บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
SET ·
9.30
+0.30 (+3.33%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4993 out_tok=2885 at=2026-07-26T08:50:31 -->
# TITLE Q3/2564 ขาดทุนสุทธิ 17.21 ล้านบาท รายได้วูบ 55% เหตุโควิดกระทบโอน
## รายได้จากการขายหดตัวแรง ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายบริหารลดลง แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลขาดทุนได้
บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 ขาดทุนสุทธิ 17.21 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 1.35 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายและการให้บริการที่ลดลงถึง 55.45% เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของลูกค้าชาวต่างชาติในการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด แม้ว่าบริษัทจะมีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่หายไป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TITLE ในไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 17.21 ล้านบาท มาจาก **รายได้จากการขายและการให้บริการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 55.45%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
สาเหตุหลักที่ฝ่ายจัดการระบุคือ **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19** และการประกาศภาวะฉุกเฉินที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางระหว่างประเทศ ทำให้ลูกค้าชาวต่างชาติซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักไม่สามารถเดินทางเข้ามาเพื่อโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้ตามแผนที่วางไว้ ส่งผลให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ลดลงอย่างมาก ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท
แม้ว่าบริษัทจะมีความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลง 37.5% และค่าใช้จ่ายในการขายที่ลดลง 16.3% รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่การลดลงของรายได้จากการขายที่สูงถึง 55.45% นั้นมีผลกระทบมากกว่า ทำให้โดยรวมแล้วบริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน
นอกจากนี้ เอกสารยังระบุถึงรายได้อื่น 2.08 ล้านบาท ซึ่งมาจากการยึดเงินจองและเงินดาวน์ของลูกค้าที่ผิดสัญญา, รายได้จากการบริหารห้องพักให้แก่ลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการการันตีผลตอบแทน และรายได้จากค่าบริหารนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งเป็นรายได้ส่วนเสริม แต่ไม่สามารถชดเชยรายได้หลักที่หายไปได้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุว่าการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของลูกค้าที่พร้อมโอนจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2564 โดยสอดคล้องกับมาตรการการเปิดประเทศของรัฐบาล ซึ่งบ่งชี้ว่าผลกระทบในไตรมาส 3 อาจเป็นลักษณะชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของรายได้จะขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และนโยบายการเปิดประเทศที่ส่งผลต่อการเดินทางของชาวต่างชาติ รวมถึงความสามารถของบริษัทในการเร่งรัดการโอนกรรมสิทธิ์ให้ได้ตามแผนในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 17.21 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 1.35 ล้านบาทใน Q3/2563
* **รายได้จากการขายวูบ 55.45%:** เหลือเพียง 2.94 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้าชาวต่างชาติไม่สามารถเดินทางมาโอนกรรมสิทธิ์ได้จากสถานการณ์โควิด-19
* **รายได้อื่น 2.08 ล้านบาท:** มาจากการยึดเงินจอง/ดาวน์, โครงการการันตีผลตอบแทน และค่าบริหารนิติบุคคล
* **ต้นทุนขายลดลง 37.5%:** หลักจากประมาณการค่าซ่อมแซมและปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง:** ตามลำดับ 16.3% และ 15% จากค่าใช้จ่ายผันแปรและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน
* **ต้นทุนทางการเงิน 1.20 ล้านบาท:** เป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ (4.11) ล้านบาท:** เกิดจากการปรับปรุงประมาณการภาษีเงินได้และภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 4.93%:** เป็น 1,455.10 ล้านบาท จากต้นทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โครงการ The Title หาดราไวย์ เฟส 5
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 25.22%:** เป็น 850.41 ล้านบาท จากเงินรับล่วงหน้าค่าจอง/ดาวน์ และเงินกู้ยืมเพื่อก่อสร้างโครงการ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 2.94 ล้านบาท ลดลง 55.45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากข้อจำกัดในการเดินทางของลูกค้าชาวต่างชาติอันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้ตามแผน อย่างไรก็ตาม บริษัทมีรายได้อื่น 2.08 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยรายได้จากการยึดเงินจองและเงินดาวน์ของลูกค้าที่ผิดสัญญา, รายได้จากการบริหารห้องพักในโครงการการันตีผลตอบแทน และรายได้จากค่าบริหารนิติบุคคลอาคารชุด
ในด้านต้นทุนขาย บริษัทมีต้นทุนขาย 4.39 ล้านบาท ลดลง 37.5% ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการปรับปรุงประมาณการค่าซ่อมแซมและปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคตามคำร้องเรียนของนิติบุคคลอาคารชุดที่ครบกำหนดระยะเวลารับประกันงานแล้ว และการปรับปรุงประมาณการรับประกันผลงานเพิ่มเติม
ค่าใช้จ่ายในการขายอยู่ที่ 4.97 ล้านบาท ลดลง 16.3% โดยหลักมาจากค่าใช้จ่ายผันแปรที่เกี่ยวข้องกับการขาย เช่น ค่านายหน้า ภาษีธุรกิจเฉพาะ และค่าธรรมเนียมการค้า ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารอยู่ที่ 15.78 ล้านบาท ลดลง 15% จากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน และค่าใช้จ่ายบริหารอื่นๆ
ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 1.20 ล้านบาท เป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินและบริษัทประกันภัยเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน
ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้สำหรับไตรมาสนี้อยู่ที่ (4.11) ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงประมาณการภาษีเงินได้และภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี
ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 เท่ากับ 17.21 ล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่บริษัทมีกำไรสุทธิ 1.35 ล้านบาท
## โอกาส
* **การโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 4:** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของลูกค้าที่พร้อมโอนจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2564 สอดคล้องกับมาตรการการเปิดประเทศของรัฐบาล ซึ่งเป็นโอกาสในการรับรู้รายได้และพลิกกลับมามีกำไร
