บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.85
+0.01 (+0.54%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9143 out_tok=2958 at=2026-07-25T21:55:56 -->
# NOBLE กำไร Q3/2566 พุ่ง 516.8% รับอานิสงส์ขายเงินลงทุน-ค่าธรรมเนียมโครงการ
## รายได้-กำไรโตแรงจากรายการพิเศษ ขณะที่ยอดขายโครงการใหม่ชะลอตัว
บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE รายงานผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2566 มีรายได้รวม 7,273.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.7% และมีกำไรสุทธิ 719.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 516.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากรายการกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในโครงการร่วมทุนและการรับรู้ค่าธรรมเนียมบริหารโครงการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ยอดขายโครงการ (Presale) ในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ปรับตัวลดลง เนื่องจากจำนวนโครงการเปิดใหม่น้อยกว่าปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ NOBLE ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 516.8% มาจาก **รายการกำไรอื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการขายเงินลงทุนใน 2 โครงการร่วมทุน (โครงการนิวดิสทริคอาร์ 9 และโครงการนิวครอสคูคตสเตชัน) ให้แก่บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) ในเดือนกรกฎาคม 2566** ควบคู่ไปกับการรับรู้ **ค่าธรรมเนียมต่างๆ ในฐานะผู้บริหารโครงการร่วมทุน** ได้แก่ ค่าธรรมเนียมการบริหารโครงการ (Management Fee), ค่าธรรมเนียมแรงจูงใจ (Incentive Fee) และค่าธรรมเนียมความสำเร็จของธุรกิจ (Success Fee) ซึ่งรายการเหล่านี้เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้กำไรสุทธิเติบโตสูง
**สาเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้** เกิดจากการที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการขายเงินลงทุนในโครงการร่วมทุนดังกล่าวออกไป ซึ่งส่งผลให้เกิดกำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ามาเป็นรายได้พิเศษ นอกจากนี้ การที่บริษัทยังคงมีบทบาทในการบริหารโครงการร่วมทุนเหล่านี้ต่อไป ทำให้ยังคงได้รับค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการโครงการ ซึ่งเป็นรายได้ที่เข้ามาเสริมจากการดำเนินงานปกติ
**สำหรับโอกาสในการเกิดผลต่อเนื่อง** รายการกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนนี้ **มีลักษณะเป็นรายการครั้งคราว (One-time Transaction)** โดยจะเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อมีการขายเงินลงทุนในโครงการร่วมทุนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม รายได้จากค่าธรรมเนียมบริหารโครงการ (Management Fee, Incentive Fee, Success Fee) **มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง** หากบริษัทยังคงมีส่วนร่วมในการบริหารโครงการร่วมทุนเหล่านี้ต่อไป ซึ่งจะช่วยสนับสนุนผลประกอบการในส่วนของรายได้อื่นให้เติบโตได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 เติบโต 516.8% YoY** แตะ 719.2 ล้านบาท จาก 116.6 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้น 53.7% YoY** อยู่ที่ 7,273.6 ล้านบาท
* **ยอดขายโครงการ (Presale) 9 เดือนแรกปี 2566 ลดลง 23.9% YoY** อยู่ที่ 10,680.9 ล้านบาท เนื่องจากจำนวนโครงการเปิดใหม่น้อยลง
* **Backlog ณ สิ้น Q3/2566 อยู่ที่ 17,884.8 ล้านบาท** (ไม่รวม 2 โครงการร่วมทุน) คาดทยอยรับรู้ภายใน 2 ปีข้างหน้า
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest-Bearing Debt to Equity Ratio) เพิ่มขึ้น** จาก 1.83 เท่า ณ สิ้นปี 2565 เป็น 2.16 เท่า ณ สิ้น Q3/2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 7,273.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้จากการให้เช่าและบริการที่เพิ่มขึ้น 134.8% จากการบริหารงานก่อสร้างโครงการร่วมทุน และการรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่ที่ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2566 รวมถึงรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น 115.7% จากค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่ได้รับจากการขายเงินลงทุนในโครงการร่วมทุน
