ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อัลไล
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
5.20
+0.05 (+0.97%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9017 out_tok=2926 at=2026-07-25T10:28:21 -->
# ALLY กำไรสุทธิ Q3/64 ดิ่งแรง 85.6% YoY รับผลกระทบโควิด-19 ฉุดรายได้
## รายได้ทรุดหนัก 47.8% จากมาตรการล็อกดาวน์ ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนและเตรียมลงทุนโครงการใหม่
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อัลไล (ALLY) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรจากการลงทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 85.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่หดตัวลงถึง 47.8% อันเป็นผลโดยตรงจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของผู้เช่าและศูนย์การค้า อย่างไรก็ตาม กองทรัสต์ฯ ยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและเตรียมพร้อมสำหรับการลงทุนในสินทรัพย์ใหม่เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรจากการลงทุนสุทธิของ ALLY ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับลดลงอย่างมากถึง 85.6% YoY และ 83.1% QoQ มาอยู่ที่ 18.98 ล้านบาท คือ **รายได้ค่าเช่าและบริการที่ลดลงอย่างรุนแรงถึง 46.1% YoY และ 42.9% QoQ** ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรจากการลงทุนสุทธิที่ลดลงจาก 43% ใน Q3/63 เหลือเพียง 11% ใน Q3/64 นอกจากนี้ ยังมี **ขาดทุนทางบัญชีจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนสุทธิ 23.69 ล้านบาท** ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้ค่าเช่าและบริการลดลงอย่างมาก มาจาก **มาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ที่เข้มงวดขึ้น** ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2564 ซึ่งส่งผลให้ศูนย์การค้าต้องปิดให้บริการชั่วคราวเป็นเวลานานขึ้น ทำให้ผู้เช่าไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ แม้ว่าอัตราการเข้ามาใช้บริการของลูกค้าจะลดลงเพียงเล็กน้อย (95% ของช่วงปกติ) แต่ **อัตราการเปิดให้บริการของผู้เช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 50% เท่านั้น** ประกอบกับกองทรัสต์ฯ ได้ **ให้ส่วนลดค่าเช่าและบริการเฉลี่ย 54.8%** แก่ผู้เช่าเพื่อช่วยเหลือในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ ส่งผลให้ค่าเช่าและบริการเฉลี่ยสุทธิลดลงอย่างมาก แม้ว่าอัตราการต่อสัญญาเช่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 88.8% ก็ตาม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากเอกสารระบุว่าสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 และมาตรการของรัฐเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ **มีแนวโน้มจะคลี่คลายเมื่อสถานการณ์การระบาดดีขึ้น** และมาตรการผ่อนคลายลง อย่างไรก็ตาม การลงทุนในโครงการอาคารสำนักงาน เดอะไพรม์หัวลำโพง ซึ่งคาดว่าจะเข้าลงทุนได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2565 จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างรายได้และผลตอบแทนที่มั่นคงในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรจากการลงทุนสุทธิลดลง 85.6% YoY** มาอยู่ที่ 18.98 ล้านบาท จากผลกระทบโควิด-19
* **รายได้รวมลดลง 47.8% YoY** มาอยู่ที่ 171.05 ล้านบาท โดยรายได้ค่าเช่าและบริการหดตัว 46.1% YoY
* **ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 22.2% YoY** มาอยู่ที่ 152.08 ล้านบาท จากการลดลงของต้นทุนการให้เช่าและบริการ
* **อัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยอยู่ที่ 93.4%** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน แต่ค่าเช่าและบริการเฉลี่ยสุทธิลดลงเหลือ 234 บาทต่อตรม. หลังหักส่วนลด
* **อัตราการต่อสัญญาเช่าเพิ่มขึ้นเป็น 88.8%** จากกลยุทธ์ Synergy Made Growth
* **เตรียมลงทุนโครงการอาคารสำนักงาน เดอะไพรม์หัวลำโพง มูลค่า 171.80 ล้านบาท** คาดเข้าลงทุน Q1/65
