บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.55
+0.03 (+5.77%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15328 out_tok=3528 at=2026-07-25T02:30:15 -->
# BC Q2/66 พลิกขาดทุนเป็นกำไรจากการขายสินทรัพย์ หนุนรายได้โรงแรมฟื้นตัว
## รายได้โรงแรมโตแรง 75.9% YoY ดันผลประกอบการรวมดีขึ้น ขณะที่ธุรกิจให้เช่าพื้นที่กลับมาสดใส
บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ที่ได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก ขณะที่ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ก็มีอัตราการเช่าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างโดดเด่น ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการของกลุ่มบริษัทปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BC ในไตรมาส 2/2566 ปรับตัวดีขึ้น มาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ซึ่งสะท้อนผ่านรายได้รวมที่เติบโตถึง 75.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ การกลับมาเติบโตของธุรกิจให้เช่าพื้นที่ โดยเฉพาะโครงการ "ซัมเมอร์พ้อยท์" ที่มีอัตราการเช่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์:** การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทยเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก โดยเฉพาะโครงการในกรุงเทพฯ ที่มีอัตราการเข้าพักสูงถึง 82.1% และค่าห้องพักเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น 20.2% YoY ขณะที่โครงการในต่างจังหวัดก็มีการเติบโตของรายได้ 114.5% YoY แม้ว่าอัตราการเข้าพักจะยังไม่เต็มที่ แต่ก็แสดงถึงแนวโน้มที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารระบุว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนยังคงต่ำกว่าช่วงก่อนโควิด ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
**ธุรกิจให้เช่าพื้นที่:** โครงการ "ซัมเมอร์พ้อยท์" มีอัตราการเช่าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 42.2% ใน Q2/65 เป็น 87.2% ใน Q2/66 ส่งผลให้รายได้จากการให้เช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น 87% YoY และอัตรากำไร EBITDA ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลจากทีมบริหารอสังหาริมทรัพย์ที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ
**รายการพิเศษ:** แม้ว่าภาพรวมจะดีขึ้น แต่ในส่วนของงบการเงินเฉพาะกิจการยังคงมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ 13.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการให้บริการแก่บริษัทย่อยในต่างประเทศ และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะรายการพิเศษ เช่น การรับรู้รายได้เงินปันผลจากการขายสินทรัพย์ขนาดใหญ่ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 184.6 ล้านบาท เทียบกับ 31.5 ล้านบาทในปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่องในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดประเทศเต็มรูปแบบและมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวต่างๆ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความสามารถในการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวได้
สำหรับธุรกิจให้เช่าพื้นที่ โครงการ "ซัมเมอร์พ้อยท์" มีแนวโน้มที่ดีจากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และการพัฒนาโครงการใหม่ "โคฟฮิลล์" ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4/2566 จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคต
ส่วนธุรกิจเฉพาะกิจการที่รับรู้รายได้พิเศษจากการขายสินทรัพย์นั้น เป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งคราว ไม่สามารถคาดหวังให้เกิดขึ้นต่อเนื่องได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมกลุ่มบริษัท Q2/66 เติบโต 75.9% YoY แตะ 79 ล้านบาท** จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการเปิดโรงแรมใหม่
* **ธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ กรุงเทพฯ มีรายได้ 69.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.2% YoY** อัตราการเข้าพัก 82.1% ค่าห้องเฉลี่ย 1,729 บาท
* **ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ "ซัมเมอร์พ้อยท์" มีอัตราการเช่า 87.2% เพิ่มขึ้น 45.0% YoY** รายได้เพิ่ม 87% YoY และ EBITDA margin สูงถึง 54.2%
* **EBITDA กลุ่มบริษัท Q2/66 ขาดทุนลดลงเหลือ 20.7 ล้านบาท** จากขาดทุน 29.2 ล้านบาทในปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัว
* **ผลขาดทุนจากการดำเนินงานปกติกลุ่มบริษัท Q2/66 อยู่ที่ 90.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY** จากค่าเสื่อมราคาโรงแรมใหม่และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
* **งบเฉพาะกิจการ Q2/66 ขาดทุนสุทธิ 16.7 ล้านบาท** แต่หากรวมงวด 6 เดือนแรกปี 2566 มีกำไรสุทธิ 184.6 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้เงินปันผลจากการขายสินทรัพย์
