บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.55
+0.01 (+1.85%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=32633 out_tok=2881 at=2026-07-26T03:17:07 -->
# สิงห์ เอสเตท Q2/2566 พลิกขาดทุนสุทธิ เหตุโรงแรมปิดปรับปรุง-ต้นทุนการเงินพุ่ง
## รายได้โรงแรมฟื้นตัว แต่กำไรสุทธิหดตัว หลังรับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายทางการเงินและต้นทุนการดำเนินงาน
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 147 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 64 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโต 18% เป็น 6,843 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากธุรกิจโรงแรมที่ฟื้นตัว แต่ถูกกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น และการปิดปรับปรุงโรงแรมบางแห่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของสิงห์ เอสเตท พลิกจากกำไรเป็นขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนทางการเงิน** ประกอบกับ **ผลกระทบจากการปิดปรับปรุงโรงแรมชั่วคราว** แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** บริษัทฯ รายงานต้นทุนทางการเงินในไตรมาส 2 ปี 2566 จำนวน 427 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 300 ล้านบาทในปีก่อนหน้า และสำหรับครึ่งปีแรกอยู่ที่ 898 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 586 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจาก **อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลกำไรสุทธิ
* **การปิดปรับปรุงโรงแรม:** การปิดโรงแรมเอาท์ริกเกอร์ มอริเชียส บีช รีสอร์ท ชั่วคราวเพื่อปรับปรุงระบบบริหารน้ำ และการปรับปรุงโรงแรมเอาท์ริกเกอร์ ฟิจิ บีช รีสอร์ท ส่งผลกระทบต่ออัตราการเข้าพักเฉลี่ยและรายได้ของธุรกิจโรงแรมในภาพรวม แม้ว่าการปรับปรุงดังกล่าวจะมุ่งหวังเพิ่ม ADR ในระยะยาวก็ตาม
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง:** รายได้จากการขายบ้านและอาคารชุดในครึ่งปีแรกปี 2566 อยู่ที่ 1,172 ล้านบาท ลดลงจาก 1,221 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เนื่องจากปีก่อนมีการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหญ่ได้ทั้งหมด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่มีปัจจัยบวกในระยะยาว**
* **ต้นทุนทางการเงิน:** คาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยสกุลเงินต่างประเทศ ทำให้คาดการณ์ว่าผลกระทบจะมีกรอบจำกัด
* **ธุรกิจโรงแรม:** ฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่าผลประกอบการของธุรกิจโรงแรมจะฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566 เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว และการปรับปรุงโรงแรมจะแล้วเสร็จและส่งผลดีต่อ ADR ในอนาคต
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** บริษัทฯ คาดว่ากิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์จะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566 สอดคล้องกับการเปิดตัวโครงการใหม่
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 18% YoY:** ครึ่งปีแรกปี 2566 อยู่ที่ 6,843 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนหลักจากธุรกิจโรงแรมที่เติบโต 28%
* **พลิกขาดทุนสุทธิ:** ไตรมาส 2 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 147 ล้านบาท เทียบกับกำไร 64 ล้านบาทในปีก่อนหน้า และครึ่งปีแรกขาดทุนสุทธิ 76 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 62 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูง:** เพิ่มขึ้น 53% ในครึ่งปีแรกปี 2566 เป็น 898 ล้านบาท จาก 586 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัว:** อัตราเข้าพักเฉลี่ยในไทยครึ่งปีแรกอยู่ที่ 76% (จาก 48% ปีก่อน) ADR เพิ่มขึ้น 72% เป็น 8,431 บาท
* **ยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) โครงการแนวราบ:** มีจำนวน 3,362 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้กว่า 65% ในปี 2566
* **การลงทุนในโครงการใหม่:** เข้าลงทุน 50:50 พัฒนาคอนโดมิเนียม และเปิดตัวแบรนด์ “SMYTH’S Ramintra” Cluster Home
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) รายงานรายได้รวมในครึ่งปีแรกปี 2566 จำนวน 6,843 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของธุรกิจโรงแรมที่รายได้เพิ่มขึ้น 28% เป็น 4,821 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่อัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 76% และ ADR เพิ่มขึ้น 72% เป็น 8,431 บาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2566 จำนวน 147 ล้านบาท เทียบกับกำไร 64 ล้านบาทในปีก่อนหน้า และขาดทุนสุทธิ 76 ล้านบาทในครึ่งปีแรก เทียบกับขาดทุน 62 ล้านบาทในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 53% ในครึ่งปีแรก เป็น 898 ล้านบาท จาก 586 ล้านบาท และผลกระทบจากการปิดปรับปรุงโรงแรมบางแห่งชั่วคราว
ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขาย รายได้จากการขายบ้านและอาคารชุดในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1,172 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า เนื่องจากปีก่อนมีการโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหญ่ได้ทั้งหมด แต่บริษัทฯ มี Backlog โครงการแนวราบจำนวน 3,362 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่อง
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** แนวโน้มการเติบโตของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะจากจีนที่เริ่มฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรมในระยะยาว
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** การเปิดตัวโครงการบ้านแนวราบ 3 โครงการในช่วงครึ่งปีหลัง และการลงทุนพัฒนาคอนโดมิเนียมกับพันธมิตร จะช่วยเพิ่มรายได้และขยายฐานลูกค้า
* **การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์:** ความคืบหน้าในการพัฒนาที่ดินและระบบสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรมเอส อ่างทอง และการทยอยรับรู้รายได้จาก Backlog โครงการแนวราบ
