บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.55
+0.01 (+1.85%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15132 out_tok=2822 at=2026-07-26T02:12:10 -->
# S กำไร Q2/65 พลิกบวก รับธุรกิจโรงแรมฟื้นแรง-อสังหาฯ โอนต่อเนื่อง
## รายได้-กำไรโตตามคาด ฝ่ายจัดการชี้โรงแรมฟื้นตัวชัดเจน ขณะที่การโอนโครงการอสังหาฯ ยังคงเดินหน้า
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 102 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 213 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม และการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้รวมในงวดนี้เติบโตกว่า 62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ S พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 2 ปี 2565 มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจโรงแรม และการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม** โดยรายได้จากธุรกิจโรงแรมในไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตขึ้นถึง 158% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่งผลให้ภาพรวมของบริษัทพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 102 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 213 ล้านบาทในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมเป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในมัลดีฟส์ สหราชอาณาจักร และฟิจิ ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัทฯ ส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy Rate) และอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย เช่น โครงการดิ เอสอโศก และดิ เอส แอท สิงห์คอมเพล็กซ์ ก็ยังคงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนรายได้ของบริษัทฯ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในธุรกิจโรงแรม เนื่องจากแนวโน้มการท่องเที่ยวทั่วโลกยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศที่เป็นตลาดหลักของบริษัทฯ เช่น มัลดีฟส์ สหราชอาณาจักร และฟิจิ ซึ่งคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ และการยกเลิกมาตรการจำกัดการเดินทางต่างๆ สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การโอนกรรมสิทธิ์โครงการบ้านเดี่ยวจะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง และการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ จะช่วยสนับสนุนรายได้ในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก 102 ล้านบาท:** จากที่ขาดทุน 213 ล้านบาทใน Q2/64 เป็นผลจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการโอนอสังหาริมทรัพย์
* **รายได้รวมเติบโต 62% YoY:** แตะ 2,782 ล้านบาทใน Q2/65 หนุนโดยรายได้ธุรกิจโรงแรมที่เพิ่มขึ้น 158% และรายได้อสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าที่เพิ่มขึ้น 6%
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวโดดเด่น:** รายได้โรงแรมโตเกือบ 3 เท่าตัวในครึ่งปีแรก 65 รับอานิสงส์นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมา โดยเฉพาะในมัลดีฟส์ สหราชอาณาจักร และฟิจิ
* **อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย:** รับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ ดิ เอสอโศก และ ดิ เอส แอท สิงห์คอมเพล็กซ์ ได้รับรู้รายได้ 199 ล้านบาทใน Q2/65
* **แผนขยายตลาดบ้านเดี่ยว Luxury:** วางงบลงทุน 32,000 ล้านบาท ตั้งเป้าเปิดตัวโครงการมูลค่า 52,000 ล้านบาทใน 5 ปี เน้น 3 เซ็กเมนต์ใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S รายงานผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 2,782 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของรายได้ในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 158% ขณะที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัยเพิ่มขึ้น 25% จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ ดิ เอสอโศก และ ดิ เอส แอท สิงห์คอมเพล็กซ์ บริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 102 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 213 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 175% เป็น 1,009 ล้านบาท
สำหรับผลประกอบการในงวดครึ่งปีแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 5,790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 92% YoY และมีกำไรสุทธิ 54 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 26 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดหลักของบริษัทฯ เช่น มัลดีฟส์ สหราชอาณาจักร และฟิจิ จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ธุรกิจโรงแรมอย่างต่อเนื่อง
* **การเปิดประเทศเต็มรูปแบบของไทย:** คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลังปี 2565 ซึ่งจะส่งผลดีต่อโรงแรมในประเทศไทยของบริษัทฯ
* **แผนขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวระดับ Luxury ใน 3 เซ็กเมนต์ใหม่ และการลงทุนในที่ดินศักยภาพ จะช่วยสร้างการเติบโตของรายได้ในระยะยาว
* **การเปิดอาคารสำนักงาน S OASIS:** คาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า โดยเฉพาะอาคารที่ออกแบบภายใต้แนวคิด Hybrid Workplace
* **การพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรม เอสอ่างทอง:** จะสร้างรายได้จากการขายที่ดินและรายได้ Recurring Income ในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** ปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น และความขัดแย้งระหว่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงแรม:** การแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดท่องเที่ยว อาจส่งผลต่ออัตราค่าห้องพักและอัตราการเข้าพัก
* **ความล่าช้าในการพัฒนาโครงการ:** ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือการขออนุญาตต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์
* **ต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น:** อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการอสังหาริมทรัพย์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้ม Occupancy Rate และ ADR ของธุรกิจโรงแรม:** โดยเฉพาะในตลาดหลักอย่างมัลดีฟส์ สหราชอาณาจักร และฟิจิ รวมถึงโรงแรมในประเทศไทย