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 ALLY มีรายได้รวม 171.05 ล้านบาท ลดลง 42.6% จากไตรมาสก่อน และ 47.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากการปิดศูนย์การค้าชั่วคราวเพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 152.08 ล้านบาท ลดลง 17.9% จากไตรมาสก่อน และ 22.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหลักมาจากการลดลงของต้นทุนการให้เช่าและบริการ และค่าธรรมเนียมบริหารอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้กำไรจากการลงทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 83.1% จากไตรมาสก่อน และ 85.6% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 18.98 ล้านบาท
สำหรับผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 799.90 ล้านบาท ลดลง 5.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้มาตรการควบคุมโควิด-19 จะเข้มข้นกว่าปีก่อน โดยรายได้ค่าเช่าและบริการลดลงเพียง 0.7% มาอยู่ที่ 784.75 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 4.8% มาอยู่ที่ 527.03 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นเป็น 63% อย่างไรก็ตาม กำไรจากการลงทุนสุทธิลดลง 7.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 272.87 ล้านบาท
## โอกาส
* **การลงทุนในโครงการอาคารสำนักงาน เดอะไพรม์หัวลำโพง:** คณะกรรมการอนุมัติการลงทุนเพิ่มในโครงการนี้ มูลค่า 171.80 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการผสมระหว่างอาคารสำนักงานและพื้นที่ให้เช่าเพื่อการพาณิชย์ ตั้งอยู่ในย่านหัวลำโพงที่มีความต้องการสูง ใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน และมีผู้เช่าหลักระยะยาว (ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้า) คาดว่าจะสร้างรายได้ที่มั่นคงและโอกาสในการเติบโต
* **กลยุทธ์ Synergy Made Growth:** ส่งผลให้อัตราการต่อสัญญาเช่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในศูนย์การค้าหลายแห่งมีอัตราการต่อสัญญามากกว่า 95%
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้รายได้จะลดลง แต่การบริหารต้นทุนการให้เช่าและบริการ รวมถึงค่าธรรมเนียมบริหารอสังหาริมทรัพย์ ช่วยลดผลกระทบต่อกำไรได้ในระดับหนึ่ง
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19:** มาตรการควบคุมโรคที่เข้มงวดและยืดเยื้อยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของผู้เช่าและรายได้ของกองทรัสต์ฯ
* **การเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน:** การบันทึกขาดทุนทางบัญชีจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนสุทธิส่งผลกระทบต่อผลกำไรในแต่ละไตรมาส
* **การพึ่งพิงผู้เช่าหลัก:** แม้จะมีผู้เช่าหลักระยะยาวในโครงการใหม่ แต่การบริหารจัดการผู้เช่าเดิมและการหาผู้เช่าใหม่ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19:** จะส่งผลโดยตรงต่อการกลับมาดำเนินธุรกิจของผู้เช่าและการฟื้นตัวของรายได้
* **ความคืบหน้าการลงทุนในโครงการ เดอะไพรม์หัวลำโพง:** การเข้าลงทุนและการสร้างรายได้จากโครงการใหม่นี้จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต
* **อัตราการต่อสัญญาเช่าและอัตราการเช่าพื้นที่:** การรักษาอัตราการเช่าและต่อสัญญาเช่าในภาวะที่ยังมีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
* **การบริหารจัดการส่วนลดค่าเช่า:** การปรับลดส่วนลดค่าเช่าเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของรายได้ค่าเช่าและบริการสุทธิ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **อัตราการเช่าพื้นที่:** ในไตรมาส 3 ปี 2564 อัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยอยู่ที่ 93.4% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 93.3% ในไตรมาสก่อน สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาฐานผู้เช่า แม้จะอยู่ในช่วงที่ผู้เช่าประสบปัญหา
* **ค่าเช่าและบริการ:** ค่าเช่าและบริการเฉลี่ยอยู่ที่ 517 บาทต่อตรม. ลดลงเล็กน้อย 0.8% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากผลกระทบของส่วนแบ่งรายได้ที่ลดลงจากการปิดศูนย์การค้าชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ค่าเช่าและบริการเฉลี่ยสุทธิหลังหักส่วนลดอยู่ที่ 234 บาทต่อตรม. ซึ่งดีกว่าช่วง Q2/63 ที่ให้ส่วนลดมากกว่า
