บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.85
+0.01 (+0.54%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9148 out_tok=2983 at=2026-07-25T22:35:40 -->
# NOBLE กำไรสุทธิ Q3/2564 ดิ่ง 71.4% รับผลโอนห้องชุดวูบ-ค่าใช้จ่ายพุ่ง
## รายได้-กำไรทรุดหนักจากโควิด-19 ฝ่ายจัดการชี้ค่าใช้จ่ายบริหาร-คอมมิชชั่นต่างชาติเพิ่ม
บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 877.1 ล้านบาท ลดลง 74.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 149.6 ล้านบาท ลดลง 71.4% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ NOBLE ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมที่ลดลงอย่างมาก** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้จากการขายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **รายได้จากการขายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลง 77.1% YoY:** สาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดโครงการคอนโดมิเนียม อันเป็นผลโดยตรงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความสามารถในการเข้าทำธุรกรรมของผู้บริโภค
2. **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 7.3% YoY (สำหรับ 9 เดือนแรก):** แม้ในไตรมาส 3/2564 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะลดลง 46.3% YoY เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการโอนกรรมสิทธิ์ลดลง แต่เมื่อพิจารณาภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 พบว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้น 7.3% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **ค่าคอมมิชชั่นที่ขายให้ลูกค้าต่างชาติที่มากขึ้น** และ **ค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าธรรมเนียมในการบริหารงานที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ** ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพื่อการเติบโตในอนาคต
3. **อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลง:** อัตรากำไรขั้นต้นรวมสำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 30.1% ลดลงจาก 37.3% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และสำหรับ 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 36.0% ลดลงจาก 37.3% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการทำแคมเปญในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว (สำหรับผลกระทบจากโควิด-19) แต่มีปัจจัยกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น:** ผลกระทบจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลงนั้น มีแนวโน้มที่จะเป็นผลกระทบชั่วคราวจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งหากสถานการณ์คลี่คลายและมาตรการต่างๆ ผ่อนคลายลง การโอนกรรมสิทธิ์อาจฟื้นตัวได้ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขยายธุรกิจนั้น มีแนวโน้มที่จะเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2564 ลดลง 74.1% YoY** อยู่ที่ 877.1 ล้านบาท และ **9 เดือนแรกปี 2564 ลดลง 21.9% YoY** อยู่ที่ 5,792.1 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ Q3/2564 ลดลง 71.4% YoY** อยู่ที่ 149.6 ล้านบาท และ **9 เดือนแรกปี 2564 ลดลง 24.5% YoY** อยู่ที่ 935.5 ล้านบาท
* **ยอดขายโครงการ (Pre-sale) 9 เดือนแรกปี 2564 ลดลง 9.4% YoY** อยู่ที่ 5,524.7 ล้านบาท โดยกว่า 3,400 ล้านบาทมาจากโครงการที่สร้างแล้วเสร็จ
* **Backlog ณ สิ้น Q3/2564 อยู่ที่ 10,085.0 ล้านบาท** คาดทยอยรับรู้ภายใน 3 ปีข้างหน้า โดยประมาณ 11% จะรับรู้ใน Q4/2564
* **เปิดโครงการใหม่ 9 เดือนแรกปี 2564 จำนวน 2 โครงการ มูลค่า 6,100 ล้านบาท** และมีแผนเปิดอีก 1 โครงการใน Q4/2564 มูลค่า 800 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest-Bearing Debt to Equity Ratio) เพิ่มขึ้น** จาก 1.15 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เป็น 1.45 เท่า ณ สิ้น Q3/2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ รายงานรายได้รวมในไตรมาส 3 ปี 2564 ที่ 877.1 ล้านบาท ลดลง 74.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) และสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 มีรายได้รวม 5,792.1 ล้านบาท ลดลง 21.9% YoY สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่ลดลงภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
ในส่วนของกำไรสุทธิ ไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 149.6 ล้านบาท ลดลง 71.4% YoY และงวด 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 935.5 ล้านบาท ลดลง 24.5% YoY ปัจจัยที่ส่งผลกระทบคือการโอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าคอมมิชชั่นลูกค้าต่างชาติและค่าใช้จ่ายพนักงานเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
อัตรากำไรขั้นต้นรวมสำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 30.1% ลดลงจาก 37.3% ในปีก่อน และสำหรับ 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 36.0% ลดลงจาก 37.3% ซึ่งเกิดจากการทำแคมเปญทางการตลาด
## โอกาส
* **Backlog จำนวนมาก:** บริษัทฯ มี Backlog ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 10,085.0 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วง 3 ปีข้างหน้า เป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคต
* **การเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่อง:** มีแผนเปิดโครงการใหม่ 2 โครงการในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 และมีแผนเปิดอีก 1 โครงการในไตรมาส 4 ปี 2564 แสดงถึงการเดินหน้าขยายธุรกิจ