ในขณะที่กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 719.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 516.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากกำไรอื่นที่เพิ่มขึ้นจากการขายเงินลงทุนใน 2 โครงการร่วมทุน และค่าธรรมเนียมที่ได้รับจากการบริหารโครงการร่วมทุน
อัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 25.0% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 24.1% ในปีก่อน โดยอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 30.8% และธุรกิจให้เช่าและบริการอยู่ที่ 16.7%
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** บริษัทฯ มี Backlog จำนวน 17,884.8 ล้านบาท (ไม่รวม 2 โครงการร่วมทุน) ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ภายใน 2 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าประมาณ 18% ของ Backlog จะรับรู้ได้ในปี 2566
* **การเติบโตของธุรกิจใหม่:** การขยายธุรกิจใหม่ด้านการให้บริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์, ตัวแทนนายหน้า และบริการหลังการขายภายใต้บริษัท เซิร์ฟ โซลูชั่น จำกัด ซึ่งเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2566 มีศักยภาพในการเติบโตและสร้างรายได้ต่อเนื่อง
* **การบริหารโครงการร่วมทุน:** การรับรู้รายได้ค่าธรรมเนียมต่างๆ จากการบริหารโครงการร่วมทุน เช่น โครงการนิวดิสทริคอาร์ 9 และโครงการนิวครอสคูคตสเตชัน ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้
## ความเสี่ยง
* **ยอดขายโครงการ (Presale) ชะลอตัว:** ยอดขายโครงการ 9 เดือนแรกปี 2566 ลดลง 23.9% YoY เนื่องจากจำนวนโครงการเปิดใหม่น้อยกว่าปีก่อน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในอนาคตหากไม่สามารถเร่งการเปิดโครงการใหม่และสร้างยอดขายได้
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 40.3% YoY จากการออกหุ้นกู้และเงินกู้สถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักเพิ่มขึ้นจาก 4.34% เป็น 4.82%
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่สูงขึ้น:** อัตราส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 1.83 เท่า เป็น 2.16 เท่า ซึ่งแม้จะยังต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ 2.5 เท่า แต่ก็เป็นระดับที่ต้องจับตาการบริหารจัดการหนี้สินของบริษัทฯ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การเปิดโครงการใหม่และการสร้างยอดขาย (Presale):** ความสามารถในการเปิดโครงการใหม่และสร้างยอดขายให้เติบโตขึ้นในไตรมาสถัดไป เพื่อทดแทนยอดขายที่ชะลอตัวลง
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** การทยอยรับรู้รายได้จาก Backlog ที่มีอยู่ 17,884.8 ล้านบาท ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** แนวโน้มต้นทุนทางการเงิน และความสามารถในการบริหารจัดการภาระหนี้สินของบริษัทฯ
* **การเติบโตของธุรกิจให้บริการ:** การขยายตัวและสร้างรายได้ที่มั่นคงจากธุรกิจใหม่ด้านการให้บริการอสังหาริมทรัพย์
* **การขายสินทรัพย์หรือโครงการร่วมทุนในอนาคต:** ความเป็นไปได้ในการเกิดรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์เพิ่มเติม ซึ่งอาจส่งผลต่อกำไรในแต่ละไตรมาส
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer):** บริษัทฯ มีการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดและโครงการแนวราบที่ก่อสร้างแล้วเสร็จมากขึ้นในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 โดยมีโครงการที่โอนกรรมสิทธิ์ เช่น โครงการโนเบิลสเตทสุขุมวิท 39, โครงการนิวงามวงศ์วาน, โครงการโนเบิลอราวน์อารีย์, โครงการนิว โคฟนอร์ธราชพฤกษ์, โครงการโนเบิลอเวย์ชะอำ และโครงการนิวซี-สแควร์สวนหลวงสเตชั่น ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนรายได้จากการขายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 18.7%
**ยอดขายโครงการ (Presale):** ยอดขายรวม 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 10,680.9 ล้านบาท ลดลง 23.9% YoY โดยยอดขายภายในประเทศลดลง 32.9% ขณะที่ยอดขายภายนอกประเทศเพิ่มขึ้น 26.7% การลดลงของ Presale เป็นผลมาจากการเปิดโครงการใหม่เพียง 5 โครงการในปีนี้ เทียบกับ 9 โครงการในปีที่แล้ว
**Backlog:** ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มี Backlog จำนวน 17,884.8 ล้านบาท (ไม่รวม 2 โครงการร่วมทุน) ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ภายใน 2 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าประมาณ 18% ของ Backlog จะรับรู้ได้ในปี 2566 