S
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
S
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.55
+0.01 (+1.85%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13369 out_tok=3308 at=2026-07-26T03:03:44 --> # S กำไรสุทธิ Q3/2564 พลิกขาดทุนน้อยลง รับแรงหนุนธุรกิจโรงแรมฟื้นตัว ## รายได้โรงแรมใน UK และมัลดีฟส์ฟื้นตัวแรง ชดเชยยอดโอนอสังหาฯ ลดลง บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 212 ล้านบาท ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 262 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมในสหราชอาณาจักรและมัลดีฟส์ ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่ารายได้จากการขายบ้านและอาคารชุดจะปรับตัวลดลง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตราผลขาดทุนสุทธิของ S ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรและสาธารณรัฐมัลดีฟส์** ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากการลดลงของรายได้จากการขายบ้านและอาคารชุดได้ โดยกำไรสุทธิพลิกจากขาดทุน 262 ล้านบาทใน Q3/2563 มาเป็นกำไร 212 ล้านบาทใน Q3/2564 (ข้อมูลในเอกสารระบุ "ขาดทุนสุทธิ 212 ล้านบาทปรับตัวดีขึ้นจาก 262 ล้านบาท" ซึ่งหมายถึงขาดทุนน้อยลง) ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ธุรกิจโรงแรม:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ในหลายประเทศ โดยเฉพาะสหราชอาณาจักรและมัลดีฟส์ ทำให้ภาคการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้โรงแรมในสหราชอาณาจักรมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 68% และโรงแรมในโครงการ CROSSROADS มัลดีฟส์มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 57% พร้อมกับอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อคืนที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (ADR ของโรงแรมในมัลดีฟส์เพิ่มขึ้น 13% และของโรงแรมใน UK เพิ่มขึ้น 43% เมื่อเทียบกับ Q3/2563) นอกจากนี้ การรับรู้รายได้เต็ม 100% จากโรงแรมในสหราชอาณาจักรตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ * **รายได้จากการขายบ้านและอาคารชุด:** ปรับตัวลดลง 68% ในไตรมาส 3 ปี 2564 และ 42% ในงวด 9 เดือนปี 2564 สาเหตุหลักมาจากการจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) หรือ NVD อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายโครงการสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส มูลค่า 997 ล้านบาท ช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน * **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** บริษัทฯ มีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายที่ลดลง 44% ในไตรมาส 3 ปี 2564 และ 40% ในงวด 9 เดือนปี 2564 ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนโดยรวม ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะจากธุรกิจโรงแรม เนื่องจากมาตรการเปิดประเทศของไทยและการผ่อนคลายข้อจำกัดการเดินทางทั่วโลก ประกอบกับการเตรียมพร้อมของบริษัทฯ ในการรองรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มยุโรปที่มีกำลังซื้อสูง และการคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายปี 2564 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2565 นอกจากนี้ การเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่แห่งใหม่ในปี 2565 และการพัฒนาโครงการอาคารสำนักงาน S OASIS ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2 ปี 2565 จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิพลิกดีขึ้น:** ขาดทุนสุทธิลดลงเหลือ 212 ล้านบาทใน Q3/2564 จากขาดทุน 262 ล้านบาทใน Q3/2563 * **รายได้รวมเติบโต 5%:** ในงวด 9 เดือนปี 2564 อยู่ที่ 5,145 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจโรงแรม * **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวแรง:** รายได้ธุรกิจโรงแรมเติบโตกว่าเท่าตัวในงวด 9 เดือนปี 2564 อยู่ที่ 2,769 ล้านบาท โดยเฉพาะโรงแรมในสหราชอาณาจักรและมัลดีฟส์ * **ยอดโอนอสังหาริมทรัพย์ลดลง:** รายได้จากการขายบ้านและอาคารชุดลดลง 42% ในงวด 9 เดือนปี 2564 เนื่องจากผลกระทบจากการขายหุ้น NVD แต่โครงการสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส ยังคงสร้างรายได้ได้ดี * **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าทรงตัว:** รายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 5% ในงวด 9 เดือนปี 2564 