บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.85
+0.01 (+0.54%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8282 out_tok=3017 at=2026-07-25T22:07:47 -->
# NOBLE กำไรสุทธิปี 2565 หายกว่าครึ่ง รับผลกระทบต้นทุน-รายการพิเศษ
## ยอดขายพุ่ง 116% แต่กำไรสุทธิลด 51% ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยหลักจากกำไรพิเศษปีก่อน, ต้นทุนการเงินพุ่ง และค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม
บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE รายงานผลประกอบการปี 2565 โดยมีรายได้รวมเติบโต 16.8% แตะ 8,678.3 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายโครงการ (Pre-sale) พุ่งสูงถึง 116.5% เป็น 17,400.3 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงถึง 51.2% มาอยู่ที่ 454.9 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่ามีปัจจัยหลักมาจากรายการพิเศษที่รับรู้ในปี 2564, ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ NOBLE ในปี 2565 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงของกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการบริหาร** แม้ว่าบริษัทฯ จะมีรายได้รวมที่เติบโตขึ้น 16.8% และยอดขายโครงการที่พุ่งสูงถึง 116.5% แต่ปัจจัยลบเหล่านี้ได้บั่นทอนผลกำไรโดยรวม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **กำไรพิเศษปี 2564 หายไป:** ในปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนสูงถึง 260.3 ล้านบาท แต่ในปี 2565 ตัวเลขดังกล่าวลดลงเหลือเพียง 10.9 ล้านบาท ซึ่งเป็นการหายไปของรายได้ที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติ (Non-operating income) ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิ
2. **ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูง:** ต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 46.9% เป็น 359.6 ล้านบาทในปี 2565 สาเหตุหลักมาจากการออกหุ้นกู้สุทธิ 2,433.1 ล้านบาท และดอกเบี้ยจากหนี้สินตามสัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
3. **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 25.8% เป็น 830.1 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการรับรู้ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจากหนี้สินตามสัญญาเช่า (TFRS 16) สำหรับสำนักงานออฟฟิศ และค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นตามแผนการขยายธุรกิจ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว (สำหรับรายการพิเศษ) และมีแนวโน้มต่อเนื่อง (สำหรับต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายบริหาร)**
* **กำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรม:** การลดลงของรายการนี้มีลักษณะเป็นครั้งคราว ขึ้นอยู่กับการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ลงทุนในแต่ละปี
* **ต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายบริหาร:** มีแนวโน้มที่จะต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัทฯ มีการออกหุ้นกู้และเงินกู้ระยะยาวเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ รวมถึงการรับรู้ค่าใช้จ่ายตามมาตรฐานบัญชี TFRS 16 ที่จะยังคงอยู่
## Highlight สำคัญ
* **ยอดขายพุ่ง 116.5%:** NOBLE ทำยอดขายโครงการ (Pre-sale) ได้ 17,400.3 ล้านบาทในปี 2565 โดยยอดขายจากโครงการใหม่และโครงการระหว่างก่อสร้างคิดเป็น 14,703.0 ล้านบาท
* **Backlog แข็งแกร่ง:** มีรายได้รอการรับรู้ (Backlog) ณ สิ้นปี 2565 สูงถึง 19,626.9 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ภายใน 3 ปีข้างหน้า โดยปี 2566 จะรับรู้ประมาณ 17%
* **รายได้รวมเติบโต 16.8%:** รายได้รวมอยู่ที่ 8,678.3 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้จากการให้บริการและบริหารงานก่อสร้างจากโครงการร่วมทุนที่เพิ่มขึ้น
* **กำไรสุทธิลดลง 51.2%:** กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 454.9 ล้านบาท เทียบกับ 931.8 ล้านบาทในปี 2564
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 33.0% ในปี 2564 เป็น 25.4% ในปี 2565 โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลงจาก 34.1% เป็น 29.8%
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 8,678.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากรายได้จากการขายสินค้าให้เช่าและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 476.5% เป็น 1,523.5 ล้านบาท ซึ่งมาจากการให้บริการและบริหารงานก่อสร้างจากโครงการร่วมทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้จากการขายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.0% เป็น 6,691.6 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้นถึง 23.8% โดยเฉพาะต้นทุนจากการขายสินค้าให้เช่าและบริการที่เพิ่มขึ้น 486.6% ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 33.0% ในปี 2564 เป็น 25.4% ในปี 2565
เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงเล็กน้อย 4.4% แต่มีค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 25.8% จากการรับรู้ค่าเสื่อมราคาตาม TFRS 16 และค่าใช้จ่ายพนักงาน ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 46.9% และกำไรอื่นที่ลดลงจากการยกเลิกสัญญา ทำให้กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 454.9 ล้านบาท ลดลง 51.2% จากปีก่อน
## โอกาส
* **ยอดขายโครงการที่แข็งแกร่ง:** ยอดขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2565 แสดงถึงความต้องการในผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ และเป็นสัญญาณที่ดีต่อการรับรู้รายได้ในอนาคต
* **Backlog ที่รองรับการเติบโต:** มูลค่า Backlog ที่สูงถึง 19,626.9 ล้านบาท จะเป็นแหล่งรายได้หลักที่ทยอยรับรู้ในอีก 3 ปีข้างหน้า ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับรายได้
* **การเติบโตของรายได้จากการให้บริการและบริหารงานก่อสร้าง:** การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของรายได้ส่วนนี้จากโครงการร่วมทุน บ่งชี้ถึงศักยภาพในการขยายธุรกิจในส่วนของการบริหารจัดการโครงการ
* **การเปิดโครงการใหม่:** การเปิดโครงการใหม่ 11 โครงการ มูลค่ารวม 31,550 ล้านบาทในปี 2565 แสดงถึงการเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง:** การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นทั้งในส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และสินค้าให้เช่าและบริการ อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากการออกหุ้นกู้และหนี้สินสัญญาเช่า อาจเป็นภาระต่อผลประกอบการหากรายได้ไม่สามารถชดเชยได้ทัน
