ALLY
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
ALLY
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อัลไล
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
5.20
+0.05 (+0.97%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15940 out_tok=2789 at=2026-07-25T04:59:35 --> # ALLY REIT กำไรสุทธิปี 2565 โต 61.2% รับอานิสงส์ลงทุนสินทรัพย์ใหม่-เศรษฐกิจฟื้น ## รายได้รวมโต 41.2% แตะ 1,592.2 ล้านบาท จากการเปิดดำเนินการปกติและสินทรัพย์ใหม่หนุน ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อัลไล (ALLY REIT) รายงานผลประกอบการปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 1,592.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.2% จากปีก่อนหน้า และมีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 619.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 61.2% ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มเติมและการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ALLY REIT ในปี 2565 คือ **การเข้าลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มเติม** โดยเฉพาะโครงการเดอะไพรมหัวลําโพง ซึ่งเป็นอาคารสำนักงาน และโครงการเดอะคริสตัลชัยพฤกษ์ ส่งผลให้รายได้รวมเติบโตถึง 41.2% และกำไรจากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 61.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ การที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ทำให้ศูนย์การค้ากลับมาเปิดดำเนินการตามปกติ และมีรายได้จากการจัดกิจกรรมเพิ่มขึ้น ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเข้าลงทุนในสินทรัพย์ใหม่เป็นการเพิ่มขนาดของกองทรัสต์และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นโดยตรง โดยเฉพาะโครงการเดอะไพรมหัวลําโพงที่เข้ามาเสริมพอร์ตอาคารสำนักงาน ซึ่งตลาดอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ มีแนวโน้มอัตราการเช่าที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเกรด A และ B ในขณะที่การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคัก ผู้คนกลับมาจับจ่ายใช้สอยและใช้บริการในศูนย์การค้ามากขึ้น ส่งผลให้รายได้ค่าเช่าและค่าบริการ รวมถึงรายได้จากพื้นที่จัดกิจกรรมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยหลักคือการที่กองทรัสต์ได้เข้าลงทุนในสินทรัพย์ใหม่แล้ว ซึ่งจะสร้างรายได้ต่อเนื่องในระยะยาว ประกอบกับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2566-2567 จากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนที่ปรับดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจพื้นที่ค้าปลีกและอาคารสำนักงาน อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดพื้นที่ค้าปลีกจากอุปทานใหม่ที่เพิ่มขึ้น และการเติบโตของ E-commerce ที่ยังคงเป็นความท้าทาย ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 41.2%** แตะ 1,592.2 ล้านบาท จากการลงทุนในสินทรัพย์ใหม่และการกลับมาดำเนินการปกติของศูนย์การค้า * **กำไรจากการลงทุนสุทธิปี 2565 เพิ่มขึ้น 61.2%** เป็น 619.4 ล้านบาท * **อัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยรวมอยู่ที่ 93.4%** ณ สิ้นปี 2565 ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า เนื่องจากผลกระทบจากการรับรู้โครงการใหม่ที่มีอัตราการเช่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ย * **อัตราค่าเช่าเฉลี่ยรวมเพิ่มขึ้น 2.0%** เป็น 546 บาทต่อตารางเมตร * **ประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับไตรมาส 4/2565 ที่ 0.1730 บาทต่อหน่วย** และจ่ายทั้งปี 2565 ที่ 0.6500 บาทต่อหน่วย ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 4 ปี 2565 ALLY REIT มีรายได้รวม 424.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 29.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเข้าลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มเติม (โครงการเดอะคริสตัลชัยพฤกษ์ และโครงการเดอะไพรมหัวลําโพง) และการลดลงของส่วนลดค่าเช่าที่เคยให้เพื่อช่วยเหลือผู้เช่าในช่วงโควิด-19 ทำให้รายได้ค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้น 22.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในส่วนของค่าใช้จ่ายรวม ไตรมาส 4 ปี 2565 อยู่ที่ 269.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 24.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการตั้งหนี้สงสัยจะสูญ สำหรับภาพรวมทั้งปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 1,592.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.2% จากปีก่อน โดยมีรายได้ค่าเช่าและค่าบริการ 1,441.