จากอัตราการปล่อยเช่าอาคารสิงห์คอมเพล็กซ์ที่สูงขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาสที่ 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,127 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการรับรู้รายได้จากธุรกิจโรงแรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รายได้จากการขายบ้านและอาคารชุดลดลง 68% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 60% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 45% จากการรวมงบการเงินของโรงแรมในสหราชอาณาจักร ทำให้กำไรก่อนภาษีเงินได้ยังคงขาดทุนที่ 272 ล้านบาท แต่ดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 360 ล้านบาท และเมื่อรวมภาษีเงินได้แล้ว บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 212 ล้านบาท ซึ่งดีขึ้นจากขาดทุน 262 ล้านบาทในปีก่อน สำหรับงวด 9 เดือนปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 5,145 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจโรงแรมที่เติบโต 119% ขณะที่รายได้จากการขายบ้านและอาคารชุดลดลง 42% กำไรขั้นต้นรวมลดลง 16% จากผลกระทบของอัตรากำไรจากการขายบ้านและอาคารชุดที่ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 40% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 10% ทำให้ผลขาดทุนสุทธิรวมลดลง 34% มาอยู่ที่ 677 ล้านบาท ## โอกาส * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** มาตรการเปิดประเทศและการผ่อนคลายข้อจำกัดการเดินทางทั่วโลก จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ของธุรกิจโรงแรมให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง * **การเปิดตัวโครงการใหม่:** การพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่แห่งใหม่ 3 แห่ง และการเปิดตัวโครงการแรกที่พัฒนาการ 32 ในปี 2565 จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย * **การพัฒนาโครงการอาคารสำนักงาน S OASIS:** คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 2 ปี 2565 จะเพิ่มพื้นที่เช่ารวมของบริษัทฯ ขึ้น 39% และรองรับการทำงานยุคใหม่ * **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โรงไฟฟ้า BPAT 1, 2, 3 จะช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างแหล่งรายได้ใหม่ในระยะยาว ## ความเสี่ยง * **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ * **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียม อาจส่งผลต่ออัตรากำไรและการรับรู้รายได้ * **ต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น:** ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างและต้นทุนแรงงานอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการอสังหาริมทรัพย์ * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **อัตราการเข้าพักและ ADR ของธุรกิจโรงแรม:** โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักร มัลดีฟส์ และประเทศไทย ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี 2564 ถึงต้นปี 2565 * **ความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส:** โดยเฉพาะการโอนที่ดิน 4 แปลงในไตรมาส 4 ปี 2564 และอีก 10 แปลงในปี 2565 * **ความคืบหน้าการก่อสร้างและเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่แห่งใหม่:** รวมถึงโครงการอาคารสำนักงาน S OASIS * **การรับรู้รายได้และยอดขายโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย:** โดยเฉพาะโครงการ ดิ เอสสุขุมวิท 36 และ ดิ เอ็กซ์โทร * **ผลการดำเนินงานของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน:** โดยเฉพาะการก่อสร้างโรงไฟฟ้าและนิคมอุตสาหกรรม ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย:** ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ รับรู้รายได้จากการขายบ้านและอาคารชุด 436 ล้านบาท ลดลง 68% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากผลกระทบจากการจำหน่ายหุ้น NVD อย่างไรก็ตาม โครงการบ้านเดี่ยวระดับ Ultraluxury "สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส" ยังคงเป็นปัจจัยบวก โดยมียอดรอโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 14 แปลง มูลค่าประมาณ 1,824 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ 4 แปลงในไตรมาส 4 ปี 2564 และอีก 10 แปลงในปี 2565 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่แห่งใหม่ 3 แห่ง โดยโครงการแรกที่พัฒนาการ 32 คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2565 สำหรับโครงการคอนโดมิเนียม เช่น ดิ เอสอโศก และ ดิ เอส แอท