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้น:** ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้ TFRS 16 และค่าใช้จ่ายพนักงาน อาจกดดันกำไรหากไม่มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
* **การพึ่งพารายได้จากโครงการร่วมทุน:** การเติบโตของรายได้จากการให้บริการและบริหารงานก่อสร้างจากโครงการร่วมทุน อาจมีความเสี่ยงหากโครงการเหล่านั้นประสบปัญหา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** การทยอยรับรู้รายได้จาก Backlog ในปี 2566 และปีถัดไป จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของรายได้
* **อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการใหม่:** ความสามารถในการรักษาหรือปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่เปิดใหม่ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อสุขภาพทางการเงิน
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การบริหารต้นทุนทางการเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่าย
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** การบริหารค่าใช้จ่ายในการบริหารให้มีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* **การเติบโตของรายได้จากการบริหารโครงการ:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการบริหารโครงการ (Management Fee) จะเป็นอีกแหล่งรายได้ที่สำคัญ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ยอดขาย (Presale) แข็งแกร่ง:** ยอดขายรวม 17,400.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 116.5% YoY แสดงถึงความสำเร็จในการเปิดตัวโครงการใหม่และการตอบรับที่ดีจากตลาด โดยเฉพาะยอดขายจากโครงการใหม่และโครงการระหว่างก่อสร้างที่สูงถึง 14,703.0 ล้านบาท
* **Backlog รองรับการโอน:** Backlog ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 19,626.9 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ภายใน 3 ปีข้างหน้า โดยปี 2566 คาดว่าจะรับรู้ประมาณ 17% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์
* **รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** รายได้จากการขายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 2.0% เป็น 6,691.6 ล้านบาท จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จ เช่น โครงการโนเบิลสเตทสุขุมวิท 39, โครงการนิวศรีนครินทร์ – ลาซาล เป็นต้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลงจาก 34.1% ในปี 2564 เป็น 29.8% ในปี 2565 ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการทำแคมเปญสำหรับโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่
* **การเปิดโครงการใหม่:** มีการเปิดโครงการใหม่ 11 โครงการ มูลค่ารวม 31,550 ล้านบาท สะท้อนถึงการขยายพอร์ตโฟลิโออย่างต่อเนื่อง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น:** สินทรัพย์รวม ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 22,496.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,216.7 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้นจากการรับจ้างบริหารงานก่อสร้าง, เงินให้กู้ยืมระยะสั้นจากการร่วมค้า และสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น:** หนี้สินรวมอยู่ที่ 16,554.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,902.2 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจากการออกหุ้นกู้และเงินกู้ระยะยาว
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น:** ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 5,942.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 314.5 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสูงขึ้น:** อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 2.60 เท่า เป็น 2.79 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 1.64 เท่า เป็น 1.83 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของตราสารหนี้ (ไม่เกิน 2.5 เท่า)
## สรุปท้าย
NOBLE ในปี 2565 เผชิญกับความท้าทายด้านความสามารถในการทำกำไร แม้จะสามารถสร้างยอดขายและรายได้รวมให้เติบโตได้อย่างน่าประทับใจ แต่การลดลงของกำไรพิเศษจากปีก่อนหน้า ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการบริหาร ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม Backlog ที่แข็งแกร่งและการเปิดโครงการใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนการเติบโตในอนาคต นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย รวมถึงความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการใหม่ๆ เพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NOBLE ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
415.10
ล้านบาท
↓ 44.1% YoY
กำไรขั้นต้น
428.33
ล้านบาท
↓ 53% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
103.19
%
กำไรสุทธิ
-121.88
ล้านบาท
↓ 152.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-29.36
%
D/E Ratio
2.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
415
↓ -44.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
428
↓ -53%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-122
↓ -152.6%
YoY
D/E Ratio
2.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NOBLE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.58
ROE (%)
9.10
ROA (%)
4.54
Book Value/หุ้น
4.96
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NOBLE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-253
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+572
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NOBLE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-252.93
-166.08%
|
382.76
-71.30%
|
1,333.44
-63.71%
|
3,674.73
-190.92%
|
-4,041.87
-199.24%
|
4,072.71
+315.26%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
571.95
+6.40%
|
537.55
+30.31%
|
412.52
+555.00%
|
62.98
-97.02%
|
2,114.00
-432.99%
|
-634.85
-315.07%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
884.99
-8.82%
|
970.60
+4.41%
|
929.59
-121.61%
|
-4,300.79
-406.33%
|
1,403.97
-143.01%
|
-3,264.46
-15.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,204.03
-36.33%
|
1,890.90
-29.33%
|
2,675.55
-575.16%
|
-563.08
+7.48%
|
-523.89
-402.13%
|
173.40
-106.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,262.65
-49.90%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,421.37
+12.57%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|