บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.85
+0.01 (+0.54%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9983 out_tok=3768 at=2026-07-25T22:38:53 -->
# NOBLE Q3/2565 กำไรสุทธิหด 8.2% แม้รายได้พุ่งแรง รับต้นทุนการเงิน-ไม่มีกำไรพิเศษกดดัน
## รายได้รวมไตรมาส 3 พุ่ง 150% แต่กำไรสุทธิลดลง ชี้ปัจจัยต้นทุนการเงินและไม่มีกำไรจากการปรับมูลค่าอสังหาริมทรัพย์กดดัน
บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 2,193.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 150.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 8.2% มาอยู่ที่ 137.3 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น และการไม่มีกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเมื่อเทียบกับปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ NOBLE ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้รวมที่มาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมที่ก่อสร้างแล้วเสร็จมากขึ้น และรายได้จากการให้บริการและบริหารงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น แต่ถูกหักล้างด้วยต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการไม่มีรายการกำไรพิเศษจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
รายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 150.0% YoY มาจากการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดโครงการคอนโดมิเนียมที่ก่อสร้างแล้วเสร็จมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการโนเบิลสเตทสุขุมวิท 39 และโครงการนิวศรีนครินทร์–ลาซาล ประกอบกับการมีรายได้จากการให้บริการและบริหารงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นจากโครงการร่วมทุน รวมถึงรายได้อื่นจากการยกเลิกสัญญาและค่าบริหารโครงการที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 44.6% YoY เป็น 86.6 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ มีการออกหุ้นกู้และตั๋วแลกเงินระยะสั้นเพิ่มขึ้น รวมถึงดอกเบี้ยจากหนี้สินสัญญาเช่าที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 ไม่มีกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจำนวน 260.3 ล้านบาท ซึ่งเคยเป็นปัจจัยบวกในงวดเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 ลดลง 8.2% YoY แม้รายได้จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 รายได้รวมลดลง 18.3% YoY เนื่องจากไม่มีโครงการใหม่ที่สร้างเสร็จพร้อมโอนในช่วง 6 เดือนแรกของปี และรายได้อื่นลดลง ขณะที่กำไรสุทธิลดลงอย่างมากถึง 87.5% YoY ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยข้างต้นที่กล่าวมาทั้งหมด รวมถึงการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่ลดลงในช่วง 9 เดือนแรก
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว (สำหรับรายการกำไรพิเศษ) / มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับต้นทุนทางการเงิน)**
รายการกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว การที่ไม่มีรายการนี้ในปี 2565 จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ไม่ใช่ปัจจัยที่เกิดจากการดำเนินงานปกติ
ส่วนต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้และเงินกู้ยืมนั้น มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปในอนาคต เนื่องจากบริษัทฯ มีการระบุว่ามีการออกตราสารหนี้และเงินกู้เพิ่มขึ้นในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 2.12 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของตราสารหนี้ แต่ก็แสดงถึงภาระต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **ยอดขาย (Pre-sale) เติบโตโดดเด่น:** ไตรมาส 3 ปี 2565 มียอดขาย 2,541.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101.8% YoY และงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มียอดขาย 14,037.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 154.1% YoY สะท้อนความต้องการในตลาดที่ดี
* **Backlog แข็งแกร่ง:** ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 มี Backlog จำนวน 20,049.5 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ภายใน 3 ปีข้างหน้า โดยประมาณ 22% จะรับรู้ในปี 2565
* **รายได้รวมพุ่งแรงใน Q3:** รายได้รวมไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 2,193.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 150.0% YoY จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมที่แล้วเสร็จมากขึ้น
* **กำไรสุทธิ Q3 หดตัว:** กำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 137.3 ล้านบาท ลดลง 8.2% YoY แม้รายได้โต
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกวูบหนัก:** กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 116.6 ล้านบาท ลดลง 87.5% YoY
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 44.6% YoY ในไตรมาส 3 ปี 2565 และ 45.0% YoY ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 จากการออกหุ้นกู้และตั๋วเงินระยะสั้น
