บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.55
+0.01 (+1.85%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13493 out_tok=2890 at=2026-07-26T02:21:22 -->
# S พลิกกำไร Q1/66 โต 157% รับธุรกิจโรงแรมฟื้นแรง
## รายได้รวมโต 11% แตะ 3,335 ล้านบาท ฝ่ายจัดการคาดปีนี้เติบโตต่อเนื่อง
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 157% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 126 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม ขณะที่รายได้รวมเติบโต 11% สู่ระดับ 3,335 ล้านบาท ฝ่ายบริหารคาดการณ์รายได้ทั้งปี 2566 จะเติบโตได้ตามแผน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ S พลิกจากขาดทุนเป็นกำไรในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของธุรกิจโรงแรม** ซึ่งสามารถสร้างผลกำไรสุทธิได้ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3 โดยมีรายได้จากการให้เช่าและการให้บริการรวมเพิ่มขึ้นถึง 45% จากปีก่อนหน้า สู่ระดับ 2,879 ล้านบาท โดยเฉพาะรายได้จากธุรกิจโรงแรมที่เติบโตถึง 51% คิดเป็น 2,544 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมเป็นผลโดยตรงจากการกลับมาของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการโรงแรมที่มีประสิทธิภาพของบริษัทฯ ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPAR) ของโรงแรมในประเทศไทยฟื้นตัวกลับไปสูงกว่าระดับก่อนโควิด-19 แล้ว นอกจากนี้ โรงแรมในมัลดีฟส์ สหราชอาณาจักร ฟิจิ และมอริเชียส ก็มีแนวโน้มผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาค และการบริหารจัดการอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) ที่มีประสิทธิภาพ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** ฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่าผลประกอบการของบริษัทฯ จะสามารถฟื้นตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปี 2566 โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยวสำคัญของหลายภูมิภาคที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอยู่ องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะฟื้นตัวกลับสู่ระดับ 80% – 95% ของก่อนเกิดโควิด-19 ในปีนี้ และจะกลับสู่ภาวะปกติได้ในปี 2567 ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรมของ S อย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก 71 ล้านบาท:** จากขาดทุน 126 ล้านบาทใน Q1/65 คิดเป็นการเติบโต 157%
* **รายได้รวมเติบโต 11%:** แตะ 3,335 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจโรงแรม
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวแรง:** รายได้เพิ่ม 51% เป็น 2,544 ล้านบาท สร้างกำไรต่อเนื่อง
* **รายได้อสังหาริมทรัพย์ลดลง 56%:** เหลือ 455 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีโอนคอนโดมิเนียมโครงการใหญ่
* **ยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) โครงการที่อยู่อาศัย:** โครงการแนวราบ 2,743 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้กว่า 70% ในปี 66 ส่วนโครงการแนวสูง ดิ เอ็กซ์โทร มี Backlog 1,018 ล้านบาท คาดเริ่มโอน Q1/67
* **เปิดตัวโครงการใหม่ 5 โครงการ:** มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท เน้นกลุ่ม Luxury
* **อัตราปล่อยเช่าอาคารพาณิชย์เฉลี่ย 83%:** ตั้งเป้า 90% ในปี 66 โดยอาคาร S OASIS มีความคืบหน้าในการปล่อยเช่าที่ดี
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) รายงานรายได้รวมในไตรมาส 1 ปี 2566 จำนวน 3,335 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการให้เช่าและการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 45% เป็น 2,879 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากธุรกิจโรงแรมที่เติบโต 51% เป็น 2,544 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลดลง 56% มาอยู่ที่ 455 ล้านบาท เนื่องจากปีก่อนมีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดโครงการใหญ่ไปแล้วทั้งหมด
กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 50% เป็น 1,276 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 38% จาก 28% ในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการประหยัดต่อขนาดของธุรกิจโรงแรม และอัตรากำไรที่สูงขึ้นจากโครงการที่พักอาศัย
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 13% เป็น 790 ล้านบาท โดยหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวขึ้นตามการฟื้นตัวของธุรกิจ ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 65% เป็น 471 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น
ส่งผลให้บริษัทฯ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 157% จากขาดทุน 126 ล้านบาทในปีก่อน โดยกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่เท่ากับ 25 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 48 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจโรงแรมของบริษัทฯ โดยคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะฟื้นตัวต่อเนื่องสู่ระดับใกล้เคียงก่อนโควิด-19
* **การเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่:** บริษัทฯ ตั้งเป้าเปิดตัว 5 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท เน้นกลุ่ม Luxury ซึ่งเป็นตลาดที่บริษัทฯ มีความชำนาญ
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** โครงการที่อยู่อาศัยแนวราบมี Backlog 2,743 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้กว่า 70% ในปี 2566 และโครงการ ดิ เอ็กซ์โทร มี Backlog 1,018 ล้านบาท คาดเริ่มโอน Q1/67
* **การเพิ่มอัตราการปล่อยเช่า:** ตั้งเป้าหมายผลักดันอัตราการปล่อยเช่าอาคารพาณิชย์สู่ 90% ในปี 2566 โดยอาคาร S OASIS มีความคืบหน้าในการปล่อยเช่าที่ดี
* **การพัฒนาที่ดินนิคมอุตสาหกรรม:** คาดการณ์กิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2566
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 65% จากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้
* **การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การเปิดตัวโครงการใหม่จำนวนมากอาจเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค:** ปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
