บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
2.08
+0.02 (+0.97%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11413 out_tok=2917 at=2026-07-25T23:36:36 -->
# ORI กำไร Q3/65 พุ่ง 19.6% รับแรงโอนคอนโดฯ ร่วมทุน-ธุรกิจโรงแรมฟื้น
## รายได้รวมวูบ 7% แต่กำไรโตตามเป้า ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากโครงการใหญ่-การกลับมาของนักท่องเที่ยว
บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เท่ากับ 847.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลง 7.0% มาอยู่ที่ 3,833.0 ล้านบาท โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากกิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมร่วมทุนขนาดใหญ่ และการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมจากการเปิดประเทศ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ ORI ในไตรมาส 3/2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้รายได้รวมจะลดลง มาจากการรับรู้รายได้และกำไรจากโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้กิจการร่วมค้า (Joint Venture) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะโครงการพาร์คออริจิ้นทองหล่อ ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ มูลค่า 12,000 ล้านบาท ประกอบกับการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมจากการกลับมาเปิดประเทศ ทำให้รายได้จากธุรกิจบริการและโรงแรมปรับตัวดีขึ้น
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
การเติบโตของกำไรมาจากหลายปัจจัยสนับสนุนประการแรกคือ การเริ่มรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมร่วมทุนหลายโครงการ โดยเฉพาะโครงการพาร์คออริจิ้นทองหล่อ ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ที่มีมูลค่าสูง ส่งผลให้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 38.9 ล้านบาทในไตรมาส 3/2564 เป็น 187.9 ล้านบาทในไตรมาส 3/2565 (ตามสัดส่วนถือหุ้น 51%) ประการที่สอง การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งผลให้โรงแรมมีอัตราการเข้าพักสูงขึ้น โดยโรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อกทองหล่อ มีอัตราเข้าพัก 92.0% และโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีทส์ ศรีราชา-แหลมฉบัง 70.0% นอกจากนี้ รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น 61.0% ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจโรงแรมและธุรกิจบริการ ซึ่งสอดคล้องกับแผนการนำกลุ่มธุรกิจดังกล่าวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (IPO)
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากโครงการคอนโดมิเนียมร่วมทุนที่ยังคงมีกิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่องในไตรมาส 4/2565 เช่น โครงการพาร์คออริจิ้นราชเทวี และพาร์คออริจิ้นจุฬา-สามย่าน ซึ่งมี Backlog เฉลี่ยสูงถึง 97.0% นอกจากนี้ ภาพรวม Backlog ของกลุ่มบริษัทยังมีมูลค่าสูงถึง 41,200 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในอนาคต ธุรกิจโรงแรมมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องตามการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก อย่างไรก็ตาม การเติบโตของกำไรในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารต้นทุน การเปิดโครงการใหม่ และการดำเนินงานตามแผน ORIGIN MULTIVERSE ที่วางไว้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 19.6%:** กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 847.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 709.0 ล้านบาทในไตรมาส 3/2564
* **รายได้รวมลดลง 7.0%:** รายได้รวมอยู่ที่ 3,833.0 ล้านบาท ลดลงจาก 4,123.0 ล้านบาทในปีก่อน โดยหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง
* **ยอดโอนกรรมสิทธิ์รวมเพิ่มขึ้น 11.3%:** แม้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทฯ ลดลง แต่เมื่อรวมกิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการภายใต้กิจการร่วมค้า ยอดโอนรวมอยู่ที่ 4,433.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 3,984.8 ล้านบาทในปีก่อน
* **ส่วนแบ่งกำไรจาก JV พุ่ง:** ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นถึง 276.6% มาอยู่ที่ 38.9 ล้านบาท จาก 22.0 ล้านบาทในปีก่อน
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัว:** รายได้จากธุรกิจโรงแรมและบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยโรงแรมในเครือมีอัตราการเข้าพักสูง
* **แผน ORIGIN MULTIVERSE:** บริษัทฯ เดินหน้าแผนการเติบโตแบบพหุจักรวาล โดยมีแผนนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเติม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3/2565 ORI มีรายได้รวม 3,833.0 ล้านบาท ลดลง 7.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จำนวน 785.2 ล้านบาท คิดเป็นการลดลง 21.4% อย่างไรก็ตาม รายได้ส่วนนี้ได้รับการชดเชยจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริหารโครงการ 194.8% และกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อย 66.9% รวมถึงรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น 61.0% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากธุรกิจโรงแรมและบริการ ขณะที่ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 25.9% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 18.3% มาอยู่ที่ 1,249.9 ล้านบาท เมื่อรวมกับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ยังคงมีประสิทธิภาพ ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เติบโตขึ้น 19.6% มาอยู่ที่ 847.9 ล้านบาท
## โอกาส
* **การโอนกรรมสิทธิ์โครงการร่วมทุน:** โครงการคอนโดมิเนียมร่วมทุนหลายโครงการ โดยเฉพาะโครงการพาร์คออริจิ้นทองหล่อ จะยังคงมีกิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ต่อเนื่องในไตรมาส 4/2565 และโครงการใหม่ 2 โครงการที่กำลังจะเริ่มโอน จะช่วยหนุนรายได้ในอนาคต
* **Backlog สูง:** ยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) รวมกว่า 41,200 ล้านบาท จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้า
* **การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม:** การเปิดประเทศและการกลับมาของนักท่องเที่ยวจะส่งผลดีต่อรายได้และอัตราการเข้าพักของธุรกิจโรงแรม
