ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
4.92
0.04 (0.81%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4240 out_tok=2817 at=2026-07-25T15:31:23 -->
# DREIT รับอานิสงส์ค่าเช่าแปรผัน ดันกำไรลงทุนสุทธิ Q3/64 โต 4.96%
## รายได้รวมโต 2.98% รับค่าเช่าโรงแรมมัลดีฟส์ ขณะที่ภาพรวมโรงแรมไทยยังเผชิญแรงกดดันจากโควิด-19
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (DREIT) รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2564 มีรายได้รวม 331.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้ค่าเช่าแปรผันจากผลการดำเนินงานของโรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์ ส่งผลให้กำไรจากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 4.96% เป็น 231.14 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ภาพรวมโรงแรมในประเทศไทยยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้อัตราการเข้าพักและรายได้ต่อห้องพักลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ DREIT ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 คือ **การรับรู้รายได้ค่าเช่าแปรผันจากผลการดำเนินงานของโรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์** ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงของโรงแรมในประเทศไทยที่ยังคงเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้กำไรจากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 4.96% หรือ 10.93 ล้านบาท มาอยู่ที่ 231.14 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้และกำไรส่วนหนึ่งมาจาก **การรับรู้ค่าเช่าแปรผันจากโรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์** ซึ่งมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 65.44 เพิ่มขึ้นถึง 41.69% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าอัตราเฉลี่ยค่าห้องพักจะลดลง แต่รายได้ต่อห้องพัก (REVPAR) กลับเพิ่มขึ้น 151 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้โรงแรมมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 5.94 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในทางตรงกันข้าม โรงแรมในประเทศไทยทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ ดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต, ดุสิตธานีหัวหิน และดุสิตดีทู เชียงใหม่ ยังคงประสบปัญหาอัตราการเข้าพักและรายได้ต่อห้องพักลดลงอย่างมาก โดยมีผลขาดทุนก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายรวมกันถึง 78.47 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของผลการดำเนินงานระหว่างตลาดในประเทศและต่างประเทศ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด** การรับรู้รายได้ค่าเช่าแปรผันจากโรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของโรงแรมในประเทศไทยยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก เช่น การควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 นโยบายการเดินทางระหว่างประเทศ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ซึ่งฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุแนวโน้มที่ชัดเจนว่าจะฟื้นตัวได้เมื่อใด ทำให้ความต่อเนื่องของรายได้โดยรวมยังคงมีความไม่แน่นอน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 331.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.98% YoY** จากการรับรู้ค่าเช่าแปรผันของโรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์
* **กำไรจากการลงทุนสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 231.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.96% YoY**
* **โรงแรมในประเทศไทยยังคงเผชิญความท้าทาย:** อัตราการเข้าพักและรายได้ต่อห้องพักลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยโรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต, ดุสิตธานีหัวหิน และดุสิตดีทู เชียงใหม่ มีผลขาดทุนก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายรวม 78.47 ล้านบาท
* **โรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์มีผลประกอบการดีขึ้น:** อัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นอย่างมาก และมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย 5.94 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
* **การเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนและผลต่างอัตราแลกเปลี่ยนส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์สุทธิ:** มีรายการขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน 110.42 ล้านบาท และผลต่างจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน 207.51 ล้านบาท (ซึ่งเป็นรายการขาดทุน)
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 DREIT มีรายได้รวม 331.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.58 ล้านบาท หรือ 2.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้ค่าเช่าแปรผันจากผลการดำเนินงานของโรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์ เมื่อหักค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน 100.02 ล้านบาท กองทรัสต์มีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 231.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.93 ล้านบาท หรือ 4.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณารายการขาดทุนสุทธิจากเงินลงทุนจำนวน 90.29 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยรายการขาดทุนสุทธิจากเงินลงทุน 6.80 ล้านบาท, รายการขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน 110.42 ล้านบาท และผลต่างจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน 207.51 ล้านบาท ส่งผลให้กองทรัสต์มีการเพิ่มขึ้นในสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานสำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุด 30 กันยายน 2564 จำนวน 321.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในตลาดต่างประเทศ:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและมีการผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศ จะเป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นตัวของรายได้จากโรงแรมในต่างประเทศ เช่น โรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์
* **การรับรู้รายได้ค่าเช่าแปรผัน:** กลไกค่าเช่าแปรผันช่วยให้กองทรัสต์ได้รับประโยชน์เมื่อผลประกอบการของโรงแรมดีขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้เมื่อสภาวะตลาดเอื้ออำนวย
