บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.09
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3885 out_tok=2576 at=2026-07-26T01:10:15 -->
# PROUD กำไร Q1/2566 พุ่ง 460% รับโอนคอนโดหรูหัวหิน
## รายได้จากการโอนโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซสหัวหิน หนุนกำไรโตแรง ขณะที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มตามการดำเนินงาน
บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 137.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 460% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเริ่มรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซสหัวหิน ซึ่งเป็นโครงการที่บริษัทฯ พัฒนาขึ้น ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงต้นทุนทางการเงินปรับตัวสูงขึ้นตามการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรของ PROUD ในไตรมาส 1 ปี 2566 เติบโตอย่างก้าวกระโดด คือ **การเริ่มรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซสหัวหิน** ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 902.8 ล้านบาท และมีกำไรขั้นต้นจากการขายโครงการดังกล่าว 35% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 ซึ่งไม่มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากโครงการยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเนื่องจากโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซสหัวหิน ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมหรู ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมสำหรับการโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้า ทำให้บริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้และต้นทุนจากการขายได้ตามมาตรฐานบัญชี ส่งผลให้เกิดรายได้และกำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานที่ชัดเจน ในขณะที่ปีก่อนหน้า โครงการยังอยู่ในช่วงการก่อสร้าง จึงยังไม่มีการรับรู้รายได้จากการโอน
อย่างไรก็ตาม มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานเช่นกัน ได้แก่:
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย** เพิ่มขึ้น 92.1 ล้านบาท เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซสหัวหิน
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร** เพิ่มขึ้น 1.2 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและค่าใช้จ่ายในการบริหารทั่วไป
* **ต้นทุนทางการเงิน** เพิ่มขึ้น 4.4 ล้านบาท โดยหลักมาจากการปรับอัตราดอกเบี้ยหุ้นบุริมสิทธิสะสมเงินปันผลจาก 7.5% เป็น 10.0% และดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่โครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซสหัวหิน ได้เริ่มโอนกรรมสิทธิ์แล้ว ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้และกำไรของบริษัทฯ ในไตรมาสถัดๆ ไป อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของรายได้และกำไรจะขึ้นอยู่กับอัตราการโอนกรรมสิทธิ์ที่เหลือของโครงการ รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/2566 เติบโต 460%** อยู่ที่ 137.9 ล้านบาท เทียบกับ 24.4 ล้านบาทใน Q1/2565
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 902.8 ล้านบาท** มาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซสหัวหิน
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายโครงการ 35%**
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 92.1 ล้านบาท** จากการส่งเสริมการขายและการโอนกรรมสิทธิ์
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 4.4 ล้านบาท** จากการปรับอัตราดอกเบี้ยหุ้นบุริมสิทธิและการกู้ยืม
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2566 เท่ากับ 137.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 176.2 ล้านบาท หรือคิดเป็น 460% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 24.4 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิเป็นผลมาจากการเริ่มรับรู้รายได้และกำไรขั้นต้นจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซสหัวหิน ซึ่งเป็นโครงการที่บริษัทฯ พัฒนาขึ้น โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 902.8 ล้านบาท และต้นทุนจากการขาย 584.4 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายโครงการอยู่ที่ 35% ในขณะที่งวดเดียวกันของปีก่อนไม่มีรายได้และต้นทุนจากการขายอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากโครงการยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 92.1 ล้านบาท จาก 0.2 ล้านบาท เป็น 92.3 ล้านบาท สืบเนื่องจากค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย และค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซสหัวหิน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านบาท เป็น 31.1 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน และค่าใช้จ่ายในการบริหารทั่วไปของบริษัทฯ ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 4.4 ล้านบาท เป็น 16.9 ล้านบาท โดยรวมเกิดจากการปรับอัตราดอกเบี้ยของหุ้นบุริมสิทธิชนิดสะสมเงินปันผลจาก 7.5% เป็น 10.0% จำนวน 2.7 ล้านบาท และดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 1.6 ล้านบาท
ส่วนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 45.4 ล้านบาท เนื่องจากมีภาษีเงินได้นิติบุคคลจากโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซสหัวหิน 39.7 ล้านบาท และสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีจากการบันทึกต้นทุนดอกเบี้ยอสังหาฯ เพิ่มขึ้น 5.6 ล้านบาท