* **แผน ORIGIN MULTIVERSE:** การขยายธุรกิจสู่จักรวาลใหม่ๆ และการเตรียมนำบริษัทย่อยเข้า IPO จะสร้างการเติบโตในระยะยาว และเพิ่มมูลค่าให้กับกลุ่มบริษัท
* **การร่วมทุนต่อเนื่อง:** ความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติในการร่วมพัฒนาโครงการใหม่ๆ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินและโอกาสในการเติบโต
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจมหภาค:** ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก, อัตราเงินเฟ้อที่สูง, และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัย
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างและต้นทุนแรงงาน อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการ
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง ทั้งในด้านราคาและการพัฒนาโครงการใหม่ๆ
* **ความล่าช้าของแผน IPO:** การนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจมีความล่าช้ากว่าแผนที่วางไว้ หากผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหม่:** โดยเฉพาะโครงการพาร์คออริจิ้นราชเทวี และพาร์คออริจิ้นจุฬา-สามย่าน
* **ยอดขายโครงการใหม่:** การเปิดตัวโครงการใหม่ในครึ่งปีหลัง 2565 และการตอบรับของตลาด
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรม:** อัตราการเข้าพักและรายได้ที่แท้จริงหลังการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว
* **ความคืบหน้าแผน IPO ของบริษัทย่อย:** โดยเฉพาะ PRI และบริษัท วันออริจิ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์:** แม้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทฯ โดยตรงลดลง 21.4% แต่ยอดโอนกรรมสิทธิ์รวม (รวม JV) เพิ่มขึ้น 11.3% สะท้อนถึงการรับรู้รายได้จากโครงการร่วมทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมร่วมทุนที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 3/2565 จำนวน 1 โครงการ คือ โครงการบริทาเนีย โฮม บางนา กม.17 มูลค่า 1,500 ล้านบาท และการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมร่วมทุนที่โอนต่อเนื่องจากไตรมาส 2/2565 อีก 4 โครงการ
**Backlog:** มี Backlog รวมมูลค่าประมาณ 41,200 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในครึ่งปีหลัง 2565 และปีถัดไป โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมร่วมทุน 2 โครงการที่จะเริ่มโอนในไตรมาส 4/2565 มี Backlog สูงถึง 97.0%
**โครงการใหม่:** ในครึ่งปีหลัง 2565 บริษัทฯ มีแผนเปิดโครงการใหม่เพิ่มเติมในหลากหลายระดับราคา ตั้งแต่ Gen Z, Gen Y, ไฮเอนด์ ไปจนถึงซูเปอร์ลักชัวรี และโครงการบ้านจัดสรร ซึ่งจะช่วยเสริมยอดขายและรายได้ในอนาคต
**รายได้ค่าบริหารโครงการ:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 194.8% จากการรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ 2 โครงการ และโครงการบ้านจัดสรร 1 โครงการ โดยมีโครงการที่รับรู้รายได้ค่าบริหารรวมทั้งสิ้น 33 โครงการ
**ธุรกิจโรงแรม:** มีแนวโน้มรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการเปิดรับนักท่องเที่ยว โดยโรงแรมในเครือมีอัตราการเข้าพักสูง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 19.6% เป็น 42,337.5 ล้านบาท โดยหลักมาจากต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย, เงินลงทุนในการร่วมค้า, และเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 27.1% เป็น 24,725.6 ล้านบาท โดยหลักมาจากหุ้นกู้ระยะยาวและเงินกู้ยืมระยะยาวจากธนาคาร ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 10.5% เป็น 17,611.9 ล้านบาท ซึ่งได้รับผลบวกจากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น และการร่วมทุนที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
ORI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2565 ที่น่าประทับใจด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 19.6% แม้รายได้รวมจะลดลง โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการรับรู้รายได้และกำไรจากโครงการคอนโดมิเนียมร่วมทุนขนาดใหญ่ และการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม ประกอบกับ Backlog ที่แข็งแกร่งและแผนการเติบโตแบบ ORIGIN MULTIVERSE ที่ชัดเจน ทำให้บริษัทฯ มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจมหภาค ต้นทุนก่อสร้างที่ผันผวน และการแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ORI ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
2,347.03
ล้านบาท
↓ 5% YoY
กำไรขั้นต้น
703.69
ล้านบาท
↓ 14% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.98
%
กำไรสุทธิ
-266.15
ล้านบาท
↓ 667.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.34
%
D/E Ratio
2.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,347
↓ -5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
704
↓ -14%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-266
↓ -667.6%
YoY
D/E Ratio
2.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ORI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.05
ROE (%)
5.48
ROA (%)
3.48
Book Value/หุ้น
8.34
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ORI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,527
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,484
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ORI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
2,527.29
-29.27%
|
3,572.92
+26.09%
|
2,833.69
-238.30%
|
-2,048.97
-542.80%
|
462.73
-472.48%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
1,484.00
-22.88%
|
1,924.33
+504.47%
|
318.35
-119.82%
|
-1,606.16
-11,292.75%
|
14.35
-103.83%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-5,460.56
-19.15%
|
-6,754.33
+399.29%
|
-1,352.80
-150.03%
|
2,703.78
-370.72%
|
-998.74
-295.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
-1,449.26
+15.29%
|
-1,257.08
-169.87%
|
1,799.23
-289.12%
|
-951.35
+82.37%
|
-521.66
-4,450.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
1,493.31
-53.08%
|
3,182.80
+61.91%
|
1,965.84
+143.27%
|
808.08
-39.23%
|
1,329.73
-26.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
1,440.82
-3.52%
|
1,493.31
-53.08%
|
3,182.80
+61.91%
|
1,965.84
+143.27%
|
808.08
-39.23%
|