ALLY
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
ALLY
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อัลไล
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
5.20
+0.05 (+0.97%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15933 out_tok=2822 at=2026-07-25T09:37:10 --> # ALLY REIT กำไรสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 704.9% รับอานิสงส์ลงทุนสินทรัพย์ใหม่-เปิดดำเนินการปกติ ## รายได้รวมโตกว่า 139.9% YoY หนุนกำไรจากการลงทุนสุทธิพุ่งสูง หลังการเข้าซื้อโครงการใหม่และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ บริษัท ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อัลไล (ALLY REIT) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 410.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 139.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเข้าลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มเติม ได้แก่ โครงการศูนย์การค้าเดอะคริสตัลชัยพฤกษ์ และโครงการเดอะไพรม์หัวลำโพง รวมถึงการลดลงของส่วนลดค่าเช่าที่เคยให้เพื่อช่วยเหลือผู้เช่าในช่วง COVID-19 ส่งผลให้กำไรจากการลงทุนสุทธิพุ่งสูงถึง 704.9% ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ALLY REIT ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้รวม ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าลงทุนในสินทรัพย์ใหม่และการกลับมาดำเนินการตามปกติของโครงการต่างๆ** โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้จากการลงทุนสุทธิที่เติบโตถึง 704.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้รายได้รวมเติบโตอย่างโดดเด่น มาจากการ **เข้าลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มเติม 2 โครงการ ได้แก่ ศูนย์การค้าเดอะคริสตัลชัยพฤกษ์ และโครงการเดอะไพรม์หัวลำโพง** ซึ่งส่งผลให้พื้นที่ให้เช่าสุทธิของกองทรัสต์เพิ่มขึ้นจาก 1.3 หมื่นตารางเมตรเมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ การที่มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ผ่อนคลายลง ทำให้ศูนย์การค้าต่างๆ สามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้ตามปกติ และกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ สามารถจัดขึ้นได้ ส่งผลให้รายได้ค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของรายได้ค่าเช่าพื้นที่ส่วนกลางจากการจัดกิจกรรม นอกจากนี้ การลดลงของส่วนลดค่าเช่าที่เคยให้กับผู้เช่าในช่วง COVID-19 ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนรายได้ให้กลับมาฟื้นตัว การเปลี่ยนแปลงนี้มีแนวโน้ม **มีโอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องตามการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการใช้พื้นที่ค้าปลีกและสำนักงาน รวมถึงการที่กองทรัสต์ยังคงดำเนินกลยุทธ์ Synergy Made Growth อย่างต่อเนื่องผ่านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ เพื่อดึงดูดผู้ใช้บริการและรักษาฐานผู้เช่า ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมเติบโตโดดเด่น:** รายได้รวมในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 410.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 139.9% YoY และ 6.3% QoQ * **กำไรจากการลงทุนสุทธิพุ่งสูง:** กำไรจากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 152.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 704.9% YoY และลดลง 4.2% QoQ * **การลงทุนในสินทรัพย์ใหม่:** การเข้าลงทุนในโครงการเดอะคริสตัลชัยพฤกษ์ และเดอะไพรม์หัวลำโพง ส่งผลให้พื้นที่ให้เช่าสุทธิเพิ่มขึ้น * **อัตราการเช่าโดยรวมทรงตัว:** อัตราการเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 93.2% ลดลงเล็กน้อย 0.1% YoY แต่หากพิจารณาเฉพาะโครงการศูนย์การค้า (Retail Malls) 12 โครงการ จะพบว่าอัตราการเช่าเพิ่มขึ้น 0.7% QoQ และ 0.5% YoY * **ค่าเช่าเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น:** ค่าเช่าเฉลี่ยของกองทรัสต์อยู่ที่ 531 บาท/ตร.ม. เพิ่มขึ้น 1.4% YoY และ 0.4% YoY สำหรับ Retail Malls * **การจ่ายเงินปันผล:** ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.1500 บาทต่อหน่วย สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2565 ALLY REIT มีรายได้รวม 410.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.3 ล้านบาท หรือ 6.3% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 239.2 ล้านบาท หรือ 139.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการเข้าลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มเติม ได้แก่ โครงการศูนย์การค้าเดอะคริสตัลชัยพฤกษ์ และโครงการเดอะไพรม์หัวลำโพง รวมถึงการลดลงของส่วนลดค่าเช่าที่เคยให้เพื่อช่วยเหลือผู้เช่าในช่วง COVID-19 ทำให้รายได้ค่าเช่าและค่าบริการอยู่ที่ 375.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% QoQ และ 124.1% YoY สำหรับค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 257.