บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.14
0.01 (6.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6529 out_tok=2722 at=2026-07-25T12:37:46 -->
# CHEWA Q3/2565 กำไรสุทธิพุ่ง 99% รับแรงหนุนโอนคอนโดฯ ใหม่-บ้านมือสอง
## รายได้รวมโต 15% จากการโอนโครงการแนวสูง-แนวราบ ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งแรงรับอานิสงส์ต้นทุนคงที่
บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน) หรือ CHEWA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 495.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวสูงและแนวราบ รวมถึงการเติบโตของธุรกิจบ้านมือสอง ขณะที่กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 69.80% ในไตรมาส 3 และ 99.04% ในงวด 9 เดือน สวนทางกับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเผชิญความท้าทาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ CHEWA ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมใหม่ที่เปิดตัวในช่วงปลายไตรมาส 2 และการเติบโตของธุรกิจบ้านมือสอง** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 11.87% เป็น 475.89 ล้านบาท โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมที่สร้างรายได้ 302.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 15.03%
ปัจจัยที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่นนั้น มาจากการที่ **ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นในอัตราที่เร็วกว่ารายได้** โดยต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 16.75% ในไตรมาส 3 ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 15.21% ทำให้กำไรขั้นต้นยังคงเติบโตได้ ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ต้นทุนส่วนนี้เพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่ารายได้ (SG&A เพิ่มขึ้น 25.08% ในไตรมาส 3 แต่เมื่อเทียบกับรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 15.21% ถือว่ามีสัดส่วนที่ควบคุมได้) นอกจากนี้ การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมยังช่วยเสริมผลประกอบการให้เติบโตได้อีกด้วย
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่ายังมีโครงการใหม่ที่รอรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อีก 1 โครงการ และโครงการอื่นๆ ที่มีการทยอยโอนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยผลักดันให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 2,800 ล้านบาทสำหรับปี 2565 นอกจากนี้ การขยายธุรกิจบ้านมือสองที่ได้รับการตอบรับที่ดีก็เป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2565 เติบโต 15.21% YoY** แตะ 495.78 ล้านบาท จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวสูงและแนวราบ
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 69.80% YoY** สู่ระดับ 7.98 ล้านบาท และ **งวด 9 เดือน กำไรสุทธิโต 99.04% YoY** สู่ระดับ 108.40 ล้านบาท
* **ยอดโอนโครงการคอนโดมิเนียมใหม่เป็นแรงหนุนหลัก** โดยโครงการชีวาทัยปิ่นเกล้าที่เปิดตัวปลาย Q2 สร้างรายได้ 302.96 ล้านบาทใน Q3
* **ธุรกิจบ้านมือสองเริ่มเห็นผลตอบรับที่ดี** สร้างรายได้ 13.65 ล้านบาทใน Q3 และมีแนวโน้มขยายตัว
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ทรงตัวดี** อยู่ที่ 25.13% ในไตรมาส 3
* **หนี้สินรวมลดลง 9.49%** จากการชำระคืนเงินกู้และหุ้นกู้ ส่งผลให้ D/E ลดลงจาก 2.55 เท่า เหลือ 2.22 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 495.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้หลักมาจากการขายอสังหาริมทรัพย์ 475.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.87% ซึ่งแบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 302.96 ล้านบาท โครงการแนวราบ 159.28 ล้านบาท และโครงการบ้านมือสอง 13.65 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีรายได้อื่น 19.89 ล้านบาท
ในส่วนของต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 356.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.75% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 119.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.12 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 25.13%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 117.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.08% เมื่อเทียบกับปีก่อน
บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้า 1.50 ล้านบาท และส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 1.11 ล้านบาท
ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 7.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 1,691.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.66% โดยมีกำไรสุทธิ 108.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 99.04%
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่:** บริษัทยังมีโครงการใหม่ที่รอรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อีก 1 โครงการ และโครงการอื่นๆ ที่มีการทยอยโอนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยผลักดันรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
* **การเติบโตของธุรกิจบ้านมือสอง:** การขยายธุรกิจบ้านมือสองได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า และมีแนวโน้มที่จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นในอนาคต
* **มาตรการภาครัฐ:** มาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนอง รวมถึงมาตรการผ่อนคลาย LTV ที่กำลังจะสิ้นสุดลง อาจกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในช่วงปลายปี
* **การปรับกลยุทธ์การตลาด:** บริษัทมีการปรับแผนกลยุทธ์ทั้งระยะสั้นและยาว รวมถึงการเพิ่มช่องทางการตลาดออนไลน์ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** เศรษฐกิจภายในและภายนอกประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ประชาชนยังคงรัดเข็มขัดค่าใช้จ่าย
