บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.55
+0.01 (+1.85%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15849 out_tok=3315 at=2026-07-26T02:05:19 -->
# S Q3/2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 91 ล้านบาท รับผลโรงแรมมัลดีฟส์-ต้นทุนการเงินพุ่ง
## รายได้รวมโต 19% แต่กำไรสุทธิหดตัว YoY เหตุต้นทุนการเงินสูงขึ้น-โรงแรมมัลดีฟส์อ่อนแอ
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 91 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 121 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเติบโต 19% เป็น 10,072 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และผลประกอบการของโรงแรมในมัลดีฟส์ที่อ่อนแอลงจากการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ S ในไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 91 ล้านบาท มาจาก **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ และผลประกอบการที่อ่อนแอลงของธุรกิจโรงแรมในมัลดีฟส์** แม้ว่าภาพรวมรายได้จะเติบโตได้ดี
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูง:** เอกสารระบุชัดเจนว่าต้นทุนทางการเงินในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 484 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จาก 354 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 และสำหรับ 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 1,382 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% จาก 940 ล้านบาทในปีเดียวกัน สาเหตุหลักมาจาก "อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง" ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิ แม้บริษัทฯ จะมีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยสกุลเงินต่างประเทศ แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบทั้งหมดได้
2. **ผลประกอบการโรงแรมมัลดีฟส์อ่อนแอ:** แม้ภาพรวมธุรกิจโรงแรมจะฟื้นตัว แต่โรงแรมในมัลดีฟส์กลับเผชิญแรงกดดัน โดยในไตรมาส 3 ปี 2566 อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 63% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 61% ในปีก่อน แต่ระดับ ADR (Average Daily Rate) ปรับลดลงถึง 20% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจาก:
* การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งมีความอ่อนไหวต่อราคาสูง
* การปรับงบประมาณการเดินทางให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ
* การแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้นจากปีก่อน
* การเติบโตของการเดินทางภายในภูมิภาคที่เร็วกว่าการเดินทางระหว่างภูมิภาคเนื่องจากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม**
* **ต้นทุนทางการเงิน:** มีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นแรงกดดันต่อไป เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกยังอยู่ในระดับสูง แม้บริษัทฯ จะมีการป้องกันความเสี่ยง แต่ผลกระทบยังคงมีอยู่
* **ธุรกิจโรงแรมมัลดีฟส์:** ฝ่ายจัดการมองว่าแนวโน้มไตรมาส 4 ปี 2566 ถึงไตรมาส 1 ปี 2567 จะปรับตัวดีขึ้น จากเสถียรภาพด้านนโยบาย การจ้างงานที่เพิ่มขึ้น และการกลับมาให้บริการของสายการบิน Long-haul flights รวมถึงการเพิ่มช่องทางการขาย อย่างไรก็ตาม การแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2566 เติบโต 19% เป็น 10,072 ล้านบาท** โดยได้แรงหนุนจากรายได้อสังหาริมทรัพย์เพื่อการขายที่เพิ่มขึ้น 34% และรายได้ธุรกิจโรงแรมที่เพิ่มขึ้น 18%
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 91 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2566** เทียบกับกำไร 121 ล้านบาทในปีก่อน และขาดทุนสุทธิ 167 ล้านบาทใน 9 เดือนแรกปี 2566 เทียบกับขาดทุน 60 ล้านบาทในปีก่อน
* **Adjusted EBITDA เติบโต 32% ใน 9 เดือนแรกปี 2566** เป็น 2,276 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม
* **ยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) โครงการแนวราบ ณ 30 ก.ย. 66 อยู่ที่ 3,831 ล้านบาท** คาดรับรู้รายได้กว่า 60% ในช่วงที่เหลือของปี 2566
* **โครงการคอนโดมิเนียม ดิ เอ็กซ์ โทร มี Backlog 1,241 ล้านบาท** คาดเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ต้นปี 2567
* **ธุรกิจโรงแรมในไทยฟื้นตัวดี** อัตราเข้าพักและ ADR กลับสู่ระดับใกล้เคียงปี 2562
* **โรงแรมในมัลดีฟส์เผชิญแรงกดดันด้าน ADR ลดลง 20%** ในไตรมาส 3 ปี 2566 จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนและการแข่งขันราคา
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 47% ใน 9 เดือนแรกปี 2566** เป็น 1,382 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
* **หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net IBD/E) เพิ่มขึ้นเป็น 1.29 เท่า** แต่ยังต่ำกว่า Covenant
