บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
2.08
+0.02 (+0.97%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10348 out_tok=2686 at=2026-07-25T23:33:22 -->
# ORI กำไร Q3/2564 ทรงตัวเล็กน้อย รับแรงหนุนโอนกรรมสิทธิ์ แต่ส่วนแบ่ง JV กดดัน
## รายได้รวมพุ่ง 62.4% จากการโอนโครงการใหม่และต่อเนื่อง ขณะที่กำไรสุทธิทรงตัวเล็กน้อยจากผลกระทบส่วนแบ่งกำไร JV
บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 4,123.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 709.0 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2563 ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้า (JV) ที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ORI ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 66.1% หรือ 1,458.8 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรรที่เพิ่มขึ้น ทั้งโครงการที่โอนต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า และโครงการที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสนี้ โดยเฉพาะโครงการพาร์คออริจิ้น พญาไท ซึ่งเป็นโครงการลักชัวรี่ขนาดใหญ่ มูลค่ากว่า 4,600 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันให้กำไรสุทธิไม่เติบโตตามรายได้ คือ **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้า (JV)** ที่พลิกจากกำไร 250.5 ล้านบาทในปีก่อน มาเป็นขาดทุน 22.0 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ซึ่งเกิดจากโครงการ JV บางส่วนยังอยู่ระหว่างการพัฒนาและยังไม่สามารถรับรู้รายได้ได้เต็มที่
**การเกิดต่อเนื่อง:**
รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์มี **โอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจาก ORI มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 9 โครงการ มูลค่ารวม 6,295 ล้านบาทในช่วงไตรมาส 4 ปี 2564 และได้รับปัจจัยบวกจากการผ่อนคลายมาตรการ LTV และแนวโน้มการควบคุมสถานการณ์โควิดที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและผู้ประกอบการในช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ในทางกลับกัน ส่วนแบ่งขาดทุนจาก JV อาจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา เนื่องจากมีโครงการ JV ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้น แต่ในระยะยาว การร่วมทุนกับพันธมิตรอย่าง Nomura Real Estate Development จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในหลากหลาย Segment
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 62.4%** แตะ 4,123.0 ล้านบาท จากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น
* **กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นลดลง 1.1%** อยู่ที่ 709.0 ล้านบาท เนื่องจากส่วนแบ่งขาดทุนจาก JV
* **ยอดโอนกรรมสิทธิ์รวม 3,984.8 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 2.3% จากปีก่อน โดยโครงการที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ JV มีสัดส่วน 3,665.9 ล้านบาท
* **ยอดขาย (Presales) ไตรมาส 3 ทำได้ 7,110.3 ล้านบาท** เติบโต 22.0% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564
* **แผนเปิดตัว 9 โครงการใหม่ มูลค่า 6,295 ล้านบาท** ในไตรมาส 4/2564 เน้นทำเล EEC และตลาดผู้สูงวัย
* **ธุรกิจโรงแรมมีอัตราเข้าพักเฉลี่ย 50-60%** ในไตรมาส 3/2564 ได้รับผลกระทบจากโควิดไม่มากนัก
## ภาพรวมผลประกอบการ
ORI มีรายได้รวมในไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 4,123.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,584.4 ล้านบาท หรือ 62.4% เมื่อเทียบกับ 2,538.7 ล้านบาทในไตรมาส 3/2563 การเพิ่มขึ้นนี้มาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่สูงถึง 3,665.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66.1% โดยมีปัจจัยหลักจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหม่ เช่น พาร์คออริจิ้น พญาไท และโครงการที่โอนต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 46.0% จากธุรกิจบริการและโรงแรม
อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,056.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.9% แต่เมื่อหักส่วนแบ่งขาดทุนจาก JV ที่พลิกจากกำไร 250.5 ล้านบาท เป็นขาดทุน 22.0 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 47.5% ทำให้กำไรก่อนภาษีเงินได้อยู่ที่ 959.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 13.7% ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 709.0 ล้านบาท ลดลง 1.1% จาก 717.1 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** ORI มีแผนเปิดตัว 9 โครงการใหม่ในไตรมาส 4/2564 มูลค่ารวม 6,295 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายและรายได้ในอนาคต โดยเฉพาะการขยายไปยังทำเล EEC และการเจาะตลาดผู้สูงวัย (Silver Age) ด้วยแบรนด์ใหม่ Origin Wellness Residence
* **การผ่อนคลายมาตรการ LTV:** การปรับปรุงมาตรการ LTV ของรัฐบาลจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** แนวโน้มการลดลงของผู้ติดเชื้อโควิดและการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอยและบรรยากาศการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์
* **การร่วมทุนกับพันธมิตร:** การขยายความร่วมมือกับ Nomura Real Estate Development ในกลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียมครอบคลุมทุก Segment จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและโอกาสในการพัฒนาโครงการในอนาคต
* **ธุรกิจโรงแรม:** ธุรกิจโรงแรมยังคงมีรายได้จากการเข้าพักระยะยาวของกลุ่มลูกค้าองค์กร และมีอัตราการเข้าพักที่ 50-60% ซึ่งถือว่าไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากสถานการณ์โควิด