สิงห์คอมเพล็กซ์ มียอดโอนกรรมสิทธิ์สะสมที่ 88% และ 89% ตามลำดับ โดยคาดว่าความต้องการซื้อและยอดโอนจะดีขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2564 จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า:** ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ รับรู้รายได้ 238 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% โดยมีสาเหตุหลักจากอัตราการปล่อยเช่าอาคารสิงห์คอมเพล็กซ์ที่เพิ่มขึ้นเป็น 95% จาก 94% ในปีก่อน บริษัทฯ ยังคงมุ่งปรับปรุงทรัพย์สินและพัฒนาโครงการอาคารสำนักงาน S OASIS ซึ่งมีพื้นที่เช่า 54,000 ตารางเมตร คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 2 ปี 2565 ซึ่งจะเพิ่มพื้นที่เช่ารวม 39% **ธุรกิจใหม่ (นิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน):** บริษัทฯ เริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) จากการลงทุนในบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (อ่างทอง) 1 จำกัด (BPAT 1) ตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 โดยการก่อสร้างโรงไฟฟ้า BPAT 2 และ BPAT 3 รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมยังคงดำเนินไปตามแผน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 66,985 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียน 11,329 ล้านบาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 55,656 ล้านบาท หนี้สินรวมมีมูลค่า 44,880 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 25% เป็น 28,156 ล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 1.15 เท่า จาก 0.81 เท่า ณ สิ้นปี 2563 ซึ่งยังคงต่ำกว่าเกณฑ์ covenant ที่มีต่อสถาบันการเงิน ## สรุปท้าย บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S ในไตรมาส 3 ปี 2564 สามารถพลิกกลับมามีผลขาดทุนสุทธิที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมในสหราชอาณาจักรและมัลดีฟส์ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการเปิดประเทศ แม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัยจะลดลงจากการขายหุ้น NVD แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพและการรับรู้รายได้จากโครงการสันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส ช่วยบรรเทาผลกระทบได้ บริษัทฯ มีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องจากภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัวชัดเจนในช่วงปลายปี และมีโอกาสเติบโตในระยะยาวจากการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ทั้งในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจใหม่ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และการแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่เพิ่มขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ S ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
3,543.20 ล้านบาท
↓ 6.8% YoY
กำไรขั้นต้น
1,415.05 ล้านบาท
↓ 0.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.94 %
กำไรสุทธิ
-1,443.59 ล้านบาท
↓ 4572.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-40.74 %
D/E Ratio
2.52
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,543
↓ -6.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,415
↓ -0.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,444
↓ -4572.9% YoY
D/E Ratio
2.52

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — S

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
3,543.20
-6.84%
3,803.33
-17.37%
4,603.02
+13.99%
4,038.10
+55.63%
2,594.67
+54.34%
1,681.13
-50.57%
กำไรขั้นต้น
1,415.05
-0.37%
1,420.32
-13.87%
1,649.08
+5.09%
1,569.24
+61.49%
971.73
+232.02%
292.68
-77.41%
ค่าใช้จ่ายรวม
1,080.42
+8.05%
999.96
+4.82%
953.98
-4.95%
1,003.67
+9.99%
912.48
-31.38%
1,329.82
+28.86%
กำไรสุทธิ
-1,443.59
-4,572.92%
32.27
-91.60%
384.17
-1.97%
391.89
+290.62%
100.33
+104.94%
-2,029.15
-507.50%
กำไรต่อหุ้น
-0.21
-4,320.00%
0.01
-91.07%
0.06
-1.75%
0.06
+280.00%
0.02
+105.07%
-0.30
-505.48%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
39.94
+6.96%
37.34
+4.21%
35.83
-7.80%
38.86
+3.77%
37.45
+115.11%
17.41
-54.29%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
30.49
+15.98%
26.29
+26.82%
20.73
-16.58%
24.85
-29.34%
35.17
-55.54%
79.10