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S รายงานผลประกอบการสำหรับ 9 เดือนแรกปี 2566 มีรายได้รวม 10,072 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 34% เป็น 1,902 ล้านบาท และรายได้จากการให้เช่าและการบริการเพิ่มขึ้น 16% เป็น 8,169 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจโรงแรมที่เติบโต 18% เป็น 7,222 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิสำหรับ 9 เดือนแรกปี 2566 จำนวน 167 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 60 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 91 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 121 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 ปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการคือต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และผลประกอบการที่อ่อนแอลงของธุรกิจโรงแรมในมัลดีฟส์
ในส่วนของกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และรายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำ (Adjusted EBITDA) สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 2,276 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการเติบโตของรายได้ในธุรกิจหลัก
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** แนวโน้มการท่องเที่ยวที่สดใส โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปีถึงต้นปีหน้า จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ธุรกิจโรงแรมอย่างต่อเนื่อง
* **การโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่อยู่อาศัย:** Backlog โครงการบ้านแนวราบและคอนโดมิเนียมที่รอการโอนกรรมสิทธิ์ จะช่วยผลักดันรายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขายในช่วงปลายปี 2566 และต้นปี 2567
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** การเปิดตัวโครงการบ้านแนวราบระดับ Luxury และ Premium Luxury จะช่วยขยายฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาสในการรับรู้รายได้
* **การลงทุนในคอนโดมิเนียมระดับกลางถึงบน:** การร่วมทุนพัฒนาคอนโดมิเนียมในระดับราคา 100,000 – 200,000 บาทต่อตารางเมตร จะช่วยจับกลุ่มตลาดที่มีการเติบโตดี
* **การพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรม:** การพัฒนาที่ดินและโครงสร้างพื้นฐานที่แล้วเสร็จจะช่วยกระตุ้นกิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในปี 2567
* **การปรับปรุงโรงแรม:** การปรับปรุงห้องพักในโรงแรมที่มัลดีฟส์และฟิจิจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการปรับ ADR ในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงแรม:** การแข่งขันด้านราคาในตลาดท่องเที่ยว โดยเฉพาะในมัลดีฟส์ อาจส่งผลกระทบต่อ ADR และ RevPAR
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ความเปราะบางของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและการผลิตของไทย ซึ่งอาจมีผลกระทบทางอ้อมต่อธุรกิจของบริษัทฯ
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวหรืออสังหาริมทรัพย์ อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ
* **ต้นทุนการก่อสร้าง:** ความผันผวนของต้นทุนวัสดุก่อสร้างและแรงงาน อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการอสังหาริมทรัพย์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลก จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
* **ผลประกอบการธุรกิจโรงแรมในมัลดีฟส์:** การฟื้นตัวของ ADR และ RevPAR หลังจากการปรับปรุงโรงแรมและการแข่งขันที่ลดลง
* **ความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่อยู่อาศัย:** การรับรู้รายได้จาก Backlog โครงการบ้านแนวราบและคอนโดมิเนียม
* **อัตราการปล่อยเช่าอาคารสำนักงาน:** โดยเฉพาะอาคาร S OASIS ที่เพิ่งเปิดตัว และการต่อสัญญาเช่ากับผู้เช่าหลัก
* **การพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรม:** ความคืบหน้าในการพัฒนาและการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์และ Backlog:** บริษัทฯ รับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการบ้านแนวราบ 1,139 ล้านบาท และโครงการที่อยู่อาศัยแนวสูง 554 ล้านบาท โดยมี Backlog โครงการแนวราบ 3,831 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียม ดิ เอ็กซ์ โทร 1,241 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการ S’RIN ที่เปิดตัวในเดือนตุลาคม คาดว่าจะรับรู้รายได้ในไตรมาส 4 ปี 2566
