บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.85
+0.01 (+0.54%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9095 out_tok=2911 at=2026-07-25T22:17:40 -->
# NOBLE Q4/2564 กำไรสุทธิหด 50.4% รับผลโอนคอนโดฯ ลด ต้นทุนการเงินพุ่ง
## รายได้รวม-กำไรสุทธิลดลง YoY เหตุโควิดกระทบการโอน ขณะยอดขายเติบโต 21.7% หนุน Backlog แตะ 1 หมื่นล้านบาท
บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE รายงานผลประกอบการปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยมีรายได้รวมจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 7,429.7 ล้านบาท ลดลง 30.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 931.8 ล้านบาท ลดลง 43.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยภาพรวมกำไรสุทธิลดลง 50.4% เป็นผลกระทบจากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดโครงการคอนโดมิเนียมที่ลดลงจากสถานการณ์โควิด-19 และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มียอดขายโครงการ (Pre-sale) เติบโต 21.7% และมีรายได้รอการรับรู้ (Backlog) สูงถึง 10,223.9 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ NOBLE ในปี 2564 คือ **การลดลงของการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมและแนวราบ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมจากการดำเนินงานปกติลดลง 30.3% และกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติลดลง 43.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
สาเหตุหลักประการแรกคือ **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19** ที่ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดโครงการคอนโดมิเนียมและแนวราบ ทำให้รายได้จากการขายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลง 37.3% โดยเฉพาะรายได้จากการขายคอนโดมิเนียมและแนวราบที่ลดลง 35.8% สอดคล้องกับต้นทุนจากการขายที่ลดลง 31.8% นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังไม่มีรายได้พิเศษจากการขายที่ดินรอการพัฒนาในปี 2564 ซึ่งเคยมีจำนวน 240.9 ล้านบาทในปี 2563
ประการที่สองคือ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น** โดยบริษัทฯ มีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 8.6% เป็น 244.8 ล้านบาท เนื่องจากมีการออกหุ้นกู้สุทธิ 297.9 ล้านบาทในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 และออกตั๋วแลกเงินระยะสั้นสุทธิ 689.9 ล้านบาทในช่วงไตรมาส 3-4 ปี 2564 ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวม
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะเริ่มคลี่คลาย แต่ผลกระทบต่อการโอนกรรมสิทธิ์อาจยังคงมีอยู่บ้างในระยะสั้น ส่วนต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้และตั๋วแลกเงินระยะสั้นนั้น จะส่งผลต่อเนื่องไปตามอายุของตราสารหนี้ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้มีการออกหุ้นกู้อายุ 3 ปี มูลค่า 1,800 ล้านบาท เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2565 ซึ่งส่วนหนึ่งจะนำไปใช้ชำระคืนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในเดือนมิถุนายน 2565 และเป็นเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งอาจช่วยบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินในอนาคตได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมจากการดำเนินงานปกติปี 2564 อยู่ที่ 7,429.7 ล้านบาท ลดลง 30.3% YoY** จากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดโครงการคอนโดมิเนียมที่ลดลงภายใต้สถานการณ์โควิด-19 และไม่มีรายได้พิเศษจากการขายที่ดินรอการพัฒนา
* **กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติปี 2564 อยู่ที่ 931.8 ล้านบาท ลดลง 43.5% YoY** จากผลกระทบการโอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลง และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้และตั๋วเงินระยะสั้น
* **ยอดขายโครงการ (Pre-sale) ปี 2564 เติบโต 21.7% YoY แตะ 8,035.3 ล้านบาท** โดยกว่า 5,700 ล้านบาทมาจากโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่
* **Backlog ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 10,223.9 ล้านบาท** คาดทยอยรับรู้รายได้ภายใน 3 ปีข้างหน้า โดยประมาณ 67% จะรับรู้ในปี 2565
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest-Bearing Debt to Equity Ratio) เพิ่มขึ้นเป็น 1.64 เท่า** จาก 1.15 เท่าในปี 2563 เนื่องจากมีการกู้ยืมเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับโครงการ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 7,429.7 ล้านบาท ลดลง 31.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 6,563.2 ล้านบาท ลดลง 37.3% จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลง ขณะที่รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 248.5% เป็น 602.3 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้จากการยกเลิกสัญญาที่เพิ่มขึ้น
ต้นทุนรวมอยู่ที่ 6,240.1 ล้านบาท ลดลง 25.2% โดยต้นทุนจากการขายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลง 32.1% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 6.8% เป็น 1,668.1 ล้านบาท
กำไรขั้นต้นรวมลดลง 45.9% เป็น 2,255.5 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 38.9% เป็น 33.0% โดยอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 34.1% ใกล้เคียงเป้าหมาย
กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 931.8 ล้านบาท ลดลง 50.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 12.5%
## โอกาส
* **ยอดขายเติบโตต่อเนื่อง:** ยอดขายโครงการปี 2564 เพิ่มขึ้น 21.7% บ่งชี้ถึงความต้องการในตลาด โดยเฉพาะโครงการพร้อมอยู่
* **Backlog รองรับรายได้ในอนาคต:** Backlog จำนวน 10,223.9 ล้านบาท จะทยอยรับรู้รายได้ในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยปี 2565 คาดรับรู้ประมาณ 67%
* **การเปิดโครงการใหม่:** มีการเปิดโครงการใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 6,900 ล้านบาทในปี 2564 ซึ่งจะสร้างรายได้ในอนาคต
