ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
4.92
0.04 (0.81%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5131 out_tok=2502 at=2026-07-25T14:47:55 -->
# DREIT Q2/2565 กำไรสุทธิพุ่ง 269% รับอานิสงส์โรงแรมมัลดีฟส์ฟื้น-บาทอ่อนค่า
## รายได้รวมโต 11.5% แตะ 96.66 ล้านบาท ขณะที่โรงแรมในไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (DREIT) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 96.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากค่าเช่าแปรผันที่ปรับตัวดีขึ้นของโรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์ และผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ส่งผลให้กำไรจากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 14.52%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ DREIT ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของโรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์ ประกอบกับการอ่อนค่าของเงินบาท** ซึ่งส่งผลให้กำไรจากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 14.52% หรือ 8.04 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหากพิจารณาสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงาน พบว่าเพิ่มขึ้นถึง 269.67% หรือ 96.51 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากกำไรสุทธิจากเงินลงทุนที่เกิดจากผลต่างอัตราแลกเปลี่ยน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของโรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์มาจากอัตราการเข้าพักที่เพิ่มขึ้นจาก 63% ในปีก่อนเป็น 73% ในปีนี้ แม้ว่าอัตราค่าห้องพักจะลดลงเล็กน้อย แต่รายได้ต่อห้องพัก (REVPAR) กลับปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ดีขึ้น นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ยังส่งผลบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อมูลค่าสินทรัพย์และรายได้ที่แปลงเป็นเงินบาท ทำให้ DREIT รับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นจำนวนมาก
สำหรับทรัพย์สินในประเทศไทย แม้จะยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 แต่ก็มีแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยโรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต มีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นเป็น 59% และอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยสูงถึง 3,876 บาทต่อคืน ส่งผลให้ REVPAR ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่โรงแรมดุสิตธานีหัวหิน และดุสิตดีทู เชียงใหม่ ก็มีอัตราการเข้าพักและอัตราค่าห้องพักที่ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะปัจจัยจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการของโรงแรมในระยะถัดไป โดยเฉพาะโรงแรมในมัลดีฟส์ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ แนวโน้มค่าเงินบาทที่ยังคงอ่อนค่าอาจเป็นปัจจัยบวกต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน Q2/2565 เพิ่มขึ้น 14.52% YoY** สู่ระดับ 63.43 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q2/2565 เพิ่มขึ้น 11.50% YoY** แตะ 96.66 ล้านบาท
* **สินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงาน Q2/2565 เพิ่มขึ้น 269.67% YoY** เป็น 96.51 ล้านบาท จากผลต่างอัตราแลกเปลี่ยน
* **โรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์ฟื้นตัวชัดเจน** อัตราเข้าพักเพิ่มเป็น 73% และ REVPAR สูงขึ้น
* **โรงแรมในไทยปรับตัวดีขึ้น** โดยเฉพาะดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต มี REVPAR สูงถึง 2,296 บาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 DREIT มีรายได้รวม 96.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าเช่าแปรผันจากผลการดำเนินงานของโรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์ และผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง เมื่อหักค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงิน 33.22 ล้านบาท กองทรัสต์มีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 63.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.52% เมื่อเทียบกับปีก่อน
เมื่อพิจารณางวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 234.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยคล้ายคลึงกันคือค่าเช่าแปรผันจากโรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์ และค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง กำไรจากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 162.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.65% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก:** โดยเฉพาะตลาดมัลดีฟส์ ซึ่งเป็นตลาดหลักของโรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์ คาดว่าจะส่งผลดีต่อรายได้และอัตราการเข้าพักอย่างต่อเนื่อง
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยวในประเทศ:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุม COVID-19 ส่งผลให้โรงแรมในประเทศไทยมีอัตราการเข้าพักและรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้น
* **ผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน:** หากค่าเงินบาทยังคงอ่อนค่าต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยบวกต่อการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนของ DREIT
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19:** การกลับมาระบาดของโรค หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อ อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการท่องเที่ยว
