ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
4.92
0.04 (0.81%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3899 out_tok=2883 at=2026-07-25T14:03:47 -->
# DREIT กำไรสุทธิปี 65 หดตัว 13.4% รับต้นทุนพุ่ง-ค่าเช่าผันแปรต่ำ
## รายได้รวมวูบ 9% หลังโรงแรมมัลดีฟส์เผชิญต้นทุนสูง ขณะทรัพย์สินไทยฟื้นตัวแต่ยังไม่ถึงเกณฑ์รับค่าเช่าพิเศษ
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (DREIT) รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 453.79 ล้านบาท ลดลง 9.01% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากธุรกิจโรงแรมในมัลดีฟส์ที่กำไรสุทธิลดลงจากต้นทุนค่าพลังงานและเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ทำให้ไม่สามารถรับรู้ค่าเช่าผันแปรได้ แม้ทรัพย์สินในไทยจะฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์รับค่าเช่าพิเศษ ส่งผลให้กำไรจากการลงทุนสุทธิลดลง 13.4% อย่างไรก็ตาม กองทรัสต์ได้บันทึกกำไรจากการขายสินทรัพย์โรงแรมดุสิตดีทู เชียงใหม่ ทำให้สินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ DREIT ในปี 2565 คือ **การลดลงของรายได้ค่าเช่าผันแปร (Variable Rental Income) จากธุรกิจโรงแรมในมัลดีฟส์ ประกอบกับการที่ทรัพย์สินในประเทศไทยยังไม่สามารถสร้างรายได้ถึงเกณฑ์เพื่อรับรู้ค่าเช่าผันแปรได้** แม้ว่าภาพรวมรายได้รวมจะลดลง 9.01% จาก 498.72 ล้านบาท เป็น 453.79 ล้านบาท และกำไรจากการลงทุนสุทธิลดลง 13.4% จาก 357.26 ล้านบาท เป็น 309.43 ล้านบาท แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยด้านการดำเนินงานปกติเพียงอย่างเดียว
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
สำหรับธุรกิจโรงแรมในมัลดีฟส์ ปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้ค่าเช่าผันแปรลดลงคือ **ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ทั้งจากค่าพลังงานและภาวะเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิของโครงการ ทำให้ไม่สามารถบรรลุเกณฑ์ที่กำหนดไว้เพื่อรับรู้ค่าเช่าผันแปรได้ แม้ว่าอัตราการเข้าพัก (Occ. Rate) จะอยู่ที่ 66% และ ADR (Average Daily Rate) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 491 เป็น 503 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ EBITDA ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กลับลดลงจาก 9.28 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2564 เป็น 6.66 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2565
ในส่วนของทรัพย์สินในประเทศไทย แม้จะได้รับอานิสงส์จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 และการกลับมาของนักท่องเที่ยว ส่งผลให้ตัวเลขรายได้รวมของทรัพย์สินในไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ Dusit Thani Laguna Phuket ที่มีรายได้รวมเพิ่มจาก 96.98 ล้านบาท เป็น 310.88 ล้านบาท และ Dusit Thani Hua Hin เพิ่มจาก 117.86 ล้านบาท เป็น 309.29 ล้านบาท รวมถึงอัตราการเข้าพักและ ADR ที่ดีขึ้นอย่างมาก แต่ **รัฐบาลได้กำหนดให้มีการเปิดพรมแดนระหว่างประเทศอย่างสมบูรณ์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565** ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ผลการดำเนินงานทั้งปีของทรัพย์สินโรงแรมในประเทศไทยยังคงน้อยกว่าเกณฑ์ที่จะทำให้กองทรัสต์สามารถรับรู้ค่าเช่าผันแปรจากการดำเนินงานของโครงการได้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าแนวโน้มการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แต่การรับรู้ค่าเช่าผันแปรในอนาคตยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่ 1) ความสามารถในการควบคุมต้นทุนค่าพลังงานและภาวะเงินเฟ้อของโรงแรมในมัลดีฟส์ 2) การบรรลุเกณฑ์รายได้ที่กำหนดไว้สำหรับทรัพย์สินในประเทศไทย ซึ่งอาจต้องรอการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ และ 3) การเปลี่ยนแปลงของเงื่อนไขสัญญาเช่าในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 9.01%** อยู่ที่ 453.79 ล้านบาท จาก 498.72 ล้านบาทในปี 2565
* **กำไรจากการลงทุนสุทธิลดลง 13.4%** อยู่ที่ 309.43 ล้านบาท จาก 357.26 ล้านบาทในปี 2564