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น:** รายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 87.6% ในไตรมาส 3 และ 284.3% ใน 9 เดือนแรกปี 2564 จากการรับรู้รายได้จากการยกเลิกสัญญาที่เพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพารายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์:** รายได้หลักยังคงมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียม ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจและโควิด-19
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** มีการออกหุ้นกู้และตั๋วแลกเงินระยะสั้นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินและอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มสูงขึ้น
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** แม้จะมีการเปิดโครงการใหม่ แต่การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงสูง
* **ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการตัดสินใจของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** ความสามารถในการรับรู้รายได้จาก Backlog ที่มีอยู่ 10,085.0 ล้านบาท ในช่วง 3 ปีข้างหน้า
* **ยอดขายโครงการใหม่ (Presale):** ประสิทธิภาพในการเปิดโครงการใหม่และการตอบรับของตลาดต่อโครงการที่เปิดใหม่
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะค่าคอมมิชชั่นลูกค้าต่างชาติและค่าใช้จ่ายพนักงาน
* **สถานการณ์โควิด-19 และมาตรการภาครัฐ:** ผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การรักษาระดับอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอนกรรมสิทธิ์:** รายได้จากการขายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลง 77.1% YoY ในไตรมาส 3 และ 28.2% YoY ใน 9 เดือนแรกปี 2564 สะท้อนถึงความท้าทายในการโอนกรรมสิทธิ์ภายใต้ข้อจำกัดจากสถานการณ์โควิด-19
* **ยอดขาย (Presale):** ยอดขายรวมลดลง 9.4% YoY ใน 9 เดือนแรกปี 2564 โดยยอดขายจากโครงการที่สร้างแล้วเสร็จคิดเป็นสัดส่วนที่สูง แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการระบายสต็อกโครงการพร้อมอยู่
* **Backlog:** การมี Backlog จำนวน 10,085.0 ล้านบาท เป็นจุดแข็งสำคัญที่จะช่วยสร้างรายได้ในอนาคต โดยประมาณ 11% ของ Backlog จะถูกรับรู้ในไตรมาส 4 ปี 2564
* **การเปิดโครงการใหม่:** การเปิดโครงการใหม่ 2 โครงการ มูลค่า 6,100 ล้านบาท ใน 9 เดือนแรกปี 2564 และแผนเปิดอีก 1 โครงการในไตรมาส 4 ปี 2564 แสดงถึงการเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** อัตรากำไรขั้นต้นรวมที่ลดลง บ่งชี้ถึงแรงกดดันด้านราคาจากการแข่งขันและการทำแคมเปญเพื่อกระตุ้นยอดขาย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 18,214.1 ล้านบาท ลดลง 983.7 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และสินค้าคงเหลือจากการโอนกรรมสิทธิ์
หนี้สินรวมอยู่ที่ 12,581.2 ล้านบาท ลดลง 753.1 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 แม้ว่าหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้และตั๋วแลกเงินระยะสั้น แต่เงินมัดจำและเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าลดลงจากการโอนกรรมสิทธิ์
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 5,632.9 ล้านบาท ลดลง 230.6 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผล
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 1.15 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เป็น 1.45 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของตราสารหนี้
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ NOBLE ในไตรมาส 3 ปี 2564 ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการชะลอตัวของการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมอันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทฯ จะมี Backlog จำนวนมากเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคต และมีการเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NOBLE ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
415.10
ล้านบาท
↓ 44.1% YoY
กำไรขั้นต้น
428.33
ล้านบาท
↓ 53% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
103.19
%
กำไรสุทธิ
-121.88
ล้านบาท
↓ 152.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-29.36
%
D/E Ratio
2.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
415
↓ -44.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
428
↓ -53%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-122
↓ -152.6%
YoY
D/E Ratio
2.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NOBLE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.58
ROE (%)
9.10
ROA (%)
4.54
Book Value/หุ้น
4.96
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NOBLE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-253
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+572
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NOBLE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-252.93
-166.08%
|
382.76
-71.30%
|
1,333.44
-63.71%
|
3,674.73
-190.92%
|
-4,041.87
-199.24%
|
4,072.71
+315.26%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
571.95
+6.40%
|
537.55
+30.31%
|
412.52
+555.00%
|
62.98
-97.02%
|
2,114.00
-432.99%
|
-634.85
-315.07%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
884.99
-8.82%
|
970.60
+4.41%
|
929.59
-121.61%
|
-4,300.79
-406.33%
|
1,403.97
-143.01%
|
-3,264.46
-15.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,204.03
-36.33%
|
1,890.90
-29.33%
|
2,675.55
-575.16%
|
-563.08
+7.48%
|
-523.89
-402.13%
|
173.40
-106.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,262.65
-49.90%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,421.37
+12.57%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|