ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อัลไล
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
5.20
+0.05 (+0.97%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12541 out_tok=2928 at=2026-07-25T09:43:19 -->
# ALLY REIT กำไรสุทธิ Q2/2565 โต 41.7% รับอานิสงส์ลงทุนสินทรัพย์ใหม่-เศรษฐกิจฟื้น
## รายได้รวมพุ่ง 29.6% หลังรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ 2 แห่ง ขณะที่อัตราค่าเช่าเฉลี่ยปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อัลไล (ALLY REIT) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 386.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม 2 โครงการ ประกอบกับสถานการณ์ COVID-19 ที่คลี่คลายส่งผลให้รายได้ค่าเช่าและค่าบริการปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ALLY REIT ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการลงทุนสุทธิ 41.7%** ซึ่งเป็นผลมาจากการ **เข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม 2 โครงการ** คือ ศูนย์การค้าเดอะ คริสตัลชัยพฤกษ์ และโครงการเดอะ ไพร์ม หัวลําโพง ประกอบกับการ **ฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย** และ **การผ่อนคลายมาตรการควบคุม COVID-19** ที่ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคักขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม 2 โครงการใหม่ในช่วงต้นปี 2565 ทำให้กองทรัสต์มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ **รายได้ค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้น 20.1%** เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ การที่เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวจากการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนที่ปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคกลับมาใช้บริการในศูนย์การค้ามากขึ้น ส่งผลให้ **รายได้ค่าเช่าพื้นที่ส่วนกลางจากกิจกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้น** ด้วย ปัจจัยเหล่านี้รวมกันทำให้รายได้จากการลงทุนสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
1. **การรับรู้รายได้เต็มปีจากทรัพย์สินที่ลงทุนเพิ่ม:** โครงการเดอะ คริสตัลชัยพฤกษ์ และเดอะ ไพร์ม หัวลําโพง ที่เพิ่งเข้าลงทุนไป จะเริ่มรับรู้รายได้เต็มปีในปีถัดไป ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้รวมของกองทรัสต์
2. **แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** แม้จะมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและต้นทุนที่สูงขึ้น แต่การท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนที่ยังคงมีแนวโน้มฟื้นตัว จะเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ค่าเช่าและค่าบริการ
3. **อัตราการต่อสัญญาเช่าที่สูง:** อัตราการต่อสัญญาเช่าพื้นที่ของกองทรัสต์อยู่ที่ 97.1% แสดงถึงความสามารถในการรักษาฐานผู้เช่าเดิม ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อรายได้ที่มั่นคง
อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงด้านต้นทุนที่สูงขึ้นและภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2565 เติบโต 29.6% YoY** แตะ 386.0 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ของโครงการใหม่ 2 แห่ง และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
* **รายได้จากการลงทุนสุทธิ Q2/2565 เพิ่มขึ้น 41.7% YoY** แตะ 159.4 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตจากสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นและกิจกรรมที่กลับมา
* **อัตราการเช่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 93.2%** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย QoQ แต่ลดลงเล็กน้อย YoY โดยเฉพาะโครงการศูนย์การค้า 12 โครงการ มีอัตราการเช่าเฉลี่ย 93.8% เพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY
* **อัตราค่าเช่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 531 บาท/ตร.ม.** ลดลงเล็กน้อย QoQ แต่เพิ่มขึ้น 2.7% YoY โดยเฉพาะโครงการศูนย์การค้า 12 โครงการ มีอัตราค่าเช่าเฉลี่ย 533 บาท/ตร.ม. เพิ่มขึ้น 3.1% YoY
* **สินทรัพย์รวม ณ สิ้น Q2/2565 อยู่ที่ 13,536.2 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 6.9% YoY จากการลงทุนในทรัพย์สินใหม่
* **หนี้สินรวม ณ สิ้น Q2/2565 อยู่ที่ 5,075.0 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 19.0% YoY จากการเบิกเงินกู้ยืมระยะยาวเพื่อลงทุน
* **ประกาศจ่ายเงินปันผล Q2/2565 ที่ 0.1650 บาทต่อหน่วย**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 ALLY REIT มีรายได้รวม 386.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 29.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม 2 โครงการ ได้แก่ ศูนย์การค้าเดอะ คริสตัลชัยพฤกษ์ และโครงการเดอะ ไพร์ม หัวลําโพง ซึ่งส่งผลให้รายได้ค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้น 20.1% YoY
ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 226.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 22.3% YoY โดยต้นทุนค่าเช่าและบริการเพิ่มขึ้นตามการเปิดให้บริการปกติและการจัดกิจกรรม รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเพื่อลงทุน และค่าธรรมเนียมการจัดการและทรัสตีที่เพิ่มขึ้นตามมูลค่าสินทรัพย์ที่สูงขึ้น
ส่งผลให้รายได้จากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 159.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นถึง 41.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตจากการลงทุนในทรัพย์สินใหม่และการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
## โอกาส
* **การลงทุนในทรัพย์สินใหม่:** การเข้าลงทุนในโครงการเดอะ คริสตัลชัยพฤกษ์ และเดอะ ไพร์ม หัวลําโพง จะช่วยเพิ่มขนาดของกองทรัสต์และสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการ:** การเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ หนุนให้การบริโภคภาคเอกชนและจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อศูนย์การค้า
* **กลยุทธ์ Synergy Made Growth:** อัตราการต่อสัญญาเช่าที่สูงถึง 97.1% แสดงถึงความสามารถในการรักษาฐานผู้เช่าและสร้างการเติบโตจากฐานเดิม
* **การปรับขึ้นค่าเช่า:** อัตราค่าเช่าเฉลี่ยของโครงการศูนย์การค้า 12 โครงการ ปรับเพิ่มขึ้น 3.1% YoY บ่งชี้ถึงความสามารถในการปรับราคาค่าเช่าตามสภาวะตลาด