**การเปิดโครงการใหม่:** มีการเปิดตัว Cluster Home 2 โครงการ และโครงการบ้านเดี่ยว S’RIN มูลค่า 3,700 ล้านบาท รวมถึงมีแผนเปิดตัวโครงการบ้าน Luxury แบรนด์ SHWAN อีก 2 โครงการในไตรมาส 4 ปี 2566 เพื่อครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ในตลาดบน
**ต้นทุนก่อสร้าง:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับต้นทุนก่อสร้างโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการบริหารต้นทุนต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
**อัตรากำไรโครงการ (GPM):** ไม่ได้ระบุตัวเลข GPM แยกตามโครงการ แต่กำไรขั้นต้นโดยรวมในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 39% ลดลงเล็กน้อยจาก 37% ในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากผลประกอบการธุรกิจโรงแรมที่อ่อนแอลง
**D/E Ratio:** สัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net IBD/E) เพิ่มขึ้นเป็น 1.29 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 ซึ่งยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า Covenant
**กระแสเงินสดจากโครงการ:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดกระแสเงินสดจากโครงการโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ 919 ล้านบาท สะท้อนถึงต้นทุนการพัฒนาโครงการที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 73,108 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 2,283 ล้านบาท จากสินค้าคงเหลือและต้นทุนพัฒนาโครงการที่เพิ่มขึ้น และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 2,015 ล้านบาท จากที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ของธุรกิจโรงแรม
หนี้สินรวมอยู่ที่ 49,915 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการบันทึกหนี้สินของโครงการ ดิ เอสสุขุมวิท 36 และการออกหุ้นกู้ 1,700 ล้านบาท ส่งผลให้หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 33,014 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net IBD/E) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 1.29 เท่า
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 426 ล้านบาท มาอยู่ที่ 2,996 ล้านบาท
## สรุปท้าย
S ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและการอ่อนแอของธุรกิจโรงแรมในมัลดีฟส์ ทำให้พลิกขาดทุนสุทธิ แม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและยอดขายอสังหาริมทรัพย์รอการโอน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังมีโอกาสจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในภาพรวม การโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่อยู่อาศัย และการเปิดตัวโครงการใหม่ แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นและการแข่งขันในตลาดท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ S ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
3,543.20
ล้านบาท
↓ 6.8% YoY
กำไรขั้นต้น
1,415.05
ล้านบาท
↓ 0.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.94
%
กำไรสุทธิ
-1,443.59
ล้านบาท
↓ 4572.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-40.74
%
D/E Ratio
2.52
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,543
↓ -6.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,415
↓ -0.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,444
↓ -4572.9%
YoY
D/E Ratio
2.52
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — S
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.52
ROE (%)
-8.87
ROA (%)
0.06
Book Value/หุ้น
2.15
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — S
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-296
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+200
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — S
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-296.46
-43.21%
|
-522.07
+1,385.26%
|
-35.15
-103.82%
|
919.02
-48.88%
|
1,797.81
-288.02%
|
-956.17
-10.25%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
199.55
-246.42%
|
-136.29
-110.70%
|
1,273.21
+66.46%
|
764.86
-171.59%
|
-1,068.41
-59.01%
|
-2,606.20
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-844.90
-152.79%
|
1,600.54
+657.83%
|
211.20
-113.43%
|
-1,572.70
-330.96%
|
680.95
-60.54%
|
1,725.73
-47.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-959.63
-216.77%
|
821.81
-43.29%
|
1,449.26
+492.26%
|
244.70
-356.93%
|
-95.24
-94.81%
|
-1,836.63
-197.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,546.89
-16.05%
|
3,033.64
-11.35%
|
3,422.08
+26.86%
|
2,697.57
-20.14%
|
3,377.89
-37.59%
|
5,412.81
+52.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,726.44
+5.33%
|
2,588.50
-14.67%
|
3,033.64
-11.35%
|
3,422.08
+26.86%
|
2,697.57
-20.14%
|
3,377.89
-37.59%
|