* **การปรับปรุงโครงสร้างทางการเงิน:** การออกหุ้นกู้ใหม่และการบริหารจัดการหนี้สินที่ครบกำหนดจะช่วยเสริมสภาพคล่องและบริหารต้นทุนทางการเงิน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของไวรัสอาจส่งผลกระทบต่อการโอนกรรมสิทธิ์และยอดขายในอนาคต
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การมีภาระดอกเบี้ยจากการออกหุ้นกู้และตั๋วแลกเงินระยะสั้นอาจกดดันอัตรากำไร
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่เพิ่มขึ้น:** อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 1.64 เท่า อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อการตั้งราคาและการทำกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** ติดตามความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์จาก Backlog ที่มีอยู่ โดยเฉพาะส่วนที่จะรับรู้ในปี 2565
* **ยอดขายโครงการใหม่:** ประสิทธิภาพการขายของโครงการใหม่ที่เปิดตัวในปี 2564 และแผนการเปิดโครงการใหม่ในปี 2565
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ติดตามผลของการบริหารจัดการหนี้สินและการออกตราสารหนี้ใหม่ต่อต้นทุนทางการเงินโดยรวม
* **การปรับตัวต่อสภาวะตลาด:** ความสามารถในการปรับกลยุทธ์การขายและการตลาดให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** การรักษาสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการดำเนินงานและการลงทุนในโครงการใหม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอนกรรมสิทธิ์:** รายได้จากการขายคอนโดมิเนียมและแนวราบลดลง 35.8% YoY สะท้อนถึงผลกระทบจากการชะลอตัวของการโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19
* **ยอดขาย (Pre-sale):** เติบโต 21.7% YoY เป็น 8,035.3 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ (พร้อมอยู่กว่า 5,700 ล้านบาท) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการระบายสต็อกโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว
* **Backlog:** มี Backlog อยู่ที่ 10,223.9 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ในอนาคต โดยคาดว่าจะรับรู้รายได้ประมาณ 67% ในปี 2565
* **การเปิดโครงการใหม่:** มีการเปิดโครงการใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 6,900 ล้านบาทในปี 2564 ซึ่งจะช่วยเสริมรายได้ในระยะต่อไป
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงมาอยู่ที่ 33.0% จาก 38.9% ในปีก่อนหน้า โดยอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 34.1% ซึ่งใกล้เคียงเป้าหมายที่ 35.0%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 20,279.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,082.0 ล้านบาท จากปีก่อนหน้า โดยมีต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 1,417.2 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 14,652.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,317.8 ล้านบาท โดยมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 2,027.9 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้และตั๋วแลกเงินระยะสั้น รวมถึงเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมลดลง 235.8 ล้านบาท เป็น 5,627.7 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการจ่ายเงินปันผล
อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2.60 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 2.27 เท่า ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.64 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.15 เท่า
## สรุปท้าย
ปี 2564 เป็นปีที่ NOBLE เผชิญความท้าทายจากการชะลอตัวของการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมและแนวราบอันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างยอดขายที่เติบโตได้ถึง 21.7% และมี Backlog ที่แข็งแกร่งถึง 10,223.9 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ในอนาคต การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและการเปิดโครงการใหม่จะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูผลประกอบการให้กลับมาเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NOBLE ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
415.10
ล้านบาท
↓ 44.1% YoY
กำไรขั้นต้น
428.33
ล้านบาท
↓ 53% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
103.19
%
กำไรสุทธิ
-121.88
ล้านบาท
↓ 152.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-29.36
%
D/E Ratio
2.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
415
↓ -44.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
428
↓ -53%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-122
↓ -152.6%
YoY
D/E Ratio
2.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NOBLE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.58
ROE (%)
9.10
ROA (%)
4.54
Book Value/หุ้น
4.96
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NOBLE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-253
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+572
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NOBLE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-252.93
-166.08%
|
382.76
-71.30%
|
1,333.44
-63.71%
|
3,674.73
-190.92%
|
-4,041.87
-199.24%
|
4,072.71
+315.26%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
571.95
+6.40%
|
537.55
+30.31%
|
412.52
+555.00%
|
62.98
-97.02%
|
2,114.00
-432.99%
|
-634.85
-315.07%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
884.99
-8.82%
|
970.60
+4.41%
|
929.59
-121.61%
|
-4,300.79
-406.33%
|
1,403.97
-143.01%
|
-3,264.46
-15.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,204.03
-36.33%
|
1,890.90
-29.33%
|
2,675.55
-575.16%
|
-563.08
+7.48%
|
-523.89
-402.13%
|
173.40
-106.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,262.65
-49.90%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,421.37
+12.57%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|