็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่สะสมมายาวนาน ทั้งการลงทุนอยู่ในระดับต่ำ การเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว การสูญเสียความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยเมื่อเทียบกับประเทศอาเซียน รวมถึงแผลเป็นทางเศรษฐกิจหลังวิกฤต COVID-19 ที่เห็นได้จากหนี้ครัวเรือนสูงใกล้ 90% ของ GDP รายได้แรงงานที่เติบโตช้า และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จำนวนมากที่รายได้ยังไม่ฟื้นตัว ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกยิ่งซ้ำเติมแรงกดดันต่อโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลก และการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวในเอเชียที่ทวีความรุนแรงขึ้น ในบริบทที่ภาครัฐเผชิญข้อจำกัดทางการคลังมากขึ้น พื้นที่นโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเดิมมีจำกัด ภายใต้บริบทที่เปลี่ยนไปนี้ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำลงในระยะข้างหน้า และไม่สามารถพึ่งพาโมเดลการเติบโตเดิมที่ขับเคลื่อนด้วยแรงงานต้นทุนต่ำ และการแข่งขันด้านปริมาณได้อีกต่อไป ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งยกระดับศักยภาพการเติบโตใหม่สู่ “การเติบโตเชิงคุณภาพ” ที่เน้นการยกระดับผลิตภาพและการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน ซึ่ง “นวัตกรรม” คือเครื่องยนต์สำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้

  • kaohoon

    เปิด 5 อันดับหุ้นต่างชาติขายสุทธิผ่าน NVDR จัดหนัก SCB สูงสุด 500 ล้านบาท 10/04/69

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (10 เ.ม.ย.69) ภาพรวมการซื้อขายในตลาดหุ้นไทย ทั้งในกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อวันที่ 9 เม.ย.69 มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 63,628.80 ล้านบาท ประเด็นที่น่าจับตาอยู่ที่ความเคลื่อนไหวของนักลงทุนต่างชาติผ่านบัญชีไทยเอ็นวีดีอาร์ (NVDR) ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 40,003.82 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราว 31% ของมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งตลาด สะท้อนบทบาทสำคัญของเม็ดเงินต่างชาติที่ยังคงไหลเวียนและช่วยสร้างสภาพคล่องในหุ้นขนาดใหญ่ จากการตรวจสอบข้อมูลการขายสุทธิรายหลักทรัพย์ (Net Sell) รวมทั้งสิ้น 307 รายการ พบว่าหุ้นกลุ่มพลังงาน แบงก์ และโรงพยาบาลเป้าหมายหลักของการเข้าสะสม โดยสามารถแจกแจงรายหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อสุทธิสูงสุดใน 5 อันดับแรกได้ดังนี้

  • kaohoon

    SCB Financial Markets คาดกรอบเงินบาท 32-32.30 บ./ดอลลาร์ 10/04/69

    กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.30 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทยังเคลื่อนไหวในกรอบ ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตือนอิหร่านไม่ให้เรียกเก็บค่าเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่อิหร่านยังยืนยันว่าเรือที่จะผ่านต้องได้รับความยินยอมจากกองกำลังทหารก่อน ด้านอิสราเอลเตรียมจัดการประชุมกับเลบานอนสัปดาห์หน้า สำหรับการใช้จ่ายผู้บริโภคในสหรัฐฯ โต 0.5% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมาในเดือน ก.พ. ต่ำกว่าตลาดคาด ส่วนเงินเฟ้อเร่งตัว นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จะพยายามคงดอกเบี้ยให้นานที่สุด ส่วนเงินเฟ้อที่มาจากอุปทานไม่สามารถแก้ไขด้วยการลดดอกเบี้ย

  • mitihoon

    SCB ค่าเงินบาทประจำวันที่ 10 เมษายน 2569 10/04/69

    Market update by SCBFM: 10 เมษายน 2569 ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง Web : https://www.mitihoon.com/ Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770 Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

  • mitihoon

    SCB EIC : สงครามตะวันออกกลางเขย่าพลังงานโลก : ก๊าซธรรมชาติแพงยืดเยื้อ กดดันค่าไฟฟ้าสูงอย่างน้อย 2 ปี 09/04/69