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสูงขึ้น:** อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 2.12 เท่า จาก 1.64 เท่า ณ สิ้นปี 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,193.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 150.0% YoY โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการขายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 108.5% YoY จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมที่ก่อสร้างแล้วเสร็จมากขึ้น เช่น โครงการโนเบิลสเตทสุขุมวิท 39 และโครงการนิวศรีนครินทร์–ลาซาล นอกจากนี้ รายได้จากการขายสินค้าให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 587.1% YoY และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 207.1% YoY จากการยกเลิกสัญญาและค่าบริหารโครงการที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 137.3 ล้านบาท ลดลง 8.2% YoY แม้รายได้จะเติบโตสูง สาเหตุหลักมาจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 44.6% YoY จากการออกหุ้นกู้และตั๋วเงินระยะสั้น รวมถึงดอกเบี้ยจากหนี้สินสัญญาเช่าที่สูงขึ้น และการไม่มีกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ซึ่งเคยมีจำนวน 260.3 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 4,732.7 ล้านบาท ลดลง 18.3% YoY เนื่องจากไม่มีโครงการใหม่ที่สร้างเสร็จพร้อมโอนในช่วง 6 เดือนแรกของปี และรายได้อื่นลดลง ในขณะที่กำไรสุทธิลดลงอย่างมากถึง 87.5% YoY มาอยู่ที่ 116.6 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยข้างต้นที่กล่าวมาทั้งหมด รวมถึงการโอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลงในช่วง 9 เดือนแรก
อัตรากำไรขั้นต้นรวมสำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 26.3% ลดลงจาก 30.1% ในปีก่อน โดยอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 32.4% และอัตรากำไรขั้นต้นสินค้าให้เช่าและบริการอยู่ที่ 4.7%
## โอกาส
* **ยอดขายเติบโตต่อเนื่อง:** ยอดขายโครงการ (Pre-sale) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บ่งชี้ถึงความสามารถในการแข่งขันและความต้องการในตลาดที่ยังคงมีอยู่
* **Backlog รองรับรายได้ในอนาคต:** การมี Backlog จำนวน 20,049.5 ล้านบาท เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างความมั่นคงของรายได้ในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับรู้รายได้ในปี 2565 ที่คาดว่าจะเป็นประมาณ 22% ของ Backlog
* **การเปิดโครงการใหม่:** การเปิดโครงการใหม่ 9 โครงการ มูลค่ารวม 23,100 ล้านบาท ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 เป็นการเติม Pipeline ของบริษัทฯ เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต
* **รายได้จากการให้บริการและบริหารงานก่อสร้าง:** การเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนนี้จากโครงการร่วมทุน แสดงถึงการขยายธุรกิจในส่วนของการให้บริการ ซึ่งอาจเป็นรายได้ที่สม่ำเสมอในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การออกหุ้นกู้และเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ซึ่งกดดันอัตรากำไรสุทธิ และอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่สูงขึ้น:** อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 2.12 เท่า อาจเป็นสัญญาณที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาสภาพคล่องและความมั่นคงทางการเงิน
* **การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้น:** อัตรากำไรขั้นต้นรวมที่ลดลงในไตรมาส 3 ปี 2565 และงวด 9 เดือนแรกปี 2565 จากการทำแคมเปญส่งเสริมการขายและการลดลงของอัตรากำไรธุรกิจให้เช่าและบริการ อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของโครงการในอนาคต
* **การพึ่งพารายได้จากการโอนโครงการ:** แม้จะมี Backlog แต่การรับรู้รายได้ยังคงขึ้นอยู่กับการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น สภาพเศรษฐกิจ หรือความสามารถในการกู้ของลูกค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** ติดตามการทยอยรับรู้รายได้จาก Backlog ที่มีอยู่ โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ปี 2565 และปี 2566
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** กลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น และการรักษาระดับอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** ความสำเร็จในการเปิดตัวและยอดขายของโครงการใหม่ที่ได้เปิดไปแล้วในปี 2565
* **อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการใหม่:** แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่จะเปิดใหม่ในอนาคต ว่าจะสามารถรักษาหรือปรับปรุงให้ดีขึ้นได้หรือไม่
