บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.55
+0.01 (+1.85%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15586 out_tok=2470 at=2026-07-26T03:07:17 -->
# S พลิกกำไร Q3/65 โตแรง 109% รับธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวเต็มที่
## รายได้-กำไรโตตามการท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก ขณะที่ฝ่ายจัดการเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ เน้นตลาด Luxury
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 109% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 677 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 5,145 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมเป็นหลัก ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ฝ่ายจัดการยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่ม Luxury เพื่อตอบรับกำลังซื้อที่ฟื้นตัว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ S ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของธุรกิจโรงแรม** ซึ่งสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งไตรมาส ส่งผลให้ภาพรวมของบริษัทพลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรสุทธิ 60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 109% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 5,145 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27%
กลไกสำคัญที่ทำให้ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง มาจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักร (UK) และผลประกอบการที่ดีเกินคาดของพอร์ตโรงแรม Outrigger ประกอบกับการที่ประเทศไทยเปิดประเทศเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนตุลาคม ทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การรับรู้รายได้จากการขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรม เอสอ่างทอง และการควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ก็เป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยสนับสนุนผลกำไรโดยรวม
สำหรับแนวโน้มในระยะต่อไป ฝ่ายจัดการประเมินว่า **การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมมีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ปี 2565 ซึ่งเป็นช่วง High Season และการเปิดประเทศเต็มรูปแบบจะยิ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวให้คึกคักมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาปัจจัยกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** บริษัทฯ รายงานกำไรสุทธิ 60 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกจากขาดทุน 677 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2564
* **รายได้รวมเติบโต 27%:** รายได้รวมอยู่ที่ 5,145 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 4,051 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวเด่น:** รายได้ธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 121% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 เป็น 6,123 ล้านบาท จาก 2,769 ล้านบาท ในปีก่อน
* **ยอดขายโครงการใหม่แกร่ง:** โครงการศิรนินทร์ เรสซิเดนเซส (SIRANINN RESIDENCES PATTANAKARN) ขายได้แล้วกว่า 95% ของมูลค่าโครงการ 2,900 ล้านบาท ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
* **แผนเปิดโครงการใหม่:** วางแผนเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวระดับ Luxury มูลค่ารวม 23,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 5,145 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 ที่มีรายได้ 4,051 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 60 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 677 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 8,491 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 98 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 238 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การเปิดประเทศเต็มรูปแบบและการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรมในทุกภูมิภาคที่บริษัทฯ ดำเนินงาน
* **ตลาดอสังหาริมทรัพย์ Luxury:** บริษัทฯ มีแผนเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวระดับ Luxury และ Super Luxury อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อแข็งแกร่งและอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจต่ำกว่าเซ็กเมนต์อื่น
* **โครงการใหม่ที่ได้รับการตอบรับดี:** โครงการศิรนินทร์ เรสซิเดนเซส มียอดขายล่วงหน้าสูงถึง 95% สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อแบรนด์และศักยภาพของโครงการ
* **การเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า:** การเปิดอาคารสำนักงาน S OASIS จะช่วยผลักดันรายได้ธุรกิจนี้ให้เติบโต 20% ในปี 2566
* **การพัฒนาธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม:** โครงการ เอสอ่างทอง มีเป้าหมายสร้างรายได้รวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ Recurring Income ระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อ:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ความไม่แน่นอนจากนโยบาย Zero COVID-19 ของจีน:** อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีน ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของบางภูมิภาค
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น แม้บริษัทฯ จะมีการป้องกันความเสี่ยงไว้แล้วบางส่วน
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การเปิดตัวโครงการใหม่จำนวนมากอาจเพิ่มแรงกดดันด้านราคาและการแข่งขัน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม:** การรักษาอัตราการเข้าพักและ ADR ในช่วง High Season และปี 2566
