3/15

เดือนนี้ / เดือนก่อน

24/96

ปีนี้ / ปีก่อน

  • oppday
  • iaa
  • mitihoon

    TLI ผลกำไรโตยั่งยืน งัดปันผลจ่าย0.60 บ. 01/03/69

    มิติหุ้น – นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2568 ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 11,882 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 21.5% ขณะที่มูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ (VONB) อยู่ที่ 7,101 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในขายผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่ากำไรในระยะยาว นอกจากนี้ยังมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE) อยู่ที่ 13,563 ล้านบาท เติบโต 12.4% เป็นผลจากการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับในทุกช่องทางการขาย โดยเฉพาะการขายผลิตภัณฑ์คุ้มครองที่มีมูลค่าสูง และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนร่วมในเงินปันผลตามความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้กำไรจากการให้บริการตามสัญญาจากกรมธรรม์ใหม่ (New Business CSM) อยู่ที่ 12,089 ล้านบาท เติบโต 5.8% ขณะเดียวกัน กำไรสุทธิในส่วนที่ไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากความผันผวนของตลาด อยู่ที่ 10,883 ล้านบาท เติบโต 5.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทฯ มีกำไรจากการรับประกันภัยเป็นหลัก อยู่ที่ 9,247 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการลงทุนที่ไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากความผันผวนของตลาด มีการเติบโตสอดคล้องกับการเติบโตของพอร์ตลงทุนและการเติบโตของธุรกิจ

  • mitihoon

    TLI กำไรปี 68 โต 21.5% แตะ 1.18 หมื่นลบ. ชงปันผล 0.60 บ. 27/02/69

    มิติหุ้น – ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (TLI) โชว์งบปี 2568 กำไรสุทธิ 11,882 ล้านบาท โต 21.5% กำไรธุรกิจใหม่ (VONB) 7,101 ล้านบาท ขณะที่เบี้ย APE อยู่ที่ 13,563 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.4% ฐานะการเงินแกร่ง CAR Ratio สูง 555.9% เหนือเกณฑ์ คปภ. พร้อมเสนอจ่ายปันผล 0.60 บาทต่อหุ้น รออนุมัติผู้ถือหุ้นฯ เดินหน้าพัฒนาช่องทางขาย-ดิจิทัลเต็มสูบ ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

  • thunhoon

    TLIงบปี68กำไร1.18หมื่นล. บอร์ดอนุมัติปันผล0.60บ. 27/02/69

    #TLI #ทันหุ้น TLI งบปี68 กำไรยังแข็งแกร่ง 11,882 ล้านบาท โดยมีมูลค่า VONB อยู่ที่ 7,101 ล้านบาท เบี้ยรับปีแรก APE อยู่ที่ 13,563 ล้านบาท เติบโต 12.4% พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.60 บาทต่อหุ้น นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2568 ว่า บริษัท มีกำไรสุทธิ 11,882 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 21.5% ขณะที่มูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ (VONB) อยู่ที่ 7,101 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในขายผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่ากำไรในระยะยาว *เบี้ย APEโต12.4%

  • hoonsmart

    TLI กำไรปกติปี’68 แตะ 10,883 ลบ.โต 5.8% ปันผล 0.60 บ.-ต่อสัญญาแบงก์กรุงศรี อีก10 ปี 27/02/69

    HoonSmart.com>- ไทยประกันชีวิต รายงานกำไรปกติปี 2568 แตะ 10,883 ล้านบาท เติบโต 5.8% ด้าน VONB 7,101 ล้านบาท Comprehensive Equity เติบโต 16.6% อยู่ที่ 227,469 ล้านบาท หรือ 19.9 บาทต่อหุ้น พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.60 บาทต่อหุ้น พอร์ตลงทุนกว่า 85% อยู่ในตราสารหนี้ระดับ Investment Grade ต่อสัญญาแบงก์กรุงศรี อีก 10 ปี นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต หรือ TLI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2568 ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 11,882 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 21.5% ขณะที่มูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ (VONB) อยู่ที่ 7,101 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในขายผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่ากำไรในระยะยาว โดยมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE) อยู่ที่ 13,563 ล้านบาท เติบโต 12.4% เป็นผลจากการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับในทุกช่องทางการขาย โดยเฉพาะการขายผลิตภัณฑ์คุ้มครองที่มีมูลค่าสูง และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนร่วมในเงินปันผลตามความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้กำไรจากการให้บริการตามสัญญาจากกรมธรรม์ใหม่ (New Business CSM) อยู่ที่ 12,089 ล้านบาท เติบโต 5.8% ขณะเดียวกัน กำไรสุทธิในส่วนที่ไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากความผันผวนของตลาด อยู่ที่ 10,883 ล้านบาท เติบโต 5.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทฯ มีกำไรจากการรับประกันภัยเป็นหลัก อยู่ที่ 9,247 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการลงทุนที่ไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากความผันผวนของตลาด มีการเติบโตสอดคล้องกับการเติบโตของพอร์ตลงทุนและการเติบโตของธุรกิจ ทั้งนี้ พอร์ตการลงทุนของบริษัทฯ มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มากกว่า 85% ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด อยู่ในรูปแบบตราสารหนี้ที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่น่าลงทุน