+160.71%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-40.74
-4,892.94%
0.85
-89.82%
8.35
-13.92%
9.70
+150.65%
3.87
+103.21%
-120.70
-924.45%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
-100.00%
16.32
+103.38%
-483.54
-25.86%
-384.18
-145.40%
846.12
+3,596.36%
-24.20
+94.58%
ROE(%)
-8.87
-2,317.50%
0.40
-68.50%
1.27
-57.81%
3.01
+438.20%
-0.89
+94.48%
-16.11
-736.76%
ROA(%)
0.06
-97.91%
2.87
-34.02%
4.35
+36.36%
3.19
+513.46%
0.52
+113.10%
-3.97
-186.68%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
2.52
+12.50%
2.24
-2.18%
2.29
+12.25%
2.04
+1.49%
2.01
+13.56%
1.77
-22.37%
P/E
76.27
+416.04%
14.78
-47.10%
27.94
-56.31%
63.95
0.00
0.00
-100.00%
P/BV
0.21
-44.74%
0.38
+5.56%
0.36
-52.00%
0.75
-13.79%
0.87
+38.10%
0.63
-39.42%
BV
2.33
-0.85%
2.35
-4.47%
2.46
-0.81%
2.48
+6.44%
2.33
-7.54%
2.52
+1.20%
YIELD(%)
2.04
+22.16%
1.67
-25.78%
2.25
-17.58%
2.73
0.00
-100.00%
2.81
+82.47%
ราคาหุ้น
0.49
-45.56%
0.90
+1.12%
0.89
-51.89%
1.85
-8.42%
2.02
+26.25%
1.60
-38.46%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.52
ROE (%)
-8.87
ROA (%)
0.06
Book Value/หุ้น
2.15

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — S

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
15,238.22
-2.84%
15,720.68
-4.44%
16,467.71
+17.77%
13,982.92
+14.79%
12,181.46
-45.65%
22,413.59
-6.95%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
53,169.56
-6.49%
56,820.11
-2.28%
58,130.30
+6.03%
54,826.91
+1.89%
53,808.71
+26.02%
42,699.18
-2.05%
รวมสินทรัพย์
68,407.77
-5.70%
72,540.78
-2.76%
74,598.01
+8.41%
68,809.83
+4.27%
65,990.17
+1.35%
65,112.77
-3.79%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
12,378.14
-2.78%
12,732.36
+19.99%
10,611.24
+6.29%
9,983.64
-9.82%
11,070.46
-28.04%
15,384.60
+22.94%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
36,620.15
-2.07%
37,394.73
-9.41%
41,279.03
+13.97%
36,220.58
+9.69%
33,021.85
+26.10%
26,186.75
-5.02%
รวมหนี้สิน
48,998.29
-2.25%
50,127.10
-3.40%
51,890.28
+12.31%
46,204.22
+4.79%
44,092.32
+6.06%
41,571.35
+3.71%
รวมส่วนของเจ้าของ
19,409.48
-13.40%
22,413.69
-1.29%
22,707.73
+0.45%
22,605.61
+3.23%
21,897.86
-6.98%
23,541.43
-14.69%
D/E
2.52
2.24
2.29
2.04
2.01
1.77
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-8.87
0.40
1.27
3.01
-0.89
-16.11
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.06
2.87
4.35
3.19
0.52
-3.97
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.23
1.23
1.55
1.40
1.10
1.46
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.29
0.26
0.36
0.43
0.30
0.26
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
20.75
17.99
0.00
0.00
25.64
43.89
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
476.21
439.85
0.00
0.00
419.18
872.58
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
83.07
93.99
0.00
0.00
166.75
256.62
วงจรเงินสด
413.89
363.84
0.00
0.00
278.07
659.85
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-296
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+200
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — S

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-296.46
-43.21%
-522.07
+1,385.26%
-35.15
-103.82%
919.02
-48.88%
1,797.81
-288.02%
-956.17
-10.25%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
199.55
-246.42%
-136.29
-110.70%
1,273.21
+66.46%
764.86
-171.59%
-1,068.41
-59.01%
-2,606.20
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
-844.90
-152.79%
1,600.54
+657.83%
211.20
-113.43%
-1,572.70
-330.96%
680.95
-60.54%
1,725.73
-47.20%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-959.63
-216.77%
821.81
-43.29%
1,449.26
+492.26%
244.70
-356.93%
-95.24
-94.81%
-1,836.63
-197.31%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
2,546.89
-16.05%
3,033.64
-11.35%
3,422.08
+26.86%
2,697.57
-20.14%
3,377.89
-37.59%
5,412.81
+52.70%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
2,726.44
+5.33%
2,588.50
-14.67%
3,033.64
-11.35%
3,422.08
+26.86%
2,697.57
-20.14%
3,377.89
-37.59%