บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.09
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4314 out_tok=2344 at=2026-07-26T00:41:19 -->
# PROUD พลิกขาดทุน Q3/65 สู่กำไร 119 ล้านบาท รับโอนคอนโดหรูหัวหิน
## รายได้จากการโอนโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัลฯ หนุนผลงานโตแรง 627% ขณะต้นทุนการเงินพุ่ง
บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD พลิกสถานการณ์จากขาดทุนในปีก่อน กลับมามีกำไรสุทธิ 118.95 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 627% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 22.59 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เติบโตอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ PROUD พลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 882.58 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่ไม่มีรายได้ในส่วนนี้เลย นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นจากการโอนโครงการดังกล่าวอยู่ที่ 36% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อผลกำไรโดยรวม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเนื่องจากโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน ซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้างในปีก่อน ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมสำหรับการโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 3 ปี 2565 ทำให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้และต้นทุนจากการขายได้ตามปกติ ส่งผลให้เกิดกำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานโดยตรง ในขณะที่ปีก่อนยังไม่มีการโอนห้องชุด จึงไม่มีรายได้และต้นทุนในส่วนนี้
อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรในด้านลบเช่นกัน ได้แก่:
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย** เพิ่มขึ้น 63.28 ล้านบาท เนื่องจากการส่งเสริมการขายและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร** เพิ่มขึ้น 51.45 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการดำเนินงานที่ขยายตัว และค่าใช้จ่ายภาษีธุรกิจเฉพาะจากการโอนห้องชุด
* **ต้นทุนทางการเงิน** เพิ่มขึ้น 19.75 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการปรับปรุงดอกเบี้ยหุ้นบุริมสิทธิ และดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้** เพิ่มขึ้น 40.64 ล้านบาท เนื่องจากมีกำไรทางภาษีจากการดำเนินงาน และการปรับปรุงภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีจากการกลับรายการขาดทุนสะสมทางภาษีของบริษัทย่อย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่บริษัทสามารถเริ่มรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน ได้แล้ว ซึ่งเป็นโครงการที่มีมูลค่าสูง อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของผลประกอบการในระดับนี้อาจต้องพิจารณาถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ในอนาคต รวมถึงความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ 118.95 ล้านบาท** ในไตรมาส 3 ปี 2565 จากขาดทุน 22.59 ล้านบาทในปีก่อน (YoY +627%)
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 882.58 ล้านบาท** มาจากการโอนห้องชุดโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการโอนโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัลฯ อยู่ที่ 36%**
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น** ตามการดำเนินงานที่ขยายตัวและการส่งเสริมการขาย
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูงขึ้น** จากการปรับปรุงดอกเบี้ยหุ้นบุริมสิทธิและดอกเบี้ยเงินกู้ยืม
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น** จากกำไรทางภาษีและการปรับปรุงภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 3 ปี 2565 จำนวน 882.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ไม่มีรายได้ในส่วนนี้ เนื่องจากโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน อยู่ระหว่างการก่อสร้างในปีก่อน และเริ่มมีการโอนกรรมสิทธิ์ในปีนี้ ส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 118.95 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 22.59 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จากโครงการที่สร้างเสร็จ:** การโอนกรรมสิทธิ์โครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และกำไรให้กับบริษัท
* **การขยายธุรกิจ:** การเพิ่มจำนวนพนักงานเพื่อรองรับกิจกรรมการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงแผนการเติบโตของบริษัท
* **ศักยภาพโครงการในอนาคต:** การมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและเตรียมเปิดตัว จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิของบริษัท
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
* **ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** สภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์โครงการในอนาคต
* **การเปลี่ยนแปลงกฎหมายและข้อบังคับ:** การเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าและยอดขายของโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน ในไตรมาสถัดไป
* แผนการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ และกลยุทธ์การตลาด
* แนวโน้มต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* การบริหารจัดการกระแสเงินสดของบริษัท
* ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยต่อกำลังซื้อ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer of Ownership):** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักในไตรมาสนี้ โดยโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้มูลค่า 873.99 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทในไตรมาสนี้
**อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin):** โครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน มีอัตรากำไรขั้นต้นจากการโอนอยู่ที่ 36% ซึ่งถือเป็นอัตราที่ดีและเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทมีกำไร
**ต้นทุนก่อสร้าง (Construction Costs):** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลขต้นทุนก่อสร้างโดยตรง แต่การรับรู้ต้นทุนจากการโอนโครงการ 561.55 ล้านบาท สะท้อนถึงต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงในการพัฒนาโครงการ
**Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog โดยตรง แต่การที่โครงการอินเตอร์คอนติเนนตัลฯ สามารถโอนได้ แสดงว่ามี Backlog ที่พร้อมรับรู้รายได้แล้ว
**การเปิดโครงการใหม่ (New Project Launches):** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงการเปิดโครงการใหม่ในไตรมาสนี้ แต่มีการกล่าวถึงการเพิ่มจำนวนพนักงานเพื่อรองรับกิจกรรมการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงแผนการขยายธุรกิจในอนาคต
**Occupancy/Rental Yield:** ไม่ปรากฏข้อมูลในเอกสาร เนื่องจากโครงการที่กล่าวถึงเป็นโครงการคอนโดมิเนียมเพื่อการขาย ไม่ใช่โครงการที่เน้นการปล่อยเช่า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับงบดุลหรืองบกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึง:
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 19.75 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงภาระดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้นจากการกู้ยืมและตราสารทางการเงิน
* **ค่าใช้จ่ายภาษีธุรกิจเฉพาะ:** เพิ่มขึ้น 26.70 ล้านบาทจากการโอนห้องชุด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนการขาย
* **ค่าใช้จ่ายนิติบุคคลอาคารชุด:** เพิ่มขึ้น 5.71 ล้านบาท ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลังการโอน
## สรุปท้าย
PROUD พลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างน่าประทับใจในไตรมาส 3 ปี 2565 ด้วยการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้บริษัทกลับมามีกำไร แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น แต่ศักยภาพในการสร้างรายได้จากโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว ประกอบกับแผนการขยายธุรกิจในอนาคต ยังคงเป็นโอกาสที่น่าจับตาสำหรับบริษัท ท่ามกลางความเสี่ยงจากต้นทุนและสภาวะตลาดที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PROUD ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
1,393.91
ล้านบาท
↑ 453.1% YoY
กำไรขั้นต้น
271.70
ล้านบาท
↑ 403.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.49
%
กำไรสุทธิ
23.08
ล้านบาท
↓ 165.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.66
%
D/E Ratio
3.32
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,394
↑ + 453.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
272
↑ + 403.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
23
↓ -165.8%
YoY
D/E Ratio
3.32
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PROUD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.32
ROE (%)
10.18
ROA (%)
4.85
Book Value/หุ้น
1.83
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PROUD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,006
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-20
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PROUD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,005.62
+65.24%
|
-1,213.74
-58.86%
|
-2,950.28
-418.63%
|
925.94
-198.60%
|
-939.10
-748.28%
|
144.86
-110.38%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-20.03
+445.78%
|
-3.67
-100.39%
|
938.24
-16,276.55%
|
-5.80
-1,174.07%
|
0.54
-107.43%
|
-7.27
-112.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,925.74
-14.11%
|
2,242.06
+8.86%
|
2,059.52
-337.68%
|
-866.52
-178.58%
|
1,102.68
-2,422.41%
|
-47.48
-103.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-425.33
-141.51%
|
1,024.66
-995.29%
|
-114.45
-145.04%
|
254.13
+58.62%
|
160.21
+168.63%
|
59.64
-36.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
484.90
-44.10%
|
867.47
+335.43%
|
199.22
-30.98%
|
288.63
+78.67%
|
161.54
+58.53%
|
101.90
+1,293.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
454.25
-6.32%
|
484.90
-44.10%
|
867.47
+335.43%
|
199.22
-30.98%
|
288.63
+78.67%
|
161.54
+58.53%
|