* **การขยายพอร์ตโฟลิโอ:** การลงทุนในคอนโดมิเนียมเซ็กเมนต์ใหม่กับพันธมิตร จะเป็นแหล่งรายได้สำคัญในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจะกดดันผลกำไรของบริษัทฯ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์:** ภาวะ oversupply ในอนาคตอาจส่งผลต่อการปล่อยเช่าพื้นที่ในระยะยาว
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและภาคการท่องเที่ยว
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความผันผวนของต้นทุนพลังงานและค่าแรง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
* **การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน:** จะส่งผลต่อรายได้ธุรกิจโรงแรมในตลาดหลัก
* **ความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์:** โดยเฉพาะโครงการใหม่ที่เปิดตัวในช่วงครึ่งปีหลัง
* **อัตราการปล่อยเช่าอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก:** โดยเฉพาะอาคาร S OASIS ที่เพิ่งเปิดให้บริการ
* **ความคืบหน้าการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า:** กำหนดเสร็จพร้อมจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2566
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** ในครึ่งปีแรกปี 2566 รายได้จากการขายบ้านและอาคารชุดอยู่ที่ 1,172 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า เนื่องจากปีก่อนมีการโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหญ่ได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มี Backlog โครงการแนวราบจำนวน 3,362 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องกว่า 65% ในปี 2566 นอกจากนี้ การถือครอง 100% ในโครงการ ดิ เอส สุขุมวิท 36 จะช่วยเพิ่มการรับรู้รายได้และกำไรเต็มสัดส่วนในครึ่งปีหลังปี 2566 ถึงปี 2567
**ธุรกิจโรงแรม:** รายได้ธุรกิจโรงแรมในครึ่งปีแรกปี 2566 เติบโต 28% เป็น 4,821 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากทุกประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินงาน โดยเฉพาะประเทศไทยที่อัตราเข้าพักเฉลี่ย 76% และ ADR เพิ่มขึ้น 72% เป็น 8,431 บาท การปิดปรับปรุงโรงแรมในภูเก็ตและพีพี คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2566 และส่งผลดีต่อผลประกอบการต่อเนื่องถึงเมษายนปี 2567
**ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า:** อัตราปล่อยเช่าเฉลี่ยในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 84% โดยอาคาร S OASIS มีอัตราการปล่อยเช่าพื้นที่ค้าปลีก 96% และพื้นที่สำนักงาน 18% แล้ว ซึ่งคาดว่าจะช่วยชดเชยอัตราการปล่อยเช่าที่ลดลงของอาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์
**ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม:** มีการโอนกรรมสิทธิ์สะสม 87 ไร่ คาดกิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์จะเร่งตัวขึ้นในครึ่งปีหลัง โดยตั้งเป้าหมายรายได้จากการขายที่ดิน 20-25% ของพื้นที่ขายทั้งหมดในระหว่างปี 2566-2568
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 71,539 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากสินค้าคงเหลือและต้นทุนการพัฒนาโครงการ ส่วนสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
หนี้สินรวมอยู่ที่ 48,594 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการเบิกเงินกู้เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการ และการบันทึกหนี้สินโครงการ ดิ เอส สุขุมวิท 36 ส่งผลให้หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 31,628 ล้านบาท และสัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net IBD/E) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 1.28 เท่า ซึ่งยังคงต่ำกว่า Covenant ของบริษัทฯ
## สรุปท้าย
สิงห์ เอสเตท ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญความท้าทายจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินและผลกระทบจากการปิดปรับปรุงโรงแรม แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม การทยอยรับรู้รายได้จาก Backlog โครงการแนวราบ และการเปิดตัวโครงการใหม่ รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการให้ดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยต้องจับตาแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ S ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
3,543.20
ล้านบาท
↓ 6.8% YoY
กำไรขั้นต้น
1,415.05
ล้านบาท
↓ 0.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.94
%
กำไรสุทธิ
-1,443.59
ล้านบาท
↓ 4572.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-40.74
%
D/E Ratio
2.52
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,543
↓ -6.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,415
↓ -0.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,444
↓ -4572.9%
YoY
D/E Ratio
2.52
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — S
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.52
ROE (%)
-8.87
ROA (%)
0.06
Book Value/หุ้น
2.15
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — S
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-296
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+200
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — S
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-296.46
-43.21%
|
-522.07
+1,385.26%
|
-35.15
-103.82%
|
919.02
-48.88%
|
1,797.81
-288.02%
|
-956.17
-10.25%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
199.55
-246.42%
|
-136.29
-110.70%
|
1,273.21
+66.46%
|
764.86
-171.59%
|
-1,068.41
-59.01%
|
-2,606.20
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-844.90
-152.79%
|
1,600.54
+657.83%
|
211.20
-113.43%
|
-1,572.70
-330.96%
|
680.95
-60.54%
|
1,725.73
-47.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-959.63
-216.77%
|
821.81
-43.29%
|
1,449.26
+492.26%
|
244.70
-356.93%
|
-95.24
-94.81%
|
-1,836.63
-197.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,546.89
-16.05%
|
3,033.64
-11.35%
|
3,422.08
+26.86%
|
2,697.57
-20.14%
|
3,377.89
-37.59%
|
5,412.81
+52.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,726.44
+5.33%
|
2,588.50
-14.67%
|
3,033.64
-11.35%
|
3,422.08
+26.86%
|
2,697.57
-20.14%
|
3,377.89
-37.59%
|