แสดงให้เห็นถึงรายได้ที่ค่อนข้างแน่นอนในระยะสั้นถึงกลาง
**การเปิดโครงการใหม่:** ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ เปิดโครงการใหม่ 5 โครงการ มูลค่ารวม 7,600 ล้านบาท ได้แก่ โครงการนิวคอร์คูคตสเตชัน, โครงการนิว ไฮบ์สุขสวัสดิ์, โครงการโนเบิลอเวย์ชะอำ, โครงการโนเบิล เทอร์รา พระราม 9 – เอกมัย และโครงการโนเบิล เอควา ริเวอร์ฟร้อนท์ราษฎร์บูรณะ
**อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 25.0% โดยอัตรากำไรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 30.8% และธุรกิจให้เช่าและบริการอยู่ที่ 16.7% ซึ่งอัตรากำไรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงอยู่ในระดับที่ดี
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 24,761.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,265.0 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นจากการบริหารงานก่อสร้างโครงการร่วมทุน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 18,486.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,932.1 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจากการออกหุ้นกู้ ตั๋วแลกเงินระยะสั้น และเงินกู้จากสถาบันการเงิน
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 6,275.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 332.9 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest-Bearing Debt to Equity Ratio) อยู่ที่ 2.16 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.83 เท่า ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้กรอบที่กำหนดไว้ที่ 2.5 เท่า
## สรุปท้าย
ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2566 ของ NOBLE โดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 516.8% ซึ่งขับเคลื่อนหลักโดยรายการกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในโครงการร่วมทุนและค่าธรรมเนียมบริหารโครงการ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายอยู่ที่ยอดขายโครงการ (Presale) ที่ชะลอตัวลงจากการเปิดโครงการใหม่ที่น้อยลง แม้จะมี Backlog ที่แข็งแกร่งรองรับรายได้ในระยะสั้นถึงกลาง การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นและการติดตามการเติบโตของธุรกิจบริการใหม่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนควรจับตาต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NOBLE ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
415.10
ล้านบาท
↓ 44.1% YoY
กำไรขั้นต้น
428.33
ล้านบาท
↓ 53% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
103.19
%
กำไรสุทธิ
-121.88
ล้านบาท
↓ 152.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-29.36
%
D/E Ratio
2.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
415
↓ -44.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
428
↓ -53%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-122
↓ -152.6%
YoY
D/E Ratio
2.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NOBLE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.58
ROE (%)
9.10
ROA (%)
4.54
Book Value/หุ้น
4.96
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NOBLE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-253
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+572
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NOBLE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-252.93
-166.08%
|
382.76
-71.30%
|
1,333.44
-63.71%
|
3,674.73
-190.92%
|
-4,041.87
-199.24%
|
4,072.71
+315.26%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
571.95
+6.40%
|
537.55
+30.31%
|
412.52
+555.00%
|
62.98
-97.02%
|
2,114.00
-432.99%
|
-634.85
-315.07%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
884.99
-8.82%
|
970.60
+4.41%
|
929.59
-121.61%
|
-4,300.79
-406.33%
|
1,403.97
-143.01%
|
-3,264.46
-15.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,204.03
-36.33%
|
1,890.90
-29.33%
|
2,675.55
-575.16%
|
-563.08
+7.48%
|
-523.89
-402.13%
|
173.40
-106.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,262.65
-49.90%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,421.37
+12.57%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|