ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อัลไล
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
5.20
+0.05 (+0.97%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9623 out_tok=2717 at=2026-07-25T10:18:48 -->
# ALLY Q1/2565 กำไรสุทธิพุ่ง 7.9% รับอานิสงส์ลงทุนสินทรัพย์ใหม่-เศรษฐกิจฟื้นตัว
## รายได้รวมโต 12.2% จากการลงทุนเพิ่มในโครงการใหม่ ขณะที่อัตราค่าเช่าเฉลี่ยปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์อัลไล (ALLY) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 371.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมในโครงการเดอะไพร์มหัวลำโพง ประกอบกับสถานการณ์ COVID-19 ที่คลี่คลายขึ้น ส่งผลให้กำไรจากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 7.9%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ALLY ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้รวมที่ 12.2% YoY** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ **กำไรจากการลงทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น 7.9% YoY** โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม 2 โครงการ คือ โครงการเดอะคริสตัลชัยพฤกษ์ และโครงการเดอะไพร์มหัวลำโพง รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับมาคึกคักขึ้นหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้รวมมาจาก 2 ส่วนหลัก คือ
* **การลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม:** การเข้าลงทุนในโครงการเดอะไพร์มหัวลำโพง ซึ่งมีพื้นที่ให้เช่าสุทธิ 4,349.9 ตารางเมตร และเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นมา ส่งผลให้พื้นที่ให้เช่าสุทธิรวมของกองทรัสต์เพิ่มขึ้นเป็น 160,256.0 ตารางเมตร
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุม COVID-19 ทำให้การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อการดำเนินงานของโครงการศูนย์การค้าต่างๆ ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของกองทรัสต์
แม้ว่าอัตราการเช่าเฉลี่ยรวมของทุกโครงการจะลดลงเล็กน้อยจาก 93.6% ในไตรมาส 4/2564 เป็น 92.7% ในไตรมาส 1/2565 และอัตราค่าเช่าเฉลี่ยลดลง 0.6% จากไตรมาสก่อน แต่เมื่อพิจารณาเฉพาะโครงการศูนย์การค้า (Same-store) พบว่าอัตราการเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 93.4% ลดลงเล็กน้อยเพียง 0.2% YoY และอัตราค่าเช่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.9% YoY สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าและปรับขึ้นค่าเช่าได้ในบางโครงการ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก
* **การรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการใหม่:** โครงการเดอะไพร์มหัวลำโพงจะสามารถรับรู้รายได้เต็มไตรมาสได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป
* **แนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังคงฟื้นตัว:** หากสถานการณ์ COVID-19 ยังคงควบคุมได้ และไม่มีปัจจัยลบใหม่ๆ เข้ามากระทบ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มจะฟื้นตัวต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและการจับจ่ายใช้สอย
* **กลยุทธ์ Synergy Made Growth:** กลยุทธ์นี้ช่วยเพิ่มอัตราการต่อสัญญาเช่าของกองทรัสต์ให้สูงถึง 95.2% ในไตรมาส 1/2565 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการรักษาฐานผู้เช่าและรายได้ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาปัจจัยด้านต้นทุนค่าครองชีพและราคาพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 371.3 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 12.2% YoY และ 13.2% QoQ
* **กำไรจากการลงทุนสุทธิ 152.5 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 7.9% YoY และ 36.9% QoQ
* **การลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม:** โครงการเดอะไพร์มหัวลำโพง (มูลค่า 171.8 ล้านบาท) เริ่มรับรู้รายได้
* **อัตราการเช่าเฉลี่ยรวม 92.7%:** ลดลงเล็กน้อย YoY และ QoQ
* **อัตราค่าเช่าเฉลี่ยรวม 533 บาท/ตร.ม.:** ลดลง 0.6% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 1.3% YoY
* **อัตราการต่อสัญญาเช่าสูงถึง 95.2%:** เพิ่มขึ้น YoY และ QoQ
* **สินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย 9.6740 บาท:** เพิ่มขึ้น 0.7% QoQ และ 0.4% YoY
* **ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.1620 บาท/หน่วย:** กำหนดจ่าย 27 มิ.ย. 2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 ALLY มีรายได้รวม 371.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 และเพิ่มขึ้น 13.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมในโครงการเดอะไพร์มหัวลำโพง และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 218.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.0% QoQ และ 15.3% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าธรรมเนียมผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์และต้นทุนค่าเช่าและบริการที่เพิ่มขึ้นตามการเปิดให้บริการปกติของโครงการต่างๆ และการจัดกิจกรรม
ส่งผลให้กำไรจากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 152.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% YoY และ 36.9% QoQ
อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 65% อัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 39% และอัตรากำไรจากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 45%
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการใหม่:** โครงการเดอะไพร์มหัวลำโพงจะช่วยเสริมรายได้ให้เติบโตต่อเนื่อง
