บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
2.08
+0.02 (+0.97%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13937 out_tok=2557 at=2026-07-25T22:53:52 -->
# ORI กำไร Q3/2566 โต 18% รับแรงหนุนโอนกรรมสิทธิ์พุ่ง 43%
## ยอดโอนทะยาน 6,359 ล้านบาท หนุนกำไรสุทธิโตเด่น ขณะที่ยอดขาย 9 เดือนแรกทะลุ 3.6 หมื่นล้านบาท
บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1,000.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 43.4% คิดเป็นมูลค่า 6,359.5 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายรวม 9 เดือนแรกปี 2566 ทำได้แล้วกว่า 36,940 ล้านบาท คิดเป็น 82% ของเป้าหมายทั้งปี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ORI ในไตรมาส 3/2566 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 43.4% หรือ 1,925.9 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีมูลค่ารวม 6,359.5 ล้านบาท ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้และกำไรของบริษัท
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
การเพิ่มขึ้นของการโอนกรรมสิทธิ์มาจากทั้งโครงการที่บริษัทดำเนินการเองและโครงการที่อยู่ภายใต้กิจการร่วมค้า (Joint Venture) โดยโครงการที่บริษัทดำเนินการเองมีการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น 9.8% เป็น 3,162.4 ล้านบาท ขณะที่โครงการภายใต้กิจการร่วมค้ามีการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 107.5% เป็น 3,197.1 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการโครงการร่วมทุนและการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ ที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสนี้ ได้แก่ โครงการคอนโดมิเนียมบรอมปตัน เพ็ท เฟรนดลี่ สําโรง-สเตชั่น, โครงการคอนโดมิเนียม โซโห แบงค็อกรัชดา, โครงการบานจัดสรรบริทาเนียอยุธยา, โครงการบริทาเนีย เทพารักษ ศรีนครินทร และโครงการบานจัดสรรบริทาเนียบางนา กม.39
นอกจากนี้ รายได้จากการบริหารโครงการที่เพิ่มขึ้นถึง 137.7% เป็น 1,073.6 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการที่เติบโตถึง 178.8% เป็น 463.7 ล้านบาท ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนรายได้รวมของกลุ่มบริษัทให้เติบโตถึง 36.6%
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้ระบุถึงแผนการโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 4/2566 ที่จะทยอยโอนจากโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ 4 โครงการ และโครงการบ้านจัดสรรอีก 6 โครงการ ซึ่งส่วนใหญ่มี Backlog สูงถึงประมาณ 85% นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ถึง 12 โครงการในไตรมาส 4/2566 ซึ่งจะช่วยเสริมยอดขายและสร้างรายได้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 18.0% YoY:** อยู่ที่ 1,000.4 ล้านบาท จาก 847.9 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 36.6% YoY:** อยู่ที่ 5,237.8 ล้านบาท จาก 3,833.0 ล้านบาท
* **กิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์พุ่ง 43.4% YoY:** รวม 6,359.5 ล้านบาท มาจากโครงการของบริษัทและกิจการร่วมค้า
* **ยอดขาย 9 เดือนแรกโต 26.0% YoY:** ทำได้ 36,940 ล้านบาท คิดเป็น 82% ของเป้าหมายทั้งปี
* **ร่วมทุนใหม่ 11 โครงการ:** มูลค่ากว่า 15,740 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมสำหรับไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 5,237.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ (เพิ่มขึ้น 9.8% เป็น 3,162.4 ล้านบาท) รายได้จากการให้บริการ (เพิ่มขึ้น 178.8% เป็น 463.7 ล้านบาท) และรายได้ค่าบริหารโครงการ (เพิ่มขึ้น 137.7% เป็น 1,073.6 ล้านบาท)
ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 30.1% ตามรายได้จากการขาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ปรับตัวสูงขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจ
กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 1,000.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 19.1%
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายและ Backlog:** ยอดขาย 9 เดือนแรกทำได้ 82% ของเป้าหมายทั้งปี บ่งชี้ถึงความต้องการในตลาดที่ยังคงมีอยู่
* **การขยายธุรกิจสู่ต่างจังหวัด (Nationwide Serve):** แผนเปิดตัวโครงการใหม่ 42 โครงการ มูลค่า 50,000 ล้านบาท ครอบคลุม 13 จังหวัดทั่วประเทศ จะช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเติบโต
* **การขยายธุรกิจใหม่ (Multiverse Expansion):** การพัฒนาธุรกิจนอกเหนือจากที่อยู่อาศัย เช่น โรงแรม อาคารสำนักงาน คลังสินค้า และธุรกิจบริการสุขภาพ จะสร้างรายได้ประจำและเพิ่มความหลากหลาย
* **การร่วมทุนกับพันธมิตร:** การร่วมทุนใหม่ 11 โครงการในไตรมาส 3/2566 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของพันธมิตรและช่วยลดภาระเงินลงทุน
* **การเข้าซื้อกิจการโรงแรม:** การเสริมพอร์ตธุรกิจโรงแรมของ ONEO จะช่วยเพิ่มรายได้ประจำ
## ความเสี่ยง
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้า:** ในไตรมาส 3/2566 มีส่วนแบ่งขาดทุน 137.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ซึ่งเกิดจากโครงการร่วมทุนที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและยังไม่สามารถรับรู้รายได้
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 17.0% เป็น 131.1 ล้านบาท เนื่องจากมีการกู้ยืมเพื่อใช้หมุนเวียนและพัฒนาโครงการ
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** แม้จะมีการเติบโต แต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีการแข่งขันสูง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** ปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกและอัตราดอกเบี้ย อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่:** โดยเฉพาะโครงการที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 4/2566 และโครงการที่เปิดตัวใหม่
* **ความสามารถในการบริหารจัดการโครงการร่วมค้า:** เพื่อลดส่วนแบ่งขาดทุนและเพิ่มผลกำไร
* **การขยายตัวของธุรกิจบริการและธุรกิจใหม่:** โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม, คลังสินค้า และธุรกิจสุขภาพ
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ท่ามกลางภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อาจปรับตัวสูงขึ้น
* **การบรรลุเป้าหมายยอดขายทั้งปี:** ที่ตั้งไว้ 45,000 ล้านบาท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของรายได้และกำไรในไตรมาสนี้ โดยเฉพาะการโอนกรรมสิทธิ์จากโครงการร่วมค้าที่เติบโตอย่างโดดเด่น สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการร่วมทุนของ ORI
**ยอดขาย:** ยอดขายรวม 9 เดือนแรกทำได้ดีเกินกว่า 80% ของเป้าหมายทั้งปี แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และความต้องการในตลาด โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมยังคงเป็นสัดส่วนหลักของยอดขาย
**การเปิดโครงการใหม่:** ORI มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวนมากทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรร ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยเสริม Backlog และสร้างรายได้ในอนาคต
**ธุรกิจบริการและธุรกิจใหม่:** การเติบโตของรายได้จากการให้บริการและรายได้ค่าบริหารโครงการ รวมถึงการขยายธุรกิจโรงแรมและธุรกิจใหม่ๆ เช่น คลินิกต่างๆ เป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) และกระจายแหล่งรายได้
**การร่วมทุน:** การร่วมทุนใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องสะท้อนถึงความน่าเชื่อถือของ ORI ในการดึงดูดพันธมิตร และช่วยให้บริษัทสามารถขยายการลงทุนได้โดยไม่ต้องใช้เงินทุนของตนเองทั้งหมด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 30.1% เป็น 62,565.6 ล้านบาท โดยมีรายการหลักคือ ต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย, เงินลงทุนในกิจการร่วมค้า, ลูกหนี้การค้า และเงินสด
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 47.7% เป็น 41,580.8 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นหุ้นกู้ระยะยาวและเงินกู้ยืมระยะยาวจากธนาคาร ซึ่งสอดคล้องกับการลงทุนและการขยายธุรกิจ
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 5.3% เป็น 20,984.8 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
ORI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2566 แข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 18.0% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ที่พุ่งสูงขึ้นถึง 43.4% จากทั้งโครงการของบริษัทและโครงการร่วมค้า ประกอบกับการเติบโตของรายได้ค่าบริหารโครงการและบริการ ขณะที่ยอดขาย 9 เดือนแรกทำได้ดีเกินเป้าหมาย บริษัทมีแผนขยายการลงทุนทั้งในประเทศและต่างจังหวัด รวมถึงการต่อยอดธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาการบริหารจัดการส่วนแบ่งขาดทุนจากกิจการร่วมค้า และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางความท้าทายของตลาดอสังหาริมทรัพย์และการแข่งขันที่ยังคงมีอยู่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ORI ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
2,347.03
ล้านบาท
↓ 5% YoY
กำไรขั้นต้น
703.69
ล้านบาท
↓ 14% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.98
%
กำไรสุทธิ
-266.15
ล้านบาท
↓ 667.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.34
%
D/E Ratio
2.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,347
↓ -5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
704
↓ -14%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-266
↓ -667.6%
YoY
D/E Ratio
2.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ORI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.05
ROE (%)
5.48
ROA (%)
3.48
Book Value/หุ้น
8.34
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ORI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,527
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,484
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ORI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
2,527.29
-29.27%
|
3,572.92
+26.09%
|
2,833.69
-238.30%
|
-2,048.97
-542.80%
|
462.73
-472.48%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
1,484.00
-22.88%
|
1,924.33
+504.47%
|
318.35
-119.82%
|
-1,606.16
-11,292.75%
|
14.35
-103.83%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-5,460.56
-19.15%
|
-6,754.33
+399.29%
|
-1,352.80
-150.03%
|
2,703.78
-370.72%
|
-998.74
-295.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
-1,449.26
+15.29%
|
-1,257.08
-169.87%
|
1,799.23
-289.12%
|
-951.35
+82.37%
|
-521.66
-4,450.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
1,493.31
-53.08%
|
3,182.80
+61.91%
|
1,965.84
+143.27%
|
808.08
-39.23%
|
1,329.73
-26.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
1,440.82
-3.52%
|
1,493.31
-53.08%
|
3,182.80
+61.91%
|
1,965.84
+143.27%
|
808.08
-39.23%
|