* **บันทึกกำไรจากการขายสินทรัพย์** โครงการโรงแรมดุสิตดีทู เชียงใหม่ จำนวน 467.11 ล้านบาท
* **สินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้น 318.68 ล้านบาท** สำหรับปีสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2565
* **อัตราการเข้าพักโรงแรมในไทยฟื้นตัวดี** โดยเฉพาะ Dusit Thani Laguna Phuket (65%) และ Dusit Thani Hua Hin (52%)
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 DREIT มีรายได้รวม 453.79 ล้านบาท ลดลง 9.01% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากธุรกิจโรงแรมในมัลดีฟส์ที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนค่าพลังงานและเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ทำให้ไม่สามารถรับรู้ค่าเช่าผันแปรได้ แม้ว่าผลการดำเนินงานของทรัพย์สินในประเทศไทยจะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะรับรู้ค่าเช่าผันแปรได้ ส่งผลให้กำไรจากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 309.43 ล้านบาท ลดลง 13.4% จากปีก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม กองทรัสต์ได้ดำเนินการจำหน่ายทรัพย์สินโครงการโรงแรมดุสิตดีทู เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2565 ในราคา 467.11 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคาประเมิน ทำให้กองทรัสต์มีกำไรจากการลงทุนอื่นๆ จำนวน 18.63 ล้านบาท เมื่อรวมกับรายการขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนจำนวน 65.28 ล้านบาท และผลต่างจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 55.91 ล้านบาท ส่งผลให้สินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2565 เพิ่มขึ้น 318.68 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 และการเปิดพรมแดนอย่างสมบูรณ์ส่งผลดีต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ของทรัพย์สินในประเทศไทย
* **การขายสินทรัพย์ที่ราคาดี:** การจำหน่ายโรงแรมดุสิตดีทู เชียงใหม่ ในราคาที่สูงกว่าราคาประเมิน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการสินทรัพย์และการสร้างมูลค่าเพิ่ม
* **ศักยภาพของโรงแรมในไทย:** อัตราการเข้าพักและ ADR ของโรงแรมในประเทศไทยปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ถึงความต้องการใช้บริการที่เพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น:** ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามต้นทุนค่าพลังงานและภาวะเงินเฟ้อในมัลดีฟส์ เป็นปัจจัยกดดันต่อกำไรของโรงแรม และอาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้ค่าเช่าผันแปร
* **การบรรลุเกณฑ์รับค่าเช่าผันแปร:** การที่ทรัพย์สินในประเทศไทยยังไม่สามารถรับรู้ค่าเช่าผันแปรได้ แสดงให้เห็นว่าผลประกอบการยังไม่ถึงระดับที่คาดหวัง ซึ่งอาจต้องรอการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลต่างจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 55.91 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของสกุลเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มต้นทุนค่าพลังงานและเงินเฟ้อในมัลดีฟส์ และผลกระทบต่อกำไรของโรงแรม
* การฟื้นตัวของรายได้และอัตราการเข้าพักของทรัพย์สินในประเทศไทย เพื่อให้สามารถรับรู้ค่าเช่าผันแปรได้
* แผนการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายของโรงแรมในเครือ
* กลยุทธ์การบริหารจัดการสินทรัพย์และการลงทุนเพิ่มเติมของกองทรัสต์
* ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ผลการดำเนินงานของทรัพย์สินในประเทศไทย:**
* **Dusit Thani Laguna Phuket:** มีการฟื้นตัวอย่างโดดเด่น โดยอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นจาก 28% เป็น 65%, ADR เพิ่มจาก 2,608 เป็น 3,912 บาท และ REVPAR เพิ่มจาก 722 เป็น 2,539 บาท ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 96.98 ล้านบาท เป็น 310.88 ล้านบาท และพลิกจากขาดทุน EBITDA 17.19 ล้านบาท เป็นกำไร 98.69 ล้านบาท
* **Dusit Thani Hua Hin:** มีการฟื้นตัวเช่นกัน โดยอัตราการเข้าพักเพิ่มจาก 28% เป็น 52%, ADR เพิ่มจาก 2,604 เป็น 3,319 บาท และ REVPAR เพิ่มจาก 724 เป็น 1,736 บาท ทำให้รายได้รวมเพิ่มจาก 117.86 ล้านบาท เป็น 309.29 ล้านบาท และพลิกจากขาดทุน EBITDA 19.91 ล้านบาท เป็นกำไร 80.30 ล้านบาท