* **รายได้อื่น:** การมีรายได้อื่นจากการยึดเงินจอง/ดาวน์, โครงการการันตีผลตอบแทน และค่าบริหารนิติบุคคล เป็นการสร้างรายได้เสริมที่ช่วยลดผลกระทบจากรายได้หลักที่ผันผวน
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์โควิด-19 และการเดินทางของชาวต่างชาติ:** ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดและการเดินทางระหว่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่อาจส่งผลกระทบต่อการโอนกรรมสิทธิ์และการรับรู้รายได้ในอนาคต
* **การปรับปรุงประมาณการค่าใช้จ่าย:** การมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคตามคำร้องเรียนของนิติบุคคลอาคารชุด รวมถึงการปรับปรุงประมาณการรับประกันผลงานเพิ่มเติม อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายในอนาคต
* **การปรับปรุงประมาณการภาษี:** การปรับปรุงประมาณการภาษีเงินได้และภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้จำนวนมากในไตรมาสนี้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 4/2564:** ความสามารถในการเร่งรัดการโอนกรรมสิทธิ์ให้เป็นไปตามแผนและสอดคล้องกับการเปิดประเทศ
* **การเดินทางของลูกค้าชาวต่างชาติ:** การเปลี่ยนแปลงของมาตรการการเดินทางระหว่างประเทศและจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามา
* **ความคืบหน้าการซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค:** การคัดเลือกผู้รับเหมาและการดำเนินการซ่อมแซมที่อาจส่งผลต่อต้นทุน
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
* **การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่:** หากมีแผนเปิดโครงการใหม่ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอนกรรมสิทธิ์:** รายได้หลักของบริษัทมาจากการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด ซึ่งในไตรมาสนี้ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากข้อจำกัดการเดินทางของลูกค้าชาวต่างชาติ ทำให้ยอดโอนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **ต้นทุนขาย:** มีการบันทึกต้นทุนขายที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมและปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคตามคำร้องเรียนของนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นหลังจากการรับประกันงานสิ้นสุดลง และการปรับปรุงประมาณการรับประกันผลงานเพิ่มเติม
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** บริษัทมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้ดี โดยลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลดีต่ออัตรากำไรหากรายได้กลับมาฟื้นตัว
* **รายได้อื่น:** รายได้จากการยึดเงินจองและเงินดาวน์สะท้อนถึงการผิดสัญญาของลูกค้า ในขณะที่รายได้จากการบริหารโครงการการันตีผลตอบแทนและค่าบริหารนิติบุคคลเป็นรายได้ที่ค่อนข้างคงที่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,455.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.93% จากสิ้นปี 2563 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในโครงการ The Title หาดราไวย์ เฟส 5
หนี้สินรวมอยู่ที่ 850.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.22% ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการรับเงินรับล่วงหน้าค่าจองและเงินดาวน์ของโครงการ The Title หาดราไวย์ เฟส 5 และการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน/บริษัทประกันภัย เพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงการดังกล่าว
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 14.55% มาอยู่ที่ 604.68 ล้านบาท เนื่องจากการขาดทุนสุทธิในงวดนี้
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ TITLE ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากการลดลงของรายได้จากการขาย 55.45% อันเป็นผลโดยตรงจากข้อจำกัดการเดินทางของลูกค้าชาวต่างชาติในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แม้ว่าบริษัทจะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้น แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลขาดทุนที่เกิดขึ้น ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 17.21 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการคาดหวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในไตรมาส 4 จากการเปิดประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถพลิกฟื้นการรับรู้รายได้และกลับมามีกำไรได้ตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ ท่ามกลางความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ยังคงอยู่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TITLE ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
1,300.50
ล้านบาท
↑ 128.7% YoY
กำไรขั้นต้น
711.99
ล้านบาท
↑ 194.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.75
%
กำไรสุทธิ
308.52
ล้านบาท
↑ 294.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
23.72
%
D/E Ratio
7.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,300
↑ + 128.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
712
↑ + 194.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
309
↑ + 294.9%
YoY
D/E Ratio
7.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TITLE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
7.06
ROE (%)
39.04
ROA (%)
6.13
Book Value/หุ้น
2.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TITLE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-498
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+65
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TITLE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-498.00
-62.11%
|
-1,314.43
-292.32%
|
683.47
+349.41%
|
152.08
+0.11%
|
151.92
-170.82%
|
-214.53
-265.99%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
64.95
-97.00%
|
2,161.95
-387.34%
|
-752.41
-17,887.47%
|
4.23
+23.68%
|
3.42
-111.69%
|
-29.26
-54.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-91.36
-78.90%
|
-433.05
-163.72%
|
679.65
-605.24%
|
-134.52
+307.02%
|
-33.05
-117.90%
|
184.65
-230.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-524.42
-226.53%
|
414.46
-32.13%
|
610.69
+2,701.33%
|
21.80
-82.18%
|
122.31
-306.81%
|
-59.14
-22.75%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
482.58
-47.15%
|
913.12
+898.82%
|
91.42
+24.23%
|
73.59
-37.42%
|
117.59
-33.46%
|
176.73
-30.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
826.67
+71.30%
|
482.58
-47.15%
|
913.12
+898.82%
|
91.42
+24.22%
|
0.00
|
0.00
|