* **ความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการบ้านเดี่ยว:** โดยเฉพาะโครงการใหม่ที่จะทยอยโอนตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2565
* **ยอด Presale และ Backlog ของโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่:** โดยเฉพาะโครงการบ้านเดี่ยวระดับ Luxury ที่จะเปิดตัว
* **ผลการตอบรับและการปล่อยเช่าอาคารสำนักงาน S OASIS:** ซึ่งจะเปิดดำเนินการในไตรมาส 3 ปี 2565
* **ความคืบหน้าการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม เอสอ่างทอง:** และการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์และการพัฒนาโครงการ:** บริษัทฯ มีการโอนกรรมสิทธิ์บ้านเดี่ยวโครงการสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส เพิ่มเติม 2 แปลง และมี backlog รอโอน 9 แปลง ณ เดือนมิถุนายน 2565 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนรุกตลาดบ้านเดี่ยวระดับ Luxury ด้วยการวางงบลงทุนกว่า 32,000 ล้านบาท และตั้งเป้าเปิดตัวโครงการมูลค่า 52,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี โดยแบ่งเป็น 3 เซ็กเมนต์ใหม่ ได้แก่ ระดับ Super Luxury (50-100 ล้านบาท), Luxury (20-50 ล้านบาท) และ Affordable Luxury (10-20 ล้านบาท) โดยโครงการศิรนินทร์ เรสซิเดนเซส มูลค่า 2,900 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดขายในเดือนกันยายน 2565 และมีเป้าหมายโอน 6 แปลงใน Q4/65
**ธุรกิจโรงแรม:** ณ 30 มิถุนายน 2565 โรงแรม 36 แห่งจาก 37 แห่งภายใต้การบริหารของ SHR เปิดให้บริการ คิดเป็น 99% ของจำนวนห้องพักทั้งหมด การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลกส่งผลดีต่ออัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy Rate) และ ADR ในทุกภูมิภาคที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะมัลดีฟส์ (CROSSROADS เฟส 1 มี Occupancy Rate 70%) สหราชอาณาจักร (RevPAR สูงกว่าก่อนโควิด-19) และฟิจิ (Castaway Island มี Occupancy Rate 84%) สำหรับประเทศไทย คาดว่า Occupancy Rate จะสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในไตรมาส 4
**ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า:** บริษัทฯ สามารถรักษาอัตราการปล่อยเช่าเฉลี่ยไว้ที่ 88% โดยมีแผนเปิดตัวอาคารสำนักงาน S OASIS ในไตรมาส 3 ปี 2565 ซึ่งออกแบบภายใต้แนวคิด Hybrid Workplace และมีพื้นที่เช่า 54,000 ตารางเมตร ได้รับการตอบรับที่ดีจากองค์กรขนาดใหญ่
**ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม:** โครงการ เอสอ่างทอง มีความคืบหน้าในการก่อสร้างและทยอยโอนพื้นที่ให้ลูกค้า โดยใน Q2/65 รับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินราว 77 ไร่ และตั้งเป้า Presales ปี 2565 อยู่ที่ 15% ของพื้นที่ขายทั้งหมด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 66,984 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้นจากการขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรมและการเบิกเงินกู้สำหรับการพัฒนาโครงการ ขณะที่สินค้าคงเหลือลดลงจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ หนี้สินรวมอยู่ที่ 44,598 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% โดยมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 28,762 ล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.14 เท่า ซึ่งยังคงต่ำกว่า Covenant ของบริษัทฯ
## สรุปท้าย
การพลิกกลับมามีกำไรของ S ในไตรมาส 2 ปี 2565 เป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ประกอบกับการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงเป็นไปตามแผน แม้จะมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน แต่แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจโรงแรมและแผนการขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาวยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่น่าจับตาต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ S ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
3,543.20
ล้านบาท
↓ 6.8% YoY
กำไรขั้นต้น
1,415.05
ล้านบาท
↓ 0.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.94
%
กำไรสุทธิ
-1,443.59
ล้านบาท
↓ 4572.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-40.74
%
D/E Ratio
2.52
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,543
↓ -6.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,415
↓ -0.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,444
↓ -4572.9%
YoY
D/E Ratio
2.52
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — S
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.52
ROE (%)
-8.87
ROA (%)
0.06
Book Value/หุ้น
2.15
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — S
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-296
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+200
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — S
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-296.46
-43.21%
|
-522.07
+1,385.26%
|
-35.15
-103.82%
|
919.02
-48.88%
|
1,797.81
-288.02%
|
-956.17
-10.25%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
199.55
-246.42%
|
-136.29
-110.70%
|
1,273.21
+66.46%
|
764.86
-171.59%
|
-1,068.41
-59.01%
|
-2,606.20
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-844.90
-152.79%
|
1,600.54
+657.83%
|
211.20
-113.43%
|
-1,572.70
-330.96%
|
680.95
-60.54%
|
1,725.73
-47.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-959.63
-216.77%
|
821.81
-43.29%
|
1,449.26
+492.26%
|
244.70
-356.93%
|
-95.24
-94.81%
|
-1,836.63
-197.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,546.89
-16.05%
|
3,033.64
-11.35%
|
3,422.08
+26.86%
|
2,697.57
-20.14%
|
3,377.89
-37.59%
|
5,412.81
+52.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,726.44
+5.33%
|
2,588.50
-14.67%
|
3,033.64
-11.35%
|
3,422.08
+26.86%
|
2,697.57
-20.14%
|
3,377.89
-37.59%
|