* **dusitD2 Chiang Mai:** แม้จะขายออกไปแล้ว แต่ข้อมูลปี 2565 แสดงอัตราการเข้าพัก 60%, ADR 1,573 บาท และ REVPAR 941 บาท ทำให้มีรายได้รวม 56.43 ล้านบาท และพลิกจากขาดทุน EBITDA 15.66 ล้านบาท เป็นกำไร 5.85 ล้านบาท
**ผลการดำเนินงานของทรัพย์สินในสาธารณรัฐมัลดีฟส์:**
* **Dusit Thani Maldives:** อัตราการเข้าพักลดลงเล็กน้อยจาก 70% เป็น 66% และ ADR เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 491 เป็น 503 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้ REVPAR ลดลงเล็กน้อยจาก 345 เป็น 333 ดอลลาร์สหรัฐฯ รายได้รวมในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงจาก 22.67 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็น 21.52 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และ EBITDA ลดลงจาก 9.28 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็น 6.66 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งสอดคล้องกับที่ฝ่ายจัดการระบุว่าได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง นอกเหนือจากการกล่าวถึงการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานจำนวน 318.68 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลรวมของกำไรจากการลงทุนสุทธิ รายการกำไรจากการขายสินทรัพย์ รายการขาดทุนจากมูลค่ายุติธรรม และผลต่างอัตราแลกเปลี่ยน
## สรุปท้าย
DREIT ในปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นในมัลดีฟส์ และการที่ทรัพย์สินในไทยยังไม่ถึงเกณฑ์รับค่าเช่าพิเศษ ทำให้กำไรจากการลงทุนสุทธิลดลง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยวในประเทศไทย และการขายสินทรัพย์โรงแรมดุสิตดีทู เชียงใหม่ ในราคาที่ดี เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนสินทรัพย์สุทธิของกองทรัสต์ การจับตาแนวโน้มต้นทุนและรายได้ในอนาคต รวมถึงการบริหารจัดการเพื่อรับรู้ค่าเช่าผันแปร จะเป็นกุญแจสำคัญต่อผลประกอบการของ DREIT ในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DREIT ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
147.40
ล้านบาท
↓ 4.6% YoY
กำไรขั้นต้น
149.30
ล้านบาท
↓ 4.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
101.29
%
กำไรสุทธิ
109.24
ล้านบาท
↓ 4.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
74.11
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
147
↓ -4.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
149
↓ -4.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
109
↓ -4.2%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DREIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
8.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DREIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
7,851.54
-2.22%
|
8,030.11
+3.78%
|
7,737.89
-2.18%
|
7,910.41
+1.48%
|
7,794.79
+4.05%
|
7,491.53
+7.38%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
2,130.14
-0.89%
|
2,149.28
+0.26%
|
2,143.76
-0.12%
|
2,146.35
+2.13%
|
2,101.68
+4.32%
|
2,014.56
+27.85%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-325
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DREIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-325.49
-31.27%
|
-473.60
-29.84%
|
-675.06
+75.42%
|
-384.82
+244.76%
|
-111.62
-315.15%
|
51.88
-165.59%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
714.95
+123.40%
|
320.03
-46.44%
|
597.51
+85.04%
|
322.91
+47.99%
|
218.20
-2,349.48%
|
-9.70
-19.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
146.33
-186.36%
|
-169.44
+78.64%
|
-94.85
+34.77%
|
-70.38
-179.40%
|
88.64
+105.28%
|
43.18
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
247.47
+63.79%
|
151.09
+50.80%
|
100.19
-25.26%
|
134.06
+157.51%
|
52.06
+46.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
358.69
+44.94%
|
247.47
+63.79%
|
151.09
+50.80%
|
100.19
-25.26%
|
134.06
+157.49%
|