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.9 ล้านบาท หรือ 13.6% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 105.5 ล้านบาท หรือ 69.4% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนค่าเช่าและบริการที่เพิ่มขึ้นตามการเปิดให้บริการตามปกติของโครงการ และการเพิ่มขึ้นของค่าสาธารณูปโภคตามราคาพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรจากการลงทุนสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 152.7 ล้านบาท ลดลง 6.7 ล้านบาท หรือ 4.2% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 133.7 ล้านบาท หรือ 704.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2565 กองทรัสต์มีรายได้รวม 1,167.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.0% YoY และมีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 464.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.3% YoY ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** แนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวต่อเนื่องจากการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อและปริมาณผู้เข้าใช้บริการในศูนย์การค้า * **การกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน:** คาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาเดินทางระหว่างประเทศได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 ซึ่งจะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อภาคค้าปลีกและการท่องเที่ยว * **การปรับปรุงพื้นที่ให้ทันสมัย:** ผู้พัฒนาพื้นที่ค้าปลีกหันมาเน้นการปรับปรุงอาคารให้ทันสมัยแทนการขยายพื้นที่ เพื่อตอบสนองกำลังซื้อที่มีอยู่จำกัด ซึ่ง ALLY REIT สามารถใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงพื้นที่ของตนเองให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น * **กลยุทธ์ Synergy Made Growth:** การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง เช่น ALLY FUN FEST และการนำร้านอาหารชั้นนำเข้ามา จะช่วยดึงดูดผู้ใช้บริการและสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ * **การลงทุนในสินทรัพย์ใหม่:** การเข้าลงทุนในโครงการเดอะคริสตัลชัยพฤกษ์ และเดอะไพรม์หัวลำโพง จะช่วยเพิ่มขนาดของพอร์ตและสร้างรายได้ในระยะยาว ## ความเสี่ยง * **ภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพสูง:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค * **การแข่งขันในตลาดพื้นที่ค้าปลีก:** อุปทานพื้นที่ค้าปลีกใหม่ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปี 2566 อาจส่งผลต่อการแข่งขันในการแย่งชิงผู้เช่า * **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย ซึ่งอาจมีผลกระทบทางอ้อมต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค * **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. อาจส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของกองทรัสต์เพิ่มสูงขึ้น * **ความล่าช้าในการเปิดโครงการใหม่:** โครงการพัฒนาพื้นที่ค้าปลีกบางโครงการอาจเลื่อนการเปิดตัวออกไป ซึ่งอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของอุปทานในตลาด ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการฟื้นตัวของกำลังซื้อ:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน และผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อ * **การกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน:** ประเมินผลกระทบต่ออัตราการเช่าและรายได้ของศูนย์การค้า โดยเฉพาะโครงการที่ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว * **การบริหารจัดการต้นทุน:** ติดตามค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยเฉพาะค่าสาธารณูปโภคที่อาจผันผวนตามราคาพลังงาน * **แผนการลงทุนในอนาคต:** พิจารณาโอกาสในการเข้าลงทุนในสินทรัพย์ใหม่เพิ่มเติม เพื่อขยายขนาดพอร์ตและสร้างการเติบโต * **การปรับปรุงพื้นที่ให้ทันสมัย:** ติดตามความคืบหน้าในการปรับปรุงพื้นที่ของโครงการต่างๆ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดผู้เช่า ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) * **พื้นที่ให้เช่าและอัตราการเช่า:** ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 ALLY REIT มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิประมาณ 1.6 แสนตารางเมตร โดยอัตราการเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 93.2% ซึ่งลดลงเล็กน้อย 0.1% YoY เนื่องจากการเข้าลงทุนในโครงการเดอะไพรม์หัวลำโพงที่มีอัตราการเช่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ย อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะโครงการศูนย์การค้า (Retail Malls) 12 โครงการ จะพบว่าอัตราการเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 93.8% เพิ่มขึ้น 0.7% QoQ และ 0.5% YoY * **ค่าเช่าเฉลี่ย:** ค่าเช่าเฉลี่ยของกองทรัสต์อยู่ที่ 531 บาท/ตร.ม. เพิ่มขึ้น 1.4% YoY และสำหรับ Retail Malls อยู่ที่ 534 บาท/ตร.ม. เพิ่มขึ้น 0.4% QoQ และ 1.8% YoY * **อัตราการต่อสัญญาเช่า:** อยู่ที่ 89.3% ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการรักษาฐานผู้เช่าเดิม * **อายุสัญญาเช่าเฉลี่ย:** อยู่ที่ 2.8 ปี ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 ALLY REIT มีสินทรัพย์รวม 13,515.1 ล้านบาท ลดลง 0.2% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 7.7% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเข้าลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มเติม หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,065.3 ล้านบาท ลดลง 0.2% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 19.6% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเบิกเงินกู้ยืมระยะยาวเพื่อเข้าลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มเติม สินทรัพย์สุทธิต่อหน่วยอยู่ที่ 9.6668 บาท เพิ่มขึ้น 1.7% YoY ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญของผลประกอบการ ALLY REIT ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือการเติบโตของรายได้จากการลงทุนสุทธิที่พุ่งสูงถึง 704.9% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าลงทุนในสินทรัพย์ใหม่และการฟื้นตัวของการดำเนินงานตามปกติของโครงการต่างๆ ประกอบกับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและโอกาสในการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน เป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม กองทรัสต์ยังคงต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ การแข่งขันในตลาด และต้นทุนทางการเงินที่อาจเพิ่มขึ้น ซึ่งต้องติดตามการบริหารจัดการของฝ่ายจัดการอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ALLY ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
419.25 ล้านบาท
↑ 4.7% YoY
กำไรขั้นต้น
250.43 ล้านบาท
↑ 1.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
59.73 %
กำไรสุทธิ
169.88 ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
40.52 %
D/E Ratio
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
419
↑ + 4.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
250
↑ + 1.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
170
↑ + 22.1% YoY
D/E Ratio

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ALLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
419.25
+4.72%
400.37
-6.41%
427.79
+0.75%
424.60
+29.46%
327.98
กำไรขั้นต้น
250.43
+1.56%
246.59
-3.53%
255.61
+5.60%
242.06
+23.52%
195.98
ค่าใช้จ่ายรวม
27.34
+33.91%
20.42
+20.81%
16.90
-46.67%
31.70
+86.47%
17.00
กำไรสุทธิ
169.88
+22.13%
139.10
-16.51%
166.61
+7.62%
154.80
+38.92%
111.44
กำไรต่อหุ้น
0.19
+22.01%
0.16
-16.75%
0.19
+7.91%
0.18
+39.37%
0.13
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
-100.00%
259.98
+226.27%
-205.89
-491.47%
-34.81
-2,598.45%
-1.29
ROE(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROA(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
P/E
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
P/BV
0.44
-18.52%
0.54
-18.18%
0.66
-12.00%
0.75
+1.35%
0.74
BV
9.81
+1.66%
9.65
-1.33%
9.78
+1.24%
9.66
+1.68%
9.50
YIELD(%)
12.04
-4.22%
12.57
+24.70%
10.08
+96.49%
5.13
+549.37%
0.79
ราคาหุ้น
4.36
-16.95%
5.25
-18.60%
6.45
-11.03%
7.25
0.00
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
59.73
-3.02%
61.59
+3.08%
59.75
+4.81%
57.01
-4.59%
59.75
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
6.52
+27.84%
5.10
+29.11%
3.95
-47.05%
7.46
+44.02%
5.18
อัตรากำไรสุทธิ(%)
40.52
+16.64%
34.74
-10.81%
38.95
+6.83%
36.46
+7.30%
33.98
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
10.01

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ALLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์
13,597.71
+0.08%
13,587.15
-0.20%
13,614.10
+0.78%
13,508.32
+3.16%
13,094.49
+6.89%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน
4,976.30
-3.75%
5,170.41
+1.82%
5,077.93
+0.51%
5,052.39
+7.47%
4,701.01
+21.37%
รวมส่วนของเจ้าของ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-643
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ALLY

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-643.22
+442.25%
-118.62
-74.84%
-471.52
-1,359.40%
37.44
-116.18%
-231.42
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
399.78
+96.21%
203.75
-46.39%
380.06
-795.44%
-54.65
-131.75%
172.10
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00