https://aio.panphol.com/assets/images/community/16648_8CC78F.png

หุ้น TLI ปี 2568: เติบโตแรงจากเบี้ยใหม่ 7.6% และมูลค่าพื้นฐานแตะ 23,000 ล้านบาท

P/E 9.93 YIELD 5.83 ราคา 10.30 (0.00%)

หุ้น TLI ปี 2568: เติบโตแรงจากเบี้ยใหม่ 7.6% และมูลค่าพื้นฐานแตะ 23,000 ล้านบาท

บริษัทไทยประกันชีวิตจำกัดมหาชน (TLI) ปิดปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ด้วยผลงานที่โดดเด่นในทุกมิติ โดยเฉพาะการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับรวมและเบี้ยใหม่ที่สูงสุดในกลุ่มบริษัทประกันชีวิต 5 อันดับแรกของประเทศ สะท้อนความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจที่ปรับตัวได้ดีภายใต้สภาพแวดล้อมเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านโครงสร้างประชากรผู้สูงวัยและการเพิ่มขึ้นของความตระหนักด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันชีวิตในระยะยาว

“เบี้ยใหม่เติบโต 7.6% ในช่องทางตัวแทน สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์การขายและการปรับผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ยุคผู้สูงวัยอย่างแท้จริง”

ในปี 2568 บริษัทสร้างมูลค่ากำไรธุรกิจใหม่ (VNB) ได้ถึง 1,900 ล้านบาท แม้จะปรับลดลงเล็กน้อย –3.2% จากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง แต่ก็ยังคงรักษาฐานะผู้นำตลาดได้อย่างมั่นคง โดยมูลค่าพื้นฐาน (Embedded Value) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 12.2% แตะระดับ 23,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความแข็งแกร่งทางการเงินในระยะยาวที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะเติบโตเพียง 2.5–3.5% ในปี 2569

“การเติบโตของ New Business CSM 5.8% คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ TLI ยังคงเป็นผู้นำในกลุ่มประกันชีวิตที่มีมูลค่าพื้นฐานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ความสำเร็จด้าน Core Profit สะท้อนจากอัตราการรับรู้ CSM ที่เพิ่มขึ้นถึง 17% และผลต่างการดำเนินงานที่ปรับดีขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่บริษัทยังคงรักษาสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ไว้ไม่ต่ำกว่า 85% เพื่อรักษาความมั่นคงของพอร์ตการลงทุน แม้จะเผชิญกับความผันผวนของตลาดทุน โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ที่ทำให้บริษัทปรับพอร์ตทันทีด้วยการขายหุ้นที่ได้รับผลกระทบและเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในทองคำ

“การจัดสรรสินทรัพย์ยังคงเน้นความปลอดภัย แต่ปรับให้มีความยืดหยุ่นเพื่อรับมือกับความผันผวนอย่างมีวินัย”

ในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี TLI เดินหน้าลงทุนอย่างจริงจัง ทั้งในด้านดิจิทัล เช่น การพัฒนาแอปพลิเคชัน TLI Smart App, ระบบ AI Chat บน LINE และระบบบริหารจัดการตัวแทนอัตโนมัติ เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่ายตัวแทน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยผลักดันยอดใช้งานแอปพลิเคชันและ AI Chat ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะสั้น

“แผนพัฒนาผลิตภัณฑ์บำนาญที่ครอบคลุมการเกษียณ การรักษาพยาบาล และการวางแผนมรดก คือคำตอบสำหรับสังคมผู้สูงวัยในอีก 10 ปีข้างหน้า”

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • ทำไม VNB ปรับลดลง –3.2% ในปี 2568 ถึงแม้จะมีการเติบโตของเบี้ยใหม่? เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลงกดดันมาร์กิ้นธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีระยะเวลาชำระยาว
  • บริษัทจะพัฒนาผลิตภัณฑ์อะไรในปี 2569 เพื่อรักษาอัตรากำไร? เน้นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ผสานความคุ้มครองหลายด้าน เช่น ประกันชีวิตพร้อมบำนาญและสุขภาพยืดหยุ่น
  • สัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Investment) มีอะไรบ้าง? จำกัดไม่เกิน 7.5% โดยศึกษาลงทุนใน Private Equity, Infrastructure Fund และ Real Estate
  • มีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์บำนาญแบบใหม่หรือไม่? มีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์บำนาญเฉพาะบุคคลที่ครอบคลุมการเกษียณ ค่ารักษาพยาบาล และการวางแผนมรดก
  • พอร์ตการลงทุนปรับเปลี่ยนอย่างไรหลังเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์? ขายหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากภูมิภาคและเพิ่มสัดส่วนทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง
  • เป้าหมายระยะยาวของ TLI คืออะไร? พัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ผสานความคุ้มครองหลายด้าน และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกอย่างมีวินัย

เมื่อรวมทุกตัวเลข — จาก VNB 1,900 ล้านบาท, Embedded Value 23,000 ล้านบาท, การเติบโตของเบี้ยใหม่ 7.6% ในช่องทางตัวแทน, สัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ 85%, และแผนการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกไม่เกิน 7.5% — ภาพรวมของ TLI ไม่ใช่แค่บริษัทประกันชีวิตธรรมดา แต่คือ “ผู้เล่นรายใหญ่ที่วางแผนระยะยาวด้วยข้อมูลตัวเลขทุกหลัก”

โพสต์ล่าสุด