ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
4.92
0.04 (0.81%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4843 out_tok=2669 at=2026-07-25T15:22:12 -->
# DREIT Q1/2565 รายได้รวมโต 5.4% รับอานิสงส์มัลดีฟส์ฟื้น-ไทยเริ่มกลับมา
## ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (DREIT) โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1/2565 รายได้รวม 138 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.4% จากปีก่อน หลังการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะในมัลดีฟส์ ขณะที่โรงแรมในไทยเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น
ในไตรมาส 1 ปี 2565 ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (DREIT) มีรายได้รวม 138.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการรับรู้ค่าเช่าแปรผันจากโครงการโรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์ที่ได้รับประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้น ประกอบกับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในประเทศไทยหลังภาครัฐผ่อนคลายมาตรการต่างๆ แม้จะมีรายการขาดทุนสุทธิจากเงินลงทุนจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน แต่โดยรวมกองทรัสต์มีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 98.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.66% จากปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
เลนส์ sector: รายได้ค่าเช่า, occupancy/rental yield, การฟื้นตัวของทรัพย์สิน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ DREIT ในไตรมาส 1/2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากทรัพย์สินในต่างประเทศ โดยเฉพาะโรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์ และสัญญาณการฟื้นตัวของทรัพย์สินในประเทศไทย** ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 5.40% และกำไรจากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 3.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **โรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์:** ยังคงรักษาผลการดำเนินงานที่ดีเยี่ยม โดยมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy Rate) สูงถึง 87.70% เพิ่มขึ้น 7.57% จากปีก่อน แม้ว่าอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (Average Room Rate) จะลดลงเล็กน้อย แต่รายได้ต่อห้องพัก (REVPAR) ยังคงเพิ่มขึ้น 36 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้ EBITDA อยู่ที่ 3.61 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เท่ากับปีก่อน ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าได้รับอานิสงส์จากอัตราแลกเปลี่ยนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้การรับรู้รายได้ค่าเช่าแปรผันมีมูลค่าสูงขึ้น
* **ทรัพย์สินในประเทศไทย:** เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจนภายหลังภาครัฐผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และกระตุ้นการท่องเที่ยว โรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต มีการเติบโตของอัตราการเข้าพักอย่างก้าวกระโดดจาก 6.22% เป็น 57.61% และอัตราค่าห้องพักเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้ REVPAR พุ่งสูงขึ้น และมี EBITDA เป็นบวกที่ 35.25 ล้านบาท จากที่ขาดทุนในปีก่อน โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน และดุสิตดีทู เชียงใหม่ ก็มีอัตราการเข้าพักและ REVPAR ที่ดีขึ้นเช่นกัน แม้จะยังคงมีผลขาดทุน EBITDA อยู่ แต่ก็ลดลงจากปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก**
การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของโรงแรมในไทยยังคงต้องพึ่งพานโยบายภาครัฐและการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนโรงแรมในมัลดีฟส์ แม้จะยังแข็งแกร่ง แต่ก็ต้องจับตาแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนและภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของนักท่องเที่ยว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 138.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.40% YoY:** ได้รับแรงหนุนจากรายได้ค่าเช่าแปรผันจากโรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์ที่ได้ประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยน และการฟื้นตัวของโรงแรมในไทย
* **กำไรจากการลงทุนสุทธิ 98.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.66% YoY:** แม้มีผลขาดทุนสุทธิจากเงินลงทุนจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน แต่กำไรจากการดำเนินงานหลักยังคงเติบโต
* **โรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต ฟื้นตัวโดดเด่น:** อัตราเข้าพักพุ่ง 57.61% จาก 6.22% YoY และมี EBITDA เป็นบวก 35.25 ล้านบาท
* **โรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์รักษาผลงานแกร่ง:** Occupancy Rate 87.70% และ EBITDA 3.61 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้รับอานิสงส์จากอัตราแลกเปลี่ยน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 DREIT มีรายได้รวม 138.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.07 ล้านบาท หรือ 5.40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้ค่าเช่าแปรผันจากโรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์ที่ได้รับผลดีจากอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้น ประกอบกับการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานของทรัพย์สินในประเทศไทยที่เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นหลังภาครัฐผ่อนคลายมาตรการต่างๆ
เมื่อหักค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินจำนวน 39.21 ล้านบาท กองทรัสต์มีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 98.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.49 ล้านบาท หรือ 3.66% เมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อสุทธิกับรายการขาดทุนสุทธิจากเงินลงทุนจำนวน 8.26 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากผลต่างจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนจากการบันทึกบัญชี ทำให้กองทรัสต์มีสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 จำนวน 90.53 ล้านบาท ลดลง 4.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศและภายในประเทศ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่จะช่วยหนุนการเข้าพักและรายได้ของโรงแรมในเครือ
