ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
4.92
0.04 (0.81%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5207 out_tok=2374 at=2026-07-25T04:42:36 -->
# DREIT โชว์รายได้-กำไร Q2/2566 พุ่ง รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้นตัว
## ท่องเที่ยวไทยคึกคัก ดันรายได้ DREIT โต 14% ขณะที่มัลดีฟส์เผชิญแรงกดดัน
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (DREIT) รายงานผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2566 มีรายได้รวม 267.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้กำไรจากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 15% ขณะที่ภาพรวมสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานเติบโต 33.75%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ DREIT ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยวในประเทศไทย** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ค่าเช่าที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากโรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต และโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน รายได้รวมเติบโต 14.11% และกำไรจากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทยเป็นผลมาจากการยกเลิกข้อจำกัดการเดินทางทั้งหมดของประเทศไทยในเดือนตุลาคม 2565 และการยกเลิกนโยบายโควิดของจีนในเดือนมกราคม 2566 ประกอบกับการเดินทางทางอากาศระหว่างประเทศที่กลับมาดีขึ้น ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยว 6 เดือนแรกของปี 2566 สูงถึงกว่า 16 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5 เท่าจากปีก่อนหน้า
* **โรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต:** มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 83% เพิ่มขึ้น 24% จากปีก่อน และอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยอยู่ที่ 5,594 บาทต่อห้องต่อคืน เพิ่มขึ้น 1,718 บาท ส่งผลให้รายได้ต่อห้องพัก (RevPAR) อยู่ที่ 4,662 บาท เพิ่มขึ้น 2,366 บาท ทำให้มีรายได้รวม 273.58 ล้านบาท และ EBITDA 122.38 ล้านบาท
* **โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน:** มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 59% เพิ่มขึ้น 13% และอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยอยู่ที่ 3,630 บาท เพิ่มขึ้น 529 บาท ทำให้ RevPAR อยู่ที่ 2,149 บาท เพิ่มขึ้น 717 บาท ส่งผลให้มีรายได้รวม 190.73 ล้านบาท และ EBITDA 44.23 ล้านบาท
ในทางตรงกันข้าม **โรงแรมดุสิตธานี มัลดีฟส์** เผชิญกับแรงกดดันจากการแข่งขันที่สูงขึ้นจากการเปิดโรงแรมใหม่จำนวนมากในตลาด และนักท่องเที่ยวมีทางเลือกในการเดินทางหลากหลายขึ้น นอกจากนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวจากรัสเซียและยูเครนซึ่งเป็นลูกค้าหลักลดลงจากการระงับเที่ยวบิน ส่งผลให้อัตราการเข้าพักลดลง 13% แม้ว่าอัตราค่าห้องพักจะสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ RevPAR โดยรวมลดลง ทำให้ EBITDA อยู่ที่ 2.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องสำหรับโรงแรมในไทย แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดันในมัลดีฟส์** การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทยคาดว่าจะยังคงดำเนินต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการเดินทางระหว่างประเทศยังคงมีแนวโน้มที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้อนุมัติงบประมาณเร่งด่วน 30.55 ล้านบาทสำหรับซ่อมแซมหลังคาและส่วนที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของโรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วในปี 2566 สำหรับโรงแรมดุสิตธานี มัลดีฟส์ แรงกดดันจากการแข่งขันและปัจจัยภายนอกยังคงมีอยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 6 เดือนแรกปี 2566:** 267.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.11% YoY
* **กำไรจากการลงทุนสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2566:** 186.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% YoY
* **สินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2566:** 250.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.75% YoY
* **โรงแรมในไทยฟื้นตัวเด่น:** อัตราเข้าพักและอัตราค่าห้องพักปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **โรงแรมมัลดีฟส์เผชิญแรงกดดัน:** การแข่งขันสูงขึ้นและนักท่องเที่ยวหลักลดลง ส่งผลให้ RevPAR ลดลง
* **งบประมาณซ่อมแซมภูเก็ต:** มีการอนุมัติงบ 30.55 ล้านบาทสำหรับซ่อมแซมหลังคาโรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ตในปี 2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในงวดหกเดือนแรกปี 2566 DREIT มีรายได้รวม 267.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.12 ล้านบาท หรือ 14.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ส่งผลดีต่อรายได้ค่าเช่าผันแปรจากผลการดำเนินงานของทรัพย์สินในประเทศไทย เมื่อหักค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงิน 81.22 ล้านบาท กองทรัสต์มีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 186.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.34 ล้านบาท หรือ 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน เมื่อรวมรายการกำไรสุทธิจากเงินลงทุนและอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากผลต่างอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้สินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 63.12 ล้านบาท หรือ 33.75% เป็น 250.16 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวต่อเนื่องของการท่องเที่ยว:** การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน และการเดินทางระหว่างประเทศที่สะดวกขึ้น เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อรายได้ของโรงแรมในไทย
