บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
2.08
+0.02 (+0.97%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=19945 out_tok=2731 at=2026-07-25T08:56:44 -->
# ORI Q2/2566 กำไรสุทธิลดลง 24.4% เหตุขาดรายการพิเศษ หนุนรายได้โต 7% จาก JV
## ยอดโอนรวมโต 7% สวนทางกำไรสุทธิลดลง หลังไร้กำไรขายสินทรัพย์ Q2/65 ขณะ JV ใหม่ 25 โครงการหนุนรายได้ค่าบริหารโครงการพุ่ง
บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 873.1 ล้านบาท ลดลง 24.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการที่ปีนี้ไม่มีรายการกำไรจากการขายสินทรัพย์เหมือนปีก่อน อย่างไรก็ตาม ยอดโอนกรรมสิทธิ์รวมเติบโต 7% มาอยู่ที่ 4,812.0 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากการโอนโครงการภายใต้กิจการร่วมค้า (JV) ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้ค่าบริหารโครงการเติบโตโดดเด่นถึง 236.5%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ ORI ในไตรมาส 2/2566 คือ **การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างรายได้และรายการพิเศษ** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์รวมจะเติบโตก็ตาม
**1) หัวใจคืออะไร**
หัวใจหลักคือ **การขาดหายไปของรายการกำไรจากการต่อรองราคาซื้อโรงแรม 3 แห่ง** ที่เกิดขึ้นในไตรมาส 2/2565 ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่สร้างกำไรจำนวนมากในปีที่แล้ว ทำให้เมื่อเทียบกับปีนี้ที่ไม่มีรายการดังกล่าว ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 282.2 ล้านบาท หรือ 24.4% มาอยู่ที่ 873.1 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในด้านการดำเนินงานปกติ **ยอดกิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์รวมเติบโต 7.0%** มาอยู่ที่ 4,812.0 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากการโอนโครงการภายใต้กิจการร่วมค้า (JV) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน **รายได้ค่าบริหารโครงการเติบโตโดดเด่นถึง 236.5%** เป็น 1,187.3 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการขยายตัวของธุรกิจบริการและการบริหารจัดการโครงการที่เพิ่มขึ้น
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
* **กำไรสุทธิลดลง:** ปัจจัยหลักคือ **รายการพิเศษจากการต่อรองราคาซื้อโรงแรม 3 แห่ง** ในไตรมาส 2/2565 ซึ่งเป็นรายได้ที่ไม่เกิดขึ้นประจำ (Non-recurring item) ทำให้ฐานเปรียบเทียบในปีนี้สูงกว่าปกติ เมื่อไม่มีรายการนี้ในปีนี้ จึงส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างชัดเจน แม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะลดลง 37.8% มาอยู่ที่ 1,812.2 ล้านบาท แต่เมื่อรวมกับการโอนกรรมสิทธิ์จากโครงการ JV ทำให้ยอดโอนรวมยังเติบโตได้
* **ยอดโอนรวมเติบโต:** การเติบโตของยอดโอนกรรมสิทธิ์รวมมาจาก **การโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการภายใต้กิจการร่วมค้า (JV) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก** จาก 1,583.7 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 2,999.8 ล้านบาทในปีนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในการร่วมทุนและพัฒนาโครงการใหม่ๆ
* **รายได้ค่าบริหารโครงการเติบโตสูง:** การเติบโตนี้เกิดจากการ **ขยายตัวของโครงการ JV ใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง** โดยในไตรมาส 2/2566 มีการรวมทุนใหม่ถึง 25 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 25,270.0 ล้านบาท ซึ่งโครงการเหล่านี้จะสร้างรายได้ค่าบริหารโครงการในอนาคต นอกจากนี้ รายได้จากการให้บริการอื่นๆ เช่น บริการออกแบบ ตกแต่ง และบริหารนิติบุคคล ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
* **กำไรสุทธิ:** การลดลงของกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2566 **มีลักษณะเป็นครั้งคราว** เนื่องจากเกิดจากการเปรียบเทียบกับรายการพิเศษในปีที่แล้ว ในขณะที่การดำเนินงานปกติยังคงมีแนวโน้มที่ดี
* **ยอดโอนรวม:** มี **โอกาสต่อเนื่อง** จากการที่บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวนมากในช่วงครึ่งปีหลัง และมี Backlog ที่รอการโอนกรรมสิทธิ์ รวมถึงการขยายการลงทุนในโครงการ JV อย่างต่อเนื่อง
