บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
6.75
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7682 out_tok=2321 at=2026-07-25T10:03:55 -->
# BEM กำไรสุทธิปี 65 พุ่ง 141% รับปริมาณผู้ใช้ทางด่วน-รถไฟฟ้าฟื้นตัวแรง
## รายได้-กำไรโตตามการกลับมาของกิจกรรมเศรษฐกิจ ฝ่ายจัดการคาดแนวโน้มผู้โดยสารปี 66 ยังเติบโตต่อเนื่อง
บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM รายงานผลประกอบการปี 2565 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,436 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 141.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของปริมาณผู้ใช้บริการทางด่วนและรถไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าแนวโน้มการเติบโตของผู้โดยสารจะยังคงดำเนินต่อไปในปี 2566
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BEM ในปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของปริมาณผู้ใช้บริการทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้า** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้หลักของบริษัท โดยรายได้จากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 30.8% เป็น 14,030 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 141.2% เป็น 2,436 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวดังกล่าวเป็นผลมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คลี่คลายลง ทำให้ภาครัฐประกาศให้เป็นเพียงโรคติดต่อเฝ้าระวัง และมีการเปิดประเทศ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การเดินทาง การเรียนการสอน กลับมาเป็นปกติมากขึ้น โดยปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 22.4% เป็น 1,040,000 เที่ยวต่อวัน และปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 84.5% เป็น 270,617 เที่ยวต่อวัน โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปีที่ปริมาณผู้โดยสารเติบโตต่อเนื่องถึง 300,000 - 350,000 เที่ยวต่อวัน และมากกว่า 400,000 เที่ยวต่อวันในวันทำการ นอกจากนี้ การปรับค่าผ่านทางของสายทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกยังช่วยเสริมการเติบโตของรายได้ธุรกิจทางพิเศษให้สูงกว่าการเติบโตของปริมาณรถ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าในปี 2566 การเติบโตของผู้โดยสารยังคงมีอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยบวกจากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ การอนุมัติให้เข้าทำสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) จะช่วยเพิ่มความสามารถในการดำเนินธุรกิจและขยายเครือข่ายระบบขนส่งมวลชนให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อจำนวนผู้โดยสารและรายได้ในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 141.2%** แตะ 2,436 ล้านบาท จาก 1,010 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้จากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 30.8%** เป็น 14,030 ล้านบาท
* **ปริมาณผู้ใช้บริการฟื้นตัวแรง:** ผู้ใช้ทางด่วนเพิ่มขึ้น 22.4% และผู้โดยสารรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 84.5%
* **ธุรกิจระบบรางเติบโตโดดเด่น:** รายได้ค่าโดยสารสายสีน้ำเงินเพิ่ม 81.4% และรายได้รับจ้างเดินรถสายสีม่วงเพิ่มตามสัญญา
* **เดินหน้าโครงการสายสีส้ม:** ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติการเข้าทำสัญญาร่วมลงทุน คาดช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตในอนาคต
* **รักษามาตรฐาน ESG:** ได้รับคัดเลือกเป็น "หุ้นยั่งยืน" ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 และได้รับรางวัลองค์กรที่มีมูลค่าแบรนด์สูงสุด
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 2,436 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 141.2% จากปีก่อน โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 14,030 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.8% จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าผ่านทาง 1,742 ล้านบาท และรายได้ค่าโดยสารและรับจ้างเดินรถ 1,463 ล้านบาท ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 20.9% เป็น 8,447 ล้านบาท จากค่าซ่อมบำรุงและค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการใช้งาน ค่าใช้จ่ายในการบริหารทรงตัวใกล้เคียงปีก่อนที่ 1,160 ล้านบาท ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 10.3% เป็น 2,148 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากการวัดมูลค่าตาม TFRS9 และดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นของสินเชื่อลอยตัว ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 147.5% เป็น 2,834 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเดินทาง:** ปริมาณผู้ใช้บริการทางด่วนและรถไฟฟ้ามีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
* **โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม:** การเข้าทำสัญญาร่วมลงทุนจะช่วยขยายเครือข่ายและเพิ่มศักยภาพการเติบโตในอนาคต
* **การท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก:** การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวเป็นปัจจัยบวกต่อปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้า
* **การพัฒนาเชิงพาณิชย์:** รายได้จากการให้เช่าพื้นที่ร้านค้าและโฆษณาใน Metro Mall ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ
* **การใช้บัตร EMV ชำระค่าโดยสาร:** อำนวยความสะดวกผู้โดยสาร เพิ่มทางเลือกในการเดินทาง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** สภาวะเศรษฐกิจที่อาจชะลอตัวส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการเดินทางของผู้บริโภค
* **ต้นทุนทางการเงิน:** อัตราดอกเบี้ยที่อาจปรับสูงขึ้นส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท
* **การแข่งขัน:** การแข่งขันในธุรกิจระบบขนส่งมวลชนและการเดินทางอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและรายได้
* **ความล่าช้าของโครงการ:** ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือการดำเนินงานของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเติบโต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าและผู้ใช้ทางด่วนในไตรมาส 1/2566:** เพื่อประเมินการเติบโตต่อเนื่อง
* **ความคืบหน้าของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม:** การบริหารจัดการต้นทุนและระยะเวลาการก่อสร้าง
* **ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยต่อต้นทุนทางการเงิน:** การบริหารจัดการหนี้สินของบริษัท
* **การปรับขึ้นค่าโดยสาร/ค่าผ่านทาง:** นโยบายภาครัฐและผลกระทบต่อปริมาณผู้ใช้บริการ
* **การพัฒนาเชิงพาณิชย์:** ศักยภาพในการสร้างรายได้เพิ่มจากพื้นที่ Metro Mall และสื่อโฆษณา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ธุรกิจทางพิเศษ:** รายได้เพิ่มขึ้น 27.0% จากปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนเฉลี่ย 1,040,000 เที่ยวต่อวัน (+22.4% YoY) และการปรับค่าผ่านทางสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอก ต้นทุนบริการเพิ่ม 29.3% จากค่าซ่อมบำรุงและค่าตัดจำหน่ายที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจระบบราง:** รายได้เพิ่มขึ้น 42.4% โดยรายได้ค่าโดยสารสายสีน้ำเงินเพิ่ม 81.4% และรายได้รับจ้างเดินรถสายสีม่วงเพิ่มตามสัญญา ปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ย 270,617 เที่ยวต่อวัน (+84.5% YoY) ต้นทุนบริการเพิ่ม 16.8% จากค่าซ่อมบำรุงและค่าตอบแทน รฟม. ที่เพิ่มขึ้นตามรายได้
* **ธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์:** รายได้เพิ่มขึ้น 12.0% จากการให้เช่าพื้นที่ร้านค้าและโฆษณาที่ฟื้นตัว ต้นทุนเพิ่ม 20.8% ตามรายได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 114,128 ล้านบาท ลดลง 0.8% หนี้สินรวม 76,865 ล้านบาท ลดลง 0.7% และส่วนของผู้ถือหุ้น 37,263 ล้านบาท ลดลง 1.2% อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 1.91 เท่า และ Net IBD/E อยู่ที่ 1.66 เท่า ซึ่งยังคงต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 5,632 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้และกำไรสุทธิ
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BEM ในปี 2565 คือการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของปริมาณผู้ใช้บริการทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้า ซึ่งส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าแนวโน้มการเติบโตของผู้โดยสารจะยังคงดำเนินต่อไปในปี 2566 ประกอบกับการเดินหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจและต้นทุนทางการเงินที่อาจปรับสูงขึ้น.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BEM ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
4,365.15
ล้านบาท
↓ 67.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,923.76
ล้านบาท
↓ 47.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
44.07
%
กำไรสุทธิ
837.32
ล้านบาท
↓ 71.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.18
%
D/E Ratio
3.34
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,365
↓ -67.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,924
↓ -47.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
837
↓ -71.3%
YoY
D/E Ratio
3.34
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BEM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.34
ROE (%)
10.28
ROA (%)
4.68
Book Value/หุ้น
2.53
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BEM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,532
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BEM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6.37
-99.90%
|
-6,357.97
+85.61%
|
-3,425.50
-160.82%
|
5,632.54
+488.86%
|
956.52
-82.13%
|
5,351.36
-30.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3,531.57
-251.83%
|
-2,325.93
+578.59%
|
-342.76
-42.62%
|
-597.30
+87.54%
|
-318.49
-91.45%
|
-3,724.32
-50.76%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,695.10
-179.82%
|
3,376.58
-11.61%
|
3,820.17
-187.24%
|
-4,378.76
+170.18%
|
-1,620.66
+125.97%
|
-717.21
+73,084.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
830.10
-115.64%
|
-5,307.34
-10,320.18%
|
51.93
-92.09%
|
656.47
+200.07%
|
218.77
-75.95%
|
909.83
+412.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,672.19
+34.19%
|
1,246.09
-30.30%
|
1,787.84
+58.02%
|
1,131.37
-29.88%
|
1,613.58
+129.28%
|
703.75
+33.74%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,919.04
+14.76%
|
1,672.19
+34.19%
|
1,246.09
-30.30%
|
1,787.84
+58.02%
|
1,131.37
-29.88%
|
1,613.58
+129.28%
|