  • mitihoon

    TLI เผยผลประกอบการปี 2568 มีกำไรสุทธิแข็งแกร่ง 11,882 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 21.5% 27/02/69

    มิติหุ้น – ไทยประกันชีวิตเผยผลประกอบการปี 2568 มีกำไรสุทธิแข็งแกร่ง 11,882 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 21.5% สะท้อนความสามารถในการสร้างผลกำไรอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ (VONB) อยู่ที่ 7,101 ล้านบาท และกำไรจากการให้บริการตามสัญญาจากกรมธรรม์ใหม่ (New Business CSM) อยู่ที่ 12,089 ล้านบาท ขณะที่ Comprehensive Equity เติบโต 16.6% อยู่ที่ 227,469 ล้านบาท หรือ 19.9 บาทต่อหุ้น พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.60 บาทต่อหุ้น นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2568 ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 11,882 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 21.5% ขณะที่มูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ (VONB) อยู่ที่ 7,101 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในขายผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่ากำไรในระยะยาว โดยมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE) อยู่ที่ 13,563 ล้านบาท เติบโต 12.4% เป็นผลจากการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับในทุกช่องทางการขาย โดยเฉพาะการขายผลิตภัณฑ์คุ้มครองที่มีมูลค่าสูง และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนร่วมในเงินปันผลตามความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้กำไรจากการให้บริการตามสัญญาจากกรมธรรม์ใหม่ (New Business CSM) อยู่ที่ 12,089 ล้านบาท เติบโต 5.8% ขณะเดียวกัน กำไรสุทธิในส่วนที่ไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากความผันผวนของตลาด อยู่ที่ 10,883 ล้านบาท เติบโต 5.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทฯ มีกำไรจากการรับประกันภัยเป็นหลัก อยู่ที่ 9,247 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการลงทุนที่ไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากความผันผวนของตลาด มีการเติบโตสอดคล้องกับการเติบโตของพอร์ตลงทุนและการเติบโตของธุรกิจ ทั้งนี้ พอร์ตการลงทุนของบริษัทฯ มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มากกว่า 85% ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด อยู่ในรูปแบบตราสารหนี้ที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่น่าลงทุน

  • iaa
  • kaohoon

    TLI กำไรปี 68 แตะ 1.08 หมื่นลบ. แจกปันผล 0.60 บาท ขึ้น XD 7 พ.ค.นี้ 26/02/69

    บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI รายงานผลการดำเนินงานงวดปี 2568 มีกำไรสุทธิ (หลัก) จำนวน 10,883 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ทั้งนี้ กำไรสุทธิดังกล่าวเป็นตัวเลขที่ไม่รวมรายการพิเศษและรายการที่เกิดจากความผันผวนของตลาด โดยเมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ผ่านมา กำไรจากรายการพิเศษและรายการที่เกิดจากความผันผวนของตลาดนั้น เป็นผลมาจากมูลค่าตลาดของหน่วยลงทุนต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในปี 2568 มาจากกำไรจากการรับประกันภัย ซึ่งถือเป็นแหล่งที่มาหลักของกำไรสุทธิ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.64% สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจและการบริหารจัดการการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงกำไรจากการลงทุน (หลัก) ที่เพิ่มขึ้น 12.98% ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่ยั่งยืนของบริษัทฯ นอกจากนี้ กำไรจากการให้บริการตามสัญญาจากกรมธรรม์ใหม่ (New Business CSM) ยังปรับตัวสูงขึ้น 5.76% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยได้รับอานิสงส์จากการเติบโตอย่างยั่งยืนของกรมธรรม์ใหม่ ที่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์คุ้มครองซึ่งมีมูลค่าสูง ด้านฐานะทางการเงินของบริษัทฯ มีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ มีมูลค่าส่วนของเจ้าของเบ็ดเสร็จ (Comprehensive Equity) อยู่ที่ 227,469 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32,402 ล้านบาท หรือคิดเป็น 16.61% เมื่อเทียบกับมูลค่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของกรมธรรม์ใหม่ และผลกระทบเชิงบวกจากมูลค่าตลาดของเงินลงทุนในตราสารหนี้ อันเนื่องมาจากการเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ย

  • set