บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.81
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11793 out_tok=2567 at=2026-07-26T04:37:31 -->
# SENA กำไร Q2/2565 โต 14.3% รับแรงหนุนรายได้ค่าบริหารโครงการพุ่ง
## รายได้ค่าบริหารโครงการโตแรง 166.5% หนุนกำไรสุทธิ SENA Q2/2565 พุ่ง 14.3% ขณะที่ยอดขายคอนโดฯ ชะลอตัว
บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 247.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ค่าบริหารโครงการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์โดยรวมปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยเฉพาะยอดขายคอนโดมิเนียมที่ชะลอตัวลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
หัวใจกำไรของ SENA ในไตรมาส 2 ปี 2565 มาจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ **รายได้ค่าบริหารโครงการ** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 166.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีมูลค่า 383.6 ล้านบาท ปัจจัยนี้ได้เข้ามาช่วยชดเชยการปรับตัวลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะยอดขายคอนโดมิเนียมที่ลดลง 43.5%
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริหารโครงการเกิดจากการที่บริษัทย่อยได้เริ่มทำสัญญาใหม่กับบริษัทร่วมทุนในไตรมาสนี้ ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการบริหารโครงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะเดียวกัน รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์โดยรวมลดลง 9.7% เนื่องจากยอดขายคอนโดมิเนียมที่ลดลง 152.6 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายโครงการแนวราบยังคงเติบโตได้ดี
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** มีโอกาส **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแผนการเปิดขายโครงการใหม่ในไตรมาส 3 ปี 2565 จำนวน 7 โครงการ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้จากการขายในอนาคต และการที่บริษัทฯ ได้เข้าซื้อกิจการของบริษัท เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี จำกัด (มหาชน) จะช่วยเพิ่มจำนวนโครงการและมูลค่าขายรวมของกลุ่มบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและความสามารถในการดูดซับโครงการใหม่ๆ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2565:** 247.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3% YoY
* **รายได้รวม Q2/2565:** 1,121.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.9% YoY
* **รายได้ค่าบริหารโครงการ:** เพิ่มขึ้น 166.5% YoY เป็น 383.6 ล้านบาท เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** ลดลง 9.7% YoY เป็น 508.8 ล้านบาท โดยคอนโดมิเนียมลดลง 43.5%
* **ยอดขายสะสมและ Backlog:** ยอดขายสะสมรวม 31,495.7 ล้านบาท Backlog รวม 9,138.8 ล้านบาท โดยคอนโดมิเนียมคิดเป็น 86.0% ของ Backlog
* **การเข้าซื้อกิจการ:** การเข้าซื้อบริษัท เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี จำกัด (มหาชน) ส่งผลให้สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 SENA มีรายได้รวม 1,121.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้ค่าเช่าและบริการที่เพิ่มขึ้น 94.6% เป็น 454.0 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายได้ค่าบริหารโครงการที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 9.7% เป็น 508.8 ล้านบาท โดยเฉพาะยอดขายคอนโดมิเนียมที่ลดลง 43.5%
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 1,958.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าเช่าและบริการ 20.7% ขณะที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 24.1%
กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 247.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3% YoY และสำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิสะสม 616.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.6% YoY โดยกำไรสุทธิสะสมนี้รวมรายการที่ไม่เกิดจากการดำเนินงาน เช่น กำไรจากการต่อรองราคาซื้อ 212.8 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยายพอร์ตโครงการ:** การเข้าซื้อกิจการของ JSP ทำให้บริษัทมีจำนวนโครงการรวมเพิ่มขึ้นเป็น 68 โครงการ และมีมูลค่าขายรวมที่ทำสัญญาแล้ว 33,509 ล้านบาท ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรในระยะยาว
* **การเปิดโครงการใหม่:** แผนการเปิด 7 โครงการใหม่ในไตรมาส 3 ปี 2565 จะช่วยเพิ่มยอดขายและ backlog ในอนาคต
* **รายได้ค่าเช่าและบริการที่เติบโต:** การเติบโตของรายได้ค่าบริหารโครงการและรายได้จากการเช่าและบริการอื่นๆ เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอ
* **ธุรกิจโซลาร์:** แม้จะมีสัดส่วนน้อย แต่รายได้จากธุรกิจโซลาร์ยังคงเติบโตได้ดี
## ความเสี่ยง
* **ยอดขายคอนโดมิเนียมชะลอตัว:** การลดลงของรายได้จากการขายคอนโดมิเนียมสะท้อนถึงความท้าทายในตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในอนาคตหากไม่สามารถพลิกฟื้นได้
* **ต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้น:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่ต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการใหม่ๆ
* **การบริหารจัดการโครงการที่ซื้อมา:** การรวมธุรกิจ JSP เข้ามาอาจมีความท้าทายในการบริหารจัดการโครงการจำนวนมาก และการรับรู้รายได้ที่สม่ำเสมอ
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E):** แม้จะยังอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด แต่การเพิ่มขึ้นของหนี้สินจากการเข้าซื้อกิจการต้องมีการบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่:** ความสามารถในการเปิดขายและโอนโครงการใหม่ทั้ง 7 โครงการในไตรมาส 3 ปี 2565
* **แนวโน้มยอดขายคอนโดมิเนียม:** การฟื้นตัวหรือการปรับกลยุทธ์การขายสำหรับโครงการคอนโดมิเนียม