* **ต้นทุนค่าวัสดุก่อสร้างสูง:** ต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน
* **ภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย:** ภาวะเงินเฟ้อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การอ่อนตัวของค่าเงินบาท:** การอ่อนตัวของค่าเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนนำเข้าวัสดุบางส่วน
* **การสิ้นสุดมาตรการ LTV:** มาตรการผ่อนคลาย LTV ที่จะสิ้นสุดในปลายปี 2565 อาจส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในปีหน้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 4/2565:** เพื่อประเมินว่าบริษัทจะสามารถบรรลุเป้าหมายยอดขาย 2,800 ล้านบาทได้หรือไม่
* **ความคืบหน้าของโครงการใหม่:** การเปิดตัวและการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้นในปี 2566
* **ผลตอบรับและการขยายตัวของธุรกิจบ้านมือสอง:** ศักยภาพในการสร้างรายได้และกำไรจากธุรกิจใหม่นี้
* **ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ย:** ต่อกำลังซื้อและความสามารถในการผ่อนชำระของผู้บริโภค
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ยอดโอนกรรมสิทธิ์:** รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการเปิดตัวโครงการใหม่ ขณะที่โครงการแนวราบมีการทยอยโอนและปิดโครงการไปบางส่วน ทำให้รายได้จากส่วนนี้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ยังคงมีการสร้างโครงการอย่างต่อเนื่องตาม Backlog
* **Backlog:** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลข Backlog โดยตรง แต่ฝ่ายจัดการระบุว่ามีโครงการอื่นๆ ที่มีการทยอยโอนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบ่งชี้ว่ายังมีรายได้รอรับรู้จากโครงการเดิมอยู่
* **การเปิดโครงการใหม่:** มีการเปิดโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในช่วงปลาย Q2 ที่ส่งผลต่อรายได้ใน Q3 และระบุว่ามีอีก 1 โครงการใหม่รอรับรู้รายได้ในไตรมาสสุดท้ายของปี
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลขต้นทุนวัสดุโดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงกับรายได้ แสดงให้เห็นถึงแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ยังสามารถบริหารจัดการได้
* **D/E Ratio:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 6,347.98 ล้านบาท ลดลง 5.70% จากปีก่อน โดยหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เพื่อใช้ในการชำระคืนหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว
หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,395.23 ล้านบาท ลดลง 9.49% จากปีก่อน เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3.96% เป็น 1,979.75 ล้านบาท จากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 2.22 เท่า ลดลงจาก 2.55 เท่า ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งยังคงเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดในสัญญาเงินกู้
## สรุปท้าย
CHEWA โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 99.04% ในงวด 9 เดือน จากการรับรู้รายได้โครงการคอนโดมิเนียมใหม่และการเติบโตของธุรกิจบ้านมือสอง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังมีความท้าทาย แต่บริษัทมีโอกาสที่จะเติบโตต่อเนื่องจาก Backlog และโครงการใหม่ที่รอรับรู้รายได้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาปัจจัยเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ ต้นทุนก่อสร้าง และอัตราดอกเบี้ย รวมถึงติดตามความคืบหน้าในการบรรลุเป้าหมายยอดขายของปีนี้อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CHEWA ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
279.06
ล้านบาท
↓ 31.1% YoY
กำไรขั้นต้น
-170.42
ล้านบาท
↓ 5.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-61.07
%
กำไรสุทธิ
-304.32
ล้านบาท
↓ 24.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-109.05
%
D/E Ratio
2.64
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
279
↓ -31.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-170
↓ -5.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-304
↓ -24.1%
YoY
D/E Ratio
2.64
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CHEWA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.64
ROE (%)
-30.67
ROA (%)
-7.14
Book Value/หุ้น
0.86
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CHEWA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-68
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+278
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CHEWA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-67.80
-91.12%
|
-763.20
-273.77%
|
439.21
-368.35%
|
-163.67
-63.78%
|
-451.88
-233.61%
|
338.21
-364.85%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
277.56
-397.72%
|
-93.23
-3.39%
|
-96.50
-176.27%
|
126.52
-388.33%
|
-43.88
+231.17%
|
-13.25
-73.87%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-89.18
-111.90%
|
749.47
-375.53%
|
-272.01
-129.95%
|
908.32
+5.61%
|
860.06
-335.86%
|
-364.65
-349.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
120.60
-212.76%
|
-106.95
-251.29%
|
70.69
-91.89%
|
871.18
+139.14%
|
364.30
-1,018.09%
|
-39.68
+22.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
99.29
+277.39%
|
26.31
-75.28%
|
106.42
-79.27%
|
513.27
+770.10%
|
58.99
+64.13%
|
35.94
-92.91%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
22.03
-77.81%
|
99.29
+277.39%
|
26.31
-75.28%
|
106.42
-79.27%
|
513.27
+770.10%
|
58.99
+64.13%
|