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและภาคการท่องเที่ยว ทำให้โรงแรมในประเทศไทยและต่างประเทศยังคงเผชิญความไม่แน่นอน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงแรม:** ภาคธุรกิจโรงแรมมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในตลาดที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อการกำหนดราคาห้องพักและอัตราการเข้าพัก
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ โดยเฉพาะดอลลาร์สหรัฐฯ มีผลกระทบต่อมูลค่าสินทรัพย์และผลประกอบการของกองทรัสต์ โดยในงวดนี้มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวนมาก
* **การเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน:** ความผันผวนของมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ที่กองทรัสต์ลงทุน อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทย:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค และการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
* **ผลประกอบการของโรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์:** ความสามารถในการรักษาอัตราการเข้าพักและรายได้ท่ามกลางการแข่งขัน
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายของโรงแรมในประเทศไทย:** เพื่อลดผลขาดทุนในช่วงที่อุปสงค์ยังต่ำ
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลกระทบต่อมูลค่าสินทรัพย์และผลกำไร/ขาดทุนของกองทรัสต์
* **การเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์:** โดยเฉพาะการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่กองทรัสต์ถือครอง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ผลประกอบการของ DREIT ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในประเทศไทยและต่างประเทศ โรงแรมในประเทศไทยยังคงได้รับผลกระทบอย่างหนักจากมาตรการควบคุมการเดินทางและกำลังซื้อที่ลดลง ทำให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยและอัตราค่าห้องพักลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้โรงแรมทั้ง 3 แห่งในไทยมีผลขาดทุนก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายรวมกันถึง 78.47 ล้านบาท
ในทางกลับกัน โรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์ ซึ่งตั้งอยู่ในตลาดที่มีการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวเร็วกว่า สามารถทำอัตราการเข้าพักเฉลี่ยได้สูงถึง 65.44% เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าอัตราค่าห้องพักจะลดลง แต่รายได้ต่อห้องพัก (REVPAR) กลับเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อการรับรู้รายได้ค่าเช่าแปรผันของกองทรัสต์
ประเด็นที่น่าสนใจคือ การขาดทุนสุทธิจากเงินลงทุนจำนวน 90.29 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายการขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน (110.42 ล้านบาท) และผลต่างจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน (207.51 ล้านบาท) ซึ่งรายการหลังนี้เป็นรายการขาดทุนที่สูงมาก และส่งผลกระทบต่อการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงาน แม้ว่ากำไรจากการลงทุนสุทธิจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง เช่น ยอดหนี้สินรวม, อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E), หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน, การลงทุน, และการจัดหาเงิน อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึง "การเพิ่มขึ้นในสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานสำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุด 30 กันยายน 2564 จำนวน 321.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.36 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน" ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทรัสต์
## สรุปท้าย
DREIT ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 มีผลประกอบการที่ได้รับแรงหนุนจากการรับรู้รายได้ค่าเช่าแปรผันจากโรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยชดเชยผลกระทบจากภาวะซบเซาของโรงแรมในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนและอัตราแลกเปลี่ยนที่ส่งผลขาดทุนจำนวนมากในงวดนี้ ซึ่งต้องติดตามแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริหารจัดการความเสี่ยงของฝ่ายจัดการในรอบถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DREIT ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
147.40
ล้านบาท
↓ 4.6% YoY
กำไรขั้นต้น
149.30
ล้านบาท
↓ 4.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
101.29
%
กำไรสุทธิ
109.24
ล้านบาท
↓ 4.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
74.11
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
147
↓ -4.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
149
↓ -4.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
109
↓ -4.2%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DREIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
8.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DREIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
7,851.54
-2.22%
|
8,030.11
+3.78%
|
7,737.89
-2.18%
|
7,910.41
+1.48%
|
7,794.79
+4.05%
|
7,491.53
+7.38%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
2,130.14
-0.89%
|
2,149.28
+0.26%
|
2,143.76
-0.12%
|
2,146.35
+2.13%
|
2,101.68
+4.32%
|
2,014.56
+27.85%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-325
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DREIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-325.49
-31.27%
|
-473.60
-29.84%
|
-675.06
+75.42%
|
-384.82
+244.76%
|
-111.62
-315.15%
|
51.88
-165.59%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
714.95
+123.40%
|
320.03
-46.44%
|
597.51
+85.04%
|
322.91
+47.99%
|
218.20
-2,349.48%
|
-9.70
-19.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
146.33
-186.36%
|
-169.44
+78.64%
|
-94.85
+34.77%
|
-70.38
-179.40%
|
88.64
+105.28%
|
43.18
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
247.47
+63.79%
|
151.09
+50.80%
|
100.19
-25.26%
|
134.06
+157.51%
|
52.06
+46.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
358.69
+44.94%
|
247.47
+63.79%
|
151.09
+50.80%
|
100.19
-25.26%
|
134.06
+157.49%
|