* **การบริหารต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การติดตามอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) และการบริหารจัดการภาระดอกเบี้ย
* **ผลประกอบการของ JSP:** การรับรู้รายได้และกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทที่เข้าซื้อมา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ยอดขายและ Backlog:** SENA มี Backlog รวม 9,138.8 ล้านบาท โดยคอนโดมิเนียมคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 86.0% (7,855.4 ล้านบาท) ซึ่งเป็นจุดที่ต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถเร่งการโอนโครงการคอนโดมิเนียมที่มีอยู่ให้ได้มากน้อยเพียงใด ในขณะที่บ้านเดี่ยว/ทาวน์โฮม/อาคารพาณิชย์มี Backlog เพียง 14.0% (1,283.4 ล้านบาท)
**การเปิดโครงการใหม่:** แผนการเปิด 7 โครงการใหม่ในไตรมาส 3 ปี 2565 เป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความต่อเนื่องในการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยเติม Backlog ในอนาคต
**รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** รายได้จากการขายบ้านเดี่ยว/ทาวน์โฮม/อาคารพาณิชย์เติบโตได้ดีทั้งในไตรมาสและงวด 6 เดือน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากโครงการที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม รายได้จากคอนโดมิเนียมยังคงเป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวัง
**รายได้จากการเช่าและบริการ:** เป็นส่วนที่เติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะรายได้ค่าบริหารโครงการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของธุรกิจบริหารจัดการโครงการให้กับบริษัทร่วมทุน ซึ่งเป็นรายได้ที่มีความสม่ำเสมอ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 สินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ 23,655.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการเข้าซื้อกิจการ JSP ซึ่งส่งผลให้สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 3,787.1 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 12,850.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,033.1 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของหนี้สินหมุนเวียน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเข้าซื้อกิจการ JSP ที่มีหนี้เงินกู้ยืมและหุ้นกู้
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 1.19 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดไว้ (ไม่เกิน 2.5 เท่า)
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3,002.6 ล้านบาท เป็น 10,805 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากกำไรสุทธิสะสมและการเปลี่ยนแปลงมูลค่าส่วนได้เสียจากการที่ JSP เปลี่ยนสถานะจากบริษัทร่วมค้าเป็นบริษัทย่อย
## สรุปท้าย
SENA ในไตรมาส 2 ปี 2565 สามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิได้ 14.3% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากรายได้ค่าบริหารโครงการที่พุ่งสูงขึ้นถึง 166.5% ซึ่งเข้ามาช่วยชดเชยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะยอดขายคอนโดมิเนียม การเข้าซื้อกิจการ JSP เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สินทรัพย์รวมของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมาก และมีโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มยอดขายคอนโดมิเนียม การบริหารต้นทุน และการบริหารจัดการหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการ เพื่อประเมินความต่อเนื่องของผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SENA ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,490.62
ล้านบาท
↑ 44.9% YoY
กำไรขั้นต้น
468.49
ล้านบาท
↑ 17% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.43
%
กำไรสุทธิ
35.75
ล้านบาท
↓ 41.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.40
%
D/E Ratio
1.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,491
↑ + 44.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
468
↑ + 17%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
36
↓ -41.8%
YoY
D/E Ratio
1.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SENA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.42
ROE (%)
3.90
ROA (%)
2.54
Book Value/หุ้น
5.86
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SENA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+300
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-199
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SENA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
300.04
-259.46%
|
-188.16
-70.40%
|
-635.59
+745.20%
|
-75.20
-103.06%
|
2,456.45
+24.91%
|
1,966.55
-6.33%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-199.28
-41.46%
|
-340.42
-175.63%
|
450.10
-28.10%
|
626.03
-118.50%
|
-3,384.27
+315.56%
|
-814.39
-47.70%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
211.57
-90.32%
|
2,185.07
+46.87%
|
1,487.74
+52.03%
|
978.57
-74.58%
|
3,849.48
+305.86%
|
948.48
+208.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
253.40
-91.52%
|
2,986.50
+31.21%
|
2,276.10
+38.98%
|
1,637.69
-41.38%
|
2,793.54
+54.25%
|
1,811.02
+225.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
787.75
-67.84%
|
2,449.54
+18.12%
|
2,073.85
+27.83%
|
1,622.34
-45.84%
|
2,995.70
+152.44%
|
1,186.69
+60.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
724.62
-8.01%
|
787.75
-67.84%
|
2,449.54
+17.20%
|
2,090.04
+28.83%
|
1,622.34
-45.84%
|
2,995.70
+152.44%
|