บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.55
+0.01 (+1.85%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16513 out_tok=2987 at=2026-07-26T02:34:34 -->
# S สิงห์ เอสเตท พลิกกำไรปี 65 โต 177% รับธุรกิจโรงแรมฟื้น-อสังหาฯ โอนต่อเนื่อง
## รายได้-กำไรโตแรง รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้นตัวเต็มที่-ยอดโอนอสังหาฯ แข็งแกร่ง ขณะที่ฝ่ายจัดการเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ดันรายได้ปี 66
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 490 ล้านบาท เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 177% จากปีก่อนที่ขาดทุน 137 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 12,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% จากปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม และการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง**
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ S ในปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจโรงแรม** ซึ่งพลิกกลับมามีกำไรติดต่อกันสองไตรมาสหลังสุด และ **การเติบโตของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** โดยเฉพาะโครงการบ้านเดี่ยวที่เริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ ประกอบกับการรับรู้รายได้จากการขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรมเป็นปีแรก ส่งผลให้บริษัทฯ พลิกจากขาดทุนในปี 2564 มามีกำไรสุทธิ 490 ล้านบาทในปี 2565
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจโรงแรม:** ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทย มัลดีฟส์ สหราชอาณาจักร ฟิจิ และมอริเชียส ซึ่งเห็นจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวที่สูงขึ้น และการบริหารจัดการโรงแรมที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้รายได้ธุรกิจโรงแรมในปี 2565 เติบโตถึง 93% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย:** รายได้จากการขายบ้านและอาคารชุดเติบโต 11% มาอยู่ที่ 2,357 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้รายได้จากโครงการบ้านเดี่ยวใหม่ "ศิรนินทร์ เรสซิเดสเซนพัฒนาการ" ที่เริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 รวมถึงการรับรู้รายได้จากการขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรม "เอสอ่างทอง" เป็นปีแรก
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจโรงแรมที่คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2566 จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน และการยกเลิกข้อจำกัดการเดินทางในหลายประเทศ ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย บริษัทฯ มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 5 โครงการ มูลค่าราว 10,000 ล้านบาทในปี 2566 โดยเน้นเจาะตลาด Luxury ซึ่งจะช่วยผลักดันรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ Backlog ของโครงการแนวราบที่คาดว่าจะรับรู้รายได้ราว 70% ในปี 2566 และโครงการคอนโดมิเนียม "ดิ เอ็กซ์ โทร" ที่คาดว่าจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2567 ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 พลิกเป็น 490 ล้านบาท** เติบโต 177% จากปีก่อนที่ขาดทุน 137 ล้านบาท
* **รายได้รวมปี 2565 แตะ 12,530 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 62% จากปีก่อนหน้า
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวโดดเด่น** รายได้โต 93% จากการกลับมาของนักท่องเที่ยว
* **ยอดโอนอสังหาริมทรัพย์เติบโต 11%** จากโครงการบ้านเดี่ยวใหม่และที่ดินนิคมอุตสาหกรรม
* **Backlog โครงการแนวราบ 4,007 ล้านบาท** คาดรับรู้รายได้ 70% ในปี 2566
* **แผนเปิด 5 โครงการใหม่ มูลค่า 10,000 ล้านบาทในปี 2566** เน้นตลาด Luxury
* **สัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้น (IBD/E) อยู่ที่ 1.32 เท่า** ยังต่ำกว่า Covenant
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 12,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้จากการให้เช่าและการให้บริการที่เติบโต 77% มาอยู่ที่ 9,976 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากธุรกิจโรงแรมที่เติบโตถึง 93% จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวทั่วโลก ขณะที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 21% มาอยู่ที่ 2,554 ล้านบาท จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการบ้านเดี่ยวใหม่และที่ดินนิคมอุตสาหกรรม
กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 81% เป็น 4,474 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้นเป็น 36% จาก 32% ในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการประหยัดต่อขนาดที่มากขึ้นของธุรกิจโรงแรม
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 5% เป็น 3,183 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับรายได้รวมแล้วถือว่ามีการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 17% เป็น 1,315 ล้านบาท จากการกู้ยืมเพื่อรองรับการลงทุนและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น
ส่งผลให้บริษัทฯ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิสำหรับปี 2565 จำนวน 490 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 177% จากปีก่อนที่ขาดทุน 137 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจโรงแรมของบริษัทฯ โดยเฉพาะการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนในปี 2566
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** การเปิด 5 โครงการใหม่ มูลค่า 10,000 ล้านบาทในปี 2566 จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการรับรู้รายได้ในอนาคต
* **Backlog ที่แข็งแกร่ง:** ยอดขายรอรับรู้รายได้สำหรับโครงการแนวราบ 4,007 ล้านบาท จะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2566
* **การเติบโตของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม:** โครงการ "เอสอ่างทอง" มีศักยภาพในการสร้างรายได้จากการขายที่ดินและรายได้ประจำในระยะยาว
* **การปรับปรุงอาคารสำนักงาน:** โครงการ "เอส โอเอซิส" ที่ออกแบบตามมาตรฐาน LEED จะช่วยดึงดูดผู้เช่าและผลักดันรายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน
* **ความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์:** อาจส่งผลต่อพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยว
* **ต้นทุนการก่อสร้างและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและอัตรากำไรของโครงการอสังหาริมทรัพย์
* **การแข่งขันในตลาดอาคารสำนักงาน:** แม้จะมีการปรับปรุงอาคาร แต่ก็ยังมีความท้าทายจากอุปทานใหม่ที่เข้าสู่ตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์:** โดยเฉพาะโครงการแนวราบที่มียอดขายรอรับรู้รายได้จำนวนมาก
* **อัตราการเข้าพักและ ADR ของธุรกิจโรงแรม:** ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวสำคัญของปี 2566
* **อัตราการปล่อยเช่าอาคารสำนักงาน "เอส โอเอซิส":** หลังจากการเปิดดำเนินการ
* **ความคืบหน้าการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม "เอสอ่างทอง":**
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** ในปี 2565 มีรายได้ 2,554 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% โดยรายได้จากการขายบ้านและอาคารชุดอยู่ที่ 2,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการบ้านเดี่ยวใหม่ "ศิรนินทร์ เรสซิเดนเซส" และการรับรู้รายได้จากการขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรม "เอสอ่างทอง" เป็นปีแรก 198 ล้านบาท
**Backlog:** บริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้สำหรับโครงการแนวราบ ณ ธันวาคม 2565 จำนวน 4,007 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้รายได้ประมาณ 70% ในปี 2566 สำหรับโครงการคอนโดมิเนียม "ดิ เอ็กซ์ โทร" มียอดขายรอรับรู้รายได้ 938 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2567
**การเปิดตัวโครงการใหม่:** ในปี 2566 บริษัทฯ ตั้งเป้าเปิดตัว 5 โครงการใหม่ มูลค่าราว 10,000 ล้านบาท โดยเน้นเจาะตลาด Luxury เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค
**ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า:** รายได้เติบโต 5% เป็น 1,014 ล้านบาท จากการปรับเพิ่มอัตราค่าเช่าและการปล่อยเช่าที่แข็งแกร่งของอาคาร "เอส เมโทร" หลังการรีแบรนด์ โดยอาคารสำนักงานแห่งใหม่ "เอส โอเอซิส" คาดว่าจะผลักดันรายได้ธุรกิจนี้เติบโต 20% ในปี 2566
**ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม:** โครงการ "เอสอ่างทอง" เริ่มรับรู้รายได้ในปี 2565 และตั้งเป้าการขายทั้งหมดภายใน 6 ปี สร้างรายได้รวมกว่า 4,000 ล้านบาท พร้อมสร้างรายได้ประจำในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 68,810 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาโครงการ ขณะที่สินค้าคงเหลือลดลงจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 46,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากการเบิกเงินกู้เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการ หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 29,866 ล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 1.32 เท่า และหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net IBD/E) อยู่ที่ 1.17 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า Covenant ของบริษัทฯ
## สรุปท้าย
S สิงห์ เอสเตท พลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างน่าประทับใจในปี 2565 ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด 177% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมที่ได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวทั่วโลก และการเติบโตของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้จะมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น แต่ด้วยแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ที่น่าสนใจ Backlog ที่แข็งแกร่ง และการเติบโตของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ทำให้ S ยังคงมีโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2566 โดยเฉพาะการขับเคลื่อนรายได้จากธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ S ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
3,543.20
ล้านบาท
↓ 6.8% YoY
กำไรขั้นต้น
1,415.05
ล้านบาท
↓ 0.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.94
%
กำไรสุทธิ
-1,443.59
ล้านบาท
↓ 4572.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-40.74
%
D/E Ratio
2.52
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,543
↓ -6.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,415
↓ -0.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,444
↓ -4572.9%
YoY
D/E Ratio
2.52
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — S
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.52
ROE (%)
-8.87
ROA (%)
0.06
Book Value/หุ้น
2.15
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — S
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-296
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+200
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — S
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-296.46
-43.21%
|
-522.07
+1,385.26%
|
-35.15
-103.82%
|
919.02
-48.88%
|
1,797.81
-288.02%
|
-956.17
-10.25%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
199.55
-246.42%
|
-136.29
-110.70%
|
1,273.21
+66.46%
|
764.86
-171.59%
|
-1,068.41
-59.01%
|
-2,606.20
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-844.90
-152.79%
|
1,600.54
+657.83%
|
211.20
-113.43%
|
-1,572.70
-330.96%
|
680.95
-60.54%
|
1,725.73
-47.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-959.63
-216.77%
|
821.81
-43.29%
|
1,449.26
+492.26%
|
244.70
-356.93%
|
-95.24
-94.81%
|
-1,836.63
-197.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,546.89
-16.05%
|
3,033.64
-11.35%
|
3,422.08
+26.86%
|
2,697.57
-20.14%
|
3,377.89
-37.59%
|
5,412.81
+52.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,726.44
+5.33%
|
2,588.50
-14.67%
|
3,033.64
-11.35%
|
3,422.08
+26.86%
|
2,697.57
-20.14%
|
3,377.89
-37.59%
|