บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.09
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5189 out_tok=1915 at=2026-07-26T00:20:35 -->
# PROUD ขาดทุนเพิ่ม 117% ในปี 2564 หลังไร้รายได้โอนโครงการใหม่
## รายได้อสังหาฯ หายวูบปี 2564 กระทบกำไรสุทธิ ขณะที่ต้นทุนการเงินพุ่งสูง
บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD รายงานผลประกอบการปี 2564 ขาดทุนสุทธิ 97.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 117% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 44.82 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากการไม่มีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ ขณะที่ต้นทุนทางการเงินปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ PROUD ในปี 2564 คือ **การไม่มีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งส่งผลให้รายได้และกำไรขั้นต้นหายไปทั้งหมดเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ประกอบกับ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ทำให้ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 117%
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ในปี 2564 บริษัทฯ ไม่มีรายได้และต้นทุนจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากโครงการใหม่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ในขณะที่ปี 2563 บริษัทฯ มีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด 32 ห้อง มูลค่า 181.65 ล้านบาท และมีต้นทุนที่เกี่ยวข้อง 146.29 ล้านบาท การหายไปของรายได้หลักนี้ส่งผลโดยตรงต่อผลกำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 35.37 ล้านบาท เหลือศูนย์
นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินในปี 2564 เพิ่มขึ้นถึง 324% หรือ 13.11 ล้านบาท เป็น 17.15 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการปรับปรุงดอกเบี้ยของหุ้นบุริมสิทธิชนิดสะสมเงินปันผลและไถ่ถอนได้ตามมาตรฐานการบัญชี TFRS 9 จำนวน 15.26 ล้านบาท แม้ว่าดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินจะลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ แต่ผลกระทบจากการปรับปรุงตามมาตรฐานบัญชีใหม่มีน้ำหนักมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายลดลงอย่างมากถึง 98% หรือ 15.03 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายในการขายโครงการที่ปิดการขายแล้ว รวมถึงค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขาย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9% หรือ 8.66 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าเสื่อมราคา ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานและการศึกษาโครงการใหม่
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** การไม่มีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2564 เป็นสถานการณ์ชั่วคราวที่เกิดจากการที่โครงการใหม่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งเป็นลักษณะปกติของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องรอการโอนกรรมสิทธิ์เมื่อโครงการแล้วเสร็จ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากการปรับปรุงตามมาตรฐานบัญชี TFRS 9 อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องในระยะสั้น แต่การชำระคืนเงินกู้ยืมจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาวได้
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 117%:** ปี 2564 ขาดทุน 97.24 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนขาดทุน 44.82 ล้านบาท
* **ไร้รายได้อสังหาริมทรัพย์:** ปี 2564 ไม่มีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ ขณะที่ปี 2563 มี 181.65 ล้านบาท
* **ต้นทุนการเงินพุ่ง 324%:** เพิ่มขึ้น 13.11 ล้านบาท เป็น 17.15 ล้านบาท จากการปรับปรุงตาม TFRS 9
* **ค่าใช้จ่ายขายลดฮวบ 98%:** เหลือ 0.29 ล้านบาท จาก 15.32 ล้านบาท เนื่องจากปิดการขายโครงการเดิม
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม 9%:** เป็น 101.69 ล้านบาท จาก 93.02 ล้านบาท หลักๆ จากค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายพนักงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 97.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.42 ล้านบาท หรือ 117% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่มีผลขาดทุน 44.82 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากการไม่มีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ในปี 2564 ซึ่งแตกต่างจากปี 2563 ที่มีรายได้จากการโอน 181.65 ล้านบาท ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **การพัฒนาโครงการใหม่:** การที่โครงการใหม่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างบ่งชี้ถึงการลงทุนเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต
* **การบริหารต้นทุน:** การลดลงอย่างมากของค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย แสดงถึงความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพารายได้จากการโอน:** การที่ผลประกอบการขึ้นอยู่กับการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ ทำให้มีความเสี่ยงหากการก่อสร้างหรือการขายล่าช้า
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การปรับปรุงตามมาตรฐานบัญชี TFRS 9 และต้นทุนทางการเงินอื่นๆ อาจเป็นภาระต่อผลประกอบการ
* **ค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารอาจส่งผลกระทบต่อกำไรในระยะยาวหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการใหม่ และแผนการเปิดขาย/โอนกรรมสิทธิ์
* แนวโน้มรายได้และกำไรขั้นต้นเมื่อโครงการใหม่เริ่มสร้างรายได้
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินในอนาคต
* การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารให้มีประสิทธิภาพ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในปี 2564 PROUD ไม่มีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากโครงการปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งแตกต่างจากปี 2563 ที่มีรายได้จากการโอน 181.65 ล้านบาท การขาดหายไปของรายได้หลักนี้ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเป็นศูนย์ในปีนี้
ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายลดลงอย่างมากถึง 98% เหลือเพียง 0.29 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายในการขายโครงการที่ปิดการขายแล้ว รวมถึงค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขาย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9% เป็น 101.69 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (4.28 ล้านบาท), ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน (2.89 ล้านบาท), ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ (2.34 ล้านบาท), ค่าใช้จ่ายระบบคอมพิวเตอร์ (1.84 ล้านบาท), ค่าเช่าสำนักงานขาย (1.35 ล้านบาท) และค่าใช้จ่ายในการศึกษาโครงการใหม่ (1.02 ล้านบาท)
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงตามมาตรฐาน TFRS 9 และการลดลงของดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากการชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
## สรุปท้าย
ปี 2564 เป็นปีที่ PROUD เผชิญกับความท้าทายจากการไม่มีรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน แม้ว่าบริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การกลับมาสร้างรายได้และกำไรจะขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการพัฒนาและโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหม่ในอนาคต ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PROUD ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,393.91
ล้านบาท
↑ 453.1% YoY
กำไรขั้นต้น
271.70
ล้านบาท
↑ 403.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.49
%
กำไรสุทธิ
23.08
ล้านบาท
↓ 165.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.66
%
D/E Ratio
3.32
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,394
↑ + 453.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
272
↑ + 403.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
23
↓ -165.8%
YoY
D/E Ratio
3.32
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PROUD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.32
ROE (%)
10.18
ROA (%)
4.85
Book Value/หุ้น
1.83
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PROUD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,006
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-20
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PROUD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,005.62
+65.24%
|
-1,213.74
-58.86%
|
-2,950.28
-418.63%
|
925.94
-198.60%
|
-939.10
-748.28%
|
144.86
-110.38%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-20.03
+445.78%
|
-3.67
-100.39%
|
938.24
-16,276.55%
|
-5.80
-1,174.07%
|
0.54
-107.43%
|
-7.27
-112.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,925.74
-14.11%
|
2,242.06
+8.86%
|
2,059.52
-337.68%
|
-866.52
-178.58%
|
1,102.68
-2,422.41%
|
-47.48
-103.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-425.33
-141.51%
|
1,024.66
-995.29%
|
-114.45
-145.04%
|
254.13
+58.62%
|
160.21
+168.63%
|
59.64
-36.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
484.90
-44.10%
|
867.47
+335.43%
|
199.22
-30.98%
|
288.63
+78.67%
|
161.54
+58.53%
|
101.90
+1,293.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
454.25
-6.32%
|
484.90
-44.10%
|
867.47
+335.43%
|
199.22
-30.98%
|
288.63
+78.67%
|
161.54
+58.53%
|