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.7% สืบเนื่องจากการเปิดดำเนินการตามปกติของศูนย์การค้าและการเข้าลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายรวมทั้งปี 2565 อยู่ที่ 972.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.8% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการเข้าลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มเติมซึ่งมีแหล่งเงินทุนจากการกู้ยืม ทำให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 9.2% รวมถึงค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นตามมูลค่าสินทรัพย์ ส่งผลให้กำไรจากการลงทุนสุทธิทั้งปี 2565 อยู่ที่ 619.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.2% จากปีก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** การท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อธุรกิจค้าปลีกและอาคารสำนักงาน * **การลงทุนในสินทรัพย์ใหม่:** โครงการเดอะไพรมหัวลําโพง และเดอะคริสตัลชัยพฤกษ์ จะสร้างรายได้และผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว * **กลยุทธ์ Synergy Made Growth:** การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและนำร้านค้านำร่องเข้ามาในโครงการ จะช่วยดึงดูดผู้เข้าใช้บริการและเพิ่มยอดขายให้กับผู้เช่า * **การปรับปรุงพื้นที่ให้ทันสมัย:** ผู้ประกอบการในทำเลใจกลางเมืองที่อาจมีข้อจำกัดในการขยายพื้นที่ใหม่ จะเน้นการปรับปรุงรูปแบบพื้นที่ให้ทันสมัยเพื่อดึงดูดลูกค้า ## ความเสี่ยง * **การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจพื้นที่ค้าปลีก:** อุปทานพื้นที่ค้าปลีกใหม่ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโครงการ Mixed-use ขนาดใหญ่ และการเติบโตของ E-commerce จะเพิ่มแรงกดดันในการแข่งขัน * **การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่อ่อนไหวต่อแนวโน้มเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า * **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยโดยรวม * **ต้นทุนการก่อสร้าง:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่ต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้นอาจเป็นปัจจัยกดดันการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ในอนาคต ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **อัตราการเช่าของโครงการเดอะไพรมหัวลําโพง:** ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 70.6% จะสามารถปรับเพิ่มขึ้นได้มากน้อยเพียงใด * **ผลกระทบจากการแข่งขันในตลาดค้าปลีก:** โดยเฉพาะการเปิดตัวโครงการ Mixed-use ขนาดใหญ่ * **การปรับตัวของผู้ประกอบการ:** ต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และการแข่งขันจากช่องทางออนไลน์ * **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของกองทรัสต์ * **การบริหารจัดการหนี้สิน:** โดยเฉพาะการบริหารต้นทุนทางการเงินจากการกู้ยืม ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) **ภาพรวมตลาดพื้นที่ค้าปลีก:** ตลาดฟื้นตัวเล็กน้อย แต่ถูกจำกัดด้วยกำลังซื้อที่ชะลอตัวและค่าครองชีพที่สูงขึ้น การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่เพียงพอที่จะผลักดันธุรกิจในทำเลที่พึ่งพาลูกค้าต่างชาติโดยตรง อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเติบโตดีขึ้นในปี 2566-2567 จากการบริโภคภาคเอกชนที่กระเตื้องขึ้นและการกลับมาของนักท่องเที่ยว **ภาพรวมตลาดอาคารสำนักงาน:** อัตราการเช่าพื้นที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะเกรด A และ B ในขณะที่เกรด C ยังคงมีอัตราการเช่าประมาณ 80% อัตราค่าเช่าในย่านศูนย์กลางธุรกิจเติบโตช้าๆ ที่ 0.2% ต่อไตรมาส **พื้นที่ให้เช่าและอัตราการเช่า:** ณ สิ้นปี 2565 ALLY REIT มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิ 160,214 ตารางเมตร เพิ่มขึ้น 4,300 ตารางเมตร จากการลงทุนในโครงการเดอะไพรมหัวลําโพง อัตราการเช่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 93.4% ลดลง 0.3% จากปีก่อน เนื่องจากโครงการใหม่มีอัตราการเช่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ย หากพิจารณาเฉพาะโครงการศูนย์การค้า 12 โครงการ จะมีอัตราการเช่าเฉลี่ย 94.0% เพิ่มขึ้น 0.4% จากปีก่อน **อัตราค่าเช่า:** อัตราค่าเช่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 546 บาทต่อตารางเมตร เพิ่มขึ้น 2.0% จากปีก่อน แต่ลดลง 1.4% จากไตรมาสก่อนหน้า หากพิจารณาเฉพาะโครงการศูนย์การค้า 12 โครงการ อัตราค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 526 บาทต่อตารางเมตร ไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาสก่อน **การต่อสัญญาเช่า:** อัตราการต่อสัญญาเช่าอยู่ที่ 94.5% ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เช่า ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 ALLY REIT มีสินทรัพย์รวม 13,508.3 ล้านบาท ลดลง 0.1% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 3.2% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเข้าลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มเติม และการลดลงของลูกหนี้รายได้ค่าเช่าและค่าบริการค้างรับ หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,052.4 ล้านบาท ลดลง 0.3% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 7.5% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการเบิกเงินกู้ยืมระยะยาวเพื่อเข้าลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มเติม สินทรัพย์สุทธิต่อหน่วยอยู่ที่ 9.6738 บาท เพิ่มขึ้น 0.7% จากสิ้นปี 2564 ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ALLY REIT ในปี 2565 คือการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในสินทรัพย์ใหม่ ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ส่งผลให้รายได้และกำไรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความท้าทายจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดค้าปลีกและปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก แต่ด้วยกลยุทธ์การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ALLY REIT ยังคงมีโอกาสในการเติบโตต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะการบริหารจัดการโครงการที่ลงทุนเพิ่มเข้ามาใหม่และการรักษาอัตราการเช่าให้อยู่ในระดับสูงจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ALLY ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
419.25 ล้านบาท
↑ 4.7% YoY
กำไรขั้นต้น
250.43 ล้านบาท
↑ 1.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
59.73 %
กำไรสุทธิ
169.88 ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
40.52 %
D/E Ratio
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
419
↑ + 4.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
250
↑ + 1.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
170
↑ + 22.1% YoY
D/E Ratio

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ALLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
419.25
+4.72%
400.37
-6.41%
427.79
+0.75%
424.60
+29.46%
327.98
กำไรขั้นต้น
250.43
+1.56%
246.59
-3.53%
255.61
+5.60%
242.06
+23.52%
195.98
ค่าใช้จ่ายรวม
27.34
+33.91%
20.42
+20.81%
16.90
-46.67%
31.70
+86.47%
17.00
กำไรสุทธิ
169.88
+22.13%
139.10
-16.51%
166.61
+7.62%
154.80
+38.92%
111.44
กำไรต่อหุ้น
0.19
+22.01%
0.16
-16.75%
0.19
+7.91%
0.18
+39.37%
0.13
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
-100.00%
259.98
+226.27%
-205.89
-491.47%
-34.81
-2,598.45%
-1.29
ROE(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROA(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
P/E
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
P/BV
0.44
-18.52%
0.54
-18.18%
0.66
-12.00%
0.75
+1.35%
0.74
BV
9.81
+1.66%
9.65
-1.33%
9.78
+1.24%
9.66
+1.68%
9.50
YIELD(%)
12.04
-4.22%
12.57
+24.70%
10.08
+96.49%
5.13
+549.37%
0.79
ราคาหุ้น
4.36
-16.95%
5.25
-18.60%
6.45
-11.03%
7.25
0.00
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
59.73
-3.02%
61.59
+3.08%
59.75
+4.81%
57.01
-4.59%
59.75
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
6.52
+27.84%
5.10
+29.11%
3.95
-47.05%
7.46
+44.02%
5.18
อัตรากำไรสุทธิ(%)
40.52
+16.64%
34.74
-10.81%
38.95
+6.83%
36.46
+7.30%
33.98
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
10.01

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ALLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์
13,597.71
+0.08%
13,587.15
-0.20%
13,614.10
+0.78%
13,508.32
+3.16%
13,094.49
+6.89%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน
4,976.30
-3.75%
5,170.41
+1.82%
5,077.93
+0.51%
5,052.39
+7.47%
4,701.01
+21.37%
รวมส่วนของเจ้าของ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-643
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ALLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-643.22
+442.25%
-118.62
-74.84%
-471.52
-1,359.40%
37.44
-116.18%
-231.42
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
399.78
+96.21%
203.75
-46.39%
380.06
-795.44%
-54.65
-131.75%
172.10
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00