    KEY SUMMARY สงครามตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดและคาดว่าอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องแม้มีการเจรจาหยุดยิง จากอุปทานแหล่งผลิตก๊าซฯ ที่เสียหายถึง 3% ของอุปทานโลกที่ใช้เวลาฟื้นฟูเป็นเวลา 3-5 ปี ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า 91% จาก 10.7 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียูในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ (ก่อนเกิดสงคราม) มาอยู่ที่ระดับ 20.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียูในช่วงปลายเดือนมีนาคม ถึงต้นเมษายน จากความกังวลด้านอุปทานเนื่องจากผลของสงครามทำให้การขนส่ง LNG บริเวณช่องแคบฮอร์มุซติดขัด ถึงแม้จะมีการเจรจาหยุดยิง แต่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสำคัญได้ถูกโจมตีจนเกิดความเสียหายอย่างถาวร โดยเฉพาะแหล่งก๊าซฯ Ras Laffan ของกาตาร์ที่ถูกโจมตี ทำให้ต้องลดกำลังการผลิตลงราว 12.8 ล้านตันต่อปีหรือลดลงราว 17% ของกำลังการผลิตก๊าซฯ จากแหล่ง Ras Laffan โดยกำลังการผลิตที่ลดลงทำให้อุปทาน LNG ลดลง คิดเป็น 3% ของอุปทานโลก (กาตาร์ผลิต LNG คิดเป็น 19% ของอุปทานโลก) ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการฟื้นฟูนาน 3-5 ปี ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันให้ราคา LNG ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงในระยะข้างหน้า จากฝั่งอุปสงค์ในเอเชียและยุโรปที่มีความกังวลว่าไม่สามารถจัดหาก๊าซฯ ทดแทนได้ทัน อย่างไรก็ดี คาดว่าอุปสงค์และอุปทานจะสามารถกลับมาอยู่ในระดับสมดุลมากขึ้นหลังจากช่วง 2 ปีข้างหน้า จากการเพิ่มกำลังการผลิตของสหรัฐฯ ซึ่งจะช่วยชดเชยอุปทานของกาตาร์ที่หายไปได้บางส่วน ในขณะที่อุปสงค์คาดว่าจะปรับตัวลดลงจากการใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น

  • kaohoon

    SCB Financial Markets คาดกรอบเงินบาท 32.00-32.30 บ./ดอลลาร์ 09/04/69

    กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets) ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.30 บาท/ดอลลาร์ เงินบาทเคลื่อนไหว Sideways ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้นเล็กน้อยหลังอิหร่านแจ้งว่าข้อตกลงหยุดยิงถูกละเมิด เพราะอิสราเอลโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิดกั้นเป็นส่วนใหญ่ เรือหลายร้อยลำรอออกจากพื้นที่ รายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ล่าสุดชี้ว่า มีกรรมการ มากขึ้นที่กังวลเรื่องเงินเฟ้อ และต้องการพูดถึงโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น

  • mitihoon

    SCB ค่าเงินบาทประจำวันที่ 9 เมษายน 2569 09/04/69

    Market update by SCBFM: 9 เมษายน 2569 ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง Web : https://www.mitihoon.com/ Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770 Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

  • mitihoon

    SCB FM มองเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมาหลังมีข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว เป็นจังหวะให้ซื้อ USDTHB ได้ 08/04/69

