ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อัลไล
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
5.20
+0.05 (+0.97%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14955 out_tok=2112 at=2026-07-25T09:48:02 -->
# ALLY REIT Q1/2566 รายได้โต 13.1% จากการลงทุนใหม่-ธุรกิจฟื้นตัว
## รายได้รวมพุ่ง 13.1% รับอานิสงส์สินทรัพย์ใหม่-กิจกรรมเศรษฐกิจกลับมาคึกคัก
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อัลไล (ALLY REIT) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 420.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเข้าลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มเติมและการฟื้นตัวของธุรกิจผู้เช่าพื้นที่
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ALLY REIT ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าเช่าและค่าบริการสุทธิ 17.5%** ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มเติมอย่างโครงการเดอะ ไพรมหัวลําโพง ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2565 ประกอบกับการที่ธุรกิจของผู้เช่าพื้นที่กลับมาดำเนินงานได้ตามปกติหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเข้าลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ทำให้ฐานรายได้ของกองทรัสต์ขยายตัวขึ้น โดยโครงการเดอะ ไพรมหัวลําโพง ซึ่งเป็นอาคารสำนักงาน มีพื้นที่ให้เช่า 4,330 ตารางเมตร และมีอัตราค่าเช่าเฉลี่ยที่ 719 บาทต่อตารางเมตร ได้เริ่มรับรู้รายได้เข้ามาเสริม ขณะเดียวกัน การที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคักขึ้น ทำให้ผู้เช่าพื้นที่เดิมสามารถดำเนินธุรกิจได้ดีขึ้น ส่งผลให้การใช้พื้นที่เช่าและการจ่ายค่าเช่าเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น นอกจากนี้ อัตราค่าเช่าเฉลี่ยของกองทรัสต์โดยรวมยังปรับเพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงการฟื้นตัวของตลาดพื้นที่ค้าปลีก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยหลักคือการรับรู้รายได้เต็มปีจากสินทรัพย์ที่เข้าลงทุนใหม่ และแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2566-2567 จากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการใช้พื้นที่ค้าปลีกและสำนักงาน อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของอุปทานใหม่ในตลาดพื้นที่ค้าปลีกและอาคารสำนักงาน อาจเป็นปัจจัยกดดันอัตราการปล่อยเช่าและอัตราค่าเช่าในระยะต่อไป ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 420.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% YoY** จากการลงทุนในสินทรัพย์ใหม่และการฟื้นตัวของผู้เช่า
* **รายได้ค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้น 17.5% YoY** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
* **อัตราการเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 93.2%** ทรงตัวจากไตรมาสก่อนและปีก่อน
* **อัตราค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 612 บาทต่อตารางเมตร เพิ่มขึ้น 1.4% YoY**
* **ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.1670 บาทต่อหน่วย** กำหนดจ่าย 16 มิ.ย. 2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 ALLY REIT มีรายได้รวม 420.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้ค่าเช่าและค่าบริการที่เพิ่มขึ้น 17.5% เนื่องจากการเข้าลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มเติมอย่างโครงการเดอะ ไพรมหัวลําโพง และการกลับมาดำเนินธุรกิจตามปกติของผู้เช่าพื้นที่ ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 261.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนค่าไฟฟ้าและค่าพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 13.5% จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้รายได้จากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 159.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** การท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง จะช่วยหนุนความต้องการใช้พื้นที่ค้าปลีกและสำนักงาน
* **การบริหารจัดการสินทรัพย์:** การจัดกิจกรรม Event ที่เข้ากับเทรนด์และความต้องการของลูกค้า รวมถึงการเปิดร้านอาหารชื่อดังใหม่ๆ จะช่วยดึงดูดผู้ใช้บริการและเพิ่มรายได้
* **การปรับตัวตามเทรนด์:** การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ การผสมผสานกลยุทธ์ Offline-Online และการพัฒนาพื้นที่หน้าร้านให้ตอบโจทย์ลูกค้า จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเงินเฟ้อและหนี้ครัวเรือน:** ยังคงกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภคให้ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
* **อุปทานใหม่ในตลาด:** การเพิ่มขึ้นของอุปทานใหม่ในตลาดพื้นที่ค้าปลีกและอาคารสำนักงาน อาจส่งผลกดดันอัตราการปล่อยเช่าและอัตราค่าเช่า
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลต่อความต้องการพื้นที่เช่าของบริษัทต่างชาติ