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น:** ราคาพลังงานและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของศูนย์การค้าและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในตลาดพื้นที่ค้าปลีก:** การเปิดโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง อาจเพิ่มแรงกดดันด้านการแข่งขันและการรักษาอัตราการเช่า
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และปัญหา Global Supply Disruption อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า และกระทบต่อการส่งออกของไทย
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การทำงานที่บ้าน (Work From Home) และการซื้อสินค้าออนไลน์ อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้พื้นที่ค้าปลีกในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการดำเนินงานของโครงการที่ลงทุนเพิ่ม:** ติดตามการรับรู้รายได้และอัตราการเช่าของโครงการเดอะ คริสตัลชัยพฤกษ์ และเดอะ ไพร์ม หัวลําโพง ในไตรมาสถัดไป
* **แนวโน้มอัตราค่าเช่าเฉลี่ย:** การปรับขึ้นค่าเช่าอย่างต่อเนื่องจะช่วยหนุนรายได้ในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* **การเปลี่ยนแปลงของมาตรการ COVID-19:** ผลกระทบจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การติดตามระดับหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน หลังจากการกู้ยืมเพื่อลงทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ภาพรวมตลาดพื้นที่ค้าปลีก:** ตลาดพื้นที่ค้าปลีกยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้น โดยเฉพาะโครงการศูนย์การค้าและคอมมูนิตี้มอลล์ขนาดใหญ่ที่กลับมามีผู้คนใช้บริการมากขึ้น ALLY REIT มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิรวม 160,282.6 ตารางเมตร โดยอัตราการเช่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 93.2% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะโครงการศูนย์การค้า 12 โครงการ มีอัตราการเช่าเฉลี่ย 93.8% เพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของทำเลและการบริหารจัดการ
**อัตราค่าเช่า:** อัตราค่าเช่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 531 บาท/ตร.ม. ลดลงเล็กน้อย QoQ แต่เพิ่มขึ้น 2.7% YoY โครงการศูนย์การค้า 12 โครงการ มีอัตราค่าเช่าเฉลี่ย 533 บาท/ตร.ม. เพิ่มขึ้น 3.1% YoY ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับขึ้นค่าเช่าได้ตามสภาวะตลาด
**การบริหารจัดการ:** กองทรัสต์ยังคงดำเนินกลยุทธ์ Synergy Made Growth อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราการต่อสัญญาเช่าพื้นที่สูงถึง 97.1% และมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเพื่อดึงดูดผู้ใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ
**การรับรู้ TFRS16:** กองทรัสต์มีการบันทึกสิทธิการใช้สินทรัพย์และหนี้สินตามสัญญาเช่าสำหรับสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวหลายโครงการ ซึ่งรายการดังกล่าวเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด แต่ส่งผลต่อการรับรู้ต้นทุนทางการเงินในงบกำไรขาดทุน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 ALLY REIT มีสินทรัพย์รวม 13,536.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.0% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 6.9% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม และลูกหนี้รายได้ค่าเช่าและค่าบริการค้างรับที่เพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,075.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 19.0% YoY ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเบิกเงินกู้ยืมระยะยาวเพื่อใช้ในการลงทุนในทรัพย์สินใหม่
สินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 8,461.3 ล้านบาท คิดเป็นสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย 9.6799 บาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนและปีก่อน
กองทรัสต์ประกาศจ่ายประโยชน์ตอบแทนให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 จำนวน 0.1650 บาทต่อหน่วย
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ALLY REIT ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือการลงทุนในทรัพย์สินใหม่ 2 โครงการ ควบคู่ไปกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับมาคึกคัก ส่งผลให้รายได้จากการลงทุนสุทธิเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 41.7% YoY แม้จะมีความเสี่ยงจากต้นทุนที่สูงขึ้นและการแข่งขันในตลาด แต่ด้วยอัตราการต่อสัญญาเช่าที่สูงและกลยุทธ์การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ ALLY REIT มีโอกาสที่จะเติบโตต่อเนื่องในอนาคต โดยนักลงทุนควรจับตาการรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการใหม่และการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ALLY ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
419.25
ล้านบาท
↑ 4.7% YoY
กำไรขั้นต้น
250.43
ล้านบาท
↑ 1.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
59.73
%
กำไรสุทธิ
169.88
ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
40.52
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
419
↑ + 4.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
250
↑ + 1.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
170
↑ + 22.1%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ALLY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
10.01
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ALLY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
13,597.71
+0.08%
|
13,587.15
-0.20%
|
13,614.10
+0.78%
|
13,508.32
+3.16%
|
13,094.49
+6.89%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
4,976.30
-3.75%
|
5,170.41
+1.82%
|
5,077.93
+0.51%
|
5,052.39
+7.47%
|
4,701.01
+21.37%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-643
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ALLY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-643.22
+442.25%
|
-118.62
-74.84%
|
-471.52
-1,359.40%
|
37.44
-116.18%
|
-231.42
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
399.78
+96.21%
|
203.75
-46.39%
|
380.06
-795.44%
|
-54.65
-131.75%
|
172.10
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|