* **การเติบโตของรายได้ค่าเช่าและบริการ:** ศักยภาพในการเติบโตของรายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนในส่วนนี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ยอดขาย (Presale) และ Backlog:** ยอดขายที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกปี 2565 แสดงถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตลาด โดยเฉพาะยอดขายภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (132.1% YoY ใน Q3 และ 205.4% YoY ใน 9 เดือนแรก) Backlog จำนวน 20,049.5 ล้านบาท เป็นสัญญาณที่ดีต่อรายได้ในอนาคต โดยเฉพาะการรับรู้รายได้ในปี 2565 ที่คาดว่าจะเป็นประมาณ 22%
* **รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์:** รายได้จากการขายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 108.5% YoY จากการโอนโครงการที่แล้วเสร็จ แต่สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2565 กลับลดลง 36.6% YoY เนื่องจากไม่มีโครงการใหม่ที่สร้างเสร็จพร้อมโอนในช่วงต้นปี
* **รายได้ค่าเช่าและบริการ:** มีการเติบโตที่โดดเด่นถึง 587.1% YoY ในไตรมาส 3 และ 630.6% YoY ใน 9 เดือนแรกปี 2565 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการให้บริการและบริหารงานก่อสร้างจากโครงการร่วมทุน
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 36.0% ใน 9 เดือนแรกปี 2564 เป็น 24.1% ใน 9 เดือนแรกปี 2565 โดยอัตรากำไรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลงจาก 36.7% เป็น 29.6% และอัตรากำไรสินค้าให้เช่าและบริการลดลงจาก 12.4% เป็น 8.6% ซึ่งเป็นผลจากการทำแคมเปญและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* **การเปิดโครงการใหม่:** การเปิดโครงการใหม่ 9 โครงการ มูลค่า 23,100 ล้านบาท สะท้อนการขยายธุรกิจและเติมเต็ม Portfolio อย่างต่อเนื่อง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 2,839.3 ล้านบาท เป็น 23,119.1 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และเงินให้กู้ยืมระยะสั้นจากการร่วมค้า
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 2,839.7 ล้านบาท เป็น 17,491.8 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจากการออกหุ้นกู้และเงินกู้จากสถาบันการเงิน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ค่อนข้างคงที่ อยู่ที่ 5,627.3 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 2.60 เท่า เป็น 3.11 เท่า
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้นจาก 1.64 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เป็น 2.12 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของตราสารหนี้ (ไม่เกิน 2.5 เท่า)
## สรุปท้าย
NOBLE ในไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานปกติ โดยเฉพาะการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมที่แล้วเสร็จมากขึ้น และการขยายตัวของรายได้จากการให้บริการ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิที่ลดลงเป็นผลกระทบสำคัญจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการระดมทุน และการไม่มีรายการกำไรพิเศษที่เคยมีในปีก่อน แม้ Backlog จะแข็งแกร่งและยอดขายเติบโตดี แต่การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและรักษาอัตรากำไรขั้นต้นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NOBLE ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
415.10
ล้านบาท
↓ 44.1% YoY
กำไรขั้นต้น
428.33
ล้านบาท
↓ 53% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
103.19
%
กำไรสุทธิ
-121.88
ล้านบาท
↓ 152.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-29.36
%
D/E Ratio
2.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
415
↓ -44.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
428
↓ -53%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-122
↓ -152.6%
YoY
D/E Ratio
2.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NOBLE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.58
ROE (%)
9.10
ROA (%)
4.54
Book Value/หุ้น
4.96
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NOBLE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-253
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+572
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NOBLE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-252.93
-166.08%
|
382.76
-71.30%
|
1,333.44
-63.71%
|
3,674.73
-190.92%
|
-4,041.87
-199.24%
|
4,072.71
+315.26%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
571.95
+6.40%
|
537.55
+30.31%
|
412.52
+555.00%
|
62.98
-97.02%
|
2,114.00
-432.99%
|
-634.85
-315.07%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
884.99
-8.82%
|
970.60
+4.41%
|
929.59
-121.61%
|
-4,300.79
-406.33%
|
1,403.97
-143.01%
|
-3,264.46
-15.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,204.03
-36.33%
|
1,890.90
-29.33%
|
2,675.55
-575.16%
|
-563.08
+7.48%
|
-523.89
-402.13%
|
173.40
-106.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,262.65
-49.90%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,421.37
+12.57%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|