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและกำลังซื้อ:** การผ่อนคลายมาตรการต่างๆ จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว
* **กลยุทธ์ Synergy Made Growth:** การรักษาอัตราการต่อสัญญาเช่าในระดับสูงช่วยสร้างความมั่นคงของรายได้
* **การลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม:** หากมีโอกาสในการเข้าลงทุนในทรัพย์สินที่มีศักยภาพ จะช่วยเพิ่มขนาดของกองทรัสต์และสร้างการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อ:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น:** โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพ
* **การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** อาจกดดันอัตราค่าเช่าและอัตราการเช่า
* **ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลประกอบการของโครงการเดอะไพร์มหัวลำโพง:** การรับรู้รายได้เต็มไตรมาสและแนวโน้มการเติบโต
* **อัตราการเช่าและค่าเช่าเฉลี่ย:** โดยเฉพาะในโครงการ Same-store เพื่อประเมินภาวะตลาด
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** เพื่อรักษาอัตรากำไรท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* **แผนการลงทุนในอนาคต:** โครงการใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเสริมพอร์ต
* **การเปลี่ยนแปลงของมาตรการภาครัฐ:** ที่อาจส่งผลต่อภาคอสังหาริมทรัพย์และการบริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **พื้นที่ให้เช่าสุทธิ:** เพิ่มขึ้นเป็น 160,256.0 ตารางเมตร หลังการลงทุนในโครงการเดอะไพร์มหัวลำโพง
* **อัตราการเช่าเฉลี่ย:** รวม 92.7% (ลดลง YoY และ QoQ) แต่ Same-store อยู่ที่ 93.4% (ลดลงเล็กน้อย YoY)
* **อัตราค่าเช่าเฉลี่ย:** รวม 533 บาท/ตร.ม. (เพิ่มขึ้น YoY เล็กน้อย) และ Same-store อยู่ที่ 535 บาท/ตร.ม. (เพิ่มขึ้น YoY 0.9%)
* **อัตราการขึ้นค่าเช่า:** อยู่ที่ 1.1% ในไตรมาส 1/2565 (เพิ่มขึ้น QoQ แต่ลดลง YoY)
* **อัตราการต่อสัญญาเช่า:** อยู่ในระดับสูงที่ 95.2% (เพิ่มขึ้น YoY และ QoQ)
* **อายุสัญญาเช่าเฉลี่ย:** 3.70 ปี
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม 13,406.3 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 8.9% YoY และ 2.4% QoQ โดยมีเงินลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ตามมูลค่ายุติธรรมเป็นสัดส่วนหลัก
* **หนี้สินรวม 4,950.2 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 26.8% YoY และ 5.0% QoQ โดยส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมระยะยาวเพื่อลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** คำนวณจากหนี้สินรวม (4,950.2 ลบ.) ต่อสินทรัพย์สุทธิ (8,456.1 ลบ.) จะอยู่ที่ประมาณ 0.59 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
* **สินทรัพย์สุทธิ 8,456.1 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 0.4% YoY และ 0.7% QoQ
* **สินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย 9.6740 บาท:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY และ QoQ
* **กระแสเงินสด:** งบกำไรขาดทุนแสดง "การเพิ่มขึ้นในสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงาน" ที่ 176.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากไตรมาสก่อน (86.2 ล้านบาท) และเพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY (168.2 ล้านบาท)
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ALLY ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือการเติบโตของรายได้จากการลงทุนในทรัพย์สินใหม่และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลให้กำไรจากการลงทุนสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น แม้ว่าอัตราการเช่าเฉลี่ยรวมจะลดลงเล็กน้อย แต่การรักษาอัตราการต่อสัญญาเช่าในระดับสูงและการเติบโตของอัตราค่าเช่าในโครงการ Same-store เป็นสัญญาณบวก โดยมีโอกาสที่ผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องจากการรับรู้รายได้เต็มปีของโครงการใหม่และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและต้นทุนที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ALLY ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
419.25
ล้านบาท
↑ 4.7% YoY
กำไรขั้นต้น
250.43
ล้านบาท
↑ 1.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
59.73
%
กำไรสุทธิ
169.88
ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
40.52
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
419
↑ + 4.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
250
↑ + 1.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
170
↑ + 22.1%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ALLY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
10.01
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ALLY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
13,597.71
+0.08%
|
13,587.15
-0.20%
|
13,614.10
+0.78%
|
13,508.32
+3.16%
|
13,094.49
+6.89%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
4,976.30
-3.75%
|
5,170.41
+1.82%
|
5,077.93
+0.51%
|
5,052.39
+7.47%
|
4,701.01
+21.37%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-643
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ALLY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-643.22
+442.25%
|
-118.62
-74.84%
|
-471.52
-1,359.40%
|
37.44
-116.18%
|
-231.42
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
399.78
+96.21%
|
203.75
-46.39%
|
380.06
-795.44%
|
-54.65
-131.75%
|
172.10
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|