* **รายได้ค่าบริหารโครงการ:** มี **โอกาสต่อเนื่องสูง** เนื่องจากบริษัทมีแผนขยายธุรกิจบริการและมีโครงการ JV ใหม่ๆ ที่จะทยอยโอนและสร้างรายได้ค่าบริหารในอนาคต รวมถึงการเติบโตของธุรกิจโรงแรมที่ได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ:** 873.1 ล้านบาท ลดลง 24.4% YoY เนื่องจากไม่มีรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์เหมือนปีก่อน
* **ยอดโอนกรรมสิทธิ์รวม:** 4,812.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.0% YoY โดยได้แรงหนุนจากการโอนโครงการ JV
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** 1,812.2 ล้านบาท ลดลง 37.8% YoY
* **รายได้ค่าบริหารโครงการ:** 1,187.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 236.5% YoY จากการขยายตัวของโครงการ JV
* **การร่วมทุน (JV):** มีการรวมทุนใหม่ 25 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 25,270.0 ล้านบาท ซึ่งสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
* **ธุรกิจโรงแรม (ONEO):** โรงแรม Staybridge Suites Bangkok Sukhumvit มีอัตราเข้าพักสูงถึง 92.1% ในเดือนมิถุนายน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2566 ORI มีรายได้รวม 3,786.2 ล้านบาท ลดลง 7.7% YoY โดยหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ และการไม่มีรายการกำไรจากการต่อรองราคาซื้อโรงแรม อย่างไรก็ตาม รายได้จากการให้บริหารเพิ่มขึ้น 120.5% รายได้จากธุรกิจโรงแรมและค่าเช่าเพิ่มขึ้น 52.7% และรายได้ค่าบริหารโครงการเพิ่มขึ้นถึง 236.5% ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 873.1 ล้านบาท ลดลง 24.4% YoY โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 23.1%
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจ JV:** การร่วมทุนใหม่ 25 โครงการ สะท้อนถึงศักยภาพในการขยายธุรกิจและสร้างรายได้ในอนาคต ทั้งจากยอดโอนและรายได้ค่าบริหาร
* **การเติบโตของธุรกิจบริการ:** รายได้จากการให้บริหารและรายได้ค่าบริหารโครงการที่เติบโตสูง บ่งชี้ถึงความสำเร็จในการขยายธุรกิจนอกเหนือจากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย
* **ธุรกิจโรงแรม:** การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะโรงแรม Staybridge Suites Bangkok Sukhumvit ที่มีอัตราเข้าพักสูง
* **แผน Origin Infinity:** การขยายธุรกิจครอบคลุมทั่วประเทศและหลากหลายมิติ (Well-Being Lifetime Company) จะช่วยสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพารายการพิเศษ:** การลดลงของกำไรสุทธิเมื่อเทียบกับปีก่อนที่เกิดจากการไม่มีรายการพิเศษ ชี้ให้เห็นถึงความผันผวนของผลกำไรหากพิจารณาเฉพาะรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 32.3% YoY จากการกู้ยืมเพื่อใช้หมุนเวียนและพัฒนาโครงการ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากรายได้ไม่เติบโตตาม
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** แม้จะมีแผนเปิดโครงการใหม่จำนวนมาก แต่การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงสูง อาจส่งผลต่อยอดขายและอัตรากำไรโครงการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จากโครงการ JV ใหม่:** ความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์และสร้างรายได้จากโครงการ JV ที่เกิดขึ้นใหม่
* **การเติบโตของธุรกิจโรงแรม:** อัตราการเข้าพักและรายได้ของธุรกิจโรงแรมในระยะยาว
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** ผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นต่อภาระต้นทุนทางการเงินของบริษัท
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** ความสำเร็จในการเปิดตัวโครงการใหม่ตามแผน 42 โครงการ มูลค่า 50,000 ล้านบาท ในปี 2566
* **การนำ ONEO เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์:** ความคืบหน้าและผลกระทบต่อภาพรวมของกลุ่มบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ยอดโอนกรรมสิทธิ์รวม:** 4,812.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.0% YoY โดยการโอนจากโครงการ JV มีสัดส่วนถึง 2,999.8 ล้านบาท
* **Presales:** ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 12,461.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.0% YoY โดย 77% มาจากคอนโดมิเนียม และ 23% จากบ้านจัดสรร (BRI)