* **อัตราการต่อสัญญาเช่า:** เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 88.8% จาก 80.0% ในไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นผลจากกลยุทธ์ Synergy Made Growth
* **อายุสัญญาเช่าเฉลี่ย:** ลดลงมาอยู่ที่ 3.71 ปี โดยมีสัญญาเช่า 16% ของพื้นที่ทั้งหมดจะหมดอายุในปีนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้เช่าหลักที่คาดว่าจะต่อสัญญา
* **การลงทุนใหม่:** การอนุมัติลงทุนในโครงการ เดอะไพรม์หัวลำโพง มูลค่า 171.80 ล้านบาท เป็นการขยายพอร์ตการลงทุนไปยังสินทรัพย์ประเภทอาคารสำนักงานและพื้นที่พาณิชย์ ซึ่งมีศักยภาพในการสร้างรายได้ที่มั่นคง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 สินทรัพย์รวมของ ALLY อยู่ที่ 12,543.37 ล้านบาท ลดลง 0.9% จากไตรมาสก่อน โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงเป็นหลัก หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,236.12 ล้านบาท ลดลง 0.7% ทำให้สินทรัพย์สุทธิลดลง 1% มาอยู่ที่ 8,307.25 ล้านบาท หรือ 9.5037 บาทต่อหน่วย สัดส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 0.25 เท่า ซึ่งยังคงที่จากไตรมาสก่อน
เมื่อเทียบกับปีก่อน สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 2.3% จากการลงทุนในโครงการกาดฝรั่งเป็นหลัก และหนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 8.6% กองทรัสต์ฯ มีการลดทุนจากการจ่ายคืนทุน ทำให้ทุนที่ได้รับจากผู้ถือหน่วยลดลง 2.2% และสามารถเปลี่ยนผลขาดทุนสะสมมาเป็นกำไรสะสมได้
ในไตรมาส 3 ปี 2564 กองทรัสต์ฯ **งดจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนประจ าไตรมาส** เนื่องจากกำไรจากการลงทุนสุทธิปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 6.92 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ ALLY ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลให้รายได้ค่าเช่าและบริการลดลงอย่างรุนแรง** แม้ว่ากองทรัสต์ฯ จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและรักษาอัตราการต่อสัญญาเช่าได้ดี แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม **โอกาสในการลงทุนในโครงการ เดอะไพรม์หัวลำโพง** เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่จะช่วยสร้างการเติบโตและรายได้ที่มั่นคงในอนาคต นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และความคืบหน้าของการลงทุนในโครงการใหม่นี้ เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ALLY ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
419.25
ล้านบาท
↑ 4.7% YoY
กำไรขั้นต้น
250.43
ล้านบาท
↑ 1.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
59.73
%
กำไรสุทธิ
169.88
ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
40.52
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
419
↑ + 4.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
250
↑ + 1.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
170
↑ + 22.1%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ALLY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
10.01
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ALLY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
13,597.71
+0.08%
|
13,587.15
-0.20%
|
13,614.10
+0.78%
|
13,508.32
+3.16%
|
13,094.49
+6.89%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
4,976.30
-3.75%
|
5,170.41
+1.82%
|
5,077.93
+0.51%
|
5,052.39
+7.47%
|
4,701.01
+21.37%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-643
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ALLY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-643.22
+442.25%
|
-118.62
-74.84%
|
-471.52
-1,359.40%
|
37.44
-116.18%
|
-231.42
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
399.78
+96.21%
|
203.75
-46.39%
|
380.06
-795.44%
|
-54.65
-131.75%
|
172.10
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|