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์ COVID-19:** แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่การแพร่ระบาดของโรคยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจาก JV:** โครงการร่วมทุนบางส่วนยังอยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในระยะสั้น
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การกู้ยืมเพื่อใช้หมุนเวียนและพัฒนาโครงการส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 47.5%
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง ทั้งในด้านราคาและทำเลที่ตั้ง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดขาย (Presales) และยอดโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 4/2564:** โดยเฉพาะจากโครงการใหม่ที่จะเปิดตัว
* **ผลประกอบการจากโครงการ JV:** ความคืบหน้าในการพัฒนาและการรับรู้รายได้จากโครงการร่วมทุน
* **การบริหารต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนการขายและต้นทุนทางการเงิน
* **การขยายธุรกิจใหม่:** ความคืบหน้าในการพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์, บริหารสินทรัพย์, และธุรกิจสุขภาพ
* **อัตราการเข้าพักของโรงแรม:** แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์:** ORI มีการโอนกรรมสิทธิ์รวม 3,984.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% โดยโครงการที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ JV มีสัดส่วน 3,665.9 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการโอนโครงการคอนโดมิเนียม เช่น ไนท์บริดจ์ ไพร์มอ่อนนุช, ไนท์บริดจ์ สเปซรัชโยธิน, ไนท์บริดจ์ สุขุมวิท เทพารักษ์ และโครงการที่เริ่มโอนในไตรมาสนี้คือ พาร์คออริจิ้น พญาไท มูลค่ากว่า 4,600 ล้านบาท
**ยอดขาย (Presales):** ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 ORI ทำยอดขายได้ 22.0% โดยคอนโดมิเนียมคิดเป็น 73% และบ้านจัดสรร 27% แบรนด์ที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องคือ Origin Plug & Play และ Britania โดยเฉพาะโครงการในฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ
**การเปิดตัวโครงการใหม่:** ในไตรมาส 4/2564 มีแผนเปิดตัว 9 โครงการ มูลค่า 6,295 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 3 โครงการ (1,695 ล้านบาท) และบ้านจัดสรร 6 โครงการ (4,600 ล้านบาท) เน้นทำเล EEC และเจาะตลาดผู้สูงวัย
**ธุรกิจบริการ:** มีการรับรู้รายได้ค่าบริหารโครงการลดลง 20.5% เนื่องจากบางโครงการครบสัญญา แต่ก็มีโครงการใหม่เริ่มรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 46.0% จากธุรกิจบริการ โรงแรม และรายได้จากการยกเลิกการจอง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 ORI มีสินทรัพย์รวม 34,247.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% จากสิ้นปี 2563 โดยหลักมาจากต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และสินทรัพย์สิทธิการใช้ หนี้สินรวมลดลง 1.1% เป็น 21,443.1 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะยาวจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 6.6% เป็น 12,804.4 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่ต่อเนื่อง และกำไรจากโครงการ JV ที่มีการโอนกรรมสิทธิ์
## สรุปท้าย
ORI ในไตรมาส 3/2564 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะจากโครงการใหม่และโครงการที่โอนต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก อย่างไรก็ตาม การที่กำไรสุทธิทรงตัวเล็กน้อยสะท้อนถึงผลกระทบจากส่วนแบ่งขาดทุนจากกิจการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป แม้จะมีปัจจัยบวกจากการเปิดตัวโครงการใหม่และการผ่อนคลายมาตรการ LTV ที่จะช่วยหนุนการเติบโตในระยะสั้น แต่การบริหารจัดการโครงการ JV และการควบคุมต้นทุนทางการเงินจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างการเติบโตของกำไรที่ยั่งยืนในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ORI ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
2,347.03
ล้านบาท
↓ 5% YoY
กำไรขั้นต้น
703.69
ล้านบาท
↓ 14% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.98
%
กำไรสุทธิ
-266.15
ล้านบาท
↓ 667.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.34
%
D/E Ratio
2.05
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,347
↓ -5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
704
↓ -14%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-266
↓ -667.6%
YoY
D/E Ratio
2.05
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ORI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.05
ROE (%)
5.48
ROA (%)
3.48
Book Value/หุ้น
8.34
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ORI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,527
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,484
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ORI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
2,527.29
-29.27%
|
3,572.92
+26.09%
|
2,833.69
-238.30%
|
-2,048.97
-542.80%
|
462.73
-472.48%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
1,484.00
-22.88%
|
1,924.33
+504.47%
|
318.35
-119.82%
|
-1,606.16
-11,292.75%
|
14.35
-103.83%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-5,460.56
-19.15%
|
-6,754.33
+399.29%
|
-1,352.80
-150.03%
|
2,703.78
-370.72%
|
-998.74
-295.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
-1,449.26
+15.29%
|
-1,257.08
-169.87%
|
1,799.23
-289.12%
|
-951.35
+82.37%
|
-521.66
-4,450.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
1,493.31
-53.08%
|
3,182.80
+61.91%
|
1,965.84
+143.27%
|
808.08
-39.23%
|
1,329.73
-26.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
1,440.82
-3.52%
|
1,493.31
-53.08%
|
3,182.80
+61.91%
|
1,965.84
+143.27%
|
808.08
-39.23%
|