บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.55
+0.03 (+5.77%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=17630 out_tok=3375 at=2026-07-25T10:46:55 -->
# BC Q2/2565: รายได้รวมโต 73% รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้นตัว แต่ยังขาดทุนสุทธิ
## รายได้รวมฟื้นตัวแรง YoY จากภาคท่องเที่ยว แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นกดดันผลประกอบการรวม
บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 โดยมีรายได้รวมเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 73.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สวนทางกับภาพรวมผลขาดทุนสุทธิที่ยังคงมีอยู่ แม้จะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการกลับมาเปิดดำเนินการของโครงการต่างๆ ที่เคยปิดชั่วคราวจากผลกระทบโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้นยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญต่อผลประกอบการโดยรวม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ BC ในไตรมาส 2/2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้รวม โดยเฉพาะจากธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ที่เติบโตถึง 92.2% YoY** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวและการผ่อนคลายมาตรการเดินทาง อย่างไรก็ตาม **ผลขาดทุนสุทธิรวมยังคงมีอยู่ถึง 80.7 ล้านบาท** แม้จะลดลง 7.4% YoY โดยมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 23.0% YoY และส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าและบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้มาจากหลายปัจจัยประการแรก การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทางทั้งในไทยและต่างประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประการที่สอง BC ได้กลับมาเปิดดำเนินการโครงการโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ที่เคยปิดชั่วคราวเกือบครบทุกโครงการ โดยเฉพาะโครงการในกรุงเทพฯ ที่มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 72.4% YoY จากการกลับมาเปิดดำเนินการของ Citadines 11 เป็นสถานพยาบาลผู้ป่วยเฉพาะกิจในช่วงต้นปี และการกลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยวตามปกติในเดือนกรกฎาคม นอกจากนี้ โครงการในต่างจังหวัด เช่น โอ๊ควู้ด ภูเก็ต และโนโวเทล เชียงใหม่ ก็เริ่มกลับมาดำเนินการเพื่อรับอานิสงส์จากฤดูกาลท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการดำเนินงานรวมที่เพิ่มขึ้น 23.0% YoY ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายในการบริหารโครงการที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ที่ฟื้นตัว และการยกเลิกมาตรการลดเงินเดือนเพื่อบรรเทาผลกระทบโควิด-19 นอกจากนี้ ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าและบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น 42.8% YoY มาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดและบริหารของธุรกิจกลุ่มบีสโปค (Bespoke) เพื่อสนับสนุนการเปิดตัวแบรนด์ KANA และ KANA Pure dispensary รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเตรียมเปิดดำเนินการของ Citadines 11 ในช่วงต้นไตรมาส 3/65
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในแง่รายได้ แต่ยังต้องจับตาต้นทุนและผลขาดทุน** การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวคาดว่าจะดำเนินต่อไป จากแนวโน้มการผ่อนคลายมาตรการเดินทางทั่วโลก และการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้ของธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ของ BC อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจหดตัวและอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค นอกจากนี้ การกลับมาเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบของโครงการต่างๆ อาจทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจกัญชาก็ยังคงมีอยู่จากการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/65 เติบโต 73.4% YoY แตะ 44.9 ล้านบาท** จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการกลับมาเปิดดำเนินการของโครงการโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์
* **EBITDA รวมขาดทุนลดลง YoY เหลือ 29.1 ล้านบาท** จาก 34.3 ล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม ศูนย์การค้า และสำนักงานให้เช่า
* **ขาดทุนสุทธิรวม Q2/65 อยู่ที่ 80.7 ล้านบาท** ลดลง 7.4% YoY แต่ยังคงมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานปกติ 85.8 ล้านบาท
* **ธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ในกรุงเทพฯ รายได้รวมเพิ่มขึ้น 72.4% YoY** จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการกลับมาเปิดดำเนินการของ Citadines 11
* **ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ ศูนย์การค้า มีรายได้เพิ่มขึ้น 8.5% QoQ** เป็น 8.2 ล้านบาท จากอัตราการเช่าที่เพิ่มขึ้น โดยอัตราการเช่า ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 65 อยู่ที่ 46%