* **ความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการบ้านเดี่ยว:** โดยเฉพาะโครงการสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส และการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2566
* **การรับรู้รายได้จากอาคารสำนักงาน S OASIS:** และผลกระทบต่อรายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า
* **การบริหารจัดการต้นทุนพลังงาน:** จากการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยง (Hedging)
* **การขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม เอสอ่างทอง:** และการสร้าง Recurring Income ในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์และการพัฒนาโครงการ:** ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 รายได้จากการขายบ้านและอาคารชุดอยู่ที่ 1,222 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน เนื่องจากโครงการ ดิ เอสอโศก และ ดิ เอส แอทสิงห์คอมเพล็กซ์ ได้โอนกรรมสิทธิ์เสร็จสิ้นไปแล้วในไตรมาส 1 ปี 2565 และการโอนกรรมสิทธิ์โครงการสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส บางส่วนเลื่อนไปต้นปี 2566 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มี Backlog ที่รอรับรู้รายได้จากโครงการ ดิ เอ็กซ์ โทร จำนวน 23% ซึ่งคาดว่าจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2567
**การเปิดตัวโครงการใหม่:** บริษัทฯ วางแผนเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวระดับ Luxury และ Super Luxury มูลค่ารวม 23,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี โดยเน้นทำเล Premium Location และตอบโจทย์ Lifestyle กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โครงการศิรนินทร์ เรสซิเดนเซส ที่มีมูลค่า 2,900 ล้านบาท มียอดขายแล้วกว่า 95% ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ สะท้อนความต้องการของตลาดในกลุ่มนี้
**ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า:** อัตราการปล่อยเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 87% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 โดยคาดว่าสถานการณ์การให้เช่าจะฟื้นตัวดีขึ้นในปี 2566 หนุนด้วยการเปิดอาคารสำนักงาน S OASIS ซึ่งจะช่วยผลักดันรายได้ธุรกิจนี้ให้เติบโต 20%
**ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม:** โครงการ เอสอ่างทอง เริ่มรับรู้รายได้ในปี 2565 โดยมีเป้าหมายขายที่ดินทั้งหมดภายใน 6 ปี สร้างรายได้รวมกว่า 4,000 ล้านบาท และมี Recurring Income อย่างน้อย 150 ล้านบาทต่อปีในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 69,992 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากต้นทุนการพัฒนาโครงการที่เพิ่มขึ้น และการบันทึกเงินมัดจำที่ดินสำหรับโครงการในอนาคต
หนี้สินรวมอยู่ที่ 46,571 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% โดยมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 30,619 ล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.19 เท่า ซึ่งยังคงต่ำกว่า Covenant ของบริษัทฯ
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ S ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการกลับมาของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทฯ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้อย่างน่าประทับใจ ขณะเดียวกัน ฝ่ายจัดการยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ โดยเฉพาะในตลาด Luxury ที่มีศักยภาพ แม้จะมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและต้นทุนที่สูงขึ้น แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและแผนการเปิดโครงการใหม่ที่ได้รับการตอบรับที่ดี เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ S ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
3,543.20
ล้านบาท
↓ 6.8% YoY
กำไรขั้นต้น
1,415.05
ล้านบาท
↓ 0.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.94
%
กำไรสุทธิ
-1,443.59
ล้านบาท
↓ 4572.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-40.74
%
D/E Ratio
2.52
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,543
↓ -6.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,415
↓ -0.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,444
↓ -4572.9%
YoY
D/E Ratio
2.52
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — S
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.52
ROE (%)
-8.87
ROA (%)
0.06
Book Value/หุ้น
2.15
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — S
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-296
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+200
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — S
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-296.46
-43.21%
|
-522.07
+1,385.26%
|
-35.15
-103.82%
|
919.02
-48.88%
|
1,797.81
-288.02%
|
-956.17
-10.25%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
199.55
-246.42%
|
-136.29
-110.70%
|
1,273.21
+66.46%
|
764.86
-171.59%
|
-1,068.41
-59.01%
|
-2,606.20
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-844.90
-152.79%
|
1,600.54
+657.83%
|
211.20
-113.43%
|
-1,572.70
-330.96%
|
680.95
-60.54%
|
1,725.73
-47.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-959.63
-216.77%
|
821.81
-43.29%
|
1,449.26
+492.26%
|
244.70
-356.93%
|
-95.24
-94.81%
|
-1,836.63
-197.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,546.89
-16.05%
|
3,033.64
-11.35%
|
3,422.08
+26.86%
|
2,697.57
-20.14%
|
3,377.89
-37.59%
|
5,412.81
+52.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,726.44
+5.33%
|
2,588.50
-14.67%
|
3,033.64
-11.35%
|
3,422.08
+26.86%
|
2,697.57
-20.14%
|
3,377.89
-37.59%
|