ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
4.92
0.04 (0.81%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5077 out_tok=2646 at=2026-07-25T14:38:52 -->
# DREIT Q3/2565 กำไรสุทธิลดลง 14.43% รับผลกระทบจากรายการพิเศษ
## รายได้รวมหดตัว 8.82% แม้โรงแรมในไทยฟื้นตัวแรง แต่ผลต่างอัตราแลกเปลี่ยนกดดัน
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (DREIT) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 103.53 ล้านบาท ลดลง 8.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าโรงแรมในประเทศไทยจะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง แต่กำไรจากการลงทุนสุทธิกลับลดลงถึง 14.43% เป็น 68.84 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายการกำไรสุทธิจากเงินลงทุนที่ลดลงอย่างมาก ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากผลต่างอัตราแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนแปลงไป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ DREIT ในไตรมาส 3 ปี 2565 เปลี่ยนแปลง คือ **การลดลงของกำไรจากการลงทุนสุทธิที่ 14.43%** ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจาก **ผลต่างจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้รวมจะลดลงเพียง 8.82% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ในไตรมาส 3 ปี 2565 กองทรัสต์มีรายได้รวม 103.53 ล้านบาท ลดลง 10 ล้านบาท (-8.82%) เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงิน 34.69 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรจากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 68.84 ล้านบาท ลดลง 11.61 ล้านบาท (-14.43%) ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงมากเกินกว่ารายได้ที่ลดลง คือ **รายการกำไรสุทธิจากเงินลงทุนจำนวน 128.42 ล้านบาท** ซึ่งในงวดเดียวกันของปีก่อนมีรายการนี้สูงกว่ามาก โดยฝ่ายจัดการระบุว่าส่วนใหญ่เกิดจากผลต่างจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างวันที่ 30 กันยายน 2564 และ 30 กันยายน 2565 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปีที่แล้วมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงกว่าปีนี้มาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุว่าผลต่างจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเป็นรายการที่ส่งผลต่อกำไรสุทธิ และมีการเปรียบเทียบอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสองช่วงเวลา ทำให้คาดการณ์ได้ว่าผลกระทบนี้มีลักษณะเป็นครั้งคราว ขึ้นอยู่กับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม การที่สินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 19.56% ในงวด 9 เดือน ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตของมูลค่าทรัพย์สินโดยรวม ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกในระยะยาวหากอัตราแลกเปลี่ยนกลับมาเป็นบวก
## Highlight สำคัญ
* **กำไรจากการลงทุนสุทธิ Q3/2565 ลดลง 14.43%** เหลือ 68.84 ล้านบาท จากผลกระทบรายการพิเศษด้านอัตราแลกเปลี่ยน
* **รายได้รวม Q3/2565 ลดลง 8.82%** อยู่ที่ 103.53 ล้านบาท
* **ผลการดำเนินงานโรงแรมในไทยฟื้นตัวดี** โดยเฉพาะโรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต มีรายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2565 สูงถึง 187.82 ล้านบาท และ EBITDA 44.65 ล้านบาท
* **โรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์ รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 15.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ** EBITDA 4.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอัตราการเข้าพักทรงตัว
* **สินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานงวด 9 เดือน เพิ่มขึ้น 19.56%** เป็น 384.30 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 DREIT มีรายได้รวม 103.53 ล้านบาท ลดลง 10 ล้านบาท หรือ 8.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อหักค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงิน 34.69 ล้านบาท กองทรัสต์มีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 68.84 ล้านบาท ลดลง 11.61 ล้านบาท หรือ 14.43% โดยมีรายการกำไรสุทธิจากเงินลงทุนจำนวน 128.42 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากผลต่างจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้สินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 เพิ่มขึ้น 197.26 ล้านบาท ลดลง 30.48% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 กองทรัสต์มีรายได้รวม 338.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.04 ล้านบาท หรือ 2.12% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเป็นผลมาจากค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง เมื่อหักค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงิน 107.13 ล้านบาท กองทรัสต์มีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 231.06 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.08 ล้านบาท หรือ 0.03% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายการกำไรสุทธิจากเงินลงทุนจำนวน 153.24 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากผลต่างจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้สินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานสำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 เพิ่มขึ้น 384.30 ล้านบาท หรือ 19.56% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในประเทศไทย:** สถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลงส่งผลให้อัตราการเข้าพักและอัตราค่าห้องพักของโรงแรมในประเทศไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะโรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต และโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน
* **การอ่อนค่าของเงินบาท:** เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้รวมของกองทรัสต์ โดยเฉพาะเมื่อแปลงเป็นสกุลเงินบาท