    มิติหุ้น – กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets: SCB FM) เปิดเผยว่า ทิศทางเงินบาทในช่วงนี้ขึ้นอยู่กับแนวโน้มสงครามในอิหร่านเป็นสำคัญ โดยเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นล่าสุดเป็นผลจากการที่สหรัฐฯ และอิหร่านตกลงหยุดยิงชั่วคราวกันได้ ซึ่งเป็นจังหวะดีสำหรับผู้นำเข้าหรือนักลงทุนในการซื้อ USDTHB ได้ อย่างไรก็ดี ในระยะต่อไป มองว่าความไม่แน่นอนยังมีอยู่มาก โดยหากมีการกลับมาโจมตีใส่กันอีก อาจทำให้ตลาดปิดรับความเสี่ยง และเงินบาทกลับไปอ่อนค่าอีกได้ ซึ่งเงื่อนไขในการหยุดยิงถาวรยังคลุมเครือ และมีข้อแตกต่างกันอยู่มาก จึงแนะให้ผู้ประกอบการอาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงเพิ่มเติม ในกรณีฐานที่การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มมากขึ้น แต่อาจยังไม่กลับไปเสรีและปลอดภัยเหมือนก่อนเกิดสงคราม USDTHB อาจอยู่ที่ราว 32.15-32.65 ส่วนในกรณี Worst case ที่การเจรจาหยุดยิงถาวรไม่สำเร็จ สงครามปะทุขึ้นอีกครั้งและยืดเยื้อถึงครึ่งปีหลัง USDTHB อาจสูงขึ้นไปที่ราว 34.00-35.00 ได้ ทั้งนี้ โอกาสที่จะเกิดกรณีเลวร้ายปรับลดลงมากหลังมีข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ โดยตลาดให้โอกาสถึง 86% ที่ทรัมป์จะประกาศยุติสงครามภายในเดือน มิ.ย. นายแพททริก ปูเลีย รองผู้จัดการใหญ่ Head of Financial Markets Function ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าเงินบาทกลับมาแข็งค่าเร็วหลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ โดยในช่วงก่อนหน้านี้ที่ตลาดกังวลว่าสงครามจะรุนแรงและยืดเยื้อ ราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้น ทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า เพราะนักลงทุนโลกต้องการถือสินทรัพย์ปลอดภัย อีกทั้ง ยังพบว่าสถานะการถือครองดอลลาร์ปรับเพิ่มขึ้นจากที่เคยเป็น Short position กลายมาเป็น Long position กดดันให้สกุลเงินภูมิภาคและเงินบาทอ่อนค่า โดยพบว่าเงินบาทอ่อนค่ามากกว่าสกุลอื่น เพราะไทยมีสัดส่วนการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ (เทียบต่อขนาดของเศรษฐกิจ) มากที่สุด โดยคิดเป็นราว 8% ต่อ GDP อย่างไรก็ดี หลังมีข้อตกลงหยุดยิง ราคาน้ำมันปรับลดลงเร็วเกือบ 20% ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงพร้อมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury yields) ที่ปรับลดลงแรง Sentiment ตลาดที่ปรับดีขึ้น ทำให้ราคาสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น สูงขึ้น เงินภูมิภาครวมถึงเงินบาทกลับมาแข็งค่า สำหรับมุมมองในระยะต่อไป แนวโน้มเงินบาทจะขึ้นอยู่กับสงครามอิหร่านเป็นสำคัญ โดยในกรณีฐานที่สงครามอาจลดความรุนแรงลง หรือจบได้ภายในเดือนนี้ มองกรอบ USDTHB ที่ราว 32.15-32.65 นายแพททริกกล่าวเสริมว่า หากสหรัฐฯ และอิหร่านผ่อนปรนเงื่อนไขลงมา ก็อาจทำให้การเจรจาดำเนินไปได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ดี คาดว่าหลังผ่านช่วงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ อาจยังมีการโจมตีเกิดขึ้นได้อีกเล็กน้อย เพราะเงื่อนไขถาวรยังคลุมเครือและมีข้อแตกต่าง สำหรับการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซมองว่า ในกรณีฐานอาจเพิ่มมากขึ้น แต่อาจยังไม่กลับไปเสรีและปลอดภัยเหมือนก่อนเกิดสงคราม จึงอาจทำให้ราคาน้ำมันดิบ (Brent) อยู่ที่ราว $90-100/บาร์เรล ส่วนในครึ่งปีหลัง หากสงครามไม่กลับมาปะทุรุนแรงอีกครั้ง และการส่งน้ำมันผ่านช่องแคบทยอยกลับมาได้มากกว่า 80% อาจทำให้ราคาน้ำมันลดลงอีกได้ และอาจอยู่ที่ระดับ $80-90/บาร์เรล ปลายปี ดังนั้น เงินบาทจึงมีแนวโน้มอ่อนค่าที่สุดในช่วงไตรมาสที่ 2 ที่สงครามมีความไม่แน่นอนสูง แต่น่าจะทยอยแข็งค่าได้ในช่วงที่เหลือของปี

  • mitihoon

    SCB EIC : วิกฤตตะวันออกกลางปะทุ ปั่นป่วนถึงภาคท่องเที่ยวไทย 08/04/69

    KEY SUMMARY วิกฤตตะวันออกกลางส่งผลให้การเดินทางระหว่างประเทศของโลกต้องสะดุด และกระทบต่อเนื่องถึงการเดินทางเข้าไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การโจมตีทางอากาศที่รุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลให้หลายประเทศประกาศปิดน่านฟ้า และเที่ยวบินในเส้นทางตะวันออกกลางถูกยกเลิกในทันที ด้วยพื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์กลางการบินสำคัญของโลกมีสัดส่วนผู้โดยสารราว 10% ในปี 2025 จากข้อมูลของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association : IATA) จึงยิ่งส่งผลต่อการเดินทางระหว่างประเทศของคนทั่วโลก ซึ่งแม้สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นจากที่สายการบินตะวันออกกลางเริ่มทยอยเปิดให้บริการในบางเส้นทางรวมถึงไทย แต่วิกฤตดังกล่าวได้สร้างผลกระทบกับภาคการท่องเที่ยวไทยผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1. จำนวนเที่ยวบินที่เดินทางมาไทยมีโอกาสลดลงจากเที่ยวบินของหลายสายการบินที่ยังเปิดบริการในบางเส้นทางและจากความเสี่ยงในการเข้าสู่ภาวะวิกฤตการขาดแคลนน้ำมันอากาศยานในหลายประเทศ 2. ต้นทุนการเดินทางที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลกที่เร่งตัว และ 3. ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เปราะบางมากขึ้นทั้งในด้านความปลอดภัยและภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัว