S
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
S
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.55
+0.01 (+1.85%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14086 out_tok=3419 at=2026-07-26T02:47:45 --> # S สิงห์ เอสเตท Q4/2564 พลิกขาดทุนสุทธิเป็นกำไร รับแรงหนุนธุรกิจโรงแรมฟื้นตัว ## รายได้โรงแรมฟื้นตัวแรงดันกำไร S พลิกบวก Q4/2564 ขณะที่ธุรกิจอสังหาฯ ชะลอตัว บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 100 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 2,029 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ ขณะที่รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขายยังคงปรับตัวลดลง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้ S พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 4 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรและมัลดีฟส์** ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขายได้ **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** * **ธุรกิจโรงแรม:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการเปิดประเทศในหลายภูมิภาคทั่วโลก ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมของ S โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรและโครงการ CROSSROADS ที่มัลดีฟส์ มีอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย RevPAR ของโรงแรมในมัลดีฟส์เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ ADR ของโรงแรมในสหราชอาณาจักรสูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19 กว่า 20% นอกจากนี้ การรับรู้รายได้เต็มปีของโรงแรมในสหราชอาณาจักรหลังเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 100% ก็เป็นปัจจัยเสริม * **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขาย:** รายได้ในส่วนนี้ปรับตัวลดลง 43% สำหรับทั้งปี 2564 และ 25% ในไตรมาส 4 ปี 2564 สาเหตุหลักมาจากการจำหน่ายหุ้นในบริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) หรือ NVD แม้ว่าจะมีรายได้จากการขายโครงการสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซสเข้ามาช่วย แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะจากธุรกิจโรงแรม เนื่องจากฝ่ายจัดการมีมุมมองเชิงบวกต่อโมเมนตัมการท่องเที่ยวในปี 2565 โดยเฉพาะในมัลดีฟส์ และการที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะไม่มีมาตรการควบคุมโควิด-19 เพิ่มเติม จะช่วยหนุนการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในเดือนมีนาคมเป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขายยังคงต้องจับตาดูความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยและยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่คาดว่าจะดีขึ้นในปี 2565 ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิพลิกบวก:** ไตรมาส 4 ปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 100 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 2,029 ล้านบาทในไตรมาส 4 ปี 2563 และทั้งปี 2564 ขาดทุนสุทธิลดลงเหลือ 137 ล้านบาท จากขาดทุน 2,613 ล้านบาทในปี 2563 * **รายได้รวมเติบโต 18%:** ปี 2564 มีรายได้รวม 7,739 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 6,563 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจโรงแรม * **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวแรง:** รายได้ธุรกิจโรงแรมปี 2564 เติบโต 189% มาอยู่ที่ 4,512 ล้านบาท ได้แรงหนุนจากการรับรู้รายได้โรงแรมในสหราชอาณาจักรเต็มปี และผลประกอบการโครงการ CROSSROADS มัลดีฟส์ที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ที่ RevPAR เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน * **อสังหาฯ ขายวูบ:** รายได้จากการขายบ้านและอาคารชุดปี 2564 ลดลง 43% มาอยู่ที่ 2,114 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจากการจำหน่ายหุ้น NVD * **ต้นทุนการเงินเพิ่ม:** ต้นทุนทางการเงินปี 2564 เพิ่มขึ้น 4% เป็น 1,126 ล้านบาท จากการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มโรงแรมสหราชอาณาจักร ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 7,739 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของรายได้ธุรกิจโรงแรมที่เพิ่มขึ้นถึง 189% เป็น 4,512 ล้านบาท ซึ่งได้แรงหนุนจากการรับรู้รายได้โรงแรมในสหราชอาณาจักรเต็มปี และผลประกอบการที่ดีขึ้นของโครงการ CROSSROADS ที่มัลดีฟส์ โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ที่ RevPAR เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายบ้านและอาคารชุดปรับตัวลดลง 43% มาอยู่ที่ 2,114 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจากการจำหน่ายหุ้น NVD แม้จะมีการรับรู้รายได้จากการขายโครงการสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซสเข้ามาช่วยก็ตาม ในส่วนของกำไรสุทธิ ไตรมาส 4 ปี 2564 บริษัทฯ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 100 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 2,029 ล้านบาทในปีก่อนหน้า และสำหรับทั้งปี 2564 ขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญเหลือ 137 ล้านบาท จากขาดทุน 2,613 ล้านบาทในปี 2563 ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ## โอกาส * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางทั่วโลกและการเปิดประเทศของหลายๆ ประเทศ เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจโรงแรมของ S โดยเฉพาะในตลาดที่มีศักยภาพสูงอย่างมัลดีฟส์และสหราชอาณาจักร * **การขยายพอร์ตโครงการแนวราบ:** S มีแผนรุกตลาดบ้านเดี่ยวระดับบน โดยมีโครงการใหม่มูลค่า 2,900 ล้านบาท ที่พัฒนาการขายในช่วงครึ่งปีหลังปี 2565 และตั้งเป้าซื้อที่ดินเพิ่มอีก 4 แห่งในปี 2565 เพื่อขยายฐานรายได้จากกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง * **ธุรกิจใหม่เพื่อสังคมผู้สูงอายุ:** การพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) โดยผนวกรวมบริการสุขภาพ เป็นการสร้างความแตกต่างและเข้าสู่ตลาด Blue Ocean ที่มีศักยภาพในระยะยาว * **การพัฒนาโครงการอาคารสำนักงาน Hybrid:** โครงการ S OASIS ที่ออกแบบภายใต้แนวคิด Hybrid Workplace จะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 2 ปี 2565 และได้รับการตอบรับที่ดีจากองค์กรขนาดใหญ่ * **การพัฒนาธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม:** การพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรม เอสอ่างทอง จะเริ่มทยอยโอนพื้นที่ให้ลูกค้าตั้งแต่ปี 2565 และมีเป้าหมายการขายพื้นที่ที่ชัดเจนในปี 2565-2566 ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่การระบาดของสายพันธุ์ใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและภาคการท่องเที่ยวได้ * **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ยังคงเผชิญความท้าทายจากความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป * **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นปรับตัวสูงขึ้น * **ความล่าช้าในการพัฒนาโครงการ:** การพัฒนาโครงการใหม่ๆ อาจเผชิญความล่าช้าจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **การฟื้นตัวของอัตราการเข้าพักและ ADR ในธุรกิจโรงแรม:** โดยเฉพาะในตลาดที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เช่น ฟิจิ และมอริเชียส * **ความคืบหน้าการขายและการโอนกรรมสิทธิ์โครงการสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส:** ในช่วงต้นปี 2565 และตลอดปี 2565 * **การเปิดขายโครงการบ้านเดี่ยวใหม่บนถนนพัฒนาการ:** ในช่วงครึ่งปีหลังปี 2565 * **ความคืบหน้าการนำทรัพย์สินเข้ากอง SPRIME:** การให้เช่าระยะยาวอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก 3 อาคาร * **การขายพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรม เอสอ่างทอง:** ตามเป้าหมายที่วางไว้ในปี 2565-2566 ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย:** * **โครงการสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส:** มีมูลค่าโครงการราว 5,000 ล้านบาท ปิดการขายได้แล้วทั้งหมด โดยจะทยอยรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 1,409 ล้านบาท และรายได้จากการก่อสร้างบ้าน 840 ล้านบาท ตลอด 14 เดือนข้างหน้า คาดว่าจะโอนที่ดิน 4 แปลงใน Q1/2565 และอีก 9 แปลงในปี 2565 * **โครงการบ้านเดี่ยวใหม่:** มูลค่าโครงการราว 2,900 ล้านบาท บนถนนพัฒนาการ 32 ประกอบด้วยบ้านเดี่ยวราคา 50-100 ล้านบาท 32 แปลง และโฮมออฟฟิศ 20 ล้านบาท 4 แปลง คาดเปิดขายครึ่งปีหลัง 2565 * **ตลาดคอนโดมิเนียม:** ยังคงเผชิญความท้าทาย แต่คาดว่าความต้องการซื้อและยอดโอนกรรมสิทธิ์จะดีขึ้นในปี 2565 โดยโครงการดิ เอสสิงห์คอมเพล็กซ์ โอนแล้ว 92% และดิ เอสอโศก โอนแล้ว 88% * **ธุรกิจใหม่สำหรับสังคมผู้สูงอายุ:** อยู่ระหว่างหาผู้ร่วมทุนเพื่อพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ Skilled nursing และ Rehabilitation **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า:** * **อัตราการปล่อยเช่าแข็งแกร่ง:** โดยรวมอยู่ที่ 87% แม้ตลาดอาคารสำนักงานจะท้าทาย โดยอาคารสิงห์คอมเพล็กซ์ และซันทาวเวอร์ส สามารถต่อสัญญาเช่าได้เกือบทั้งหมด และมีการปล่อยเช่าพื้นที่เพิ่ม 5,669 ตร.ม. * **กลยุทธ์ Hybrid Office:** ปรับพื้นที่อาคารซันทาวเวอร์สเป็น Coworking space "Worko" ได้รับการตอบรับดี และมีแผนขยายไปยังอาคารอื่น * **โครงการ S OASIS:** อาคารสำนักงานแนวคิด Hybrid Workplace พื้นที่เช่า 54,000 ตร.ม. คาดเปิด Q2/2565 ได้รับการตอบรับดีจากองค์กรขนาดใหญ่ * **การนำทรัพย์สินเข้ากอง SPRIME:** นำอาคารสิงห์คอมเพล็กซ์, เมโทรโพลิศ และพื้นที่ค้าปลีกในซันทาวเวอร์ส (รวม 64,000 ตร.ม.) ให้เช่าระยะยาวแก่ SPRIME มูลค่าไม่ต่ำกว่า 6,450 ล้านบาท เพื่อ Recycle Capital **ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน:** * **นิคมอุตสาหกรรม เอสอ่างทอง:** การก่อสร้างเป็นไปตามแผน ทยอยโอนพื้นที่ได้ตั้งแต่ปี 2565 ตั้งเป้าขายพื้นที่ 15% ในปี 2565 และ 20% ในปี 2566 * **โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม:** ลงทุน 30% ในโรงไฟฟ้า บี.กริม เพาเวอร์ (อ่างทอง) 1 (เปิดดำเนินการแล้ว) และอีก 2 โรง (กำลังผลิตรวม 280 MW) คาดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ Q4/2566 ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 65,990 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อนหน้า โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 10,232 ล้านบาท เป็น 12,181 ล้านบาท ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 11,110 ล้านบาท เป็น 53,809 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 44,092 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 4,314 ล้านบาท เป็น 11,070 ล้านบาท แต่หนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 6,835 ล้านบาท เป็น 33,022 ล้านบาท หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 24% เป็น 27,941 ล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 0.96 เท่า เป็น 1.28 เท่า และสัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 0.81 เท่า เป็น 1.15 เท่า ## สรุปท้าย การพลิกกลับมามีกำไรสุทธิของ S ในไตรมาส 4 ปี 2564 เป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ โดยมีหัวใจหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการปรับตัวและกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงด้านภูมิศาสตร์ของบริษัทฯ แม้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขายจะยังคงเผชิญความท้าทายจากการจำหน่ายหุ้น NVD แต่การเดินหน้าพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวระดับบนและธุรกิจใหม่ๆ เช่น สังคมผู้สูงอายุ รวมถึงการบริหารจัดการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19 และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ S ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
3,543.20 ล้านบาท
↓ 6.8% YoY
กำไรขั้นต้น
1,415.05 ล้านบาท
↓ 0.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.94 %
กำไรสุทธิ
-1,443.59 ล้านบาท
↓ 4572.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-40.74 %
D/E Ratio
2.52
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,543
↓ -6.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,415
↓ -0.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,444
↓ -4572.9% YoY
D/E Ratio
2.52

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — S

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
3,543.20
-6.84%
3,803.33
-17.37%
4,603.02
+13.99%
4,038.10
+55.63%
2,594.67
+54.34%
1,681.13
-50.57%
กำไรขั้นต้น
1,415.05
-0.37%
1,420.32
-13.87%
1,649.08
+5.09%
1,569.24
+61.49%
971.73
+232.02%
292.68
-77.41%
ค่าใช้จ่ายรวม
1,080.42
+8.05%
999.96
+4.82%
953.98
-4.95%
1,003.67
+9.99%
912.48
-31.38%
1,329.82
+28.86%
กำไรสุทธิ
-1,443.59
-4,572.92%
32.27
-91.60%
384.17
-1.97%
391.89
+290.62%
100.33
+104.94%
-2,029.15
-507.50%
กำไรต่อหุ้น
-0.21
-4,320.00%
0.01
-91.07%
0.06
-1.75%
0.06
+280.00%
0.02
+105.07%
-0.30
-505.48%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
39.94
+6.96%
37.34
+4.21%
35.83
-7.80%
38.86
+3.77%
37.45
+115.11%
17.41
-54.29%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
30.49
+15.98%
26.29
+26.82%
20.73
-16.58%
24.85
-29.34%
35.17
-55.54%
79.10
+160.71%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-40.74
-4,892.94%
0.85
-89.82%
8.35
-13.92%
9.70
+150.65%
3.87
+103.21%
-120.70
-924.45%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
-100.00%
16.32
+103.38%
-483.54
-25.86%
-384.18
-145.40%
846.12
+3,596.36%
-24.20
+94.58%
ROE(%)
-8.87
-2,317.50%
0.40
-68.50%
1.27
-57.81%
3.01
+438.20%
-0.89
+94.48%
-16.11
-736.76%
ROA(%)
0.06
-97.91%
2.87
-34.02%
4.35
+36.36%
3.19
+513.46%
0.52
+113.10%
-3.97
-186.68%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
2.52
+12.50%
2.24
-2.18%
2.29
+12.25%
2.04
+1.49%
2.01
+13.56%
1.77
-22.37%
P/E
76.27
+416.04%
14.78
-47.10%
27.94
-56.31%
63.95
0.00
0.00
-100.00%
P/BV
0.21
-44.74%
0.38
+5.56%
0.36
-52.00%
0.75
-13.79%
0.87
+38.10%
0.63
-39.42%
BV
2.33
-0.85%
2.35
-4.47%
2.46
-0.81%
2.48
+6.44%
2.33
-7.54%
2.52
+1.20%
YIELD(%)
2.04
+22.16%
1.67
-25.78%
2.25
-17.58%
2.73
0.00
-100.00%
2.81
+82.47%
ราคาหุ้น
0.49
-45.56%
0.90
+1.12%
0.89
-51.89%
1.85
-8.42%
2.02
+26.25%
1.60
-38.46%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.52
ROE (%)
-8.87
ROA (%)
0.06
Book Value/หุ้น
2.15

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — S

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
15,238.22
-2.84%
15,720.68
-4.44%
16,467.71
+17.77%
13,982.92
+14.79%
12,181.46
-45.65%
22,413.59
-6.95%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
53,169.56
-6.49%
56,820.11
-2.28%
58,130.30
+6.03%
54,826.91
+1.89%
53,808.71
+26.02%
42,699.18
-2.05%
รวมสินทรัพย์
68,407.77
-5.70%
72,540.78
-2.76%
74,598.01
+8.41%
68,809.83
+4.27%
65,990.17
+1.35%
65,112.77
-3.79%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
12,378.14
-2.78%
12,732.36
+19.99%
10,611.24
+6.29%
9,983.64
-9.82%
11,070.46
-28.04%
15,384.60
+22.94%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
36,620.15
-2.07%
37,394.73
-9.41%
41,279.03
+13.97%
36,220.58
+9.69%
33,021.85
+26.10%
26,186.75
-5.02%
รวมหนี้สิน
48,998.29
-2.25%
50,127.10
-3.40%
51,890.28
+12.31%
46,204.22
+4.79%
44,092.32
+6.06%
41,571.35
+3.71%
รวมส่วนของเจ้าของ
19,409.48
-13.40%
22,413.69
-1.29%
22,707.73
+0.45%
22,605.61
+3.23%
21,897.86
-6.98%
23,541.43
-14.69%
D/E
2.52
2.24
2.29
2.04
2.01
1.77
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-8.87
0.40
1.27
3.01
-0.89
-16.11
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.06
2.87
4.35
3.19
0.52
-3.97
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.23
1.23
1.55
1.40
1.10
1.46
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.29
0.26
0.36
0.43
0.30
0.26
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
20.75
17.99
0.00
0.00
25.64
43.89
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
476.21
439.85
0.00
0.00
419.18
872.58
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
83.07
93.99
0.00
0.00
166.75
256.62
วงจรเงินสด
413.89
363.84
0.00
0.00
278.07
659.85
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-296
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+200
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — S

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-296.46
-43.21%
-522.07
+1,385.26%
-35.15
-103.82%
919.02
-48.88%
1,797.81
-288.02%
-956.17
-10.25%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
199.55
-246.42%
-136.29
-110.70%
1,273.21
+66.46%
764.86
-171.59%
-1,068.41
-59.01%
-2,606.20
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-844.90
-152.79%
1,600.54
+657.83%
211.20
-113.43%
-1,572.70
-330.96%
680.95
-60.54%
1,725.73
-47.20%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-959.63
-216.77%
821.81
-43.29%
1,449.26
+492.26%
244.70
-356.93%
-95.24
-94.81%
-1,836.63
-197.31%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
2,546.89
-16.05%
3,033.64
-11.35%
3,422.08
+26.86%
2,697.57
-20.14%
3,377.89
-37.59%
5,412.81
+52.70%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
2,726.44
+5.33%
2,588.50
-14.67%
3,033.64
-11.35%
3,422.08
+26.86%
2,697.57
-20.14%
3,377.89
-37.59%