ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
4.92
0.04 (0.81%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4935 out_tok=2479 at=2026-07-25T13:58:11 -->
# DREIT Q3/2566 รายได้รวมโต 9.49% รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้น แต่ต้นทุนการเงินพุ่งกระทบกำไรสุทธิ
## ท่องเที่ยวไทยฟื้นหนุนรายได้รวม DREIT โตเด่น ขณะที่ต้นทุนการเงินและปัจจัยภายนอกกดดันผลประกอบการ
บริษัท ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (DREIT) รายงานผลประกอบการงวดเก้าเดือนแรกปี 2566 มีรายได้รวม 370.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้รายได้ค่าเช่าผันแปรปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการลงทุนลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ DREIT ในงวดเก้าเดือนแรกปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 9.49%** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการกลับมาของภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น** ได้กลายเป็นแรงกดดันสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิจากการลงทุนโดยรวมลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่ารายได้จะเติบโตก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้รวมมาจาก **รายได้ค่าเช่าผันแปรที่เพิ่มขึ้น** เนื่องจากสถานการณ์การท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ส่งผลให้โรงแรมภายใต้การบริหารจัดการของ DREIT ในประเทศไทย โดยเฉพาะโรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต มีอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 60% เป็น 76% และอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (Average Room Rate) ปรับสูงขึ้นจาก 3,389 บาท เป็น 4,941 บาท ทำให้รายได้ต่อห้องพัก (RevPAR) เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 2,032 บาท เป็น 3,777 บาท ส่งผลให้รายได้รวมและ EBITDA ของโรงแรมนี้เติบโตอย่างโดดเด่น
ในทางกลับกัน **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 15.35%** เป็นปัจจัยลบที่สำคัญ ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นผลมาจากต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิจากการลงทุน แม้ว่ารายได้รวมจะเพิ่มขึ้นก็ตาม นอกจากนี้ โรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์เผชิญกับแรงกดดันจากการแข่งขันที่สูงขึ้นจากการเปิดโรงแรมใหม่จำนวนมากในตลาด ประกอบกับต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้รายได้ต่อห้องพักลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มต่อเนื่อง แต่ปัจจัยด้านต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและแรงกดดันจากการแข่งขันในตลาดมัลดีฟส์ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มต้นทุนทางการเงินในอนาคต และการแข่งขันในตลาดมัลดีฟส์อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 370.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.49%** จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **กำไรสุทธิจากการลงทุน 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 246.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.77%** จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **โรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต ทำผลงานโดดเด่น** อัตราเข้าพักเพิ่มขึ้นจาก 60% เป็น 76% และ RevPAR เพิ่มขึ้นจาก 2,032 บาท เป็น 3,777 บาท
* **โรงแรมดุสิตธานีหัวหิน มีอัตราเข้าพักเพิ่มขึ้น** จาก 51% เป็น 58% และ RevPAR เพิ่มขึ้นจาก 1,649 บาท เป็น 2,014 บาท
* **โรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์ เผชิญแรงกดดัน** อัตราเข้าพักลดลงเล็กน้อย และ RevPAR ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 15.35%** เป็นปัจจัยกดดันผลกำไร
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2566 DREIT มีรายได้รวม 370.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.08 ล้านบาท หรือ 9.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้ค่าเช่าผันแปรที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในประเทศไทย ขณะที่ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินรวม 123.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.45 ล้านบาท หรือ 15.35% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรจากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 246.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.64 ล้านบาท หรือ 6.77% เมื่อเทียบกับปีก่อน
เมื่อรวมรายการกำไรสุทธิจากเงินลงทุนและอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากผลต่างอัตราแลกเปลี่ยนจากการบันทึกบัญชี จำนวน 108.34 ล้านบาท ทำให้สินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานสำหรับงวดเก้าเดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 355.03 ล้านบาท ลดลง 29.26 ล้านบาท หรือ 7.61% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง:** การกลับมาของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่จะช่วยหนุนรายได้ค่าเช่าผันแปรของทรัพย์สินในประเทศไทย
* **ศักยภาพของโรงแรมในไทย:** โรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต และโรงแรมดุสิตธานีหัวหิน แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของอัตราการเข้าพักและรายได้ต่อห้องพักที่แข็งแกร่ง