* **การปรับปรุงทรัพย์สิน:** งบประมาณการปรับปรุงรายการอื่นๆ สำหรับทุกโรงแรมในปี 2566 มูลค่า 210.82 ล้านบาท อาจช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้และอัตราค่าห้องพักในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในตลาดมัลดีฟส์:** การเปิดโรงแรมใหม่จำนวนมากและทางเลือกในการเดินทางที่หลากหลายของนักท่องเที่ยว อาจส่งผลกระทบต่ออัตราการเข้าพักและรายได้ของโรงแรมในมัลดีฟส์อย่างต่อเนื่อง
* **ต้นทุนที่สูงขึ้น:** ต้นทุนพลังงานและค่าสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม
* **ค่าใช้จ่ายซ่อมแซม:** งบประมาณเร่งด่วน 30.55 ล้านบาทสำหรับซ่อมแซมโรงแรมที่ภูเก็ต จะถูกนำไปคำนวณในกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตัวเลขดังกล่าวในปี 2566
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในไตรมาส 3 และ 4 ปี 2566
* ผลกระทบของการซ่อมแซมหลังคาโรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต ต่อรายได้และค่าใช้จ่าย
* ความสามารถในการแข่งขันของโรงแรมดุสิตธานี มัลดีฟส์ ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น
* การบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและค่าสินค้าที่อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* แผนการปรับปรุงรายการอื่นๆ มูลค่า 210.82 ล้านบาท และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **Occupancy Rate:** โรงแรมในไทยปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะภูเก็ตที่ 83% และหัวหินที่ 59% ขณะที่มัลดีฟส์ลดลงเหลือ 60%
* **Average Room Rate (ARR):** ปรับเพิ่มขึ้นทุกแห่ง โดยภูเก็ตเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 1,718 บาท
* **Revenue Per Available Room (RevPAR):** สะท้อนการเติบโตของรายได้จากการดำเนินงาน โดยภูเก็ตเพิ่มขึ้น 2,366 บาท และหัวหินเพิ่มขึ้น 717 บาท ขณะที่มัลดีฟส์ลดลง
* **EBITDA:** โรงแรมในไทยมี EBITDA เติบโตโดดเด่น โดยภูเก็ตเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว ขณะที่มัลดีฟส์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **การลงทุนปรับปรุง:** มีการอนุมัติงบประมาณเร่งด่วน 30.55 ล้านบาทสำหรับซ่อมแซมที่ภูเก็ต และงบประมาณปรับปรุงประจำปี 2566 รวม 210.82 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง นอกเหนือจากการกล่าวถึง "สินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงาน" ที่เพิ่มขึ้น 33.75%
## สรุปท้าย
DREIT ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยวไทย ส่งผลให้รายได้และกำไรจากการลงทุนสุทธิเติบโตอย่างน่าพอใจ โดยเฉพาะโรงแรมในภูเก็ตและหัวหิน อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงมีอยู่กับโรงแรมในมัลดีฟส์ที่เผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันที่สูงขึ้น ขณะที่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายซ่อมแซมและการลงทุนปรับปรุงทรัพย์สินจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DREIT ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
147.40
ล้านบาท
↓ 4.6% YoY
กำไรขั้นต้น
149.30
ล้านบาท
↓ 4.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
101.29
%
กำไรสุทธิ
109.24
ล้านบาท
↓ 4.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
74.11
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
147
↓ -4.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
149
↓ -4.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
109
↓ -4.2%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DREIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
8.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DREIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
7,851.54
-2.22%
|
8,030.11
+3.78%
|
7,737.89
-2.18%
|
7,910.41
+1.48%
|
7,794.79
+4.05%
|
7,491.53
+7.38%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
2,130.14
-0.89%
|
2,149.28
+0.26%
|
2,143.76
-0.12%
|
2,146.35
+2.13%
|
2,101.68
+4.32%
|
2,014.56
+27.85%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-325
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DREIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-325.49
-31.27%
|
-473.60
-29.84%
|
-675.06
+75.42%
|
-384.82
+244.76%
|
-111.62
-315.15%
|
51.88
-165.59%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
714.95
+123.40%
|
320.03
-46.44%
|
597.51
+85.04%
|
322.91
+47.99%
|
218.20
-2,349.48%
|
-9.70
-19.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
146.33
-186.36%
|
-169.44
+78.64%
|
-94.85
+34.77%
|
-70.38
-179.40%
|
88.64
+105.28%
|
43.18
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
247.47
+63.79%
|
151.09
+50.80%
|
100.19
-25.26%
|
134.06
+157.51%
|
52.06
+46.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
358.69
+44.94%
|
247.47
+63.79%
|
151.09
+50.80%
|
100.19
-25.26%
|
134.06
+157.49%
|