* **ศักยภาพของโรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์:** ยังคงเป็นทรัพย์สินที่สร้างรายได้และกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ และได้รับประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยน
* **การกลับมาของโรงแรมในไทย:** โรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการฟื้นตัวที่รวดเร็ว ซึ่งหากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและนักท่องเที่ยวกลับมา จะเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าของสกุลเงินต่างประเทศเมื่อเทียบกับบาทไทย เป็นปัจจัยบวกต่อการรับรู้รายได้ของกองทรัสต์
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของไวรัสอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและภาคการท่องเที่ยว
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวหรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของนักท่องเที่ยว
* **การเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะเป็นผลบวก แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงแรม:** การแข่งขันที่สูงขึ้นอาจกดดันราคาห้องพักและอัตราการเข้าพัก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าสู่ประเทศไทย
* ผลการดำเนินงานของโรงแรมในไทย โดยเฉพาะโรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต ว่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน และผลกระทบต่อรายได้ค่าเช่าแปรผัน
* มาตรการภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการกระตุ้นเศรษฐกิจ
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานของโรงแรมต่างๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **Occupancy Rate และ Average Room Rate:** เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนถึงความสามารถในการดึงดูดลูกค้าและสร้างรายได้ของโรงแรม ในไตรมาสนี้ โรงแรมดุสิตธานีมัลดีฟส์ยังคงรักษาอัตราการเข้าพักได้ดีเยี่ยมที่ 87.70% ขณะที่โรงแรมในไทย โดยเฉพาะภูเก็ต มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด
* **REVPAR (รายได้ต่อห้องพัก):** เป็นตัวชี้วัดที่รวมทั้งอัตราการเข้าพักและอัตราค่าห้องพัก ซึ่งสะท้อนรายได้ที่แท้จริงต่อห้องที่มีอยู่ โรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต มี REVPAR เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **EBITDA:** เป็นตัวชี้วัดความสามารถในการทำกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย โรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต กลับมามี EBITDA เป็นบวกได้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีมาก
* **รายได้ค่าเช่าแปรผัน:** เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รายได้รวมของ DREIT เติบโต โดยเฉพาะจากโรงแรมในมัลดีฟส์ที่ได้รับผลดีจากอัตราแลกเปลี่ยน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่ระบุว่ากองทรัสต์มีการเพิ่มขึ้นในสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2565 จำนวน 90.53 ล้านบาท ซึ่งลดลง 4.28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายการขาดทุนสุทธิจากเงินลงทุนจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน
## สรุปท้าย
DREIT ในไตรมาส 1/2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีรายได้รวมและกำไรจากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้นจากการกลับมาของภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะโรงแรมในมัลดีฟส์ที่ยังคงแข็งแกร่ง และโรงแรมในไทยที่เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น โดยเฉพาะโรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต ที่พลิกกลับมามีกำไร EBITDA ได้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19 และเศรษฐกิจโลก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อประเมินโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DREIT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
147.40
ล้านบาท
↓ 4.6% YoY
กำไรขั้นต้น
149.30
ล้านบาท
↓ 4.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
101.29
%
กำไรสุทธิ
109.24
ล้านบาท
↓ 4.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
74.11
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
147
↓ -4.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
149
↓ -4.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
109
↓ -4.2%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DREIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
8.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DREIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
7,851.54
-2.22%
|
8,030.11
+3.78%
|
7,737.89
-2.18%
|
7,910.41
+1.48%
|
7,794.79
+4.05%
|
7,491.53
+7.38%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
2,130.14
-0.89%
|
2,149.28
+0.26%
|
2,143.76
-0.12%
|
2,146.35
+2.13%
|
2,101.68
+4.32%
|
2,014.56
+27.85%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-325
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DREIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-325.49
-31.27%
|
-473.60
-29.84%
|
-675.06
+75.42%
|
-384.82
+244.76%
|
-111.62
-315.15%
|
51.88
-165.59%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
714.95
+123.40%
|
320.03
-46.44%
|
597.51
+85.04%
|
322.91
+47.99%
|
218.20
-2,349.48%
|
-9.70
-19.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
146.33
-186.36%
|
-169.44
+78.64%
|
-94.85
+34.77%
|
-70.38
-179.40%
|
88.64
+105.28%
|
43.18
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
247.47
+63.79%
|
151.09
+50.80%
|
100.19
-25.26%
|
134.06
+157.51%
|
52.06
+46.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
358.69
+44.94%
|
247.47
+63.79%
|
151.09
+50.80%
|
100.19
-25.26%
|
134.06
+157.49%
|