* **การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน:** แม้จะคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวจีนจะกลับมา แต่ปริมาณเที่ยวบินและปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวที่แท้จริง
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** แม้ราคาพลังงานมีแนวโน้มชะลอตัว แต่ต้นทุนอาหารอาจยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าในการรับรู้รายได้จาก Backlog โครงการที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบและแนวสูง
* อัตราการปล่อยเช่าของอาคารสำนักงาน S OASIS และการบริหารจัดการสัญญาเช่าเดิม
* ผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมในแต่ละภูมิภาค โดยเฉพาะการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น
* ความสำเร็จในการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่มูลค่า 10,000 ล้านบาท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่อยู่อาศัย:** รายได้จากการขายบ้านและอาคารชุดในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 420 ล้านบาท ลดลงจาก 1,024 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากปีก่อนมีการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ ดิ เอสอโศก และ ดิ เอส แอทสิงห์คอมเพล็กซ์ ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มี Backlog โครงการแนวราบ 2,743 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถทยอยรับรู้รายได้กว่า 70% ในปี 2566 นอกจากนี้ การเข้าถือหุ้น 100% ในโครงการ ดิ เอสสุขุมวิท 36 จะช่วยเพิ่มการรับรู้รายได้และกำไรเต็มสัดส่วน
**การเปิดตัวโครงการใหม่:** บริษัทฯ ตั้งเป้าเปิดตัว 5 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท เน้นกลุ่ม Luxury ซึ่งเป็นตลาดที่บริษัทฯ มีความชำนาญ โดยคาดว่าโครงการใหม่จะพร้อมรับรู้รายได้จากการโอนได้ทันที
**ธุรกิจโรงแรม:** เป็นหัวใจสำคัญของการพลิกกำไร โดยรายได้เพิ่มขึ้น 51% เป็น 2,544 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ RevPAR ฟื้นตัวสูงกว่าก่อนโควิด-19 แล้ว โรงแรมในมัลดีฟส์ สหราชอาณาจักร ฟิจิ และมอริเชียส ก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเช่นกัน
**ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า:** อัตราปล่อยเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 83% โดยมีเป้าหมายที่ 90% ในปี 2566 อาคาร S OASIS ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานเกรดเอ มีความคืบหน้าในการปล่อยเช่าที่ดี
**ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม:** มีรายได้จากการขายที่ดินและสาธารณูปโภค คาดการณ์กิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2566
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 69,572 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือและต้นทุนการพัฒนาโครงการ ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลงจากการตัดค่าเสื่อมราคา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 47,086 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากการเบิกเงินกู้เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการ และการบันทึกหนี้สินโครงการ ดิ เอสสุขุมวิท 36 ทำให้หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นสู่ 30,884 ล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net IBD/E ratio) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 1.23 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า Covenant ของบริษัทฯ
## สรุปท้าย
การพลิกกลับมามีกำไรของ S ในไตรมาส 1 ปี 2566 เป็นผลจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการกลับมาของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก แม้ว่ารายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะลดลงตามปัจจัยเชิงฤดูกาล แต่บริษัทฯ ยังคงมี Backlog ที่แข็งแกร่งและแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และการแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่แนวโน้มธุรกิจโรงแรมที่สดใสจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการของบริษัทฯ ในช่วงที่เหลือของปี
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ S ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
3,543.20
ล้านบาท
↓ 6.8% YoY
กำไรขั้นต้น
1,415.05
ล้านบาท
↓ 0.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.94
%
กำไรสุทธิ
-1,443.59
ล้านบาท
↓ 4572.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-40.74
%
D/E Ratio
2.52
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,543
↓ -6.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,415
↓ -0.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,444
↓ -4572.9%
YoY
D/E Ratio
2.52
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — S
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.52
ROE (%)
-8.87
ROA (%)
0.06
Book Value/หุ้น
2.15
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — S
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-296
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+200
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — S
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-296.46
-43.21%
|
-522.07
+1,385.26%
|
-35.15
-103.82%
|
919.02
-48.88%
|
1,797.81
-288.02%
|
-956.17
-10.25%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
199.55
-246.42%
|
-136.29
-110.70%
|
1,273.21
+66.46%
|
764.86
-171.59%
|
-1,068.41
-59.01%
|
-2,606.20
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-844.90
-152.79%
|
1,600.54
+657.83%
|
211.20
-113.43%
|
-1,572.70
-330.96%
|
680.95
-60.54%
|
1,725.73
-47.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-959.63
-216.77%
|
821.81
-43.29%
|
1,449.26
+492.26%
|
244.70
-356.93%
|
-95.24
-94.81%
|
-1,836.63
-197.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,546.89
-16.05%
|
3,033.64
-11.35%
|
3,422.08
+26.86%
|
2,697.57
-20.14%
|
3,377.89
-37.59%
|
5,412.81
+52.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,726.44
+5.33%
|
2,588.50
-14.67%
|
3,033.64
-11.35%
|
3,422.08
+26.86%
|
2,697.57
-20.14%
|
3,377.89
-37.59%
|