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของกองทรัสต์เพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มอัตราการปล่อยเช่าและอัตราค่าเช่าของโครงการต่างๆ โดยเฉพาะโครงการที่ได้รับผลกระทบจากอุปทานใหม่
* ผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและหนี้ครัวเรือนต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* แผนการลงทุนเพิ่มเติมหรือการปรับปรุงสินทรัพย์ที่มีอยู่เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินท่ามกลางสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ตลาดพื้นที่ค้าปลีก:** แนวโน้มตลาดพื้นที่ค้าปลีกปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง โดยความต้องการพื้นที่ฟื้นตัวจากการกลับมาทำกิจกรรมนอกบ้าน แต่การเพิ่มขึ้นของอุปทานใหม่จะส่งผลให้อัตราการปล่อยเช่าชะลอตัวเล็กน้อย และอัตราค่าเช่ามีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น 1.0-5.0% ALLY REIT มีอัตราการเช่าเฉลี่ย 93.8% สำหรับโครงการศูนย์การค้า (ไม่รวมอาคารสำนักงาน) และอัตราค่าเช่าเฉลี่ย 610 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งถือว่าทรงตัวและปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามแนวโน้มตลาด
**ตลาดพื้นที่อาคารสำนักงาน:** แนวโน้มตลาดพื้นที่อาคารสำนักงานฟื้นตัวเล็กน้อย แต่รูปแบบ Hybrid workplace จะมีบทบาทมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่อาจชะลอตัวลง อุปทานใหม่ที่เพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยกดดันอัตราการปล่อยเช่าและอัตราค่าเช่า ALLY REIT มีโครงการเดอะ ไพรมหัวลําโพง ซึ่งเป็นอาคารสำนักงาน โดยในไตรมาส 1 ปี 2566 มีอัตราการเช่า 72.5% และอัตราค่าเช่าเฉลี่ย 719 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับภาพรวมตลาด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 ALLY REIT มีสินทรัพย์รวม 13,628.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% YoY จากการเข้าลงทุนในโครงการเดอะ ไพรมหัวลําโพง หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,052.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% YoY จากการเบิกเงินกู้ยืมระยะยาวเพื่อการลงทุนดังกล่าว ทำให้ D/E ratio อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ สินทรัพย์สุทธิต่อหน่วยอยู่ที่ 9.8121 บาท เพิ่มขึ้น 1.4% YoY
ในส่วนของกระแสเงินสดจากการดำเนินงานนั้น รายได้จากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 159.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% YoY ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการสร้างรายได้ของกองทรัสต์
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ ALLY REIT ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือการเติบโตของรายได้ค่าเช่าและค่าบริการที่แข็งแกร่ง จากการลงทุนในสินทรัพย์ใหม่และการฟื้นตัวของผู้เช่าพื้นที่ ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมและรายได้จากการลงทุนสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ความท้าทายจากภาวะเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และอุปทานใหม่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา เพื่อประเมินโอกาสและความต่อเนื่องของผลประกอบการในอนาคต โดยเฉพาะการบริหารจัดการต้นทุนและรักษาอัตราการปล่อยเช่าให้อยู่ในระดับสูง.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ALLY ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
419.25
ล้านบาท
↑ 4.7% YoY
กำไรขั้นต้น
250.43
ล้านบาท
↑ 1.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
59.73
%
กำไรสุทธิ
169.88
ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
40.52
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
419
↑ + 4.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
250
↑ + 1.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
170
↑ + 22.1%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ALLY
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
10.01
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ALLY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
13,597.71
+0.08%
|
13,587.15
-0.20%
|
13,614.10
+0.78%
|
13,508.32
+3.16%
|
13,094.49
+6.89%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
4,976.30
-3.75%
|
5,170.41
+1.82%
|
5,077.93
+0.51%
|
5,052.39
+7.47%
|
4,701.01
+21.37%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-643
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ALLY
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-643.22
+442.25%
|
-118.62
-74.84%
|
-471.52
-1,359.40%
|
37.44
-116.18%
|
-231.42
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
399.78
+96.21%
|
203.75
-46.39%
|
380.06
-795.44%
|
-54.65
-131.75%
|
172.10
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|