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของกองทรัสต์เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อกำไรสุทธิ
* **การแข่งขันในตลาดมัลดีฟส์:** อุปทานโรงแรมที่เพิ่มขึ้นในมัลดีฟส์ ประกอบกับต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพที่สูงขึ้น สร้างแรงกดดันต่อผลประกอบการของโรงแรมในภูมิภาคดังกล่าว
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** รายการกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย:** ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคตจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงินของ DREIT
* **สถานการณ์การท่องเที่ยวในมัลดีฟส์:** การแข่งขันและปัจจัยด้านต้นทุนในตลาดมัลดีฟส์จะส่งผลต่อผลประกอบการของโรงแรมในภูมิภาคนี้อย่างไร
* **แผนการบริหารจัดการต้นทุน:** กลยุทธ์ของฝ่ายจัดการในการควบคุมต้นทุนทางการเงินและต้นทุนการดำเนินงาน
* **การปรับตัวของอัตราค่าห้องพัก:** ความสามารถในการปรับขึ้นอัตราค่าห้องพักเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ผลการดำเนินงานรายทรัพย์สิน:**
* **โรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต:** มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 76% (เพิ่มขึ้น 16% YoY) อัตราค่าห้องพักเฉลี่ย 4,941 บาท/คืน (เพิ่มขึ้น 1,552 บาท YoY) และ RevPAR เฉลี่ย 3,777 บาท/คืน (เพิ่มขึ้น 1,745 บาท YoY) รายได้รวม 341.28 ล้านบาท และ EBITDA 131.14 ล้านบาท
* **โรงแรมดุสิตธานีหัวหิน:** มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 58% (เพิ่มขึ้น 7% YoY) อัตราค่าห้องพักเฉลี่ย 3,491 บาท/คืน (เพิ่มขึ้น 275 บาท YoY) และ RevPAR เฉลี่ย 2,014 บาท/คืน (เพิ่มขึ้น 365 บาท YoY) รายได้รวม 273.68 ล้านบาท และ EBITDA 55.07 ล้านบาท
* **โรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์:** มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 62% (ลดลง 4% YoY) อัตราค่าห้องพักเฉลี่ย 461 ดอลลาร์สหรัฐฯ/คืน (ลดลง 28 ดอลลาร์สหรัฐฯ YoY) และ RevPAR เฉลี่ย 285 ดอลลาร์สหรัฐฯ/คืน (ลดลง 36 ดอลลาร์สหรัฐฯ YoY) รายได้รวม 13.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ EBITDA 3.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
**ปัจจัยขับเคลื่อน:** การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นปัจจัยหลักที่หนุนผลประกอบการของโรงแรมในประเทศ ในขณะที่ตลาดมัลดีฟส์เผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันและต้นทุนที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง นอกเหนือจากการกล่าวถึงการลดลงในสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานจำนวน 355.03 ล้านบาท ซึ่งลดลง 7.61% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
## สรุปท้าย
DREIT แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงาน โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก ส่งผลให้โรงแรมในภูเก็ตและหัวหินมีผลประกอบการที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและแรงกดดันจากการแข่งขันในตลาดมัลดีฟส์เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิจากการลงทุนโดยรวมยังคงเผชิญแรงกดดัน แม้รายได้จะเติบโตก็ตาม นักลงทุนควรติดตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยและกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนของฝ่ายจัดการอย่างต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DREIT ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
147.40
ล้านบาท
↓ 4.6% YoY
กำไรขั้นต้น
149.30
ล้านบาท
↓ 4.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
101.29
%
กำไรสุทธิ
109.24
ล้านบาท
↓ 4.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
74.11
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
147
↓ -4.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
149
↓ -4.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
109
↓ -4.2%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DREIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
8.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DREIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
7,851.54
-2.22%
|
8,030.11
+3.78%
|
7,737.89
-2.18%
|
7,910.41
+1.48%
|
7,794.79
+4.05%
|
7,491.53
+7.38%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
2,130.14
-0.89%
|
2,149.28
+0.26%
|
2,143.76
-0.12%
|
2,146.35
+2.13%
|
2,101.68
+4.32%
|
2,014.56
+27.85%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-325
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DREIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-325.49
-31.27%
|
-473.60
-29.84%
|
-675.06
+75.42%
|
-384.82
+244.76%
|
-111.62
-315.15%
|
51.88
-165.59%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
714.95
+123.40%
|
320.03
-46.44%
|
597.51
+85.04%
|
322.91
+47.99%
|
218.20
-2,349.48%
|
-9.70
-19.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
146.33
-186.36%
|
-169.44
+78.64%
|
-94.85
+34.77%
|
-70.38
-179.40%
|
88.64
+105.28%
|
43.18
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
247.47
+63.79%
|
151.09
+50.80%
|
100.19
-25.26%
|
134.06
+157.51%
|
52.06
+46.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
358.69
+44.94%
|
247.47
+63.79%
|
151.09
+50.80%
|
100.19
-25.26%
|
134.06
+157.49%
|