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC มีรายได้รวมจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 79.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น 75.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการเปิดให้บริการโรงแรมของบริษัทอีกครั้ง สำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2566 รายได้รวมเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แสดงถึงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
ในด้านค่าใช้จ่ายรวมของกลุ่มบริษัทในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 99.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.7% YoY และลดลง 7.5% QoQ โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นของโครงการอสังหาริมทรัพย์ สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมและทรัพย์สินเชิงพาณิชย์ สำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2566 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั้งหมดเพิ่มขึ้น 39.5%
ผลประกอบการทางการเงินรวมของกลุ่มบริษัทในไตรมาส 2/2566 รายงาน EBITDA ขาดทุน 20.7 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากเดิมขาดทุน 29.2 ล้านบาทในไตรมาส 2/2565 การเพิ่มขึ้นของ EBITDA ในเชิงบวกเมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นข้อบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนจากการดำเนินงานปกติของกลุ่มบริษัทในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 90.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY แม้ว่า EBITDA จะดีขึ้น เนื่องจากค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นจากการเปิดโรงแรมใหม่สองแห่งในไตรมาสสุดท้ายของปี 2565 ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น สำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2566 ผลขาดทุนหลักของกลุ่มดีขึ้นเป็นขาดทุน 159.2 ล้านบาท จากการขาดทุน 181.9 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน
ในส่วนของงบการเงินเฉพาะกิจการ บริษัทฯ มีรายได้รวม 32.1 ล้านบาท ลดลง 85.9% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 98.5% YoY สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 โดยมี EBITDA ติดลบ 14.9 ล้านบาทในไตรมาส 2/2566 เทียบกับติดลบ 8.8 ล้านบาทในปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 EBITDA ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากเป็น 176.8 ล้านบาท จาก 49.4 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากเงินปันผลที่เพิ่มขึ้นจากการขายสินทรัพย์ขนาดใหญ่ได้สำเร็จ
ผลขาดทุนสุทธิสำหรับไตรมาส 2/2566 ของบริษัทฯ อยู่ที่ 16.7 ล้านบาท แต่สำหรับงวด 6 เดือนปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 184.6 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 31.5 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** เป็นปัจจัยบวกหลักที่จะส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ของบริษัทฯ โดยเฉพาะการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
* **โครงการใหม่:** การพัฒนาโครงการ "โคฟฮิลล์" ย่านเจริญกรุง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4/2566 จะช่วยเพิ่มรายได้จากธุรกิจให้เช่าพื้นที่ในอนาคต
* **การขยายธุรกิจกัญชาเพื่อสุขภาพ:** กลุ่มบริษัทบีสโปคมีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นแหล่งรายได้ใหม่ในระยะยาว
* **การขายสินทรัพย์:** โมเดลธุรกิจของ BC ที่เน้นการสร้าง-ดำเนินการ-ขายสินทรัพย์ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินและสร้างกระแสเงินสดสำหรับการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** อัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวและความสามารถในการขายสินทรัพย์ของบริษัทฯ
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนที่ยังล่าช้า:** แม้ภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัว แต่การกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนยังไม่เต็มที่ ซึ่งอาจส่งผลต่อรายได้ของธุรกิจโรงแรมบางแห่ง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ เพิ่มสูงขึ้น
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน:** จำนวนและกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวจีนจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม
* **ความคืบหน้าของโครงการ "โคฟฮิลล์":** การก่อสร้างและการเปิดดำเนินการโครงการใหม่นี้จะส่งผลต่อรายได้ในธุรกิจให้เช่าพื้นที่
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** บริษัทฯ จะบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอย่างไร
* **การขยายธุรกิจกัญชาเพื่อสุขภาพ:** ความสำเร็จในการขยายสาขาและสร้างรายได้จากธุรกิจนี้