* **การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงาน:** บ่งชี้ถึงการเติบโตของมูลค่าทรัพย์สินโดยรวมของกองทรัสต์
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิของกองทรัสต์ ดังที่เห็นในไตรมาส 3 ปี 2565
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19:** แม้จะคลี่คลายลง แต่ยังคงมีความเสี่ยงหากมีการระบาดระลอกใหม่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงแรม:** การแข่งขันที่สูงอาจส่งผลต่ออัตราค่าห้องพักและอัตราการเข้าพัก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน และผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
* การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในประเทศไทย และผลการดำเนินงานของโรงแรมในเครือ
* แผนการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายของกองทรัสต์
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย และต้นทุนทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ผลการดำเนินงานของทรัพย์สินในประเทศไทย:**
โรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 9 เดือนแรกปี 2565 ที่ 60% เพิ่มขึ้น 40% จากปีก่อน อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยอยู่ที่ 3,389 บาทต่อคืน เพิ่มขึ้น 1,551 บาทต่อคืน ส่งผลให้ REVPAR อยู่ที่ 2,032 บาทต่อคืน เพิ่มขึ้น 1,662 บาทต่อคืน มีรายได้รวม 187.82 ล้านบาท และ EBITDA 44.65 ล้านบาท
โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 9 เดือนแรกปี 2565 ที่ 51% เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อน อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยอยู่ที่ 3,216 บาทต่อคืน เพิ่มขึ้น 949 บาทต่อคืน ส่งผลให้ REVPAR อยู่ที่ 1,649 บาทต่อคืน เพิ่มขึ้น 1,128 บาทต่อคืน มีรายได้รวม 218.93 ล้านบาท และ EBITDA 55.05 ล้านบาท
โรงแรมดุสิตดีทู เชียงใหม่ มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 9 เดือนแรกปี 2565 ที่ 53% เพิ่มขึ้น 45% จากปีก่อน อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยอยู่ที่ 1,383 บาทต่อคืน เพิ่มขึ้น 196 บาทต่อคืน ส่งผลให้ REVPAR อยู่ที่ 735 บาทต่อคืน เพิ่มขึ้น 642 บาทต่อคืน มีรายได้รวม 33.64 ล้านบาท และขาดทุน EBITDA 0.72 ล้านบาท
**ผลการดำเนินงานของทรัพย์สินในสาธารณรัฐมัลดีฟส์:**
โรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์ มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 9 เดือนแรกปี 2565 ที่ 66% ทรงตัวจากปีก่อน อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยอยู่ที่ 489 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืน เพิ่มขึ้น 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืน ส่งผลให้ REVPAR อยู่ที่ 321 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืน เพิ่มขึ้น 14 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืน มีรายได้รวม 15.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ EBITDA 4.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึง "สินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงาน" ซึ่งในงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 มีจำนวน 384.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.56% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
## สรุปท้าย
DREIT ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากรายการพิเศษด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลง แม้ว่าภาพรวมรายได้จะยังคงได้รับผลกระทบจากการอ่อนค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยบวก อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของโรงแรมในประเทศไทย ทั้งอัตราการเข้าพักและอัตราค่าห้องพัก เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับผลประกอบการในระยะยาว โดยสิ่งที่ต้องจับตาคือความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และแนวโน้มการท่องเที่ยวที่จะส่งผลต่อรายได้และกำไรของกองทรัสต์ต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DREIT ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
147.40
ล้านบาท
↓ 4.6% YoY
กำไรขั้นต้น
149.30
ล้านบาท
↓ 4.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
101.29
%
กำไรสุทธิ
109.24
ล้านบาท
↓ 4.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
74.11
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
147
↓ -4.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
149
↓ -4.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
109
↓ -4.2%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DREIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
8.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DREIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
7,851.54
-2.22%
|
8,030.11
+3.78%
|
7,737.89
-2.18%
|
7,910.41
+1.48%
|
7,794.79
+4.05%
|
7,491.53
+7.38%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
2,130.14
-0.89%
|
2,149.28
+0.26%
|
2,143.76
-0.12%
|
2,146.35
+2.13%
|
2,101.68
+4.32%
|
2,014.56
+27.85%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-325
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DREIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-325.49
-31.27%
|
-473.60
-29.84%
|
-675.06
+75.42%
|
-384.82
+244.76%
|
-111.62
-315.15%
|
51.88
-165.59%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
714.95
+123.40%
|
320.03
-46.44%
|
597.51
+85.04%
|
322.91
+47.99%
|
218.20
-2,349.48%
|
-9.70
-19.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
146.33
-186.36%
|
-169.44
+78.64%
|
-94.85
+34.77%
|
-70.38
-179.40%
|
88.64
+105.28%
|
43.18
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
247.47
+63.79%
|
151.09
+50.80%
|
100.19
-25.26%
|
134.06
+157.51%
|
52.06
+46.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
358.69
+44.94%
|
247.47
+63.79%
|
151.09
+50.80%
|
100.19
-25.26%
|
134.06
+157.49%
|