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซสหัวหิน:** โครงการนี้เป็นโครงการเรือธงที่เริ่มสร้างรายได้แล้ว คาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่เหลือต่อไป
* **การพัฒนาโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีแผนในการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรในอนาคต
* **การขยายพอร์ตการลงทุน:** การลงทุนในธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ อาจเป็นอีกช่องทางในการสร้างการเติบโต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** สภาวะเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และกำลังซื้อของผู้บริโภค อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่
* **ต้นทุนการก่อสร้างและวัสดุ:** ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างและต้นทุนแรงงาน อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการ
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** หากบริษัทฯ มีรายได้หรือต้นทุนในสกุลเงินต่างประเทศ อาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดขาย (Presale) และยอดโอน (Backlog) ของโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซสหัวหิน:** ติดตามความคืบหน้าของการโอนกรรมสิทธิ์ที่เหลือ
* **แผนการเปิดตัวโครงการใหม่:** ความสำเร็จในการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ
* **สภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การเปลี่ยนแปลงของปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **มูลค่าโอน (Transfer Value):** ในไตรมาส 1/2566 มีการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซสหัวหิน มูลค่า 902.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog ที่ชัดเจนสำหรับโครงการอื่น ๆ นอกเหนือจากโครงการที่กำลังโอน
* **การเปิดโครงการใหม่:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการเปิดโครงการใหม่ในไตรมาสนี้
* **อัตราการเช่า (Occupancy Rate) / ผลตอบแทนค่าเช่า (Rental Yield):** ไม่ปรากฏข้อมูลในเอกสาร เนื่องจากธุรกิจหลักในงวดนี้คือการโอนโครงการที่อยู่อาศัย
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** มีการรับรู้ต้นทุนจากการโอนโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซสหัวหิน ที่ 584.4 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 35%
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** ไม่ปรากฏข้อมูลในเอกสาร
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** ไม่ปรากฏข้อมูลกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แยกตามโครงการในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน หรืออัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) รวมถึงข้อมูลกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งบ่งชี้ถึงการมีภาระหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
PROUD ในไตรมาส 1 ปี 2566 แสดงผลประกอบการที่โดดเด่นจากการเริ่มรับรู้รายได้และกำไรขั้นต้นจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซสหัวหิน ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามการดำเนินงาน แต่การบริหารจัดการโครงการให้สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้สำเร็จถือเป็นโอกาสสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของการโอนกรรมสิทธิ์ที่เหลือของโครงการ รวมถึงแผนการพัฒนาโครงการใหม่ๆ และสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวม เพื่อประเมินแนวโน้มการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PROUD ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
1,393.91
ล้านบาท
↑ 453.1% YoY
กำไรขั้นต้น
271.70
ล้านบาท
↑ 403.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.49
%
กำไรสุทธิ
23.08
ล้านบาท
↓ 165.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.66
%
D/E Ratio
3.32
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,394
↑ + 453.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
272
↑ + 403.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
23
↓ -165.8%
YoY
D/E Ratio
3.32
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PROUD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.32
ROE (%)
10.18
ROA (%)
4.85
Book Value/หุ้น
1.83
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PROUD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,006
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-20
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PROUD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,005.62
+65.24%
|
-1,213.74
-58.86%
|
-2,950.28
-418.63%
|
925.94
-198.60%
|
-939.10
-748.28%
|
144.86
-110.38%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-20.03
+445.78%
|
-3.67
-100.39%
|
938.24
-16,276.55%
|
-5.80
-1,174.07%
|
0.54
-107.43%
|
-7.27
-112.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,925.74
-14.11%
|
2,242.06
+8.86%
|
2,059.52
-337.68%
|
-866.52
-178.58%
|
1,102.68
-2,422.41%
|
-47.48
-103.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-425.33
-141.51%
|
1,024.66
-995.29%
|
-114.45
-145.04%
|
254.13
+58.62%
|
160.21
+168.63%
|
59.64
-36.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
484.90
-44.10%
|
867.47
+335.43%
|
199.22
-30.98%
|
288.63
+78.67%
|
161.54
+58.53%
|
101.90
+1,293.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
454.25
-6.32%
|
484.90
-44.10%
|
867.47
+335.43%
|
199.22
-30.98%
|
288.63
+78.67%
|
161.54
+58.53%
|