* **Backlog:** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลขชัดเจน แต่การโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นและแผนเปิดโครงการใหม่จำนวนมากบ่งชี้ถึง Backlog ที่แข็งแกร่ง
* **การเปิดโครงการใหม่:** ครึ่งปีหลังมีแผนเปิด 24 โครงการ มูลค่า 28,760.0 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรร
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะ แต่ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 34.0% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
* **D/E:** ไม่ได้ระบุตัวเลข D/E โดยตรง แต่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 33.4% ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1.7%
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะ แต่การเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 20.3% บ่งชี้ถึงการบริหารกระแสเงินสดที่ดี
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 20.3% เป็น 57,836.9 ล้านบาท โดยหลักมาจากต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย เงินลงทุนใน JV และเงินสด หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 33.4% เป็น 37,558.9 ล้านบาท โดยหลักมาจากหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1.7% เป็น 20,278.0 ล้านบาท จากกำไรสะสมและการร่วมทุนที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
ORI ในไตรมาส 2/2566 เผชิญกับแรงกดดันจาก **การขาดหายไปของรายการพิเศษที่เคยสร้างกำไรจำนวนมากในปีก่อน** ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 24.4% อย่างไรก็ตาม **การดำเนินงานหลักยังคงแข็งแกร่ง** โดยเฉพาะการเติบโตของยอดโอนกรรมสิทธิ์รวม 7.0% และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้ค่าบริหารโครงการถึง 236.5% จากการขยายตัวของธุรกิจ JV ที่มีแผนร่วมทุนใหม่ถึง 25 โครงการ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว ขณะที่ความเสี่ยงหลักอยู่ที่ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นและสภาวะการแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงสูง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ORI ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
2,347.03
ล้านบาท
↓ 5% YoY
กำไรขั้นต้น
703.69
ล้านบาท
↓ 14% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.98
%
กำไรสุทธิ
-266.15
ล้านบาท
↓ 667.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.34
%
D/E Ratio
2.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,347
↓ -5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
704
↓ -14%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-266
↓ -667.6%
YoY
D/E Ratio
2.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ORI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.05
ROE (%)
5.48
ROA (%)
3.48
Book Value/หุ้น
8.34
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ORI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,527
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,484
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ORI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
2,527.29
-29.27%
|
3,572.92
+26.09%
|
2,833.69
-238.30%
|
-2,048.97
-542.80%
|
462.73
-472.48%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
1,484.00
-22.88%
|
1,924.33
+504.47%
|
318.35
-119.82%
|
-1,606.16
-11,292.75%
|
14.35
-103.83%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-5,460.56
-19.15%
|
-6,754.33
+399.29%
|
-1,352.80
-150.03%
|
2,703.78
-370.72%
|
-998.74
-295.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
-1,449.26
+15.29%
|
-1,257.08
-169.87%
|
1,799.23
-289.12%
|
-951.35
+82.37%
|
-521.66
-4,450.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
1,493.31
-53.08%
|
3,182.80
+61.91%
|
1,965.84
+143.27%
|
808.08
-39.23%
|
1,329.73
-26.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
1,440.82
-3.52%
|
1,493.31
-53.08%
|
3,182.80
+61.91%
|
1,965.84
+143.27%
|
808.08
-39.23%
|