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 6.42 เท่า** ณ สิ้นไตรมาส 2/65 เพิ่มขึ้นจาก 4.79 เท่าในปีก่อนหน้า จากเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
BC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 โดยมีรายได้รวม 44.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการกลับมาเปิดดำเนินการของโครงการโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ที่เคยปิดชั่วคราว อย่างไรก็ตาม รายได้รวมลดลงเล็กน้อย 4.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เนื่องจากผลของฤดูกาลที่กระทบรายได้ของโครงการในต่างจังหวัด
ในด้านต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 74.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.0% YoY แต่ลดลงเล็กน้อย 0.9% QoQ โดยการเพิ่มขึ้น YoY เป็นผลจากค่าใช้จ่ายในการบริหารโครงการที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ และการยกเลิกมาตรการลดเงินเดือนเพื่อบรรเทาผลกระทบโควิด-19
EBITDA ตามงบการเงินรวมปรับตัวดีขึ้น YoY เป็นขาดทุน 29.1 ล้านบาท จากขาดทุน 34.3 ล้านบาทในปีก่อนหน้า แสดงถึงการทยอยฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
ในส่วนของผลขาดทุนจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 85.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 8.2% YoY จาก 93.5 ล้านบาท ในขณะที่ผลขาดทุนสุทธิรวมอยู่ที่ 80.7 ล้านบาท ลดลง 7.4% YoY จาก 87.2 ล้านบาท โดยมีรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำ เช่น กำไรจากการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 73.1% YoY เป็น 92.2 ล้านบาท แต่ผลขาดทุนสุทธิรวมเพิ่มขึ้น 4.2% YoY เป็น 174.8 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่จะช่วยหนุนรายได้ของธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์
* **การขยายธุรกิจใหม่:** การลงทุนในธุรกิจสุขภาพภายใต้กลุ่มบริษัทบีสโปค (Bespoke) เช่น การผลิตยาแผนไทยที่มีกัญชงเป็นส่วนประกอบ และการเปิดตัวแบรนด์ KANA รวมถึงการขยายธุรกิจโลจิสติกส์ด้วยบริการ self-storage เป็นการกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสการเติบโตใหม่
* **การขายโครงการ:** บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเจรจากับนักลงทุนเพื่อปิดการขายโครงการตามโมเดลธุรกิจ "สร้าง-ดำเนินการ-ขาย" ซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงิน
* **การพัฒนาโครงการใหม่:** โครงการโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา เช่น Oakwood Studio Sukhumvit Bangkok, Jono Bangkok Asoke Hotel และ Ibis Chiang Mai Nimman Journeyhub คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการภายในปี 2565
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว:** ธุรกิจยังคงอ่อนไหวต่อปัจจัยมหภาค เช่น สถานการณ์โควิด-19 สายพันธุ์ใหม่, มาตรการ Zero-COVID ของจีน, และความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น:** อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก อาจส่งผลให้ต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานปรับตัวสูงขึ้น
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่สูง:** อัตราส่วน D/E ที่ 6.42 เท่า บ่งชี้ถึงภาระหนี้สินที่ค่อนข้างสูง ซึ่งอาจจำกัดความสามารถในการกู้ยืมเพิ่มเติมในอนาคต
* **ความล่าช้าในการพัฒนาโครงการ:** โครงการบางส่วน เช่น กมลำ 1, กมลำ 2, และนิมมาน 3 ยังคงชะลอการก่อสร้างเพื่อรอประเมินสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเปิดดำเนินการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว:** ติดตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย และผลกระทบต่ออัตราการเข้าพักและรายได้ของธุรกิจโรงแรม
* **ความคืบหน้าการขายโครงการ:** การเจรจาและปิดการขายโครงการตามโมเดล "สร้าง-ดำเนินการ-ขาย" จะส่งผลต่อกระแสเงินสดของบริษัท
* **การขยายธุรกิจกัญชง-กัญชา:** ความสำเร็จในการเปิดตัวแบรนด์ KANA และ KANA Clinic รวมถึงผลประกอบการจากธุรกิจนี้
* **การควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน:** ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การติดตามอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน และความสามารถในการชำระหนี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์:** รายได้รวมในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 72.4% YoY เป็น 36.5 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการกลับมาเปิดดำเนินการของ Citadines 11 เป็นสถานพยาบาลผู้ป่วยเฉพาะกิจในช่วงต้นปี อย่างไรก็ตาม รายได้รวมลดลง 8.0% QoQ เนื่องจาก Citadines 11 ได้รับรายได้เต็มไตรมาสจากการเป็นสถานพยาบาลใน Q1/65 ส่วนโครงการในต่างจังหวัดมีรายได้ 14.2 ล้านบาท ลดลง 24.2% QoQ แต่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 13 เท่า YoY จากการกลับมาเปิดดำเนินการตั้งแต่ Q4/64 อัตราการเข้าพักในกรุงเทพฯ อยู่ที่ 68.3% เพิ่มขึ้น 23.5% YoY ขณะที่ต่างจังหวัดอยู่ที่ 28.3% เพิ่มขึ้น 20.3% YoY
**ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ ศูนย์การค้า:** รายได้จากธุรกิจนี้เพิ่มขึ้น 8.5% QoQ เป็น 8.2 ล้านบาท จากอัตราการเช่าที่เพิ่มขึ้น โดยอัตราการเช่า ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 65 อยู่ที่ 46% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 12% เมื่อมีการปล่อยเช่าพื้นที่ให้กับธุรกิจโลจิสติกส์ใหม่ อย่างไรก็ตาม EBITDA margin หดตัวลง YoY เนื่องจากมีการปรับปรุงการบันทึกบัญชีค่าเช่าที่ดิน
**การพัฒนาโครงการ:** โครงการโรงแรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนา เช่น Oakwood Studio Sukhumvit Bangkok, Jono Bangkok Asoke Hotel และ Ibis Chiang Mai Nimman Journeyhub คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการภายในปี 2565 ส่วนโครงการอื่นๆ เช่น กมลำ 1, กมลำ 2, นิมมาน 3 ยังคงชะลอการก่อสร้าง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2/65 กลุ่ม BC มีสินทรัพย์รวม 4,157.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% จากไตรมาสก่อนหน้า จากการลงทุนเพิ่มเติมในโครงการ Oakwood Studio Sukhumvit Bangkok และ Ibis Nimman หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,623.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนใหญ่จากเงินกู้ยืมธนาคารเพื่อก่อสร้างโครงการ ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 6.42 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 5.37 เท่าในไตรมาส 1/65 และ 4.79 เท่าในปีก่อนหน้า
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 534.0 ล้านบาท ลดลง 11.8% จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิระหว่างไตรมาส
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานติดลบ 21.2 ล้านบาท ดีขึ้น QoQ และ YoY จากผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้น กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ 83.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ส่วนใหญ่จากการก่อสร้างโครงการใหม่และการขยายธุรกิจกัญชำทางการแพทย์ กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 61.2 ล้านบาท จากการเบิกเงินกู้เพิ่มเติมจากธนาคาร
## สรุปท้าย
BC ในไตรมาส 2/2565 แสดงสัญญาณบวกจากการฟื้นตัวของรายได้รวมที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 73.4% YoY จากการกลับมาของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนสุทธิยังคงมีอยู่ โดยมีแรงกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น และการลงทุนในธุรกิจใหม่ เช่น กลุ่มบีสโปค (Bespoke) ซึ่งยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น การบริหารจัดการต้นทุน การติดตามแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว และความคืบหน้าในการขายโครงการ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต ท่ามกลางความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BC ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
129.66
ล้านบาท
↓ 9.6% YoY
กำไรขั้นต้น
78.87
ล้านบาท
↓ 197.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
60.83
%
กำไรสุทธิ
-140.21
ล้านบาท
↑ 311.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-108.14
%
D/E Ratio
3.15
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
130
↓ -9.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
79
↓ -197.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-140
↑ + 311.9%
YoY
D/E Ratio
3.15
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.15
ROE (%)
-13.82
ROA (%)
1.93
Book Value/หุ้น
1.04
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+288
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-326
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
287.99
+289.65%
|
73.91
-3.07%
|
76.25
-217.92%
|
-64.66
-181.77%
|
79.08
-147.55%
|
-166.30
+11.79%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-325.73
-315.52%
|
151.14
-76.00%
|
629.80
-15.49%
|
745.28
+156.26%
|
290.83
-181.26%
|
-357.88
-227.53%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
65.00
-157.77%
|
-112.51
-262.52%
|
69.23
-122.56%
|
-306.85
+12.11%
|
-273.71
-281.46%
|
150.84
+15.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
27.27
-75.77%
|
112.53
-85.49%
|
775.28
+107.43%
|
373.76
+288.52%
|
96.20
-368.79%
|
-35.79
-113.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
215.13
+213.28%
|
68.67
-87.66%
|
556.58
+204.44%
|
182.82
+53.55%
|
119.06
-75.82%
|
492.40
+114.39%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
127.52
-40.72%
|
215.13
+213.28%
|
68.67
-87.66%
|
556.58
+204.44%
|
182.82
+53.55%
|
119.06
-75.82%
|