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยว
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ปัจจุบันจะเป็นปัจจัยบวก แต่หากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่อาจเพิ่มขึ้น:** เช่น ราคาพลังงาน หรือค่าแรง ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มอัตราการเข้าพักและรายได้ของโรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์ในไตรมาสถัดไป
* การฟื้นตัวของโรงแรมในประเทศไทย โดยเฉพาะการปรับตัวของอัตราค่าห้องพักและ REVPAR
* ทิศทางค่าเงินบาท และผลกระทบต่อกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* แผนการบริหารจัดการต้นทุนของโรงแรม เพื่อรักษาอัตรากำไรท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* การเปลี่ยนแปลงของมาตรการควบคุมการเดินทางระหว่างประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ผลการดำเนินงานของทรัพย์สินในประเทศไทย:**
* **โรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต:** มีอัตราการเข้าพัก 59% (เพิ่มขึ้น 50% YoY) อัตราค่าห้องพักเฉลี่ย 3,876 บาท (เพิ่มขึ้น 1,847 บาท YoY) ส่งผลให้ REVPAR อยู่ที่ 2,296 บาท (เพิ่มขึ้น 2,121 บาท YoY) มีรายได้รวม 136.17 ล้านบาท และ EBITDA 38.83 ล้านบาท
* **โรงแรมดุสิตธานีหัวหิน:** มีอัตราการเข้าพัก 46% (เพิ่มขึ้น 25% YoY) อัตราค่าห้องพักเฉลี่ย 3,101 บาท (เพิ่มขึ้น 759 บาท YoY) ส่งผลให้ REVPAR อยู่ที่ 1,432 บาท (เพิ่มขึ้น 938 บาท YoY) มีรายได้รวม 119.91 ล้านบาท และ EBITDA 22.06 ล้านบาท
* **โรงแรมดุสิตดีทู เชียงใหม่:** มีอัตราการเข้าพัก 42% (เพิ่มขึ้น 33% YoY) อัตราค่าห้องพักเฉลี่ย 1,345 บาท (เพิ่มขึ้น 98 บาท YoY) ส่งผลให้ REVPAR อยู่ที่ 565 บาท (เพิ่มขึ้น 451 บาท YoY) มีรายได้รวม 17.43 ล้านบาท และขาดทุน EBITDA 3.14 ล้านบาท
**ผลการดำเนินงานของทรัพย์สินในสาธารณรัฐมัลดีฟส์:**
* **โรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์:** มีอัตราการเข้าพัก 73% (เพิ่มขึ้น 10% YoY) อัตราค่าห้องพักเฉลี่ย 522 ดอลลาร์สหรัฐ (ลดลง 14 ดอลลาร์สหรัฐ YoY) ส่งผลให้ REVPAR อยู่ที่ 379 ดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 43 ดอลลาร์สหรัฐ YoY) มีรายได้รวม 11.87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ EBITDA 4.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่จากข้อมูลกำไรจากการลงทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น และการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน สะท้อนถึงการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรติดตามข้อมูล D/E Ratio และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในรายงานฉบับเต็ม
## สรุปท้าย
DREIT ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงผลประกอบการที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากการฟื้นตัวของโรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์ และผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ขณะที่โรงแรมในประเทศไทยก็เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้นเช่นกัน แม้จะมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ COVID-19 แต่แนวโน้มการท่องเที่ยวที่สดใส และการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ DREIT มีโอกาสในการเติบโตต่อเนื่องในอนาคตอันใกล้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DREIT ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
147.40
ล้านบาท
↓ 4.6% YoY
กำไรขั้นต้น
149.30
ล้านบาท
↓ 4.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
101.29
%
กำไรสุทธิ
109.24
ล้านบาท
↓ 4.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
74.11
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
147
↓ -4.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
149
↓ -4.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
109
↓ -4.2%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DREIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
8.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DREIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
7,851.54
-2.22%
|
8,030.11
+3.78%
|
7,737.89
-2.18%
|
7,910.41
+1.48%
|
7,794.79
+4.05%
|
7,491.53
+7.38%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
2,130.14
-0.89%
|
2,149.28
+0.26%
|
2,143.76
-0.12%
|
2,146.35
+2.13%
|
2,101.68
+4.32%
|
2,014.56
+27.85%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-325
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DREIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-325.49
-31.27%
|
-473.60
-29.84%
|
-675.06
+75.42%
|
-384.82
+244.76%
|
-111.62
-315.15%
|
51.88
-165.59%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
714.95
+123.40%
|
320.03
-46.44%
|
597.51
+85.04%
|
322.91
+47.99%
|
218.20
-2,349.48%
|
-9.70
-19.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
146.33
-186.36%
|
-169.44
+78.64%
|
-94.85
+34.77%
|
-70.38
-179.40%
|
88.64
+105.28%
|
43.18
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
247.47
+63.79%
|
151.09
+50.80%
|
100.19
-25.26%
|
134.06
+157.51%
|
52.06
+46.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
358.69
+44.94%
|
247.47
+63.79%
|
151.09
+50.80%
|
100.19
-25.26%
|
134.06
+157.49%
|