* **การขายสินทรัพย์ตามแผน:** การดำเนินการขายสินทรัพย์ตามโมเดลธุรกิจ BOS จะช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทฯ ได้มากน้อยเพียงใด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์:**
* **รายได้รวม:** เติบโต 75.9% YoY ใน Q2/66 โดยเฉพาะโครงการในกรุงเทพฯ ที่เติบโต 90.2% YoY จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเปิดโครงการใหม่
* **อัตราการเข้าพัก:** กรุงเทพฯ อยู่ที่ 82.1% (เพิ่มขึ้น 13.8% YoY) ต่างจังหวัดอยู่ที่ 44.4% (เพิ่มขึ้น 16.2% YoY)
* **ค่าห้องพักเฉลี่ย:** กรุงเทพฯ อยู่ที่ 1,729 บาท (เพิ่มขึ้น 20.2% YoY) ต่างจังหวัดอยู่ที่ 997 บาท (เพิ่มขึ้น 3.3% YoY)
* **โครงการใหม่:** มีการซื้อที่ดินสุขุมวิท 5 เพื่อพัฒนาโรงแรมแบรนด์ JONO และเริ่มก่อสร้างโครงการโคฟฮิลล์ เจริญกรุง คาดแล้วเสร็จ Q4/66
**ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ (ศูนย์การค้า):**
* **โครงการ "ซัมเมอร์พ้อยท์":** อัตราการเช่าเพิ่มขึ้นเป็น 87.2% (เพิ่มขึ้น 45.0% YoY) รายได้เพิ่ม 87.0% YoY และ EBITDA margin อยู่ที่ 54.2%
* **โครงการ "โคฟฮิลล์":** เริ่มก่อสร้าง คาดแล้วเสร็จ Q4/66
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 3,776.2 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1.0% QoQ และ 9.2% YoY
* **หนี้สินรวม:** 3,474.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.7% QoQ และลดลง 4.1% YoY
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 302.1 ล้านบาท ลดลง 24.2% QoQ และ 43.4% YoY จากผลขาดทุนสุทธิระหว่างไตรมาส
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิ (D/E):** 11.1 เท่า (รวมเงินกู้ยืมโครงการทั้งหมด) และ 2.59 เท่า (ปรับปรุงตามสัดส่วนการถือหุ้น)
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** ติดลบ 53.4 ล้านบาทใน Q2/66 เนื่องจากปัจจัยตามฤดูกาลและวงจรเงินทุนหมุนเวียน
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** ใช้ไป 48.0 ล้านบาทใน Q2/66 ส่วนใหญ่สำหรับโครงการโคฟฮิลล์ และใช้ไป 370.2 ล้านบาทใน 6 เดือนแรกปี 2566 สำหรับโครงการสุขุมวิท 5 และโคฟฮิลล์
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** มีจำนวน 14.9 ล้านบาทใน Q2/66 จากการเบิกเงินกู้ยืมเพื่อซื้อที่ดินสุขุมวิท 5
## สรุปท้าย
BC ในไตรมาส 2/2566 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีหัวใจกำไรมาจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ที่ได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยว และธุรกิจให้เช่าพื้นที่ที่มีอัตราการเช่าปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าภาพรวมผลประกอบการเฉพาะกิจการจะยังคงมีผลขาดทุน แต่หากพิจารณาการรับรู้รายได้พิเศษจากการขายสินทรัพย์ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 ก็ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา การบริหารจัดการต้นทุนและกระแสเงินสด รวมถึงการพัฒนาโครงการใหม่ๆ จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ ต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BC ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
129.66
ล้านบาท
↓ 9.6% YoY
กำไรขั้นต้น
78.87
ล้านบาท
↓ 197.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
60.83
%
กำไรสุทธิ
-140.21
ล้านบาท
↑ 311.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-108.14
%
D/E Ratio
3.15
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
130
↓ -9.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
79
↓ -197.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-140
↑ + 311.9%
YoY
D/E Ratio
3.15
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.15
ROE (%)
-13.82
ROA (%)
1.93
Book Value/หุ้น
1.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+288
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-326
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
287.99
+289.65%
|
73.91
-3.07%
|
76.25
-217.92%
|
-64.66
-181.77%
|
79.08
-147.55%
|
-166.30
+11.79%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-325.73
-315.52%
|
151.14
-76.00%
|
629.80
-15.49%
|
745.28
+156.26%
|
290.83
-181.26%
|
-357.88
-227.53%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
65.00
-157.77%
|
-112.51
-262.52%
|
69.23
-122.56%
|
-306.85
+12.11%
|
-273.71
-281.46%
|
150.84
+15.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
27.27
-75.77%
|
112.53
-85.49%
|
775.28
+107.43%
|
373.76
+288.52%
|
96.20
-368.79%
|
-35.79
-113.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
215.13
+213.28%
|
68.67
-87.66%
|
556.58
+204.44%
|
182.82
+53.55%
|
119.06
-75.82%
|
492.40
+114.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
127.52
-40.72%
|
215.13
+213.28%
|
68.67
-87.66%
|
556.58
+204.44%
|
182.82
+53.55%
|
119.06
-75.82%
|